เจาะลึก-เชลซี-0-2-ลิเวอร์พูล

บทสรุปหลังเกม เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล คริสเตนเซ่น โดนแดง – มาเน่ เหมาสองตุง

หงส์แดง แชมป์เก่าแสดงถึงความห่างชั้นกับ สิงโตน้ำเงินคราม ในเกม เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล บุกมาคว้าสามแต้มเต็มถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์


แฟรงค์ แลมพาร์ด ใช้เงินอย่างมหาศาลในตลาดนักเตะรอบบนี้ เพื่อลดช่องว่าง 33 แต้มระหว่าง ลิเวอร์พูล ลง แต่การดวลกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2 ของฤดูกาลทำให้เห็นว่า สิงโตน้ำเงินคราม ยังเป็นรองลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ พอสมควรเมื่อจบเกม เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเกม เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล

จังหวะฟาวล์ของ-อันเดรส-คริสเตนเซ่น
จังหวะฟาวล์ของ อันเดรส คริสเตนเซ่น จนโดนใบแดง

ใบแดงของ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ที่พยายามขัดขวาง ซาดิโอ มาเน่ ไม่ให้หลุดเข้าไปทำประตูในช่วงทดเจ็บครึ่งแรกทำให้ เชลซี พบกับความยากเข้าไปอีกหลังตกเป็นรองตลอดครึ่งแรก

เริ่มต้นครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เปิดเกมรุกเข้าใส่เจ้าบ้านแบบเต็มสูบและเพียงไม่กี่นาทีพวกเขาก็ทำสำเร็จจากการต่อบอลตามช่องก่อนเป็น มาเน่ ที่โขกบอลเปลี่ยนทางเข้าไปส่งทีมเยือนออกนำไปก่อน

หลังจากนั้นไม่กี่นาที เกปา อาร์ริซาบาลาก้า นายทวารค่าตัวแพงสุดในโลกก็แจกโชคให้ มาเน่ ตัดบอลเข้าไปยิงง่ายๆ หงส์แดงหนีห่างเป็น 2-0 ด้วยตัวผู้เล่นที่น้อยกว่าบวกกับสกอร์ที่ห่างสองลูกแถมรูปเกมสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงทำให้ความหวังในการคัมแบ็คของเชลซีจบลงทันที

แต่ ติโม แวร์เนอร์ ที่เกมนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นมากกว่าเพื่อนร่วมทีมทุกคน ช่วยปลุกความหวังให้ สิงห์บลูส์ ในการกลับมามีแต้มอีกครั้งหลังเจ้าตัวถูก ติอาโก้ อัลคันทาร่า มิดฟิลด์ป้ายแดงทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันที

จอร์จินโญ่ มือสังหารอันดับ 1 ของทีมมาพร้อมกับสถิติอันสวยหรูจากการยิง 8 ครั้งไม่พลาดเลยคิดเป็น 100% ในการยิงลูกจุดโทษ แต่สถิตินี้ถูกหยุดลงด้วยน้ำมือของ อลิซอน เบ็คเกอร์ เมื่อนายด่านทีมชาติบราซิล ที่เดาทางลูกกระโดดยิงสไตล์จิงโจ้ของจอร์จินโญ่เอาไว้ได้

ที่กล่าวมาทั้งหมดคือภาพรวมและเหตุการณ์สำคัญๆที่เกิดขึ้นในเกมนี้ เชลซีที่แม้จะได้ผู้เล่นใหม่เข้าทีมมามากมายแต่สุดท้ายสามารถส่งแข้งเยอรมันอย่าง ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงสนามได้เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น

ในขณะนักเตะที่เหลือที่จะเข้ามาเป็นตัวหลักในฤดูกาลนี้อย่าง เบน ชีเวลล์, ฮาคิม ซีเย็ก, ติอาโก้ ซิลวา รวมไปถึงผู้เล่นเบอร์ 10 คนใหม่ซึ่งเป็นความหวังของทีมอย่าง คริสเตียน พูลิซิช ยังไม่ฟิตพอที่จะลงเล่นในเกมนี้

แลมพาร์ด เองรู้ดีว่าศักยภาพของโดยรวมของทีมรวมไปถึงนักเตะหลายๆคนนั้นเป็นรองทีมเยือนอยู่พอสมควร ทำให้ป๋าแฟรงค์ พยายามให้ทีมเน้นเกมรับให้รัดกุมที่สุดซึ่งทำได้ดีพอสมควรในครึ่งแรกเพราะ ลิเวอร์พูล หาจังหวะจบสกอร์แบบเน้นๆนับครั้งได้เลย

แต่ในขณะเดียวกันเกมรุกกับทำได้ค่อนข้างแย่ พวกเขาไม่สามารถลำเลียงบอลขึ้นไปได้เลย นั่นก็เป็นเพราะ คล็อปป์ รู้ดีว่าเชลซีจะต่อบอลสั้นจากหน้าปากประตูขึ้นไป ทำให้เขาเลือกที่จะให้ผู้เล่นเดินกดดันสูงซึ่งสร้างความยากลำบากให้เชลซีได้จริงๆ

