เจาะลึกผลงานแลมพ์

เจาะลึกผลงานแลมพ์ ทำไมถึงมีโอกาสถูกปลดออกจากต่ำแหน่งสูง

จากความปราชัยต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำให้อนาคตของ แฟรงค์ แลมพาร์ด เริ่มไม่แน่นอนเสียแล้ว ซึ่งมันมีสาเหตุจากอะไรเรามา เจาะลึกผลงานแลมพ์ กัน


แม้แฟรงค์ แลมพาร์ด จะได้รับความไว้วางใจจากเสี่ยหมีให้ทำหน้าที่จนครบสัญญา 3 ปีแต่จากสถานการณ์ในปัจจุบันทำให้อนาคตของ ซูเปอร์แฟรงค์ เริ่มไม่แน่นอนเสียแล้ว ซึ่งมีสาเหตุมาจากอะไรนั้นเรามา เจาะลึกผลงานแลมพ์ กัน

การทุ่มเงินไปมากกว่า 200 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา พร้อมกับการเข้ามาของนัเตะซูเปอร์สตาร์มากมายทำให้แฟนคาดหวังว่าเชลซีภายใต้การนำทัพของกุนซือผู้เป็นตำนานของสโมสรดูสดใสขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามหากดูจากผลงานและฟอร์มการเล่นในปัจจุบันนั้น การที่แลมพาร์ดจะได้ทำหน้าที่จนครบ 3 ปีเริ่มส่อแววว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว

ผลงานของสิงโตน้ำเงินครามในฤดูกาลนี้หลังจากที่ลงเล่นไปแล้ว 19 นัดหรือครึ่งทางของการแข่งขันพวกเขาพ่ายแพ้ไปแล้วถึง 6 เกมเก็บได้เพียง 29 คะแนนเท่านั้นเรียกได้ว่าย่ำแย่เอามากๆ พวกเขาสร้างสถิติที่ไม่น่าพอใจมากมายจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักหากเจ้าตัวจะถูกปลดในเร็วๆนี้หากผลงานยังไม่ดีขึ้น ลองมาดูกันว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้ แลมพ์ กลายเป็นกุนซืออีกรายที่ถูกเสี่ยหมีเขี่ยพ้นจากตำแหน่ง

เกมเยือนย่ำแย่

เกมเยือนย่ำแย่

จริงอยู่ที่การแพ้ต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงในฤดูกาลนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายจนถึงขั้นที่รับไม่ได้ แต่นับตั้งแต่ที่แลมพาร์ดเข้ามารับหน้าที่กุนซือ นี่เป็นนัดที่ 29 แล้วสำหรับเกมเยือนของแลมพ์ในศึกพรีเมียร์ลีก แต่พวกเขากลับถูกคู่แข่งยิงประตูไปถึง 50 ลูกด้วยกัน นั่นก็เพราะพวกเขาเคยโดนลิเวอร์พูลยิงไปถึง 5 ลูกและเคยโดนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยิงไปถึง 4-0 อีกด้วย

โดยหากนำสถิติไปเทียบกับบรรดาอดีตกุนซือของเชลซีในช่วง 29 นัดแรกในการเล่นเป็นทีมเยือนนั้น ต้องยอมรับว่าผลงานของแลมพ์ค่อนข้างน่าผิดหวัง เริ่มที่ มูรินโญ่ ในยุคแรกที่คุมเชลซีเขาพาทีมเสียประตูเพียง 13 ลูกเท่านั้น ขณะที่รอบที่สองของเจ้าตัวเสียประตูเพียง 27 ลูก

มาต่อที่ คาร์โล อันเชล็อตติ เขาพาทีมเสียประตูไป 29 ลูกในฐานะทีมเยือนช่วง 29 นัดแรก ส่วน อันโตนิโอ คอนเต้ อีกหนึ่งกุนซือชาวอิตาเลียน เสียไปเพียง 23 ประตูเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามกุนซือเหล่านี้มีประสบการณ์ในการคุมทัพมากกว่าแลมพาร์ดนั่นเอง

แต่หากลองนำมาเทียบกับยุคของ เกล็น ฮ็อดเดิ้ล และ รุด กุลลิท ทั้งสองคนก็ยังพาทีมเสียประตูน้อยกว่าที่แลมพ์ทำเอาไว้ที่ 46 และ 45 ประตูตามลำดับ

ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้นคือ ในช่วง 29 นัดที่ผ่านมา เชลซีเก็บคลีนชีตเกมเยือนได้เพียง 5 นัดเท่านั้นหรือคิดเป็น 17 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เขากลายเป็นกุนซือที่มีเปอร์เซ็นต์ชนะในเกมเยือนน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร หากนับเฉพาะกุนซือที่คุมทีมลงเล่นเกมเยือนในพรีเมียร์ลีกอย่างน้อย 10 นัด

รักษาฟอร์มเก่งไม่ได้

รักษาฟอร์มเก่งไม่ได้

หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้แลมพ์อาจถูกปลดนั่นก็คือ พวกเขาไม่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมใหญ่ควรจะทำได้หากต้องการที่จะลุ้นแชมป์ แต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด และลูกทีมกลับไม่มีความคงเส้นคงวา แม้ก่อนหน้านี้จะคืนฟอร์มเก็บ 3 แต้มในเกมเยือนได้ด้วยการบุกไปเชือดฟูแล่ม 1-0 แต่มานัดล่าสุดพวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้อีกครั้งต่อเลสเตอร์ 2-0

นอกจากนี้เชลซียังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้อย่างน้อย 2 นัดติดมาหลายเดือนแล้ว โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเก็บชัยชนะได้มากกว่าสองนัดติดต้องย้อนไปในช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยในตอนนั้นเชลซีเอาชนะ เบิร์นลีย์ 3-0 ต่อด้วยเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 4-1 และตบนิวคาสเซิ่ล 2-0

เป็นรองทีมลุ้นแชมป์ด้วยกัน

เป็นรองทีมลุ้นแชมป์ด้วยกัน

แน่นอนว่าปัจจุบันในศึกพรีเมียร์ลีกมี 6 ทีมที่มีโอกาสในการลุ้นแชมป์หรือเรียกว่าท็อป 6 ประกอบไปด้วย เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อาร์เซนอล นอกจากทีมเหล่านี้ยังมีเลสเตอร์ อีกหนึ่งทีมที่มีผลงานโดดเด่นเช่นเดียวกัน ในขณะที่ เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม และ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็มีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

หากว่าคุณอยากลุ้นแชมป์พวกคุณก็ต้องเอาชนะทีมเหล่านี้ให้ได้เช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเชลซีในฤดูกาลนี้ค่อนข้างหน้าผิดหวังเพราะพวกเขาสามารถเอาชนะทีมในกลุ่มท็อป 10 ของตารางได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นในเกมที่ชนะเวสต์แฮม 3-0 แต่แพ้ไปถึง 5 นัดเลยทีเดียวได้แก่ แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2, แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1,แพ้ อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้ด้วยสกอร์เดียวกัน 1-3 และล่าสุดพ่ายต่อเลสเตอร์ ซิตี้ 2-0

นี่เป็นเหตุผลหลักที่อาจจะทำให้เชลซีไม่สามารถติดแม้กระทั่งท็อปโฟร์ และถ้าหากหากแลมพาร์ดยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ บางทีเจ้าตัวก็อาจจะไม่ได้อยู่คุมทีมจนกระทั่งครบสัญญาก็เป็นได้


บทความต้นฉบับ : siamsport.co.th
บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *