เชลซี 3-1 ลีดส์

บทสรุปหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ | ชิรูด์ยิงอีก ซูม่าดาวซัลโวร่วม

เชลซีเดินหน้าเก็บชัยต่อเนื่องขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราวหลังจบเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ ด้านชิรูด์ยังร้อนแรงต่อเนื่องส่วนซูม่าซัดประตูที่ 4 ขึ้นแท่นดาวซัลโวร่วมของทีม


เคิร์ต-ซูม่า
เคิร์ต ซูม่า ฉลองการทำประตูกับเพื่อนร่วมทีม

สรุปประเด็นหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์

เชลซีพึ่งการันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยอันดับที่ 1 หลังบุกไปถล่มเซบีย่ามา 4-0 เรียกได้ว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อเพราะเชลซีโรเตชั่นนักเตะไปถึง 8 ต่ำแหน่งและที่เซอร์ไพร์สกว่าคือการกดคนเดียว 4 เม็ดของ ชิรูด์ นั้นสร้างความลำบากใจให้กับ แลมพาร์ด ในการเลือกศูนย์หน้าตัวจริงของทีม

นับเป็นความลำบากใจที่ค่อนข้างมีความสุขสำหรับผู้เป็นกุนซืออย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เขามีดาวยิงที่พร้อมทำประตูให้ทีมถึงสามคนอีกทั้งนักเตะแนวรุกสามารถเล่นทดแทนกันได้อีกหลายต่ำแหน่ง หากมีใครบาดเจ็บก็สามารถทดแทนกันได้หมด

เกมนี้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้เลยที่นักเตะเชลซีกลับมาฟิตสมบูรณ์ทุกคน พร้อมลงสนามช่วยทีมในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันถี่มากๆคือเตะกันทุก 3 วัน นับเป็นความโชคดีของเชลซีที่นักเตะกลับมาสมบูรณ์ได้ถูกเวลาพอดีในช่วงนี้ และนี่คือบทสรุปเกมที่เชลซีเปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ดไปได้ 3-1

  1. ซูเปอร์แฟรงค์ กลับมาใช้ผู้เล่นหลักอีกครั้ง แน่นอนผู้รักษาประตูต้องเป็นของ เมนดี้ อยู่แล้วหากไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่วนคู่เซ็นเตอร์เป็น ติอาโก้ ซิลวา ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมจับคู่กับ คูร์ท ซูม่า คู่หูเซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดในลีกในเวลานี้ แบ็คขวา รีซ เจมส์ ยึดตัวจริงยาวๆส่วนแบ็คซ้ายเป็น เบน ชิลเวลล์ ลงประจำการ
  2. ด้านกองกลาง เอ็นโกโล ก็องเต้ กับ เมสัน เมาท์ คือผู้เล่นมิดฟิลด์ที่การันตีการลงสนามแน่นอนส่วนอีกต่ำแหน่งเป็นของ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่พึ่งหายจากโควิด-19 กับมายึดตำแหน่งตัวจริงอีกครั้งแทนที่ของ โควาซิช ที่ถึงจะโชว์ฟอร์มดีมาตลอดที่ได้ลงสนาม แต่ ฮาแวร์ทซ์ คือผู้เล่นตัวหลักในใจของแลมพ์มากกว่า
  3. สามประสานแนวรุกเกมนี้เป็นไปตามคาด โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ฟอร์มร้อนแรงลงยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี ฮาคิม ซีเย็ค และติโม แวร์เนอร์ คอยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง จริงอยู่ที่ พูลิซิช กลับมาฟิตสมบูรณ์แต่ฟอร์มของชิรูด์ทำให้ สามประสานในฝันของแฟนเชลซี (ซีเย็ค-แวร์เนอร์-พูลิซิช) ยังไม่เกิดขึ้นจริง
  4. นับเป็นเกมแรกในรอบ 8 เดือนที่แฟนบอลสามารถเข้ามาชมเกมในสนามได้ ถึงแม้จะมีเพียงแค่ 2,000 คน แต่มันแตกต่างลิบลับกับช่วงที่ไม่มีแฟนบอลอยู่ในสนามเลย เพราะอย่างน้อยเสียงเชียร์จากแฟนบอลก็ช่วยเพิ่มแรกกดดันให้กับทีมเยือนไม่มากก็น้อย
  5. สิงห์บลูส์ เริ่มเกมได้อย่างดุดันมีโอกาสลุ้นทำประตูตั้งแต่ไม่ถึง 1 นาทีแต่เหมือนจะบุกเพลินไปหน่อยทำให้ ลีดส์ ได้เล่นลูกสวนกลับ คัลวิน ฟิลลิปส์ แทงทะลุช่องให้ แบมฟอร์ด อดีตเด็กปั้นของทีมหลุดไปล็อคหลบ เมนดี้ ที่ออกมาไกลจากปากประตูพอสมควรก่อนยิงเข้าไปง่ายๆให้ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0 ช็อคแฟนบอลเล็กน้อย
  6. อย่างที่เราเห็นกันถ้าหากเป็นฤดูกาลก่อนๆ หากทีมโดนนำโอกาสที่จะพลิกกัลบมาชนะนั้นแทบเป็นไปได้ยาก แต่ในฤดูกาลนี้ การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมช่วยให้เชลซีกลายเป็นทีมที่สามารถเก็บชัยนะได้แม้จะถูกนำไปก่อน ทำให้แฟนเชลซียังมีหวังที่จะคว้าสามแต้มในเกมนี้
  7. ทั้งสองทีมผลัดกันรุกรับอย่างสนุก จริงอยู่ที่ทีมเยือนชื่อชั้นเป็นรองแต่ บิเอลซ่า ทำให้เห็นแล้วว่าพวกเขาพร้อมงัดทุกทีมแม้จะเป็นการมาเยือนทีมใหญ่ๆ ที่พวกเขาไปสร้างบาดแผลมาแล้วหลายครั้งในฤดูกาลนี้ แต่เชลซีเองก็มีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเช่นกันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยิงเม็ดที่สอง
  8. เชลซีเกือบได้ปประตูตีเสมอแต่ ติโม แวร์เนอร์ ที่ยืนอยู่หน้าปากประตูและพยายามที่จะแปะบอลที่พุ่งมาทางเจ้าตัวแต่กลับกลายเป็นว่าช่วยสกัดบอลออกไปทั้งที่บอลกำลังจะเข้าประตูอยู่แล้ว แถมจังหวะที่ยิงซ้ำจ่อๆ ก็ดันไปโดนคานซะอย่างนั้น พลาดตีเสมอไปอย่างเหลือเชื่อ
  9. อย่างไรก็ตามความพยายามของเจ้าถิ่นก็ประสบผลสำเร็จ รีซ เจมส์ ที่เติมขึ้นมารับบอลมาจาก ซีเย็ค ก่อนจะเปิดเข้ากรอบไปให้ โอลิวิเย่ ชิรูด์ พุ่งชาร์จที่เสาแรกบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปตามตีเสมอได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าเขายังคงมีพิษสงในการทำประตูและไม่ผิดหวังที่เลือกเขาลงเป็นตัวจริงในวันนี้
  10. หลังดีใจได้แปบเดียวเชลซีก็ต้องมาเจอข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อฮาคิม ซีเย็ค มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนกัปตันอเมริกาลงสนามมาแทน พึ่งกลับมาฟูลทีมได้ไม่นานก็ต้องสังเวยตัวหลักไปอีกคนนึง ซึ่งต้องตามดูว่าจะอาการหนักเพียงไหน ซึ่งได้แต่หวังว่าจะไม่เป็นไรมากเพราะนี่คือเดือนแห่งความยากลำบากอย่างแท้จริง การที่ผู้เล่นพร้อมลงสนามทุกคนย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