แข้ง สิงโตน้ำเงินคราม ทำได้เพียงแค่เคาะบอลไปมาในแดนตัวเองและกับมาตั้งบอลที่ เกปา อยู่หลายครั้ง มีบางจังหวะที่ได้หลุดไปลุ้นทำประตูเหมือนกันแต่ผู้เล่นเกมรุกอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ก็ทำได้ไม่ดีพอ มีเพียงแค่ แวร์เนอร์ เท่านั้นที่ดูโดดเด่นแต่ก็ยังไม่สามารถสร้างจุดเปลี่ยนให้ทีมได้มากนัก

ภาพรวมในครึ่งแรกเชลซีเป็นรองอย่างชัดเจน จนในช่วงทดเวลาบาดเจ็บต้องมาเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คนเท่านั้นจากจังหวะที่ไม่สมควรฟาวล์ของ คริสเตนเซ่น ซึ่งเป็นความผิดพลาดอย่างแท้จริง

การที่ต้องเล่นกับแชมป์เก่าด้วยตัวผู้เล่นที่น้อยกว่าทำให้เชลซีพ่ายแพ้เกมนี้ไปแบบหมดรูป ทุกอย่างตกเป็นรองทีมเยือนสิ่งเดียวที่แฟนเชลซีทำให้ในตอนนั้นคือ ภาวนาให้สุดท้ายแล้วทีมไม่แพ้เละเทะหรือโดนยิงมากกว่า 2 ลูกก็เพียงพอแล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง : บทสรุปหลังเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

สถิติหลังจบเกม (Whoscored)

สถิติหลังจบเกม-1

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

ตัวจริง : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า (4), รีซ เจมส์ (5), อันเดรียส คริสเตนเซ่น (3), เคิร์ต ซูม่า (5), มาร์กอส อลอนโซ่ (5), จอร์จินโญ่ (5), เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (6), มาเตโอ โควาซิช (6), เมสัน เมาท์ (6), ไค ฮาแวร์ตซ์ (5), ติโม แวร์เนอร์ (6)

ตัวสำรอง : ฟิคาโย่ โทโมรี่ (6), แทมมี่ อบราฮัม (-),รอสส์ บาร์คลี่ย์ (-)

บทสรุป

ความพ่ายแพ้แบบหมดรูปในนัดนี้สร้างความเดือดดาลให้แฟนบอลเป็นอย่างมากจนเกิดกระแสการวิพากย์วิจารณ์บรรดานักเตะรวมไปถึงกุนซือผู้เป็นตำนานของสโมสร อย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ซึ่งมีแฟนบอลบางกลุ่มมองว่าฝีมือของ ซุเปอร์แฟรงค์ ยังไม่ดีพอกับบทบาทผู้จัดการทีม

แน่นอนว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์ได้ในฐานะแฟนบอลที่รักและเชียร์ทีม แต่ แฟรงค์ เองก็ได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาว่าเขาสามารถพาทีมประสบความสำเร็จในอนาคตได้แต่ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับ เวลา เท่านั้น

พรีเมียร์ลีก พึ่งผ่านไปแค่สองนัดเท่านั้นยังมีกอีก 36 นัดให้ได้ลุ้นกันซึ่งถ้าหากอดทนรออีกนิด ผมเชื่อมั่นว่าป๋าแฟรงค์จะพาเชลซีบินสูงได้อีกครั้ง

ความคาดหวังในฤดูกาลนี้ค่อนข้างสูงจริงจาการลงทุนไปมหาศาล แต่หากจะให้ได้แชมป์ทันทีคงไม่ใช่เรื่องง่าย นักเตะใหม่เกือบครึ่งทีมต้องใช้เวลาเรียนรู้แผนการเล่นและปรับตัวกับ พรีเมียร์ลีก ลีกที่ขึ้นชื่อว่ายากที่สุดในโลกให้ได้ และเมื่อทุกอย่างลงล็อก การจะขึ้นไปทวงบัลลังก์คืนจาก ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป

ทุกคนหัวร้อนได้ โกรธได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องให้กำลังใจทีมและนักเตะต่อไป ไม่ควรที่จะให้อารมณ์เข้ามาครองงำจนแสดงออกแบบรุนแรงไร้เหตุผล เพราะสุดท้ายแล้วมันจะมีแต่เรื่องแย่ๆตามเข้ามาและไม่ได้ช่วยให้มีอะไรดีขึ้นเลย เราเคยผ่านจุดที่ตกต่ำที่สุดมาแล้วการพ่ายแพ้นัดนี้เป็นเพียงผลการแข่งขันนัดหนึ่งเท่านั้น

ให้เวลาทีมได้ปรับจูนอีกนิดรับรองว่า เชลซี จะกลับมาทำให้ผลงานได้อย่างสุดยอดในไม่ช้า


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *