คลังเก็บหมวดหมู่: เชลซีอินไซต์

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ค่ำคืนสีน้ำเงิน ท้องฟ้าสีน้ำเงินและ ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ค่ำคืนสีน้ำเงิน ท้องฟ้าสีน้ำเงินและ ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 หลังจบเกมใน 90 นาที เหล่าขุนพลเชลซี  สต๊าฟโค้ชและนักเตะตัวสำรอง วิ่งกรูเข้ามาในสนาม เป็นการประกาศศักดาว่า เชลซีคว้าแชมป์ยุโรป สมัยที่ 2

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนัดชิงชนะเลิศ UCL  นี่เป็นฤดูกาลของเหล่าสิงห์บลูส์ ที่มีครบทุกรสชาติ ตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนจบฤดูกาล แฟนเชลซีฤดูกาลนี้ถ้าไม่ได้เกาะสนามติดตามผลงานของทีม บอกเลยว่าน่าเสียดายจริงๆ 

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021

ยิ่งเห็นช็อตที่ เมนดี้ กุมหน้าร้องไห้ ติอาโก้ ซิลวา สวมกอดกับทูเคิ่ล น้องไค นั่งก้มหน้าร้องไห้ด้วยความดีใจสุดขีด มันเป็นอารมณ์ที่แฟนบอลอย่างเรา ซึ้งใจและดีใจไปกับพวกเขาด้วย มันเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติที่หลั่งมาแบบไม่รู้ตัว

ไม่มีใครคาดคิดว่า สิงโตน้ำเงินคราม จะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคขึ้นมาเถลิงบัลลังก์แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ หากมองย้อนกลับไปช่วงต้นฤดูกาล 2020-2021 สารพัดปัญหาเข้ามามากมาย ทำให้ฟอร์มของสิงห์บลูส์ตกหล่นไปด้วย ถึงขนาดตกไปอยู่กลางตารางของพรีเมียร์ ลีก และสิ่งที่สะเทือนขวัญต่อเหล่า เดอะ บลูส์ คือการปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด ออกจากการเป็นผู้จัดการทีม

แต่ทว่าการเข้ามาของโค้ชเยอรมัน ทำให้เชลซีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทีมที่ฟอร์มตกขาดความมั่นใจ เกมรับรั่ว กลายเป็นทีมที่เล่นด้วยยากและเสียประตูยากสุดๆ นักเตะที่เคยโดนมองข้าม หรือโดนดองยาว ก็กลับมามีตำแหน่งและลงช่วยทีมได้บ่อยขึ้น เห็นได้ชัดจากรายของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์

ในรายอื่นๆ ที่โดนวิจารณ์หนักๆ ก็ได้แก่ จอร์จินโญ่ , คริสเตียนเซ่น ,อลอนโช่ แม้แต่ดูโอ้เยอรมันอย่าง ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ในส่วนของ ฮาแวร์ทซ์ ที่ดูน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะว่าด้วยสไตล์ที่เชื่องช้าและดูทำอะไรก็ไม่เป็นใจ กลับมีฟอร์มที่โดดเด่นมากๆ และสามารถทำประตูได้เรื่อยๆ แถมการครองบอลและการหาพื้นที่ ทำได้เนียนตาเหมือน ฮาแวร์ทซ์ คนเดิมที่โด่งดังกับห้างขายยา

ส่วนกรณีของ แวร์เนอร์ แน่นอนเขาไม่สามารถยิงเป็นกอบเป็นกำเหมือนดั่งยุคซุปเปอร์แฟรงค์ แต่ว่ายุคทูเคิ่ล ยามที่เขาลงสนาม ทีมมักไม่ค่อยแพ้ และเก็บชัยชนะเป็นส่วนมาก เขามีความเร็ว และการฉีกแนวรับ ฉีกตัวประกบได้ดี จนทำให้เพื่อนเล่นได้ง่ายขึ้น มีช่องทำทาง ตรงนี้ต้องให้เครดิตเขาเต็มๆ

มาถึง เมสัน เมาท์ ที่หลายคนกังวลว่า เขาจะไม่มีบทบาทแน่นอน หลังจากการไปของแฟรงค์ ผู้ที่ปลุกปั้น ชุบเลี้ยงเขามาจนเกิดครหาว่า เป็นลูกรัก แต่เพชรย่อมเป็นเพชร เมาท์ตอกกลับคำวิจารณ์เหล่านั้น ด้วยผลงานในสนาม ซึ่งตอนนี้ไม่ต้องบอกแล้วว่า เมาท์ ก้าวไปถึงระดับไหน แอดว่าทุกคนได้เป็นที่ประจักษ์ในสายตากันแล้ว

ทุกคนกลายร่างขันน็อต งัดฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา เล่นเกมของตัวเอง รู้ว่าจะต้องทำอะไร ทำยังไงถึงจะได้เปรียบ จะบอกว่าเป็นที่ตัวนักเตะ ไม่มีแพชชั่น มันก็ถูกครับ แต่อย่าลืมว่า การสร้างเสริมแพชชั่น จะต้องมาจากการปลุกเร้าของผู้จัดการทีม ความเชื่อใจ และวางใจกันและกันของนักเตะและโค้ช

เชลซี แชมป์ยุโรป 2021 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ควรค่ากับบัลลงดอร์

71% ของพื้นที่โลกถูกปกคุลมด้วยน้ำ ส่วนอีก 29% ถูกปกคุลมโดยก็องเต้ วลีเด็ดนี้ มันช่างเหมาะสมอะไรเพียงนี้ เอ็นโกโล่ ฟอร์มเข้าฟักสุดขีด หลังคว้าแมน ออฟ เดอะแมตช์ 3 เกมติด นับตั้งแต่เกมรอบรองชนะเลิศ กับราชันชุดขาวมาจนถึงนัดชิงชนะเลิศกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ก็องเต้ ทำได้อย่างโดดเด่น ในเกมนัดชิงกับเรือใบ ไม่ว่าจังหวะการตัดเกม คู่ต่อสู้ หรือการชะลอเกมรุก กองกลางผู้ถ่อมตน ทำได้ดีจริงๆ ตัดเกมได้ 2 หน แท็กเกิลชนะ 3 หน เอาชนะลูกกลางอากาศได้ถึง 4 ครั้ง แม้แนวรุกมหาพระกาฬของเรือใบสีฟ้า ต่อเกมขึ้นมาดีๆ มาเจอ ก็องเต้ คอยชะลอเอาไว้จนทำให้จังหวะไม่ไหลลื่นเหมือนที่เคยเป็น

ยิ่งคีร์แมนอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ จับบอล พยามจะไหลบอล จะเห็นว่าก็องเต้ จะคอยซ้อนเพื่อนตลอด หากเพื่อนพลาด ก็จะเจอก็องเต้ทันที ส่วนในจังหวะเกมบุก ก็องเต้ ก็ยังช่วย เดินเกมพาบอลขึ้นไปสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม เช่นเดียวกัน นี่คือสาเหตุ ว่าทำไม ทูเคิ่ล ถึงต้องรอดูอาการของ ก็องเต้ จนวินาทีสุดท้าย บอกตรงๆ ถ้าแดนกลางของเชลซี ขาดชายที่ชื่อ ก็องเต้ ในเกมนี้ ผลการแข่งขัน อาจจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ก็ได้

อย่างไรก็ตามความดีทั้งหมดต้องยกให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ด้วยเช่นกัน นั่นก็เพราะว่าครั้งที่เจ้าตัวคุมทีม ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่าฯ เชลซีเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยม และ ทูเคิ่ล ก็มาสานต่องานของ แฟรงค์ ซึ่งกุนซือชาวเยอรมันยอมรับว่า ทรัพยากรที่แฟรงค์ทิ้งไว้ เขาบอกเลยว่ามันน่าตื่นเต้น เพราะทุกคนเต็มไปด้วยคุณภาพคับแก้ว

ในระหว่างเส้นทางก่อนที่ เชลซี จะคว้าแชมป์ยุโรป แน่นอนว่าการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ย่อมไม่มีทีมไหนเหนือกว่าใคร เพราะการเข้ามาถึงรอบนี้ ย่อมเป็น เสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้งหมด โดยรอบ 16 ทีม พบกับ “ตราหมี” แอตฯมาดริด รอบ 8 ทีม พบ “ปอร์โต้” จากโปรตุเกส และรอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับเจ้ายุโรป 13 สมัย ซี่งมากที่สุดในบรรดาสโมสรยุโรป

แน่นอนว่ามันไม่ใช่งานที่ง่ายเลย แถมกุนซือผู้กุมบังเหียนอยู่ก็คือ ซีเนดีน ซีดาน เจ้าของสถิติ คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติด ความเคี่ยวและการวางแท็คติคที่ชาญฉลาดทำให้นี่คือกระดูกชิ้นโตของ เชลซี แต่ทว่าขุนพล สิงห์บลูส์ ก็ไล่คำรามใส่ไม่ยั้งชนิดที่ ซีดาน ยอมรับว่าสู้เชลซีไม่ได้จริงๆ และพวกเขาสมควรเป็นผู้ชนะแล้ว

หลังเข้ารอบชิงชนะเลิศ แฟนเชลซี ต้องมีเสียวกันบ้างแหละ เนื่องจากเกมก่อนหน้าในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ก็ดันพลาดท่าแพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ต่อมา เชลซีทีมหญิง ที่ได้เข้าชิงยูฟ่าฯ เช่นเดียวกัน แฟนๆก็มั่นใจว่าจะคว้าแชมป์สมัยแรกของทีมหญิง แต่สุดท้ายก็พลาดท่าแพ้ให้กับทีมหญิงบาร์เซโลน่าแบบขาดลอย 0-4

อีกทั้งต้องมานั่งลุ้นปัสสาวะเหนียว ลุ้นท็อปโฟร์ในช่วงนัดสุดท้าย แต่โชคดี ที่พญาวานร ยิงช่วยให้ สิงห์บลูส์ ไม่ต้องไปเล่น ยูโรป้า ลีก ในนัดปิดฤดูกาล

ความเจ็บปวดจาก เอฟเอ คัพ และการผ่านเรื่องราววุ่นๆในช่วงต้นฤดูกาล มันเป็นแรงผลักดันให้ สิงห์บลูส์ ตัวนี้ไม่มีทางเลือก เมื่อ สิงโตน้ำเงินคราม ยุคสายเลือดใหม่ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา ความกระหายของพวกเขาก็ไม่ต่างจากสิงโตหนุ่มที่กำลังคันเขี้ยวสุดๆ

เห็นได้จากนัดชิงกับ แมนฯซิตี้ พูดได้เต็มปากเลยว่าเหล่าพลพรรค เรือใบ สู้สิงโตไม่ได้เลย แค่การเดินเกมของเรือใบก็ดูไม่มีอะไรแล้ว เชลซีสวนแต่ละดอกได้ลุ้นหมด นี่ถ้ากองหน้าสไตล์โป้งเดียวจอดอย่าง เลวานดอฟสกี้นะ อาจมีสกอร์ที่ 5-6 ประตูเลยก็ได้ใครจะไปรู้ จะหาว่าโม้หรือว่าคุยก็ได้นะ แต่ผมไม่สน เพราะเชลซีเป็นแชมป์แล้ว จะทำอะไรก็ได้ ฮ่าๆ

เดี๋ยวเราไปชมบรรยากาศและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นใน รอบชิงชนะเลิศ ประจำวันเสาร์ที่ 29 พ.ค. 64 ที่สนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา, ปอร์โต ประเทศโปรตุเกส (สนามกลาง) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ

เชลซีคว้าแชมป์ยุโรป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และ ฟิล โฟเดน

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ (GK), รีซ เจมส์, ติอาโก ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า, จอร์จินโญ, เอ็นโกโล ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์, ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาท์ และ ติโม แวร์เนอร์

เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 8 แมนฯ ซิตี้ ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง พยายามจะตอกส้นยิงในเขตโทษ แต่ เอดูอาร์ด เมนดี้ นายด่านของเชลซี เซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 10 โอกาสของเชลซี เมื่อ ไค ฮาแวร์ทซ์ เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้ากลางเขตโทษให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่ดันยิงแป้กอย่างน่าเสียดาย

เชลซีได้ลุ้นอีกแล้ว เมสัน เมาท์ จ่ายบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ ยิงในเขตโทษ แต่บอลตรงตัว เอแดร์สัน โกลของแมนฯ ซิตี้

นาทีที่ 15 เชลซีได้ลุ้นต่อเนื่อง เมสัน เมาท์ จ่ายบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ กระชากเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดเน้นๆ บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

ถึงนาทีที่ 28 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ผ่านบอลให้ ฟิล โฟเดน ได้ยิงจ่อๆ แต่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปรี่มาบล็อกไว้ได้ทัน

แต่ทว่านาทีที่ 42 กลายเป็น เชลซี ที่มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ จ่ายบอลทะลุให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเดี่ยวก่อนแตะหลบ เอแดร์สัน แล้วยิงเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก เชลซี นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ พยายามบุกใส่ แต่นาทีที่ 72 กลายเป็น เชลซี ที่ได้ลุ้นสกอร์เพิ่ม จากจังหวะที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ คริสเตียน พูลิซิช ยิงหลุดเสาไกลไปนิดเดียว

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เชลซี ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก มาครองเป็นสมัยที่ 2 ของสโมสรได้สำเร็จ

ดาวรุ่งอังกฤษ

ที่ผ่านมา มักมีคำถามมาโดยตลอดว่า ลอนดอนเป็นสีอะไร? ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่า “ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน” ก็ดูจากถ้วย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยสิ ทีมในลอนดอนยังไม่เคยได้สักทีม มีแต่ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เท่านั้น ที่คว้ามาได้แล้วถึง 2 สมัยและมีโอกาสที่จะมีสมัยที่ 3-4-5 ตามาอย่างแน่นอน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ชุดนี้ อายุเฉลี่ยค่อนข้างน้อยมากๆ ยังมีเวลาให้พวกเขาเติบโตไปอีกไกลแสนไกล การคว้าแชมป์ครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเติมเชื้อเพลิงในตัวพวกเขา พวกเขาคว้าแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ตั้งแต่อายุยังไม่มาก มันถือเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดจริง

หลังจากนี้ เชลซี สิงโตน้ำเงินครามตัวนี้ ได้กลายร่างเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว พวกเขาพร้อมแล้ว กับการออกล่าเหยื่อเป็นถ้วยรางวัล ผมเชื่อเหลือก่อนว่า โธมัส ทูเคิ่ล ชายผู้บังคับทิศทางของสิงโตตัวนี้ จะไล่ล่าทุกความสำเร็จและเชื่อว่า เขาจะทำทีมได้ อย่างที่ปากเขาพูดไว้ “เราจะสร้างทีมที่ไม่มี ใครอยากจะเผชิญหน้า”

#เห่าดง

Chelsea Road to Champions League Victory - 2021

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 37 ระหว่าง เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 37 ระหว่าง เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 37 คืนวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2021 เวลา 02.15 น. เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 37 เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้ มาดูพรีวิวและเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน
วันที่ : วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2021
Kick off : 02:15 น.
ถ่ายทอดสด : True Premier League HD 1

เชลซี

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่เชลซี พาทีมแพ้อาร์เซน่อล 0-1 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนแพ้เลสเตอร์ด้วยสกอร์เดียวกันในนัดชิงเอฟเอ คัพ เป็นการแพ้ 2 นัดติด    

สภาพทีมเกมนี้ “น้าทูเคิ่ล” จะได้ทั้งอันเดรียส คริสเตนเซ่น และ มาเตโอ โควาซิช ฟิตกลับมาเป็นตัวเลือก  

ส่วนการจัดทัพก็เชื่อว่าน่าจะปรับจากนัดชิงเอฟเอพอสมควร เช่นเอดูอาร์ เมนดี้ ประตูเซเนกัลมือ 1 ก็จะกลับมาทำหน้าที่แทนเกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ที่ได้โอกาสในบอลถ้วย 

เช่นเดียวกับพวกที่เป็นสำรองในเกมที่เวมบลีย์ ไม่ว่าจะเป็นเบน ชิลเวลล์, คริสเตียน พูลิซิช และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ก็น่าจะได้สลับมาออกสตาร์ทบ้าง  

เลสเตอร์ ซิตี้

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ พาทีมเบียดชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนเชือดเชลซี 1-0 ในนัดชิงเอฟเอ คัพ เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด และเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร   

ความพร้อมเกมนี้ “น้าบีร็อด” ยังต้องลุ้นความฟิตของ จอนนี่ อีแวนส์ กองหลังคนสำคัญที่เจ็บส้นเท้าซ้ำมาอีกจากเกมที่เวมบลีย์ ส่วนฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ เจมส์ จัสติน ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว ก็ยังต้องพักยาวเหมือนเดิม 

ขณะที่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคาสเปอร์ ชไมเคิ่ล, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, ซากลาร์ โซยุนชู, ยูริ ตีเลมันส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ และ เจมี่ วาร์ดี้ ต่างพร้อมบู๊ตามปกติ

สถิติเชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้ 5 นัดหลังสุด

เชลซี : ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2
เลสเตอร์ ซิตี้ : ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1

15/05/21 เอฟเอ คัพ เชลซี 0 – 1 เลสเตอร์
20/01/21 พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ 2 – 0 เชลซี
28/06/20 เอฟเอ คัพ เลสเตอร์ 0 – 1 เชลซี
01/02/20 พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ 2 – 2 เชลซี
18/08/19 พรีเมียร์ลีก เชลซี 1 – 1 เลสเตอร์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เชลซี

15/05/21 แพ้ เลสเตอร์ 0-1 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
12/05/21 แพ้ อาร์เซน่อล 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
08/05/21 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
06/05/21 ชนะ เรอัล มาดริด 2-0 (เหย้า) ชปล.
01/05/21 ชนะ ฟูแล่ม 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

เลสเตอร์ ซิตี้

15/05/21 ชนะ เชลซี 1-0 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
11/05/21 ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/05/21 แพ้ นิวคาสเซิ่ล 2-4 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
01/05/21 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27/04/21 ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

Line-up เชลซี-เลสเตอร์

เชลซี (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้
กองหลัง : รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์
กองกลาง : เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์
กองหน้า : เมสัน เม้าน์ท, คริสเตียน พูลิซิช – ไค ฮาแวร์ทซ์

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-1-2)

ผู้รักษาประตู : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล
กองหลัง : ติโมธี คาสตาญ, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, ซากลาร์ โซยุนชู
กองกลาง : มาร์ค อัลไบร์ทตัน, ยูริ ตีเลมันส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ลุค โธมัส
กองหน้า : เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, เจมี่ วาร์ดี้

ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

สกอร์ที่คาด : เชลซี 8-0 เลสเตอร์ ซิตี้

ข้อมูลสถิติจาก : Siamsports / Whoscored
บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

สิงโตน้ำเงินคราม

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พลพรรค สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ หลังเตะไปแล้วในเลกแรก เสมอราชันชุดขาว 1-1

ผลเสมอที่ออกมา ดูเหมือนว่า จะเป็นใจให้ สิงโตน้ำเงินคราม  พอสมควร เพราะได้อเวย์โกลว์ จากการไปเยือน เรอัล มาดริด เพราะเรารู้กันอยู่ว่า เรอัล มาดริด เป็นจ้าวยุโรป ประสบการณ์โชคโชนในรายการนี้ แถมมีกุนซือสมองเพชร อย่าง ซีเนดีน ซีดาน คุมทีมดับเลิ้ลความเขี้ยวลากดินไปอีก

ด้วยการพบเจอกัน ของทั้งสองทีม เชลซีและเรอัลมาดริด ย้อนกลับไปของการเจอกันทั้งหมด ก่อนหน้านี้ทั้งสองสโมสรเจอกันในเวทียุโรปมาแล้ว 3 หน ซึ่งปรากฏว่า เชลซี ไม่เคยปราชัยให้กับ เรอัล มาดริด เลย โดยเมื่อฤดูกาล 1970/71 เจอกันในรอบชิงฯ ถ้วย คัพ วินเนอร์ส คัพ ซึ่ง เชลซี คว้าชัย 2-1 ในนัดรีเพลย์ หลังเสมอกัน 1-1 ในเกมแรก หลังจากนั้นในปี 1998 สิงห์บลูส์ โค่น ราชันชุดขาว 1-0 ในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ

เชลซี

หากนับเฉพาะคู่แข่งในเวทียุโรป รวมทุกรายการที่ เรอัล มาดริด ไม่เคยเอาชนะได้ แน่นอนว่า เชลซี เป็นสโมสรที่ เรอัล มาดริด เจอบ่อยสุดและไม่เคยเก็บชัยได้เลย 3 ครั้ง, เสมอ 1 แพ้ 2

นับตั้งแต่การแข่งขันถ้วยใหญ่สุดของยุโรป เปลี่ยนชื่อจาก ยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 1992 เชลซี เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ 8 ครั้ง ซึ่งมากสุดในบรรดาสโมสรจากอังกฤษ

สำหรับประสบการณ์ในรอบรองฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก  7 หนที่ผ่านมาของ เชลซี นั้น พวกเขาปราชัยในการแข่งขันเลกแรกแค่หนเดียวเท่านั้น โดยชนะ 2 เสมอ 4  ซึ่งนั่นก็คือการบุกไปแพ้ อาแอส โมนาโก 1-3 เมื่อฤดูกาล 2003/04 ส่วนเกมเลกแรกอีก 6 นัดที่เหลือ พวกเขาไม่แพ้ใครเลยก็จริง แต่ทำได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น และเสียประตูเดียว

ขณะที่ เรอัล มาดริด เข้ามาถึงรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นหนที่ 14 ซึ่งมากสุดเหนือทุกสโมสรในยุโรป  หากนับเฉพาะการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 10 ครั้งหลังสุดของ เรอัล มาดริด พวกเขาคว้าชัยในเกมเลกแรกได้ถึง 9 ครั้ง แพ้ 1 และมีถึง 8 ครั้ง ที่ทำประตูได้อย่างน้อย 2 ลูก

ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ช เรอัล มาดริด และ โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี เป็น 2 จาก 24 กุนซือ ที่มีประสบการณ์คุมทีมในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ 15 นัดขึ้นไป โดย ซีดาน เป็นกุนซือที่มีเปอร์เซนต์ชนะมากสุด เทียบเท่ากับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ที่ 67% ด้วยสถิติชนะ 18 จาก 27 เกม ขณะที่ ทูเคิ่ล มีเปอร์เซนต์ดีสุดอันดับเจ็ดที่ 53% ด้วยผลงานชนะ 8 จาก 15 เกม

แชมป์ยุโรป

นอกจากนี้ ทูเคิ่ล เคยคุมทีมเจอ เรอัล มาดริด มาแล้ว 4 หน และไม่เคยพบกับความปราชัยเลย ชนะ 1 เสมอ 3 โดยในหน้าประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากเขาแล้ว มี เชราร์ อุลลิเย่ร์ อีกคน ที่คุมทีมเจอ ‘ราชันชุดขาว’ 4 ครั้ง และไม่เคยแพ้เลย ชนะ 2 เสมอ 2 ข้อมูลจาก : siamsport

จากสถิติดังกล่าว จะบอกว่าเชลซีมีมุมเข้าชิงมากกว่า แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะทางด้านของซีเนดีน ซีดาน เขี้ยวยาวลากดิน สถิติการคุมราชันชุดขาว ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นรองเลย หากมองถึงประสบการณ์ในรายการยุโรปนี้

มาถึงนัดนี้แล้ว หากมัวสนใจสถิติ คงเป็นไปไม่ได้ เข้ารอบตัดเชือก ไม่มีทีมไหนอ่อนได้เปรียบเสียเปรียบมากกว่ากัน อยู่ที่การวางแผนของเฮดโค้ช รวมถึงการจัดทีมด้วย

พลพรรคสิงโตน้ำคราม เชลซีต่างรอแมตช์ระดับโลกนี้ เราหวังว่าทีมรักของเรา จะก้าวไปคว้าแชมป์มาครองได้ เรามีพร้อม ทั้งความกระหาย ความกล้า ความนิ่ง รวมถึงโค้ชที่กลยุทธสุดติ่งอย่างทูเคิ่ล

หาก สิงโตน้ำเงินคราม ผ่านราชันชุดขาวไปได้ หากจะมองถึงแชมป์ก็ผิด ในบรรดา 4 ทีมรอบรอบชนะเลิศ กระดูกชิ้นโต คือเรอัล มาดริด ไม่มีอะไรแน่นอนในโลกของลูกหนัง เมื่อเราเอาชนะยอดทีมจากสเปนได้ เท่ากับว่า สิงโตน้ำคราม เชลซี ผ่านทีมที่ดีที่สุดในโลกมาแล้ว จากนี้ไม่ต้องกลัวใคร  ใครก็ได้บอกเลยนาทีนี้ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

บทสรุปหลังเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ไค ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มแจ่ม กดสองตุงเกมปะทะ เจ้าสัวน้อย

บทสรุปหลังเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ไค ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มแจ่ม กดสองตุงเกมปะทะ เจ้าสัวน้อย

เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

สิงโตน้ำเงินคราม คว้าสามแต้มเต็มในเกมลอนดอนดาร์บี้แมทซ์กับ เจ้าสัวน้อย โดยเกมนี้ได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่เหมาสองประตู จบเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ผู้เล่นเชลซี วิ่งมาฉลองหลัง ฮาแวร์ทซ์ ยิงให้เชลซีขึ้นนำ 1-0

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุป เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | จบลงไปแล้วสำหรับ พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 34 สิงโตน้ำเงินคราม คว้าสามแต้มสำคัญได้สำเร็จเกมนี้ก่อนเกมการแข่งขันสื่อหลายสำนักต่างมองว่าทีมเยือนต้องมาเล่นตั้งรับและคอยสวนกลับตามสไตล์ เวลาทีมรองบ่อนต้องดวลกับทีมใหญ่ แต่ สก็อตต์ พาร์คเกอร์ กุนซือหนุ่มของ เจ้าสัวน้อย ไม่ได้ทำแบบนั้น อดีตแข้งเชลซี สั่งให้ลูกทีมเปิดเกมบุกแลกกับ สิงห์บลูส์ แบบไม่เกรงกลัวเจ้าถิ่นแม้แต่น้อย และที่สำคัญคือนักเตะทีมเยือนทำได้ค่อนข้างดี พวกเขาเปิดเกมบุกใส่เชลซีได้หลายจังหวะ และยังทำได้ดีกว่าเจ้าถิ่นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามด้วยคุณภาพและปัจจัยหลายๆอย่าง ทำให้เชลซี เด็ดขาดกว่าทีมเยือนในจังหวะจบสกอร์และได้ประตูออกนำไปก่อน จาก ไค ฮาแวร์ทซ์ ตั้งแต่นาทีที่ 10 ของเกม และมาได้ประตูปิดท้ายจาก ไค ฮาแวร์ทซ์ คนเดิม ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง

หลังจากนั้น โธมัส ทูเคิล ก็เปลี่ยนแผนลงมาตั้งรับทันทีเพื่อลดการใช้พลังงาน เพราะมีเกมสำคัญกลางสัปดาห์รออยู่ และนั่นเองทำให้รูปเกมดูจืดลงไป ความเหนียวแน่นในเกมรับของ เชลซี ทำให้ เจ้าสัวน้อย หาช่องเจาะเข้าไปทำประตูไม่ได้เลย จริงอยู่ที่พวกเขามีโอกาสได้ประตูหลายจังหวะ แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ก็โชว์ฟอร์มเทพเช่นเดียวกันจึงช่วยทีมรักษาคลีนชีตเอาไว้ได้อีกหนึ่งเกม

ผู้เล่นอย่าง เมสัน เมาท์ พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนักเตะที่ เชลซี จะขาดไม่ได้ แข้งทีมชาติอังกฤษโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ เมาท์ รักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างคงเส้นคงวา จึงไม่แปลกหากหากเจ้าตัวจะขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ของทีมและวงการลูกหนังในอนาคต

ด้าน 2 แข้งชาวเยอรมันก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ยืนเป็นกองหน้าตัวหลอกในเกมนี้ ยิงได้ถึง 2 ประตูและเกือบทำแฮตทริกได้หากลูกที่ยิงเข้าไปในครึ่งแรกไม่ล้ำหน้าเสียก่อน สิ่งที่เห็นได้ชัดจากเกมนี้คือ ความเยือกเย็นในจังหวะจบสกอร์ ที่ทำได้เนียนตาทั้งสองประตูจนทำให้แฟนเริ่มเห็นฟอร์มร่างทองกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อยู่กลายๆ ไม่แน่เราอาจได้เห็นฟอร์มเทพของเจ้าตัวอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

เช่นเดียวกับ ติโม แวร์เนอร์ ที่ในเกมนี้จะไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตูแต่ดาวยิงความเร็วสูงยังมีชื่อแอสซิสต์มให้เพื่อนยิงประตูได้อีกครั้งนึง จนถึงตอนนี้เจ้าตัวทำได้แล้ว 11 ประตู กับอีก 10 แอสซิสต์ ถือเป็นตัวเลขที่ไม่เลวเลยกับฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีก แม้แฟนบอลหลายคนจะผิดหวังที่ไม่ได้เห็น แวร์เนอร์ ยิงประตูแบบถล่มทลาย แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีส่วนร่วมและเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้

จังหวะหนีห่าง 2-0 เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
3 นักเตะร่วมดีใจหลังเชลซีหนีห่าง 2-0

สถิติหลังจบเกม

เชลซี

สถิติสำคัญ

ฟูแล่ม

49%

การครองบอล

51%

9

จำนวนยิงทั้งหมด

10

1

ยิงออกนอกกรอบ

4

9

สร้างโอกาส

8

435

ความแม่นยำในการผ่านบอล

446

85%

ความสำเร็จในการผ่านบอล

86%

15

ฟาวล์

8

1

เตะมุม

8

7

ล้ำหน้า

1

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

11 ผู้เล่นตัวจริง

เอดูอาร์ เมนดี้ : 7.5
มีจังหวะเซฟสวยๆ หลายครั้งในเกมนี้ และช่วยทีมเก็บสถิติคลีนชีตเพิ่มอีกนัดได้สำเร็จ

อันเดรียส คริสเตนเซ่น : 7.5
นักเตะตอบแทนความไว้ใจของ ทูเคิ่ล ได้อย่างยอดเยี่ยม การมีเขายืนป้องกันในแนวรับช่วยให้แฟนบอลรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

ติอาโก้ ซิลวา : 7.5
ขาดไปไม่ได้จริงๆ สำหรับผู้นำในแนวรับอย่าง ซิลวา ความนิ่งในเกมนี้ช่วยทีมได้หลายจังหวะและไม่มีลูกผิดพลาดให้เห็น

เคร์ท ซูม่า : 7 
ช่วยเกมรับได้ตามมาตรฐานของตัวเอง แต่เกมรุกยังคงเป็นรอง รือดิเกอร์

รีซ เจมส์ : 7.5 
เกมรุกค่อนข้างเงียบในเกมนี้ แต่เกมรับทำได้ดีและมีจังหวะช่วยทีมหลายครั้ง

บิลลี่ กิลมอร์ : 7
แม้จะมีผิดพลาดทำเสียบอลอยู่หลายครั้งแต่ยังพอให้อภัยได้ ยังต้องพัฒนาฝีเท้าต่อไป

เมสัน เมาท์ : 7.5
สร้างสรรค์เกมรุกได้ยอดเยี่ยมและมีแอสซิสต์ในเกมนี้ด้วย นอกจากนี้ยังลงมาช่วยทีมเล่นเกมรับอีกด้วย 

เบน ชิลเวลล์ : 7
วันนี้ค่อนข้างเงียบสำหรับ ชิลเวลล์ แต่ยังเติมขึ้นไปเล่นเกมรุกได้หลายครั้ง

ฮาคิม ซีเย็ค : 6
เป็นอีกเกมที่ ซีเย็ค ทำได้ไม่ค่อยดีนัก มีส่วนร่วมกับทีมค่อนข้างน้อยก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกไป

ติโม แวร์เนอร์ : 7 
ยังมีจังหวะขาดๆเกินๆ อยู่หลายครั้ง แต่ก้ไม่มีจังหวะพลาดแบบไม่น่าให้อภัย แถมยังมีแอสซิสต์อีกด้วย

ไค ฮาแวร์ทซ์ : 8
ความนิ่งในการจบสกอร์ ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมในเกมนี้ 2 ประตูในวันนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ ฮาแวร์ทซ์ มากขึ้น

ตัวสำรอง

เอ็นโกโล ก็องเต้ (แทน ซีเย็ค น. 66) : 6.5 
ลงมาช่วยทีมเล่นเกมรับ และช่วยทีมรักษาคลีนชีตไว้ได้ 

แทมมี่ อับราฮัม (แทน เมาท์ น. 76) : 5
ถูกเปลี่ยนลงสนามมาแต่มีส่วนร่วมกับทีมค่อนข้างน้อย

มาร์กอส อลอนโซ่ (แทน ชิลเวลล์ น. 81) : N/A 

ชิลเวลล์ พาบอลหนีผู้เล่น ฟูแล่ม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
เบน ชิลเวลล์ พาบอลหนีผู้เล่น ฟูแล่ม

บทสรุป

เชลซี ภายใต้การนำทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล กำลังเล่นได้อย่างมั่นใจและดีวันดีคืน พวกเขาไม่เกรงกลัวทีมใดและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นทีมไหนก็ตาม ด้วยคุณภาพนักเตะที่ไม่เป็นรองใครแถมยังมีงบในการเสริมทีมค่อนข้างเยอะ ไม่แน่ว่าทูเคิ่ล อาจจะสร้าง เชลซี ให้กลายเป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอเหมือนที่เขาเคยพูดเอาไว้ตอนเปิดตัวกับสโมสรก็ได้ใครจะไปรู้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | พูลิซิช โชว์เทพ เบนเซม่า โชว์เก๋า จบเจ๊ากันไป

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | พูลิซิช โชว์เทพ เบนเซม่า โชว์เก๋า จบเจ๊ากันไป

เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซี กุมความได้เปรียบเล็กน้อยหลังจบเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี คว้าอเวย์โกล์สำคัญกลับบ้าน ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ยกแรก

Pulisic
คริสเตียน พูลิซิช ดีใจแบบสุดเหวี่ยงหลังซัดประตูขึ้นนำแบบเหนือชั้น

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

เกมนี้ เรอัล มาดริด ใช้ระบบ ‘หลังสาม’ โดยได้ ราฟาเอล วาราน ที่หายจากอาการโควิดกลับมายืนประจำการในแดนหลัง โดยมี ดานี่ คาบาฆาล กับ มาร์เซโล่ ลงเล่นเป็น ‘วิงแบ็ค’ ด้านกองกลางใช้ 3 นักเตะตัวเก๋ายืนเป็นตัวจริงทั้งหมด ซึ่งการปรับหมากมายืนหลัง 3 ของซีดานในเกมนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ต้องการเสียประตูในเกมนี้

ด้านทีมเยือนเล่นระบบหลังสามอยู่แล้วนับตั้งแต่การเข้ามาทำหน้าที่กุนซือของ โธมัส ทูเคิ่ล แม้ในผังจะเป็น 3-4-3 แต่ความจริงแล้ว ทูเคิ่ล ใช้ จอร์จินโญ่ เป็นตัวโฮลบอลยืนอยู่ด้านหน้าของแผงหลังในเกมนี้ และดัน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ขึ้นไปเล่นในระนาบเดียวกับเมสันเมาน์ทและ คริสเตียน พูลิซิช โดยมี ติโม แวร์เนอร์ ยืนค้ำในแดนหน้า 

ทูเคิ่ลวางหมากมาในเกมนี้เพื่อทำลายการทำเกมจากแดนกลางที่เป็นจุดเด่นของทางเจ้าบ้าน ทำให้ ลูก้า โมดริช กับ โทนี่ โครส ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมตามที่ตัวเองถนัดมากนัก ในขณะเดียงกันผู้เล่นวิงแบ็คทั้งสองฝั่งของเชลซีก็ดันขึ้นมาเล่นเกมรุกสูฃเหมือนกับพวกเขาเล่นเป็นปีกในเกมนี้ทำให้เกมบุกเชลซีดูไหลลื่นและทำเกมบุกได้อย่างวูวาบโดยเฉพาะในครึ่งแรก

สิงโตน้ำเงินคราม เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นเกม พวกเขาเดินหน้าบุกโดยไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีและความยิ่งใหญ่ของราชันชุดขาว และมีโอกาสได้ลุ้นประตูจาก ติโม แวร์เนอร์ ที่ยิงจ่อๆไปติดเซฟอดีตนายทวารเชลซีแบบเหลือเชื่อและอีกไม่กี่นาทีต่อมาเจ้าตัวก็มีโอกาสได้ส่องประตูอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ดีพอ

อย่างไรก็ตามทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากความนิ่งของ คริสเตียน พูลิซิช ที่เลี้ยงบอลหนี กูร์กตัวส์ ก่อนยิงเข้าไปง่ายๆ ส่งเชลซีออกนำไปก่อน 1-0 กุมความได้เปรียบในฐานะทีมเยือนตั้งแต่ต้นเกม

เชลซียังดูเหนือกว่าจริงหากมองภาพรวมในครึ่งแรกแต่ เรอัล มาดริด ที่เก๋าเกมสุดๆในรายการนี้ก็ยังมาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จจาก เบนเซม่า ที่กลายเป็นเดอะ แบก ของ โลสบลังโกส ชุดนี้อย่างแท้จริงหลังต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของ CR7 มาอย่างยาวนาน 

เกมในครึ่งหลังเป็นเรอัล มาดริด ที่ดูดีขึ้นและเล่นได้เหนือกว่าเชลซี แต่เกมรับที่เหนียวแน่นบวกกับความสุดยอดของ เอ็นโกโล่ ก้องเต้ บุรุษที่สื่อรวมไปถึงแข้งดังมากมายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาคือชายผู้มี 15 ปอด เจ้าตัววิ่งพล่านไปทั่วทั้งสนาม ทำได้ดีเยี่ยมทั้งรุกและรับจนคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมทซ์ ในเกมนี้ไปครอง

สถิติหลังจบเกม

เรอัล มาดริด

สถิติสำคัญ

เชลซี

51%

การครองบอล

49%

9

จำนวนยิงทั้งหมด

11

6

ยิงออกนอกกรอบ

2

10

สร้างโอกาส

10

506

ความแม่นยำในการผ่านบอล

502

87%

ความสำเร็จในการผ่านบอล

89%

11

ฟาวล์

9

4

เตะมุม

6

2

ล้ำหน้า

2

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

11 ผู้เล่นตัวจริง

เอดูอาร์ เมนดี้ : 6
แม้ว่าตลอดทั้ง เมนดี้ จะไม่ได้โชว์ฟอร์มซักเท่าไหร่ และเสียประตูในเกมนี้อีกด้วยแต่ก็ต้องยอมรับว่าประตูที่เสียนั้น จนปัญญาที่จะป้องกันเอาไว้จริงๆ

อันเดรียส คริสเตนเซ่น : 7
กลายเป็นแนวรับตัวหลักของทีมไปแล้วในระยะหลัง ความนิ่งที่มีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดช่วยให้เชลซีเก็บคลีนชีตได้มากมายยามมี คริสเตนเซ่นยืนเป็นตัวจริงในแดนหลัง เกมนี้เจ้าตัวก็เล่นได้โดดเด่นเช่นกัน โดยตัดบอลได้ 3 ครั้ง และไม่มีข้อผิดพลาดอะไร

ติอาโก้ ซิลวา : 7.5
ความเก๋าเกมของ ซิลวา ช่วยเกมรับเชลซีได้เยอะมากในเกมนี้ ช่วยป้องกันไม่ให้ทีมต้องเจอกับจังหวะอันตรายหลายครั้ง

อันโตนิโอ รือดิเกอร์ : 7.5 
ช่วยเกมรับได้แข็งแกร่ง ยืนตำแหน่งเยี่ยม สปีดไม่มีตก แถมมีส่วนร่วมกับประตูขึ้นนำ 1-0 ที่วางบอลยาวให้กับ พูลิซิช

เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า : 6 
ช่วงแรกๆ รับมือกับ วินิซิอุส จูเนียร์ ได้ดี แต่หลังจากนั้นเริ่มเอาไม่อยู่ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกกลางครึ่งหลัง

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ : 8
แทบจะโผล่ทุกที่ในสนาม ช่วยตัดเกมได้ดี แถมวิ่งบุกตะลุยได้มันส์หยด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ที่มีสถิติพาบอลผ่านนักเตะทีมคู่แข่งถึง 6 ครั้ง ซึ่งมากสุดในเกมนี้

จอร์จินโญ่ : 7.5
ประสานงานแดนกลางกับ ก็องเต้ ได้ดี ตัดบอลได้ 3 ครั้ง ซึ่งมากสุดในทีมเท่ากับ คริสเตนเซ่น 

เบน ชิลเวลล์ : 7
ช่วยทีมได้ดีพอสมควรทั้งรับและรุก สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตู 2 หน ซึ่งมากสุดอันดับสองของทีม  (รองจาก พูลิซิช ที่ทำได้ 3 ครั้ง)

เมสัน เมาท์ : 7 
เป็นเกมที่สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูไม่ได้เลยแม้แต่หนเดียว ทว่ามีความแม่นยำในการผ่านบอลเข้าเป้าสูงถึง 96% โดยเฉพาะการผ่านบอลในพื้นที่สุดท้าย และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความแตกต่าง

คริสเตียน พูลิซิช : 8 
ร้ายและนิ่งมากๆ กับประตูขึ้นนำ 1-0 ที่เจ้าตัวพาบอลหลบ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ก่อนยิงเข้าไป เล่นได้อันตรายมากๆ ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก สร้างโอกาสให้เพื่อนได้หลายครั้งด้วย แต่ค่อยๆ ดร็อปลงไป ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

ติโม แวร์เนอร์ : 6
ช่วงต้นเกมมีโอกาสยิงจ่อๆ แต่ดันไปตรงตัวนายทวารทีมเจ้าถิ่น รวมแล้วทั้งเกมมีโอกาสยิง 4 หน ซึ่งมากสุดในทีม แต่ก็ไม่ดีพอเป็นประตู ถือเป็นเกมที่ค่อนข้างหน้าผิดหวังสำหรับเจ้าตัว แม้มีความทุ่มเทเพื่อทีมเต็มที่ก็ตาม

ตัวสำรอง

ฮาคิม ซิเย็ค (แทน พูลิซิช น. 66) : 6.5 
ได้ลุ้นยิง 2 หน มีส่วนร่วมกับเกมไม่น้อย ช่วยยกระดับเกมขึ้นมาได้ แต่ยังขาดในจังหวะสุดท้าย 

ไค ฮาแวร์ตซ์ (แทน แวร์เนอร์ น. 66) : 5.5
ใช้ความเร็วป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้บ้าง แต่ไม่มีทีเด็ดทีขาด

รีซ เจมส์ (แทน อัซปิลิกวยต้า น. 66) : 6
อย่างน้อยช่วยให้เกมรุกตรงริมเส้นดูมีชีวิตชีวามากกว่าตอน อัซปิลิกวยต้า อยู่ในสนาม 

เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุป

 แม้จะไม่สามารถรักษาสกอร์นำได้ตลอดรอดฝั่งก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วผลเสมอแบบมีสกอร์ทำให้ เชลซี กลับไปเล่นเกมเลกสองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมกับความได้เปรียบที่สำคัญมากๆ นั่นก็คือการได้ประตูทีมเยือนหรืออเวย์โกล

เพียงแค่พวกเขาเสมอแบบไร้สกอร์ในเกมนัดต่อไป นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ เชลซี ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ทูเคิ่ล คงไม่คิดที่จะมาเล่นเกมรับใน “เดอะ บริดจ์” แน่นอน เพราะการทำแบบนั้นกับ แชมป์ถ้วยใบโตยุโรป  13 สมัยถือเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ 

แต่แน่นอนว่าพวกเขาคงเล่นแบบรัดกุมซึ่ง กุนซือเลือดด๊อยท์ช ก็มักจะทำได้ดีเวลาวางหมากเพื่อเน้นผลการแข่งขัน ยิ่งไปกว่านั้นเกมหน้า เรอัล มาดริด ต้องเดินหน้ายิงประตูให้เร็วที่สุด งานนี้อาจจะได้เห็นทีเด็ดจากพวกแข้งความเร็วสูงของ “สิงห์บลูส์” ก็ได้ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เรอัล มาดริด พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง เรอัล มาดริด พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง เรอัล มาดริด พบ เชลซี

เรอัล มาดริด พบ เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ คืนวันอังคารที่ 27 เมษายน 2021 เวลา 02.00 น. เรอัล มาดริด พบ เชลซี

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เรอัล มาดริด พบ เชลซี มาดูพรีวิวและเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เรอัล มาดริด พบ เชลซี

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่  
ผู้ตัดสิน : ดานนี มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)
วันที่ : วันอังคารที่ 27 เมษายน 2021
Kick off : 02:00 น.
ถ่ายทอดสด : UEFA.tv

เรอัล มาดริด

ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือเรอัล มาดริด พาทีมเข้ารอบนี้ หลังฝ่าด่านลิเวอร์พูลด้วยประตูรวม 3-1 ก่อนเสมอเรอัล เบติสแบบโนสกอร์ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 17 เกมรวมทุกรายการ 

ความพร้อมเกมนี้ “ซิซู” ยังไม่มีทั้งลูกัส บาสเกซ, เซร์คิโอ รามอส และ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว เช่นเดียวกับเฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ที่ติดโควิด 

ส่วนโทนี่ โครส ที่มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อจนพลาดเกมล่าสุด แต่ ซีดาน ออกมายืนยันแล้วว่าฟิตทันพร้อมมีชื่อในเกมนี้ อีกข่าวดีก็คือ เอแด็น อาซาร์ ที่ฟิตกลับมาเป็นสำรองได้แล้ว ก็มีลุ้นเจอทีมเก่าด้วย แต่น่าจะเริ่มต้นบนม้านั่งสำรองไปก่อน

ขณะที่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช, คาริม เบนเซม่า และ วินิซิอุส จูเนียร์ ยังพร้อมบู๊เหมือนเดิม 

เชลซี

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือคนเก่งของเชลซี พาทีมเข้ารอบนี้มาแบบหวุดหวิด หลังเอาชนะปอร์โต้ด้วยประตูรวม 2-1 ก่อนเชือดเวสต์แฮม 1-0 ในเกมล่าสุด ทำให้เชลซีไม่แพ้มา 3 เกมแล้ว  

สภาพทีมเกมนี้ทีมเยือนไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม มีเพียง มาเตโอ โควาซิช ที่ยังไม่หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าเพียงแค่รายเดียว   

การจัดทัพคาดว่าน่าจะมีการปรับบ้างเล็กน้อย ในรายของรีซ เจมส์ และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เป็นแค่สำรองในเกมก่อน ก็มีลุ้นสลับมาออกสตาร์ท  

ส่วนแข้งขาประจำอย่างติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, จอร์จินโญ่, เมสัน เม้าน์ท และ ติโม แวร์เนอร์ ยังพร้อมช่วยทีมตามปกติ 

สถิติเรอัล มาดริด พบ เชลซี 5 นัดหลังสุด

เรอัล มาดริด : ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 1
เชลซี : ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 2

31/07/16 ไอซีซี เรอัล มาดริด 3 – 2เชลซี
08/08/13 ไอซีซี เรอัล มาดริด 3 – 1เชลซี
28/08/98 ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ เรอัล มาดริด 0 – 1 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เรอัล มาดริด

25/04/21 เสมอ เรอัล เบติส 0-0 (เหย้า) ลา ลีกา
22/04/21 ชนะ กาดิซ 3-0 (เยือน) ลา ลีกา
19/04/21 เสมอ เคตาเฟ่ 0-0 (เยือน) ลา ลีกา
15/04/21 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เยือน) ชปล.
11/04/21 ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 (เหย้า) ลา ลีกา

เชลซี

24/04/21 ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/04/21 เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
17/04/21 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
13/04/21 แพ้ ปอร์โต้ 0-1 (เหย้า) ชปล.
10/04/21 ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

เรอัล มาดริด (4-3-3)

ผู้รักษาประตู : ติโบต์ กูร์กตัวส์
กองหลัง : ดานี่ การ์บาฆัล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, นาโช่ เฟร์นานเดซ
กองกลาง : โทนี่ โครส, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช
กองหน้า : มาร์โก อเซนซิโอ, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

ผู้จัดการทีม : ซีเนอดีน ซีดาน 

เชลซี (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้
กองหลัง : เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์
กองกลาง : รีซ เจมส์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์
กองหน้า : เมสัน เม้าน์ท, ติโม แวร์เนอร์ – ไค ฮาแวร์ทซ์  

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

ข้อมูลสถิติจาก : Whoscored

สกอร์ที่คาด : เรอัล มาดริด 0-1 เชลซี

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

แทมมี่

แทมมี่ อับราฮัม เตรียมเก็บข้าวของ หลังยังดีไม่พอในยุคทูเคิล

แทมมี่ อับราฮัม เตรียมเก็บข้าวของ หลังยังดีไม่พอในยุคทูเคิล

แทมมี่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าผิวสีของเชลซี ช่วงหลังไม่ได้รับโอกาสลงสนาม มากนักในยุคของทูเคิล

ในยุคของแฟรงค์ แลมพาร์ด มีกองหน้าผิวสีอย่าง แทมมี่ อับราฮัม ประจำการอยู่แดนหน้า เขาซัลโวประตูได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในฤดูกาล 2019-2020 กดไป 15 ประตู ถือว่าร้อนแรงเอามากๆ

ในตำแหน่งศูนย์หน้า เบอร์ 9 อับราฮัมทำได้ดีเยี่ยม พร้อมทำลายสถิติ ด้วยการเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุด ในการทำแฮตทริกให้เชลซีใน ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษได้สำเร็จ อีกทั้งยังเป็นนักเตะเชลซีอายุน้อยที่สุดอันดับสอง ที่ซัดได้ 10 ประตูในพรีเมียร์ลีก รองจาก อาร์เย่น ร็อบเบน

อับราฮัม

อับราฮัม ในยุคที่สโมสรเชลซีเปลี่ยนผู้จัดการทีม

ทว่า ใน ฤดูกาล 2020-2021 มีการเปลี่ยงแปลงผู้จัดการทีมหลัง บอร์ดบริหารเชลซี ทำการปลดแฟรงค์ แลมพาร์ด ออกจากทีม และแต่งตั้งโธมัส ทูเคิ่ล กุนซือเมืองเบียร์เป็นผู้กุมบังเหียนต่อ

ใช่วงแรกของการคุมทีมข้างสนามของทูเคิล แทมมี่ยังได้ลงสนามพอสมควรทั้งตัวจริงและตัวสำรองสลับกันไปมา แต่ทว่าทูเคิล ได้ลดบทบาทจากกองหน้าตัวเลือกแรกๆ กลายเป็นตัวเลือกสุดท้าย จนในเกมล่าสุด เชลซีบุกไปเอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ถึงถิ่น 1-0

เกมวันนั้นแทมมี่ ได้ลงมาช่วง ท้ายของเกม แววตาของเขา บ่งบอกได้ถึงความมืดมนของเส้นทาง ในสีเสื้อของเชลซี และล่าสุดโธมัส ทูเคิล ได้ออกมาพูดถึงสาเหตุ ที่ทำให้ศูนย์หน้ารายนี้ ไม่ได้รับโอกาส และถูกดองยาวในม้านั่งสำรอง อีกทั้งจังหวะ ท้ายเกม ที่เมสัน เมาท์ ลากไปถึงริมเส้น แล้วตบเข้ากลางให้เจ้าตัวโหม่งจ่อๆ แต่หลุดกรอบออกไปแบบน่าเสียดาย

ล่าสุด กุนซือชาวเยอรมันของเชลซี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงแทมมี่ อับราฮัม ซึ่งถูกดองอยู่ในม้านั่งสำรองในเวลานี้ว่า ตนเองไม่พอใจในทัศนคติและผลงานของเขา และอาจจะไม่มีชื่อในแผนการทำทีมของกุนซือรายนี้ในซีซั่นหน้าแล้ว และหากเป็นไปได้ก็อยากจะขายแข้งรายนี้ทิ้งในช่วงซัมเมอร์นี้

“บอกเลยว่าผมไม่สามารถตัดสินใจใดให้ถูกใจเป้าหมายส่วนบุคคลของนักเตะ ยกตัวอย่างกรณี (เกป้า) ซึ่งต้องการติดทีมชาติสเปนเตะ ยูโร รอบสุดท้าย นั่นก็ไม่เกี่ยวกับการจัดทัพของผม ที่ผมต้องทำคือสิ่งที่เชื่อว่าดีสุดสำหรับสโมสร เชลซี อย่างกรณีแทมมี่ เขามีช่วงเวลาลำบาก ได้เล่นตัวจริง 2 หรือ 3 นัดแล้วถูกเปลี่ยนออกตอนพักครึ่งเวลาด้วยเหตุผลด้านแผน”

“เขาไม่สร้างอิทธิพลต่อเกมอย่างที่เราหวังและต้องการจากเขา จากนั้นเจ้าตัวบาดเจ็บ จนประสานงานกับทีมเมทไม่ติด รวมถึงสูญความเป็นไปได้ที่จะรักษาสถานะชื่อใช้งาน แล้ว ณ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงชี้เป็นชี้ตายฤดูกาล มันเป็นเรื่องยากที่จะช่วยนักเตะซึ่งเพิ่งหายเจ็บให้เคาะสนิมเพื่อกลับมาเข้าที่เข้าทาง เราเปลี่ยนตัวได้ 3 คนต่อนัด แถมยังมีเดิมพันสำคัญอีก”

“ทั้งหมดทั้งมวลมันก็ขึ้นอยู่กับตัว แทมมี่เอง เรามีนักเตะชุดใหญ่ 22 คนสำหรับลงสนาม แล้วมันยากมากที่เลือกให้เหลือแค่ 18 คนส่งแข่ง พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ จำเพาะในยูนิตเกมรุก เราจำเป็นต้องเลือกคนที่สามารถมีอิทธิพลต่อเกมโดยอาศัยเวลาสั้นๆ สโมสรเรียกร้องอย่างมากจาก แทมมี่ เช่นกันเขาก็ต้องเรียกร้องศักยภาพสูงจากตัวเอง”

ถือว่า สิ่งที่ทูเคิลพูดให้สัมภาษณ์ ทำให้เราเข้าใจทั้งสองฝ่าย ระหว่างทูเคิล ต้องการให้นักเตะแสดงศักยภาพออกมาเพื่อการแข่งขันภายในทีม ส่วนอับราฮัมต้องทำงานหนักให้มากกว่าเดิม หากยังอยากมีโอกาสลงสนามอีกครั้ง

แทมมี่-อับราฮัม

จากเหตุการณ์พอจะเดาได้ว่า ในฤดูกาลหน้า กองหน้าดาวรุ่งผิวสีรายนี้ อาจจะไม่ได้ค้าแข้งในสแตมฟอร์ด บริดจ์อีกต่อไป ด้วยวัยของเจ้าตัวยังน้อย เส้นทางอีกยาวไกล ความต้องการลงสนาม ต้องการสร้างประตูย่อมมีอย่างล้นหลาม

ด้วยผลงานของเขาในซีซั่นนี้ ซัดไปแล้ว 12 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ ตลอด 30 นัด ในทุกรายการของซีซั่นนี้ ไม่ได้ขี้เหร่เลย

ทั้งหมดที่กล่าวมา สรุปได้ว่า หากแทมมี่ อับราฮัม ยังต้องการค้าแข้งกับสิงห์บลูส์ต่อไป เขาจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ และแสดงศักยภาพที่ดีที่สุดออกมา แทมมี่เป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติที่ดี ดีพอที่จะยืนในแดนหน้าของทีมอย่างเชลซี อยู่ที่ความมุ่งมั่นของเขาเท่านั้นที่จะพาเขากลับมายืนประจำการในแดนหน้าของสิงโตน้ำเงินครามอีกครั้ง

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

แมนฯซิ-เชลซี

“สิงห์บลูส์” จ่ม “เรือใบสีฟ้า” ลงพื้นสมุทร ในศึกเอฟเอคัพ ดับฝัน 4 แชมป์มลายสิ้น

'สิงห์บลูส์' จ่ม 'เรือใบสีฟ้า' ลงพื้นสมุทร ในศึกเอฟเอคัพ ดับฝัน 4 แชมป์มลายสิ้น

แมนฯซิ-เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นอันต้องฝันสลาย หลังก่อนหน้านี้ หมายมั่นปั้นมือ จะกวาดแชมป์ทั้ง 4 รายการ

สำหรับ เรือใบสีฟ้า มีลุ้น 4 รายการได้แก่ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ ลีก, คาราบาวคัพ, และเอฟเอคัพ ทว่าเมื่อวานนี้ ต้องเหลือเพียงแค่ 3 รายการหลังพลาดท่าให้กับสุดยอดทีมเชลซี  ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่สนามเวมบลี่ย์เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา

เชลซี รอบที่แล้วผ่านด่านบดเอาชนะ เชฟฯยูไนเต็ด 2-0 เกมนี้พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งรอบ 8 ทีมที่ผ่านมาบุกไปเชือด เอฟเวอร์ตัน 2-0

เมาท์

โดยบรรยากาศในเกม เริ่มเกมมาเพียง 10 นาที  ได้ทักทายก่อนหลัง กาเบรียล เชซุส รับบอลจาก เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนจะตั้งป้อมกดนอกกรอบแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า รับได้สบายๆ

ในนาที 19 รีซ เจมส์ แบ็คขวาจอมบุก ควบบอลถึงเส้นหลังแล้วครอสไปเสาไกลให้ เบน ชิลเวลล์ เติมขึ้นมาซัดด้วยซ้ายแบบไม่จับ แต่ทว่ายิงโดนไม่เต็มใบ บอลหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

แม้ทีมสิงห์บลูส์เป็นฝ่าย จะครองบอลน้อยกว่า แต่จังหวะสวนกลับได้ลุ้นได้เสียวมากกว่า นาที 33 ฮาคิม ซิเย็ค ตะลุยพาบอลขึ้นมาแล้วแทงออกขวาให้ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ยังไปติดบล็อค เอเมอริค ลาป๊อร์กต์

และจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุม อีกนาทีต่อมา เบน ชิลเวลล์ เปิดบอลมากลางประตู รีซ เจมส์ หวดด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

จบครึ่งแรก ค่อนข้างสูสี สิงห์บลูส์ ยังเสมอกับ เรือใบสีฟ้า 0-0

ครึ่งหลัง 3 นาทีลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเจอข่าวร้ายเมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพคนสำคัญมีอาการบาดเจ็บ ต้องเปลี่ยนเอา ฟิล โฟเด้น ลงมาเล่นแทน

นาที 55 กลายเป็นทีมจากเมืองหลวง ขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะเมสัน เมาน์ท แทงบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ หลุดกับดักล้ำหน้ากระชากเข้าไปก่อนปาดเลียดมาหน้าประตูให้ ฮาคิม ซิเย็ค ล้มตัวยิงแม้ว่าจะย้อนหลังแต่ไม่ใช่ปัญหา

ซีเย็ค

อีก 4 นาทีต่อ  ซิเย็คคนเดิม เกือบพังประตูที่สองให้ตัวเองและให้กับทีมนำห่าง หลัง เบน ซิลเวลล์ ตักบอลขึ้นหน้าให้ปีกชาวโมร็อคโกฉกความผิดพลาดของแนวรับซิตี้เข้าไปซัดติดเซฟของ แซค สเตฟเฟ่น หน้าตาเฉย

ช่วงเวลาที่เหลือ เรือใบสีฟ้า ของ เป๊ป ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ จบเกม เชลซี เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปหวุดหวิด 1-0 เข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้หรือ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่จะแข่งกันในวันวันนี้เวลา 00.30

หลังจบเกม มีเสียงดราม่ามากมาย เกี่ยวกับการจัดทีมของเป๊ป กวาดิโอ ว่าไม่เอาจริงเอาจังกับรายการนี้ โดยล่าสุดเป๊ปได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเป็นดังกล่าวแล้ว

สำหรับ เรือใบสีฟ้า หลังจากตกรอบเอฟเอ คัพ ก็เหลือลุ้นแชมป์เพียง 3 รายการ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ ลีก, คาราบาวคัพ วึ่งถือว่ามีลุ้นในทุกถ้วย หากเรือใบไม่เสียความมั่นใจจากเกมกับเชลซี

ทูเคิ่ล

ด้าน โธมัส ทูเคิ่ล ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “มันเป็นผลงานที่แข็งแกร่งมากๆ ผมมีความสุข และภูมิใจ เราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม 35 นาทีในครึ่งแรก แต่ 10 นาทีจากนั้นเรามีปัญหา อย่างไรก็ตามเราเล่นในอีก 30นาทีอย่างแข็งแกร่ง  และได้ประตูขึ้นนำ ผมมีความสุขมากกับทีมที่พวกเขาทำได้ถึงระดับนี้”

นอกจากนั้นเทรนเนอร์ชาวเยอรมนี ยังกล่าวถึงการเก็บคลีนชีทในเกมนี้ และเป็นคลีนชีทที่ 14 จาก 19 นัดนับตั้งแต่เจ้าตัวคุมทัพสิงห์บลูส์ว่า “การป้องกันที่ดีคือการครองบอล มันเป็นคลีนชีทที่ดีมาก เราไม่ได้โชคดีที่ไม่เสียประตูเพราะเราทำงานหนักเพื่อมัน”

ทั้งนี้ เชลซี เข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 9 โดยเป็นการเข้าชิงดำเป็นหนที่ 10 ซึ่งจะเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้หรือเซาธ์แฮมป์ตัน ในวันที่ 15 พ.ค.นี้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

พรีวิวฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง เชลซี พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

พรีวิวฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง เชลซี พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พรีวิวฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย คืนวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2021 เวลา 20.30 น. เชลซี พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์

ศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 8 เชลซี พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดมาดูพรีวิวและเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

พรีวิวฟุตบอล เอฟเอ คัพ เชลซี พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : แอนดรูว์ แมดลี่ย์
วันที่ : วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2021
Kick off : 20.30 น.
ถ่ายทอดสด : beIN Sports1

เชลซี

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ของ เชลซี เพิ่งพาทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังเอาชนะ แอตฯ มาดริด มาได้ 2-0 ในเกมยุโรป ส่วนผลงานในเอฟเอ คัพพวกเขา เบียดชนะบาร์นสลี่ย์ 1-0 มาได้ทำให้ไม่แพ้ใครมา 13 เกมแล้วนับตั้งแต่เข้ามารับงาน

ความพร้อมเกมนี้ ทูเคิ่ล จะได้ทั้ง เมสัน เมาน์ท และ จอร์จินโญ่ พ้นโทษแบนจากเกมยุโรปกลับมาเสริมทีม แต่ในรายของแทมมี่ อับราแฮม และ ติอาโก้ ซิลวา ยังคงมีปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่ทำให้น่าจะยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้

การจัดทัพคาดว่าจะมาในระบบ 3-4-2-1 โดยน่าจะมีการปรับทัพพอสมควร ในส่วนผู้รักษาประตู เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า น่าจะได้รับโอกาสเฝ้าเสา แนวรับสามคนจะเป็น เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น และ คัวร์ท ซูม่า วิงแบ็กขวา-ซ้ายจะเป็นหน้าที่ของ  คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย กับ เบน ชิลเวลล์ ในส่วนตรงกลางสนามจะเป็น จอร์จินโญ่ คุมเกมกับ มาเตโอ โควาซิช ส่วนแนวรับให้ คริสเตียน พูลิซิช ทำเกมร่วมกับ เมสัน เมาน์ท อยู่หลัง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

ทางฝั่ง พอล เฮ็คคิงบ็อตทอม กุนซือรักษาการของ เชฟฯ ยูไนเต็ด ที่เข้ามารับงานต่อจากคริส ไวล์เดอร์ อดีตนายใหญ่ที่พาทีมเข้ารอบนี้ ด้วยการเบียดชนะบริสตอล ซิตี้ 1-0 ส่วน เฮ็คคิงบ็อตทอม ประเดิมงานแรกด้วยการพาทีมแพ้เลสเตอร์เละเทะ 0-5 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้ 2 นัดติดและแพ้นัดที่ 4 ในรอบ 5 เกม

สภาพทีมเกมนี้ เฮ็คคิงบ็อตทอม จะชวดใช้งาน อีธาน แอมพาดู กองหลังที่ยืมจากเชลซี เพราะเป็นการเจอต้นสังกัดจริง รวมไปถึงพวกที่เจ็บอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น จอห์น อีแกน, แจ็ค โรบินสัน, แจ็ค โอคอนเนลล์ และ ซานเดอร์ เบิร์ก ส่วน เดวิด แม็คโกลดริค ที่เจ็บเข่าต้องรอทดสอบความฟิต

การจัดทัพคาดว่าจะมาในระบบ 3-5-2 โดยยึดชุดหลักลงเล่น มี แอรอน แรมส์เดล เฝ้าเสา แนวรับสามคนมี คริส บาแชม, ฟิล เจกีลก้า และ เอ็นดา สตีเว่นส์  วิงแบ็กขวา-ซ้าย เป็น เจย์เด้น โบเกิ้ล กับ แม็กซ์ โลว์ แดนกลางสามคนเป็น จอห์น ลันด์สแทรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด และ จอห์น เฟล็ค ส่วนคู่หน้าจะเป็น โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, เรียน บรูว์สเตอร์

สถิติเชลซี พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 5 นัดหลังสุด

เชลซี : ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด : ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 3

08/02/21    พรีเมียร์ลีก เชฟฯ ยูไนเต็ด 1 – 2 เชลซี
08/11/20    พรีเมียร์ลีก เชลซี 4 – 1 เชฟฯ ยูไนเต็ด
11/07/20    พรีเมียร์ลีก เชฟฯ ยูไนเต็ด 3 – 0 เชลซี
31/08/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 2 – 2 เชฟฯ ยูไนเต็ด
17/03/07    พรีเมียร์ลีก เชลซี 3 – 0 เชฟฯ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เชลซี

17/03/21 ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-0 (เหย้า) ชปล.
13/03/21 เสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
08/03/21 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/03/21 ชนะ ลิเวอร์พูล 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/02/21 เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

15/03/21 แพ้ เลสเตอร์ 0-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
06/03/21 แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/03/21 ชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/02/21 แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
21/02/21 แพ้ ฟูแล่ม 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

เชลซี (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า
กองหลัง : เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, คัวร์ท ซูม่า
กองกลาง : คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, เบน ชิลเวลล์
กองหน้า :  คริสเตียน พูลิซิช, เมสัน เม้าน์ท,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (3-5-2)

ผู้รักษาประตู : แอรอน แรมส์เดล
แนวรับ : คริส บาแชม, ไบรอัน, เอ็นดา สตีเว่นส์
กองกลาง : เจย์เด้น โบเกิ้ล, จอห์น ลันด์สแทรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, ออสบอน, แม็กซ์ โลว์
กองหน้า : แม็คโกลดริก, เรียน บรูว์สเตอร์

ผู้จัดการทีม : พอล เฮ็คคิงบ็อตทอม

ข้อมูลสถิติจาก : Whoscored

สกอร์ที่คาด : เชลซี 3-0 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นัดที่ 25 ระหว่าง เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 25 คืนวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 19.30 น. เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี สนาม เซนต์ แมรี่ส์


ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 25 ของฤดูกาล เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี มาดูพรีวิวและเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี

สนาม : เซนต์ แมรี่ส์
ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์
วันที่ : วันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2021
Kick off : 19.30 น.
ถ่ายทอดสด : True Premier Football HD 1 และ PPTV

เซาธ์แฮมป์ตัน

ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิ่ล กุนซือเซาธ์แฮมป์ตัน พาทีมแพ้วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 คาบ้านในเกมล่าสุด โดยเป็นการแพ้นัดที่ 4 ในรอบ 5 เกมหลังสุดของนักบุญ

สภาพทีมเกมนี้เจ้าถิ่นจะไม่มีไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่ามาจากเกมล่าสุด รวมไปถึง ธีโอ วัลค็อตต์, อิบราฮิมา ดิยัลโล่, วิลล์ สมอลล์โบน และ ไมเคิ่ล โอบาเฟมี่ ที่มีอาการบาดเจ็บก่อนอยู่แล้ว

ส่วนผู้เล่นแกนหลักรายอื่นๆ ทั้ง ยาน เบดนาเร็ค, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์, โอริโอล โรเมว, แดนนี่ อิงส์ และ นาธาน เร้ดมอนด์ ฟิตพร้อมช่วยทีมในเกมนี้

เชลซี

โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมเชลซี พาทีมเก็บชัยชนะเหนือนิวคาสเซิ่ล 2-0 ในเกมล่าสุด ซึ่งเป็นการคว้าชัย 5 นัดติดและยังไม่แพ้ใครตั้งแต่เข้ามารับงานในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

ส่วนความพร้อมเกมนี้  สิงห์บลูส์ยังต้องลุ้นความพร้อมของ แทมมี่ อับราแฮม ดาวยิงตัวเก่งที่เจ็บเพิ่มมาจากเกมล่าสุด ส่วนติอาโก้ ซิลวา และ ไค ฮาแวร์ทซ์ กลับมาซ้อมได้แล้วแต่คาดว่าจะยังไม่ได้ลงสนามในเกมนี้

ส่วน เอดูอาร์ เมนดี้ ที่ ทูเคิ่ล ยืนยันว่าเป็นมือ 1 ของทีมที่เป็นสำรองในเกมที่แล้วน่าจะคืนเสาตามปกติในเกมนี้แม้เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า จะทำผลงานได้ดี รักษาคลีนชีทได้ก็ตามจากการลงสนามในนัดล่าสุด

สถิติเลสเตอร์ พบ เชลซี 5 นัดหลังสุด

เซาธ์แฮมป์ตัน : ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2
เชลซี : ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1

17/10/20 พรีเมียร์ลีก เชลซี 3 – 3 เซาธ์แฮมป์ตัน
26/12/19 พรีเมียร์ลีก เชลซี 0 – 2 เซาธ์แฮมป์ตัน
06/10/19 พรีเมียร์ลีก เซาธ์แฮมป์ตัน 1 – 4 เชลซี
03/01/19 พรีเมียร์ลีก เชลซี 0 – 0 เซาธ์แฮมป์ตัน
07/10/18 พรีเมียร์ลีก เซาธ์แฮมป์ตัน 0 – 3 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เซาธ์แฮมป์ตัน

14/02/21 แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
12/02/21 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ
06/02/21 แพ้ นิวคาสเซิ่ล 2-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/02/21 แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-9 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
30/01/21 แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

เชลซี

16/02/21 ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
12/02/21 ชนะ บาร์นสลี่ย์ 1-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ
07/02/21 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/02/21 ชนะ สเปอร์ส 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
31/01/21 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

เซาธ์ พบ เชลซี

เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2)

ผู้รักษาประตู : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่
กองหลัง : แจ็ค สตีเฟ่นส์, ยาน เบดนาเร็ค, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, ไรอัน เบอร์ทรานด์
กองกลาง : สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์, โอริโอล โรเมว, ทาคูมิ มินามิโนะ
กองหน้า : แดนนี่ อิงส์, เช อดัม

ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ ฮาเซนฮึทเทิ่ล

เชลซี (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้
แนวรับ : เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์
กองกลาง : คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่
กองหน้า : เมสัน เม้าน์ท, ติโม แวร์เนอร์, แทมมี่ อับราฮัม

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

ข้อมูลสถิติจาก : Whoscored

สกอร์ที่คาด : เซาธ์แฮมป์ตัน 0-2 เชลซี


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com