  11. จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 เชลซีพยายามหาช่องเจาะแต่ ลีดส์ ยังคงป้องกันได้อย่างดีและมีโอกาสสวนกลับให้ได้ลุ้นอยู่ตลอด ผลการแข่งขันยังออกได้ทุกหน้า
  12. รูปเกมในครึ่งหลังไม่แตกต่างจากครึ่งแรกมากนักคือต่างฝ่ายต่ายผลัดกันบุกเข้าใส่กัน มีโอกาสให้ลุ้นอยู่บ้างแต่ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น คริสเตียน พูลิซิช พยายามมีส่วนร่วมกับเกมรุกและมีโอกาสได้ครองบอลหลายครั้งเจ้าตัวพยายามหาจังหวะจบสกอร์ด้วยตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยิงไม่ดี ไม่ก็ไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน ซึ่งเจ้าตัวคงหงุดหงิดพอสมควร จริงอยู่เรื่องการครองบอลหายห่วงจนบางครั้งแอบนึกถึงอาซาร์อยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ พูลิซิช ยังต้องแก้ไขคือพยายามสร้างโกาสให้เพื่อนมากขึ้นแทนที่จะหาช่องยิงด้วยตัวเอง อาจจะดีกว่านี้ส่วนจังหวะทำประตูจะมาถึงเองหากอยู่ถูกที่ถูกเวลา เหมือนกับประตูปิดท้ายที่เขายิงได้ เมื่อเห็นแวร์เนอร์กระชากบอลฉีกแนวรับเจ้าตัวไม่รอช้าวิ่งไปกลางกรอบเขตโทษ ก่อนแวร์เนอร์จะถวายพานมาให้เจ้าตัวจะสไลด์บอลเข้าประตูไป ด้วยวัยที่ยังน้อยยังมีโอกาสที่เจ้าตัวจะพัฒนาให้เป็นยอดนักเตะได้ในอนาคต หากไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นง่านซะก่อน
  13. พูดถึงติโม แวร์เนอร์ ซึ่งเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของเขาแต่สุดท้ายเจ้าตัวก็มีแอสซิสต์เป็นรางวัลปลอบใจแม้จะไม่ได้ยิงประตูก็ตาม จังหวะที่กองหน้าชาวเยอรมันกระชากบอลหนีแนวรับด้วยสปีดที่เหนือกว่าคู่แข่งแบบขาดลอย และสิ่งที่สำคัญคือนี่เป็นช่วงทดเจ็บแล้วแต่แกวิ่งเหมือนพึ่งลงสนามมา คือเราเห็นแล้วยังว้าวกับความฟิตของเขา แม้จะไม่มีประตูและมีจังหวะผิดพลาดบ่อยครั้งแต่โดยรวมแล้วเขาคือผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญกับชัยชนะของทีมในวันนี้
  14. ประตูขึ้นนำ 2-1 จาก ซูม่า นั้นช่วยคลายความกดดันให้เจ้าถิ่นไปพอสมควร จากนักเตะที่ถูกแฟนบอลด่าและวิจารณ์หลายครั้งจากความผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้น แต่การเข้ามาของ ติอาโก้ ซิลวา ส่งให้แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสยกระดับตัวเองให้กลายเป็นกองกลังระดับแถวหน้าในฤดูกาลนี้ เกมรับที่ค่อนข้างโดดเด่นและลูกกลางอากาศที่เป็นจุดเด่นของเขา ช่วยให้เกมรับเสียประตูยากขึ้น ด้านเกมรุกก็สามารถโหม่งทำประตูในพรีเมียร์ลีกจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับติโม แวร์เนอร์ที่ 4 ประตู เจ้าตัวพัฒนาขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อซึ่งถ้าหากรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ได้ เชลซีคงได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้อย่างแน่นอน
  15. เป็นเวลากว่า 13 นัดแล้วที่เชลซีสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นซึ่งถ้าหากนับเฉพาะใน 90 นาทีก็ 16 นัดแล้วที่พวกเขาไม่แพ้ใคร นับเป็นผลงานที่สุดยอดและดีที่สุดในยุคของแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซืออย่างเจอร์เก้น คล็อปปผู้พาหงส์แดงพิชิตแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน ก็ออกมายอมรับว่าเชลซีจะกลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่ขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ว่าสุดท้ายยนี้เชลซีจะสามารถมีถ้วยรางวัลมาประดับสโมสรเพิ่มได้หรือไม่

ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

สถิติสำคัญหลังจบเกม

เชลซี – 45.8%  การครองบอล – 54.2% – ลีดส์ ยูไนเต็ด
23 – จำนวนยิงทั้งหมด – 8
11
ยิงเข้ากรอบ3
7
– ยิงออกนอกกรอบ – 4
22
– สร้างโอกาส – 7
318
– ความแม่นยำในการจ่ายบอล – 395
78%
– ความสำเร็จในการผ่านบอล – 82%
8
– เตะมุม – 4
1
– ล้ำหน้า – 4
12
– ฟาวล์ – 9
0
– ใบเหลือง – 2
0
– ใบแดง – 0

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

รีซ เจมส์ – 8.5
แบ็คขวาลูกหม้อของสโมสรลงเล่นครบ 50 นัดให้กับเชลซีชุดใหญ่ในเกมนี้และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรับ แถมเจ้าตัวมีแอสซิสต์ให้ชิรูด์พังประตูในเกมนี้อีกด้วย

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 8
ยังคงรักษามาตรฐานการยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง เกมนี้มีโอกาสหลายครั้งและยิงได้ 1 ประตูเรียกได้ว่าเจ้าตัวคือเบอร์ 1 สำหรับกองหน้าตัวเป้าของเชลซีในเวลานี้เลยก็ว่าได้

เมสัน เมาท์ – 8
กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้กลายเป็นผู้เล่นที่เชลซีจะขาดไม่ได้อีกแล้วในเวลานี้ เขามีส่วนร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับก็ใช้ความขยันลงไปช่วยทีมอยู่เสมอ เกมนี้มี 1 แอสซิสต์ให้กับ คูร์ต ซูม่า ด้วย

คูร์ท ซูม่า – 7.5
กลางเป็นกองหลังเบอร์ 1 ของทีมไปแล้วในขณะนี้ เกมรับที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมและยังทำประตูจากลูกตั้งเตะได้บ่อยครั้งจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ติโม แวร์เนอร์ หากรักษาฟอร์มการเล่นได้รับรองมีถ้วยติดไม้ติดมือแน่นอน

เอดูอาร์ เมนดี้ – 5.5
แม้จะตัดสินใจผิดพลาดในจังหวะที่เสียประตูแรก แต่เจ้าตัวยังรักษาฟอร์มที่เหนียวหนึบได้อย่างดี ช่วยป้องกันประตูได้หลายครั้งในเกมนี้

ติโม แวร์เนอร์ – 5
แวร์เนอร์ โดดเด่นมากในเกมนี้ แม้จะพลาดทำให้ทีมพลาดโอกาสได้ประตู และยิงประตูไม่ได้ทั้งที่ได้หลุดไปดวล 1-1 กับ ผู้รักษาประตู แต่อย่างน้อยเจ้าตัวก็ยังมีแอสซิสต์ให้กับ พูลิซิช เป็นรางวัลปลอบใจ

ติอาโก้ ซิลวา (7), เบน ชิลเวลล์ (7), คริสเตียน พูลิซิช (7), มาเตโอ โควาซิช (6.5), เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (6.5), ไค ฮาแวร์ทซ์ (6), ฮาคิม ซีเย็ค (6), แทมมี่ อับราฮัม (n/a)

ที่มา : Tribuna.com

บทสรุป

เชลซีขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวได้สำเร็จหลังจบเกมนัดนี้ ที่เหลือก็เพียงรอแช่ง ลิเวอร์พูลและสเปอร์สไม่ให้มีแต้มในเกมสัปดาห์นี้ หากพวกเขาต้องการนำเป็นจ่าฝูงเดี่ยวๆหลังจบนัดที่ 11

อย่างไรก็ตามทั้งสองทีมก็มีฟอร์มที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะสเปอร์สของมูรินโญ่ ที่ฟอร์มร้อนแรงเหลือเกิน ขณะที่แชมป์เก่าที่เจอปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บหลายรายแต่ก็ยังเก็บแต้มได้เรื่อยๆ ต้องยอมรับในฝีมือของ คล็อปป์ จริงๆที่สามารถทำให้นักเตะเล่นทดแทนกันได้แม้ว่าจะไม่ได้เทียบเท่ากับตัวจริงแต่ก็เก็บแต้มสำคัญๆได้เสมอ

ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกลต้องรอลุ้นกันต่อไป ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของเชลซี เป็นการเปิดบ้านรับ คราสโนดาห์ ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีกที่ไม่มีผลอะไรแล้วแน่นอนว่าจะเป็นโอกาสของเหล่าแข้งสำรองที่จะได้โชว์ผลงานในเกมนี้ ส่วนตัวหลักก็ได้พักรอเล่นในนัดต่อไป


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *