คลังเก็บหมวดหมู่: วิเคราะห์นักเตะเชลซี

แฟรงก์ แลมพาร์ด

แฟรงก์ แลมพาร์ด ทำไม่ถูก เป็นนายคน ต้องกล้ารับจบ หลังโยนขี้ให้ ลูกทีมเกมแพ้ปืนใหญ่

ตามกฎลูกผู้ชายแล้ว หากคุณ คิดจะเป็นใหญ่ เป็นผู้นำทีม ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ใดๆ ต้องกล้าออกตัว กล้าแลก บทความนี้  ไม่ได้ว่า แฟรงก์ แลมพาร์ด


ผู้จัดการทีม คำนี้ก็คือ หัวหน้าผู้ฝึกสอน มีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจ การวางแผนตั้งแต่ซ้อม วางแทคติก รวมถึงใช้จิตวิทยา ในการเค้นศักยภาพลูกทีม ไหนจะอธิบายแทคติกที่ จะใช้ให้แก้ผู้ช่วย ซึ่งถือว่า แฟรงก์ แลมพาร์ด เป็นหัวเรือใหญ่ ในการคุมทิศทางการเดินของเรือ

สิ่งที่ทำให้แอดต้องเขียน บทความนี้ เพราะว่า หากท่านที่มีฟุตบอลอยู่ในสายเลือด ติดตามข่าวสารเป็นประจำ ท่านจะรู้ได้เลยว่า โค้ชคนไหน ที่ทีมมีปัญหา หรือตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ก็จะออกมาแถลงข่าว แขวะลูกทีมตัวเอง จนทีมพังไม่เป็นท่า

พฤติกรรมแบบนี้ แอดว่ามันไม่แฟร์กับนักเตะทุกคน แอดเชื่อได้เลยว่า การเล่นของทีม ของนักเตะแต่ละคน พื้นที่ในการเล่น ย่อมได้รับคำสั่งมา ให้เล่นแบบนี้ แบบนั้น หากไม่ทำตามแทคติกที่วางไว้ ก็หมายถึงตำแหน่งตัวจริงจะหายไป พร้อมกับการเข้ามาของคนที่เล่นได้ตามคำสั่ง

โชเซ่ มูรินโญ่ หัวหน้าผู้ฝึกสอน เป็นอีกคน เมื่อทีมมีปัญหาภายในหรือ มีปัญหากับเขาโดยตรง จะเห็นได้ว่า มูรินโญ่ จะออกมาแถลงข่าว แซะอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน จนสุดท้ายทีมแตก

ความเป็นหนึ่งเดียว ของกีฬาที่เล่นเป็นทีม เป็นสิ่งที่จะต้องมีทีม ชนิดขาดไม่ได้ และความเชื่อมั่นระหว่างนักเตะกับโค้ช จะสั่นคลอนไม่ได้ หากมีอาการเมื่อไร ทีมดิ่งแน่นอน

หลังจบเกมแฟรงก์แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์ว่า “มันไม่ดีพอ ครึ่งแรกเราโดนนำแบบนั้น ครึ่งหลังเราเหมือนต้องปีนภูเขา เมื่อคุณเล่นแย่ และยังเจอลูกยิงแบบซาก้า นั่นคือคุณไม่สมควรได้รับโชค เราสู้ในครึ่งหลังได้ดีขึ้น ผู้เล่นที่ลงมาใหม่เพิ่มความเร็ว, พลังงาน และความเข้มข้นให้กับเกม แต่นั่นมันควรมีตั้งแต่เริ่มแล้ว”

แลมพ์

.”ผมต้องรับผิดชอบนอกสนามแน่นอนอยู่แล้ว แต่ผู้เล่นต้องรับผิดชอบในสนามเช่นกัน ข้อความจากผมนั้นชัดเจน นี่คือเกมที่อันตรายเมื่อคุณเจอกับทีมที่พรสวรรค์เหลือล้น และหลังกำลังพิงฝา”

หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวอีกว่า “เรามีโอกาสที่จะขึ้นที่สองในเกมนี้ ส่วนพวกเขามีโอกาสอันดับตกลงไปในโซนตกชั้น นี่คือส่วนผสมที่อันตราย ผู้เล่นทุกคนรู้อยู่แล้ว เราเตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับเกมนี้ แต่เมื่อคุณเล่นได้แค่ 60 เปอร์เซนต์ คุณไม่มีทางชนะเกมไหนเลยในพรีเมียร์ลีก”

.”ผมโกรธ ผมต้องการเป็นผู้ชนะ แต่เมื่อเราให้โอกาสพวกเขา เราไม่สู้ และไม่สร้างความลำบากให้พวกเขามากพอ เราก็ได้รับสิ่งที่สมควรจะได้” แฟรงก์ แลมพาร์ดให้สัมภาษณ์ทิ้งท้าย หลังเกม

อย่างไรก็ตาม ผลงานของทีม จะออกมาดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับการบริหารของโค้ช และทีมงานของแฟรงก์ แลมพาร์ด จะโทษว่านักเตะ เป็นแบบนั้น แบบนี้ไม่ได้เพราะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน สามารถจะเอาคนไหนลง เปลี่ยนคนไหนออก ให้เข้ากับทีมยิ่งแฟรงก์ ได้อิสระในการจ่ายตลาด เลือกนักเตะที่ตัวเองคิดว่าเข้ากับแทคติกด้วย

อันที่จริง เห็นมาสักพักแล้ว แฟนเชลซีจะเกลียดแอดก็ได้นะ เพราะว่าแอดมีความคิดเห็นเป็นแบบนี้ พวกพี่ ที่เลือดสีน้ำเงิน เชียร์เชลซีมาเป็น 10 ปี 20 ปี บางคน เคยบอกว่า นักเตะเพิ่งซื้อมาใหม่ ต้องใช้เวลา ไม่ใช่เกม ที่จะลงเล่นได้เลย การที่เขามีความคิดเช่นนี้ แสดงว่าไม่เคยเล่นเกมฟีฟ่า4 เพราะต่อให้นักเตะแพงแค่ไหน ก็ไม่ได้การันตีความเก่งเลย จังหวะเหวอๆ มีเยอะมาก

หากบทความของแอดบทความนี้ ทำให้ใครหัวร้อน ก็ขออภัยด้วยนะครับ มันก็เป็นความคิด มุมที่แอดเห็นเท่านั้น ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น จะให้ผมมาเขียนอวยหรือโอ๋กัน คงไม่ได้ เราต่างก็อยากให้ทีมประสบความสำเร็จ

อาจจะบอกว่า ดูอย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ สิ ช่วงแรกเขาก็ไม่มีแชมป์ ใช้เวลาถึง 5 ปี ถามว่า 2 ปีแรก ของแฟรงก์ แลมพาร์ดกับของคล็อปป์ อันไหนมีทรง มีอนาคตมากกว่า พิจารณาเอาเอง

สุดท้ายนี้ ก็แล้วแต่ แฟรงก์ แลมพาร์ด เลยครับ จะปรับยังไง เราก็แค่แฟนบอลตัวเล็กที่มีมุมต่างออกไป ยังไงใจก็เป็นสีน้ำเงินเหมือนเช่นเคยแหละครับ


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

 

รวมตำนานนักเตะหมายเลข-10-แห่งถิ่น-สแตมฟอร์ด-บริดจ์

รวม ตำนานนักเตะหมายเลข 10 แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

คริสเตียน พูลิซิช คือนักเตะที่สืบทอดเบอร์ 10 คนล่าสุดของเชลซี มาย้อนดู ตำนานนักเตะหมายเลข 10 แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ว่ามีใครกันบ้าง


แฟรงค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ของเชลซีเป็นผู้มอบเสื้อหมายเลข 10 ให้กับ คริสเตียน พูลิซิช ด้วยตัวเองเพราะมองว่านักเตะมีดีพอและเหมาะสมที่จะสวมเสื้อหมายเลข 10 มาลุ้นกันว่าเจ้าตัวจะสามารถสืบทอด ตำนานนักเตะหมายเลข 10 แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้หรือไม่

บทความที่เกี่ยวข้อง : เมสัน เมาท์ ผลผลิตอะคาเดมี่สโมสร

ตำนานนักเตะหมายเลข 10 แห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

กาวิน พีค็อก

กาวิน-พีค็อก

ในอดีตเชลซีมีนักเตะในตำนานหลายรายที่สวมเสื้อหมายเลข 10 ทั้ง บ๊อบบี้ แทมบลิง, เอียน ฮัทชินสัน และ ชาร์ลีย์ คุ๊ก แต่หากนับเฉพาะในยุคของ พรีเมียร์ลีก กาวิน พีค็อก คือตำนานนักเตะหมายเลข 10 รายแรกที่สวมเสื้อเบอร์นี้

กาวิน พีค็อก ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยย้อนไปในฤดูกาล 1993/94 เขายิงประตูใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ทั้งเกมเหย้าและเยือน และยิงประตูในลีกไปทั้งสิ้น 6 ประตู นอกจากนี้ยังพาทีมเข้าชิง เอฟเอ คัพ ในรอบ 24 ปีอีกด้วย

สองฤดูกาลถัดมา ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1996 เขาเป็นนักเตะเชลซีคนแรกที่ซัดแฮตทริกใน ศึกพรีเมียร์ลีก เกมที่เอาชนะ มิดเดิ้ลสโบรห์ ไปแบบขาดลอย 5-0

มาร์ค ฮิวจ์

มาร์ค-ฮิวจ์

มาร์ค ฮิวจ์ สวมเสื้อหมายเลข 8 นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเชลซีในปี 1995 ต่อมาเจ้าตัวได้เปลี่ยนไปใส่เบอร์ 10 แทนที่ของ กาวิน พีค็อก ที่ย้ายทีมไป โดยในฤดูกาล 1996/97 มาร์ค ฮิวจ์ ได้ถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้เล่นแห่งปีของทีมด้วย

กองหน้าชาวเวลล์ มีคู่หูในแดนหน้าอย่าง จิอันฟรังโก โซลา โดยเจ้าตัวยิงประตูไปทั้งสิ้น 14 ลูกโดย 5 ประตูมาจากการยิงในรายการ เอฟเอ คัพ ที่เชลซีสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จในรอบ 27 ปี

ในปีถัดมาเขาซัดไปอีก 12 ประตูรวมไปถึงการยิงในรอบรองชนะเลิศ ลีกคัพ ที่พบกับอาร์เซนอล และ วินเซนซ่า ใน คัพ วินเนอร์ส คัพ ซึ่งเชลซีคว้าแชมป์มาครองได้ทั้งสองรายการ

โจ โคล

โจ-โคล

โจ โคล ย้ายมาจาก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อปี 2003 และลงเล่นให้เชลซีถึง 7 ฤดูกาล ยิงได้ 39 ประตู จากการลงเล่น 282 นัด โคล ช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์มากมาย ทั้ง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ รวมไปถึงแชมป์พรีเมียร์ลีกอีก 3 สมัย

แม้จะมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าโคลคือนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ และมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม โดยในฤดูกาล 2007/08 โจ โคล ได้รับรางวัลผู้เล่นแห่งปีของสโมสรและในปีเดียวกันนั้นทีมสามารถเข้าชิง ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แต่ก็ต้องอกหักไปในท้ายที่สุด

ฆวน มาต้า

ฆวน-มาต้า

ฆวน มาต้า ย้ายมาจากบาเลนเซีย เมื่อปี 2011 และแข้งชาวสเปนก็กลายเป็นแข้งสำคัญของทีมทันที เขาคือผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอ โดยในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก กับ บาเยินร์ มิวนิค มาต้า คือผู้เปิดลูกเตะมุมให้ ดร็อกบา โหม่งประตูตีเสมอให้ทีมก่อนจะคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

นอกจจากนี้ ฆวน มาต้า ยังเป็นนักเตะที่มีบทบาทสำคัญในการคว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก ได้ในปีต่อมาและเป็นผู้เล่นที่แฟนบอลเชลซีรักมากที่สุดคนหนึ่ง โดยเขาถูกเลือกให้เป็นผู้เล่นแห่งปีของสโมสรถึง 2 สมัยในปี 2012 และ 2013

เอเด็น อาซาร์

เอเด็น-อาซาร์

เอเด็น อาซาร์ เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจากเบอร์ 17 มาใส่เบอร์ 10 หลังการจากไปของ ฆวน มาต้า ในฤดูกาล 2014/15 ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างโดดเด่นพาทีมคว้าแชมป์ได้มากมายทั้ง พรีเมียร์ลีก, ลีกคัพ รวมไปถึง ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ที่เขาได้รับ แมนออฟเดอะแมทซ์ ในนัดชิงชนะเลิศกับ อาร์เซนอล

กัปตันทีมชาติเบลเยี่ยมได้รับรางวัลส่วนตัวมากมายในช่วงที่ค้าแข้งกับเชลซี เขาคือผู้เล่นคนแรกที่คว้ารางวัลผู้เล่นแห่งปีของสโมสรและรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA ในปีเดียวกัน พร้อมสถาปนาตัวเองให้กลายเป็นแข้งระดับตำนานของสโมสรอีกหนึ่งราย

วิลเลี่ยน

วิลเลี่ยน

หลังการจากไปของ เอเด็น อาซาร์ ทำให้เสื้อหมายเลข 10 ถูกส่งต่อไปยัง วิลเลี่ยน ตัวรุกอัจฉริยะอีกคนของสโมสร

แม้ วิลเลี่ยน จะสวมเสื้อหมายเลข 10 ได้เพียงฤดูกาลเดียว แต่ผลงานของเจ้าตัวนั้นยอดเยี่ยมเหนือใครๆ ในทีมชุดนั้นภายใต้การคุมทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด โดยวิลเลี่ยน ยิงไปทั้งสิ้น 11 ประตู และกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ครบทุกเดือน


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com
ที่มา : Chelseafc.com

เชลซี-ฟีฟ่า-21-Fifa-21

ค่าพลังนักเตะเชลซี ในเกม FIFA 21 ใครเก่งสุดในทีม?

มาดูค่าพลังนักเตะ เชลซี ในเกม FIFA 21 เกมฟุตบอลยอดนิยมของแฟนบอลทั่วโลก ที่พึ่งเปิดให้แฟนเกมได้เล่นกันไม่กี่วันก่อน ใครคือแข้งที่ค่าพลังสูงสุดในทีม


FIFA 21 เกมฟุตบอลชื่อดังได้เปิดให้แฟนบอลทั่วโลกได้เล่นกันเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาหลังจากที่ตลาดนักเตะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยในภาคนี้เชลซีคือทีมระดับ 4.5 ดาว ซึ่งเป็นปีที่ 2 แล้วที่ทีมถูกจัดให้อยู่ในระดับนี้ ลองมาดูกันว่าเหล่านักเตะของ เชลซี จะมีค่าพลังเท่าไหร่กันบ้างในภาคนี้ แข้งใหม่แต่ละคนจะมีค่าพลังเท่าไหร่ และใครคือคนที่มีค่าพลังเยอะที่สุดในทีมเชลซี ไปดูกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง : ติโม แวร์เนอร์ แนะนำซีรีย์ NETFLIX

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : ผู้รักษาประตู

Edouard-Mendy-FIFA-21

สิงโตน้ำเงินคราม ทุ่มเงินซื้อผู้เล่นมาเสริมทัพมากมายในซีซั่นนี้และหนึ่งในนั้นเป็นผู้รักษาประตูอย่าง เอดูอาร์ เมนดี้ ที่เชลซีดึงมาจาก แรนส์ ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ โดย เมนดี้ เข้ามาเพื่ออุดรอยรั่วหลังจากที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ฟอร์มหลุดจนทำให้ทีมเสียประตูแบบไม่น่าเสียอยู่บ่อยครั้ง

สำหรับค่าพลังที่ดีที่สุดของผู้รักษาประตูของเชลซีได้แก่ นายด่านค่าตัวแพงสุดในโลกอย่างเกปา โดยมีค่าพลังที่ 82 ซึ่งลดลงมา 2 คะแนนจากภาคก่อนหน้านี้ ในขณะที่ เมนดี้ มีค่าพลังอยู่ที่ 79 มากกว่า วิลลี่ กาบาเยโร่ มือสามของทีมอยู่ 4 คะแนน

ค่าพลังผู้รักษาประตูเชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – 82 // เอดูอาร์ เมนดี้ – 79 // วิลลี่ กาบาเยโร่ – 75

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองหลัง

Ben-Chilwell-FIFA-21

เชลซี แก้ไขจุดอ่อนในเกมรับด้วยการเซ็น ติอาโก้ ซิลวา มาร่วมทีมแบบฟรีๆหลังหมดสัญญาจาก เปแอสเช แม้เจ้าตัวจะอายุถึง 36 ปีแต่สภาพร่างกายยังสมบูรณ์และประสบการณ์โชกโชน โดย ซิลวา มีค่าพลังอยู่ที่ 85 ซึ่งสุดที่สุดในบรรดาแนวรับเชลซี

เบน ชิลเวลล์ คืออีกหนึ่งแข้งใหม่ที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไปคว้าตัวมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางฝั่งซ้ายของทีมซึ่ง ชิลเวลล์ ทำได้ดีทั้งในเกมรุกและทำได้ยอดเยี่ยมในเกมรับ โดยแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษมีค่าพลังอยู่ที่ 81

ค่าพลังกองหลังเชลซี : ติอาโก้ ซิลวา – 85 // เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – 84 // มาร์กอส อลอนโซ่ – 81 // เบน ชิลเวลล์ – 81 // อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – 81 // เคิร์ต ซูม่า – 80 // เอเมอร์สัน – 79 // อันเดรียส คริสเตนเซ่น – 79 // รีซ เจมส์ – 77 // ฟิกาโย่ โทโมริ – 76 // บาบาห์ รามันห์ – 75

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองกลาง

Hakim-Ziyech-FIFA-21

ฮาคิม ซีเย็ค หนึ่งในนักเตะชั้นยอดของ เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ดาวรุ่งอนาคตไกลของทีมชาติเยอรมันได้ย้ายเข้าสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยยกระดับทีมให้ขึ้นไปเบียดลุ้นแชมป์กับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่นนี้

โดยทั้งสองคนมีค่าพลังรวมเท่ากันอยู่ที่ 85 ซึ่งน้อยกว่า เอ็นโกโล่ ก้องเต้ ผู้ที่มีค่าพลังสูงที่สุดในทีมที่ 88 คะแนน ส่วน เมสัน เมาท์ เด็กปั้นผู้เป็นกำลังสำคัญของ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีค่าพลังอยู่ที่ 80

ค่าพลังกองกลางเชลซี : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ – 88 // ฮาคิม ซีเย็ค – 85 // ไค ฮาแวร์ทซ์ – 85 // มัตเตโอ โควาซิช – 83 // จอร์จินโญ่ – 83 // เมสัน เมาท์ – 80 // วิคเตอร์ โมเซส – 78 // แดนนี่ ดริงวอเตอร์ – 73 // บิลลี่ กิลมอร์ – 71

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองหน้า

การเซ็น ติโม แวร์เนอร์ เข้ามาเสริมทัพถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยม เพราะ แวร์เนอร์ เล่นได้หลากหลายตำแหน่งในเกมรุก ซึ่งเจ้าตัวมาพร้อมกับตำแหน่งรองดาวซัลโวของ บุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นรองเพียง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เพียงคนเดียวเท่านั้น

โดย แวร์เนอร์ ถูกจัดให้เป็นแข้งที่มีพลังรวมสูงสุดในแดนหน้าที่ 85 คะแนน ส่วน คริสเตียน พูลิซิช เบอร์ 10 คนล่าสุดของทีมมีค่าพลังอยู่ที่ 81

ค่าพลังกองหน้าเชลซี : ติโม แวร์เนอร์ – 85 // คริสเตียน พูลิซิช – 81 // โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 79 // แทมมี่ อับราฮัม – 78 // คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย – 74

จัดอันดับผู้เล่นเชลซี ในเกม FIFA 21

1. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ – 88
2. ฮาคิม ซีเย็ค – 85
3. ไค ฮาแวร์ทซ์ – 85
4. ติอาโก้ ซิลวา – 85 
5. ติโม แวร์เนอร์ – 85
6. เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – 84
7. มัตเตโอ โควาซิช – 83
8. จอร์จินโญ่ – 83
9. เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – 82
10. มาร์กอส อลอนโซ่ – 81
11. เบน ชิลเวลล์ – 81
12. คริสเตียน พูลิซิช – 81
13. อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – 81
14. เมสัน เมาท์ – 80
15. เคิร์ต ซูม่า – 80
16. เอเมอร์สัน – 79
17. โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 79
18. อันเดรียส คริสเตนเซ่น – 79
19. เอดูอาร์ เมนดี้ – 79
20. วิคเตอร์ โมเซส – 77
21. แทมมี่ อับราฮัม – 78
22. รีซ เจมส์ – 77
23. ฟิกาโย่ โทโมริ – 76
24. บาบาห์ รามานห์ – 75
25. วิลลี่ กาบาเยโร่ – 75
26. คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย – 74
27. แดนนี่ ดริงวอเตอร์ – 73
28. บิลลี่ กิลมอร์ – 71


ถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com 
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com
ที่มา : Squawka

10-อันดับ-ดาวยิงที่ดีที่สุดของสิงโตน้ำเงินคราม

10 อันดับ ดาวยิงที่ดีที่สุดของสิงโตน้ำเงินคราม ตั้งแต่ปี 2000

ยอดดาวยิงมากมายเคยผ่านการค้าแข้งมาแล้วในรั้ว สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาดู 10 อันดับ ดาวยิงที่ดีที่สุดของเชลซี นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาว่ามีใครบ้าง


เชลซี คือทีมที่มีศูนย์หน้าระดับโลกหลายรายที่เคยค้าแข้งที่นี่ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จและนี่คือ 10 อันดับ ดาวยิงที่ดีที่สุดของเชลซี

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตำนานนักเตะหมายเลข 10

10 อันดับ ดาวยิงที่ดี่ที่สุดของ เชลซี

10. ซามูเอล เอโต้

eto'o

‘ซามูเอล เอโต้’ เคยค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงสั้นๆในยุคที่ ‘โชเซ่ มูรินโญ่’ กลับมาคุมทีมรอบ 2 โดยเจ้าตัวลงสนามให้เชลซีทั้งหมด 35 นัด และซัดไป 12 ประตูซึ่งถือว่าไม่เลวร้ายอะไรกับ เอโต้ ในวัย 30 ปี

9. เฮอร์นัน เครสโป

crespo

‘เฮอร์นัน เครสโป’ เปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดที่พบกับวีแกนโดยเขาเป็นผู้ยิงประตูชัยช่วยทีมคว้า 3 แต้มได้สำเร็จ แต่เจ้าตัวกลับปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษไม่ได้ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก โดย 2 ฤดูกาลกับเชลซี เขาซัดไปทั้งสิ้น 25 ประตู

8. เฟอร์นันโด ตอร์เรส

torres

ค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่มองว่าดีลนี้ของเชลซีคือความล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ‘เฟอร์นันโด ตอร์เรส’ มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก มาครองได้ในปี 2012 ซึ่งในช่วงที่ถือเป็นขาลงของเขาแต่ก็ยังยิงไปได้ถึง 45 ประตูใน 4 ฤดูกาลกับสิงห์บลูส์

7. แทมมี่ อับราฮัม

abraham

‘แทมมี่ อับราฮัม’ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังขึ้นมาเล่นชุดใหญ่กับเชลซีในฤดูกาล 2019/20 โดยเจ้าตัวซัดในเกมลีกไปทั้งสิ้น 15 จากการลงสนามไป 34 นัด ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียวกับว่าที่กองหน้าคนสำคัญในอนาคตของทีมและเจ้าตัวอาจถูกจัดอันดับในตำแหน่งที่สูงกว่านี้ในอนาคต

6. โอลิวิเยร์ ชิรูด์

giroud

‘โอลิวิเยร์ ชิรูด์’ ใช้เวลาส่วนใหญ่บนม้านั่งสำรอง อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยิงประตูสำคัญและมีส่วนช่วยให้ทีมได้รับผลการแข่งขันที่น่าพอใจหลายครั้ง เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสมำ่เสมอและเคยเกือบย้ายทีมหลายครั้งแต่สุดท้ายยังอยู่ช่วยทีมอยู่จนถึงปัจจุบัน

5. นิโกล่าห์ อเนลก้า

anelka

‘นิโกล่าห์ อเนลก้า’ คือหนึ่งในการซื้อกองหน้าที่ยอดเยี่ยมครั้งหนึ่งของเชลซี โดยเจ้าตัวยิงให้เชลซีไป 59 ประตูตลอดการค้าแข้งที่ เดอะ บริดจ์ และเคยคว้ารางวัลรองเท้าทองคำของศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2008/09 ด้วย

4. ไอเดอร์ กุ๊ดยอนห์เซ่น

gudjohnsen

‘ไอเดอร์ กุ๊ดยอนห์เซ่น’ ย้ายมาร่วมทีม เชลซี ด้วยคาตัวเพียง 4.5 ล้านปอนด์ โดยเขายิงให้เชลซีไปถึง 75 ประตูในช่วงเวลา 6 ปีกับสิงโตน้ำเงินคราม ก่อนย้ายไปค้าแข้งกับ เจ้าบุญทุ่ม ในเวลาต่อมา

3. จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลแบงก์

hasselbainkหนึ่งในศูนย์หน้าที่ดีที่สุดตลอดกาลของเชลซี ‘จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลแบงก์’ ดาวยิงชาวดัตซ์ถลุงตาข่ายไปถึง 87 ประตูจากการลงสนามไป 177 เกม

2. ดิเอโก้ คอสต้า

costa

‘ดิโอโก้ คอสต้า’ ย้ายมาจากตราหมีด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ เขากลายเป็นฝันร้ายของบรรดาแนวรับในพรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริงจากความดุดัน และไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น คอสต้าพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 2 สมัย แต่น่าเสียดายที่ความขัดแย้งกับผู้จัดการทีมในขณะนั้นอย่าง ‘อันโตนิโอ คอนเต้’ ทำให้เขาต้องอำลาทีมไป

1. ดิดิเยร์ ดร็อบา

drogba

นี่คือกองหน้าอันดับหนึ่งตลอดกาลของจริง ดาวยิงขวัญใจแฟนเชลซีอย่าง ดร็อกบา คงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากมายถึงความสุดยอดของเจ้าตัว การยิงประตูแบบถล่มทลายถึง 164 ประตูจาก 381 คือเครื่องยืนยัน ไอ้แมลงสาบคว้าแชมป์กับเชลซีได้ถึง 14 ถ้วยและเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่พาเชลซีได้แชมป์ยุโรปในปี 2012


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : www.chelseafc.com/th
ที่มา : Givemesport

ติโม-แวร์เนอร์-เน็ตฟลิก

ติโม แวร์เนอร์ แนะนำซีรีย์เด็ดจาก Netflix ที่เจ้าตัวชื่นชอบ

ติโม แวร์เนอร์ แนะนำซีรีย์เด็ดจาก Netflix ให้สาวกเชลซีได้ชมระหว่างที่ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อยู่ในช่วงพักเบรคเพื่อหลีกทางให้กับโปรแกรมทีมชาติ


ในช่วงที่ฟุตบอลสโมสรไม่มีโปรแกรมการแข่งขัน ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงชาวเยอรมันได้แนะนำซีรีย์เด็ดเรื่องโปรดจาก Netflix ของเจ้าตัวให้แฟนบอลได้ดูฆ่าเวลากันโดย แวร์เนอร์ ได้แนะนำเอาไว้ 3 เรื่องด้วยกันจะมีเรื่องอะไรบ้างไปดูกันเลย

บทความที่เกี่ยวข้อง : เคิร์ต ซูม่า ว่าที่นักเตะบัลลังก์ดอร์

Money Heist : ทรชนคนปล้นโลก

“นี่เป็นซีรีย์ที่สุดยอดมาก ผมสนุกกับเรื่องนี้จริงๆ”

ซีรีย์เรื่องแรกที่ แวร์เนอร์ แนะนำนั่นก็คือ Money Heist หรือชื่อไทยว่า ทรชนคนปล้นโลก หนึ่งในซีรีย์ยอดนิยมของชาวเน็ตฟลิกในไทยและทั่วโลก ซีรีย์สัญชาติสเปนเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการปล้นของกลุ่มอาชญากรที่มารวมตัวกัน โดยตอนนี้มีออกมาแล้ว 4 ซีซั่นด้วยกันและยังไม่จบเพียงเท่านี้

Suits

“ผมดูเรื่องนี้มาสักพักแล้วครับ และผมก็คิดว่านี่เป็นซีรีย์ที่ดีมากๆ ผมสามารถดูซ้ำได้เรื่อยๆ ด้วยนะ”

ละครซีรีส์สัญชาติอเมริกันที่สร้างโดย แอรอน คอร์ช แสดงนำโดย กาเบรียล มาคต์ และ แพทริค เจ. อดัมส์ โดยเนื้อเรื่องย่อของซีรีย์เรื่องนี้คือ ฮาร์วีย์ สเป็กเตอร์ อัยการเมืองแมนฮัตตันเจอผู้ที่เหมาะจะมาเป็นทนายผู้ช่วยเขา นั่นคือ ไมค์ รอส ผู้มีไหวพริบแพรวพราว แต่ปัญหาคือไมค์เรียนไม่จบแล้วเขาก็ไม่ใช่ทนายด้วย

Selling Sunset

“ผมดูเรื่องนี้กับแฟนของผม และมันน่าทึ่งมากที่ได้เห็นบ้านที่พวกเขาขาย”

“ซีซั่นแรกพูดถึงทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับบ้านและมีเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงด้วย รวมถึงเรื่องดราม่านิดหน่อย แต่พอซีซั่น 2 กลับพลิกไปอีกอย่างเลย ซีรีย์พูดถึงตัวบ้านน้อยมาก และเล่าเรื่องดราม่าเป็นหลัก! แต่นี่เป็นซีรีย์ที่ดีและควรค่าแก่การรับชม ผมขอแนะนำเลยครับ”

ซีรีย์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการขายอสังหาริมทรัพย์ของ Oppenheim Group ซึ่งเป็นการขายบ้านหรูในย่าน ฮอลลีวู๊ด และเบเวอร์รี่ ฮิลล์ ซึ่งมีเรื่องดราม่ามากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้คือซีรีย์จากทั้ง 3 เรื่องโปรดของ ติโม แวร์เนอร์ ใครว่างๆไม่รู้จะดูอะไรลองไปหาดูฆ่าเวลาระหว่างที่ฟุตบอลสโมสรจะกลับมาเตะกันอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อาจจะติดใจทั้ง 3 เรื่องเหมือนกับแวร์เนอร์ก็ได้นะ


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com
ที่มา : chelseafc.com

นักเตะที่แฟนบอลลืม

อดีตนักเตะ ที่แฟนบอลลืมไปแล้วว่าเคยค้าแข้งกับ เชลซี

ผู้เล่นบางรายอำลาสโมสรไปอย่างตำนาน แต่ยังมี อดีตนักเตะ อีกหลายรายที่แฟนบอลจำไม่ได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นเคยค้าแข้งกับ เชลซี ด้วยเหรอ


เชลซี มี อดีตนักเตะ หลายรายที่กลายเป็นตำนานของสโมสรทั้ง ปีเตอร์ ออสกู๊ด, เคอร์รี่ ดิกซ์สัน และ บ็อบบี้ แทมลิ่ง พวกเขาเหล่านี้คือผู้เล่นดาวดังในอดีตของทีม

ส่วนในยุคของ โรมัน อบราโมวิช ก็มีแข้งระดับตำนานที่แฟนบอลสิงห์บลูส์ในปัจจุบันรู้จักกันดีทั้ง ดิดิเยร์ ดร็อกบา, แฟรงค์ แลมพาร์ด, เอเด็น อาซาร์ และอีกหลายรายที่แฟนบอลไม่มีวันลืมพวกเขาเหล่านั้น จากผลงานและถ้วยรางวัลมากมายที่พวกเขานำมาสู่สโมสรแห่งนี้

อย่างไรก็ตามเหรียญมีสองด้านเสมอ มียอดนักเตะที่ประสบความสำเร็จกับทีม ก็ต้องมีนักเตะที่ล้มเหลวในชีวิตการค้าแข้งกับ สิงโตน้ำเงินคราม มาดูกันว่ามี อดีตนักเตะเชลซี คนไหนที่แฟนบอลลืมไปแล้วว่าเคยค้าแข้งอยู่กับทีมมาก่อน

บทความที่เกี่ยวห้อง : 10 ดาวยิงที่ดีที่สุดของเชลซี

ราดาเมล ฟัลเกา

Falcao

อายุ : 34 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 12 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 1 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : กาลาตาซาราย

ฮวน กวาดราโด้

Cuardrado

อายุ : 32 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 13 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 0 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : ยูเวนตุส

อเล็กซานเดร ปาโต้

Pato

อายุ : 30 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 2 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 1 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : เซา เปาโล

สก็อตต์ ซินแคลร์

Scott-Sinclair

อายุ : 31 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 14 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 1 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : เปรสตัน นอร์ทเอนด์

เจฟฟรีย์ บรูม่า

Jeffrey-Bruma

อายุ : 28 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 10 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 0 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : ไมนซ์ 05

เจเรมี่ โบก้า

Jeremie-Boga

อายุ : 23 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 1 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 0 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : ซาสซูโอโล่

ฟาบิโอ บอรินี่

Fabio-Borini

อายุ : 29 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 8 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 0 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : แฮลลาส เวโรน่า

โอริโอล โรเมอู

Oriol-Romeu

อายุ : 28 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 33 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 1 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : เซาแธมป์ตัน

ริคาร์โด้ กวาเรสมา

Ricardo-Quaresma

อายุ : 36 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 5 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 0 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : คาซิมปาซ่า

ฟรังโก้ ดิ ซานโต้

Franco-Di-Santo

อายุ : 31 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 16 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 0 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : แอตเลติโก้ มิเนโร่

ปาปี้ ณิโลโบณี

Papy-Djilobodji

อายุ : 31 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 1 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 0 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : การ์เซียแท็ป

แพทริค ฟาน อานโฮลท์

Patrick-van-Aanholt

อายุ : 29 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 8 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 1 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : คริสตัล พาเลซ

ธอร์แกน อาซาร์

Thorgan-Hazard

อายุ : 27 ปี
จำนวนนัดที่เคยลงเล่นกับเชลซี : 0 นัด
จำนวนประตูที่เคยยิงให้ เชลซี : 0 ลูก
สโมสรปัจจุบัน : โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์

เยาวชนของสโมสรที่ย้ายไปมีชื่อเสียงกับทีมอื่น

นอกจากนักเตะที่ซื้อมาร่วมทีมแล้ว เชลซียังมีเยาวชนฝีเท้าดีมากมายที่ไม่สามารถขึ้นมาเล่นกับทีมใหญ่ได้ ทำให้พวกเขาหาโอกาสที่จะลงเล่นด้วยการเลือกย้ายไปเล่นให้ทีมอื่นแทนและสามารถแจ้งเกิดได้สำเร็จ มีใครบ้างมาดูกัน

เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์

Eddie-Nketiah

อายุ : 20 ปี
สโมสรปัจจุบัน : อาร์เซนอล

ริอาน บรูวสเตอร์

Rhian-Brewster

อายุ : 20 ปี
สโมสรปัจจุบัน : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

เดแคลน ไรซ์

Declan-Rice

อายุ : 20 ปี
สโมสรปัจจุบัน : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

แอนดี้ คิง

Andy-King

อายุ : 20 ปี
สโมสรปัจจุบัน : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

โยฮันน์ เบิร์ก กุ๊ดมุนด์สสัน

Johann-Berg-Gudmundsson

อายุ : 20 ปี
สโมสรปัจจุบัน : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
ข้อมูลจากเว็บ Squawka

บทสรุป ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี

บทสรุป ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี ในช่วงตลาดซัมเมอร์ปี 2020

ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ทำให้ สิงห์บลูส์ กลายเป็นทีมที่ใช้จ่ายเงินช็อปนักเตะสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ


สิงโตน้ำเงินคราม ใช้เงินไปมากกว่า 226.1 ล้านปอนด์ในตลาดซื้อขายเตะรอบนี้ โดยเป็นการเสริมผู้เล่นตัวหลักมากถึง 6 รายและผู้เล่นเพื่ออนาคตอีก 2 ราย มาดูบทสรุป ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี กันว่าจะคุ้มค่ากับที่ลงทุ่นไปหรือไม่

รายจ่ายทีมใน พรีเมียร์ลีก ในตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์ ปี 2020

  1. เชลซี ใช้เงินไป 226.1 ล้านปอนด์
  2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้เงินไป 147.0 ล้านปอนด์
  3. แอสตัน วิลล่า ใช้เงินไป 85.0 ล้านปอนด์
  4. ลีดส์ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 84.5 ล้านปอนด์
  5. วูลฟส์แฮมป์ตัน วันเดอร์เรอส์ ใช้เงินไป 83.6 ล้านปอนด์
  6. ลิเวอร์พูล ใช้เงินไป 81.7 ล้านปอนด์
  7. อาร์เซนอล ใช้เงินไป 81.5 ล้านปอนด์
  8. เอฟเวอร์ตัน ใช้เงินไป 65.0 ล้านปอนด์
  9. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ใช้เงินไป 62.0 ล้านปอนด์
  10. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 54.4 ล้านปอนด์
  11. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 53.0 ล้านปอนด์
  12. เลสเตอร์ ซิตี้ ใช้เงินไป 51.5 ล้านปอนด์
  13. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 35.0 ล้านปอนด์
  14. เซาธ์แฮมป์ตัน ใช้เงินไป 34.9 ล้านปอนด์
  15. เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ใช้เงินไป 27.3 ล้านปอนด์
  16. ฟูแล่ม ใช้เงินไป 23.0 ล้านปอนด์
  17. คริสตัล พาเลซ ใช้เงินไป 20.0 ล้านปอนด์
  18. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 20.0 ล้านปอนด์
  19. ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ใช้เงินไป 4.4 ล้านปอนด์
  20. เบิร์นลีย์ ใช้เงินไป 0.0 ล้านปอนด์

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ ของเชลซี

ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี (Skysports)

นักเตะที่ย้ายเข้า

เอดูอาร์ เมนดี้ ย้ายมาจาก แรนส์ ค่าตัว 22 ล้านปอนด์
ติโม แวร์เนอร์ ย้ายมาจาก แอร์แบ ไลป์ซิก ค่าตัว ไม่เปิดเผย
ฮาคิม ซีเย็ค ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ค่าตัว 33.3 ล้านปอนด์
ติอาโก้ ซิลวา ย้ายมาจาก เปแอสเช ค่าตัว ฟรี
เซเวียร์ เอมบูยัมบา ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า ค่าตัว ไม่เปิดเผย
เบน ชิลเวลล์ ย้ายมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ค่าตัว ไม่เปิดเผย
มาล็อง ซาร์ ย้ายมาจาก นีซ ค่าตัว ฟรี
ไค ฮาแวร์ทซ์ ย้ายมาจาก เลเวอร์คูเซ่น ค่าตัว 71 ล้านปอนด์

นักเตะที่ย้ายออก

วิลเลี่ยน ย้ายไป อาร์เซนอล ค่าตัว ฟรี
ลูวิส เบเกอร์ ย้ายไป แทร็ปชอนสปอร์ ยืมตัว
โจช แกรนท์ ย้ายไป บริสตอล โรเวอร์ ค่าตัว ฟรี
เจมีย์ คัมมิ่ง ย้ายไป สตีฟเนจ ยืมตัว
นาธาน ย้ายไป แอตเลติโก มิเนโร่ ค่าตัว 2.7 ล้านปอนด์
ดานิโล่ พานติช ย้ายไป คูการิคกิ ยืมตัว
อิซซี่ บราวน์ ย้ายไป เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ยืมตัว
จามาล แบล็กมาน ย้ายไป ร็อตเธอร์แฮม ยืมตัว
เปโดร ย้ายไป โรม่า ค่าตัว ฟรี
ทาริค อูเวกว์ ย้ายไป แอคคริงตัน สแตนลีย์ ยืมตัว
เอธาน อัมพาดู ย้ายไป เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัว
คอร์เนอร์ กัลลาเกอร์ ย้ายไป เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ยืมตัว
ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ย้ายไป เจนัว ยืมตัว
ลุค แมคคอมิค ย้ายไป บริสตอล โรเวอร์ ยืมตัว
จอน รัสเซลล์ ย้ายไป แอคคริงตัน สแตนลีย์ ยืมตัว

ย้ายเข้า 8 ราย
ย้ายออก 4 ราย
ปล่อยยืม 12 ราย

ยอดกำไร/ขาดทุนสุทธิ

รายจ่าย 226.1 ล้านปอนด์ (ค่าตัวของ ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์ ราวคนละ 50 ล้านปอนด์)
รายรับ 13.5 ล้านปอนด์

สรุป ขาดทุน 212.6 ล้านปอนด์

เชลซีไม่ได้ใช้เงินแม้แต่ปอนด์เดียวจากตลาดนักเตะ 2 รอบก่อนหน้าแต่สร้างรายรับได้อย่างมหาศาลจากการขาย เอเด็น อาซาร์ และ อัลบาโร่ โมราต้า ทำให้เชลซีมีงบให้ใช้ในตลาดซัมเมอร์ปีนี้ราวๆ 200 ล้านปอนด์ ซึ่งถ้าหากหักลบดูแล้วเชลซีลงทุนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามถ้าหากถามว่าคุ้มค่าไหมกับเม็ดเงินที่เสียไปก็ต้องบอกว่า ถ้านักเตะใหม่แต่ละรายสามารถปรับตัวและเล่นกันได้อย่างเข้าขาเมื่อไหร่รับรองว่าจะคุ้มค้าทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปได้อย่างแน่นอน


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

การสร้างอาณาจักรของ-สิงห์บลูส์

การสร้างอาณาจักรของ ‘สิงห์บลูส์’ ภายใต้การนำทัพของ ‘แฟรงค์ แลมพาร์ด’

การสร้างอาณาจักรของ สิงห์บลูส์ ได้เริ่มขึ้นแล้วหลังทำลายสถิติในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ของ พรีเมียร์ลีก และเหมือนจะยังไม่จบเพียงเท่านี้


ชื่อของ มาริน่า กรานอฟสกาย่า กลายเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในวงการลูกหนังโดยเฉพาะเหล่าแฟนบอล สิงห์บลูส์ หลังเธอได้แสดงแสงยานุภาพในการเจรจาต่อรองเมื่อ เชลซี ปิดดีล ไค ฮาแวร์ทซ์ มาได้ในราคาเพียง 71 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกกว่าที่ เลเวอร์คูเซ่น ตั้งไว้ถึง 18 ล้านปอนด์

มาถึงตอนนี้ สิงโตน้ำเงินคราม ใช้เงินไปประมาณ 200 ล้านปอนด์ ในการคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม 6 ราย โดย 2 รายเป็นการเซ็นสัญญาแบบฟรีๆ ทำให้ สิงห์บลูส์ กลายเป็นทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาดนักเตะรอบนี้

แม้จะเสริมทัพมาแล้วเกือบครึ่งทีมแต่ดูเหมือนว่า พวกเขาจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้และเป้าหมายต่อไปคือตำแหน่งผู้รักษาประตูโดยเล็งไปที่ เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารจอมหนึบจาก แรนส์ สโมสรแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส

การซื้อขายในตลาดนักเตะรอบนี้ของ เชลซี ทำลายสถิติเดิมที่พวกเขาเคยทำเอาไว้เมื่อฤดูกาล 2017/18 โดยในตอนนั้นพวกเขาใช้เงินไปทั้งสิ้น 186 ล้านปอนด์ ซึ่งหนึ่งในดีลที่ทำลายสถิติสโมสรตอนนั้นคือ การดึงดาวยิงทีมชาติสเปนอย่าง อัลบาโร โมราต้า มาเสริมทัพในราคา 60 ล้านปอนด์

แพท เนวิน อดีตปีกของเชลซีกล่าวว่า “เชลซี ไม่ได้กำลังสร้างทีมให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่พวกเขากำลังสร้างยุคสมัยใหม่ขึ้นมา” โดยบททดสอบแรกของ ซูเปอร์ แฟรงค์ ในฤดูกาลที่ 2 คือการออกไปเยือน ไบร์ทตัน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

การทุ่มซื้อขนาดนี้แน่นอนว่าทำให้เกิดคำถามตามมาว่า สิงห์บลูส์ ใช้เงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรทั้งที่ทีมอื่นยังต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง และสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างจากการลงทุนในครั้งนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง : พรีวิว ไบร์ทตัน พบ เชลซี

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

มาริน่า กรานอฟสกาย่า ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากจากผลงานของเธอในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรได้รับประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่เธอได้ทำเอาไว้

จริงอยู่ที่ทีมอื่นๆ จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวังที่สุดหลังจากเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรน่า แต่จากกรณีที่ เชลซี ถูกแบนในตลาดนักเตะรอบที่แล้วทำให้พวกเขามีทุนให้ใช้ได้อย่างมหาศาลในซัมเมอร์นี้ แม้ว่าจะเสีย 40 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับการคว้าตัว มัตเตโอ โควาซิช มาจาก เรอัล มาดริด ก็ตาม

เสี่ยหมีไม่ได้ทำผิดกฎการเงินแต่อย่างใด แต่รายได้ทั้งหมดที่มีส่วนใหญ่ได้มาจากการขายนักเตะออกไปโดยเฉพาะในรายของ เอเด็น อาซาร์ ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด และ อัลบาโร โมราต้า ที่ย้ายไป แอตเลติโก มาดริด ซึ่งแข้งดัง 2 รายนี้ทำเงินให้กับสโมสรอย่างมหาศาล

แม้ว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกผิดหวังที่ทีมไม่ได้เสริมนักเตะแม้แต่รายเดียวในช่วงเดือน มกราคม ทั้งที่มีโอกาสแล้ว แต่เหตุการณ์โควิด-19 ทำให้ทีมอื่นๆก็จำเป็นต้องรัดเข็มขัดและใช้เงินอย่างระมัดระวัง นี่เองจึงทำให้เชลซีได้เปรียบทางด้านการเงินมากกว่าทีมอื่นในตลาดรอบนี้

แพท เนวิน ผู้ที่เคยข้าแข้งกับ สิงโตน้ำเงินครามตั้งแต่ปี 1983-1988 ได้แสดงความคิดเห็นอีกว่า “การซื้อขายนักเตะของเชลซีอาจดู เว่อร์วัง แต่แท้จริงแล้วมันคือ ความชาญฉลาด ในการวางแผนระยะยาวมากกว่า”

“ถ้าผลงานโดยรวมของทีมอยู่ในระดับที่ดีกว่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องควักเงินเพื่อเสริมทัพเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามการที่ทีมได้เล่น แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สองปีติดทำให้ทีมมีรายได้มากขึ้นและไม่น่าแปลกใจหากพวกเขาจะมีงบในการซื้อขายนักเตะมากมายขนาดนี้” เนวิน กล่าวเสริม

ซื้อเยอะขนาดนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกกดดันไหม?

แลมพาร์ด&โรมัน-อบราโมวิช

จริงอยู่ที่การจ่ายเงิน 71 ล้านปอนด์เพื่อคว้า ไค ฮาแวร์ทซ์ ในวัย 21 ปีมาร่วมทีมอาจเป็นความเสี่ยง แต่หากลองมองถึงอนาคตพวกเขาสามารถทำกำไรได้เหมือนในกรณีของ เอเด็น อาซาร์ ที่ซื้อมาร่วมทีมด้วยราคา 32 ล้านปอนด์แต่ขายออกไปได้มากกว่า 100 ล้านปอนด์

นโยบายของทีมที่ซื้อแข้งเยาวชนพรสวรรค์สูงในยุโรปมาร่วมทีมของแลมพาร์ดนั้น เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับสโมสรหากไล่ดูอายุของแต่ละคนทั้งที่พี่งซื้อเข้ามารวมถึงนักเตะที่มีอยู่ในทีมก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าแต่ละคนสามารถวาดลวดลายและสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมได้อีกหลายปี

จริงอยู่ที่ โรมัน อบราโมวิช อาจดูเป็นผู้ที่มีความอดทนต่อผู้จัดการทีมค่อนข้างน้อย แถมการลงทุนในตลาดนักเตะรอบนี้ค่อนข้างสูง แต่เสี่ยหมีก็ไม่ได้กดดันเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จได้ทันที อย่างน้อยผลงานโดยรวมของทีมในฤดูกาลหน้าต้องพัฒนาขึ้นจากฤดูกาลก่อนเป็นอย่างน้อย

ประเด็นนี้ แพท เนวิน ได้ให้ความเห็นว่า “แลมพาร์ด มีความกดดันน้อยกว่าผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ในยุคของ โรมัน อบราโมวิช ซึ่งเสริมทัพด้วยนักเตะระดับโลกและจะเป็นต้องประสบความสำเร็จทันที แต่ตอนนี้เสี่ยหมีต้องการสร้างทีมเพื่ออนาคตมากกว่าซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของซูเปอร์แฟรงค์ที่จะทำมัน

ความกดดันของสโมสรต่อแฟรงค์ แลมพาร์ดนั้นน้อยมาก แต่ความกดดันต่อตัวแลมพาร์ดเองนั้นสูงมา การที่จะประสบความสำเร็จได้แบบ เป็ป กวาร์ดิโอล่า หรือ เจอร์เก้น คล็อปป อาจทะให้เขารู้สึกแบบนั้น”

จะเกิดอะไรขึ้นกับเยาวชนของเชลซี?

จากกรณีดราม่าของ เมสัน เมาท์ ซึ่งคุณพ่อของเจ้าตัวได้ออกมาเคลียร์ปัญหาเรียบร้อยแล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่นั้นก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าแล้วแข้งดาวรุ่งรายอื่นๆ ในทีมจะเป็นอย่างไร

ดาวรุ่งหลายคนได้รับประสบการณ์เป็นอย่างมากในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถ้าหากคุณพิสูจน์ว่าคุณคู่ควรคุณก็จะได้รับโอกาสนั้น

หากพวกเขาอยากเป็นตัวเลือกแรกๆของทีม ก็จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคู่ควรและทำการแข่งขันเหมือนกับที่เคยทำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แข้งใหม่ในเกมรุกที่เสริมมาสามารถเล่นได้หลายหลายต่ำแหน่งและสามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นข้อดีที่จะเกิดการแข่งขันภายในทีมหรือกรณีที่มีนักเตะบาดเจ็บพวกเขาก็สามารถลงทดแทนกันได้แบบไร้ปัญหา

บทสรุปของการซื้อขายในตลาดนักเตะของเชลซี

ฤดูกาลแรกของแลมพาร์ดกับเชลซีถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ยิ่งมีปัญหาอีกหลายจุดที่ต้องได้รับการแก้ไข แน่นอนว่าเกมรุกในซีซั่นหน้าของเชลซีต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ปัญหาในเกมรับที่เป็นปัญหาหลักนั้นจะเป็นอย่างไร การคว้า ติอาโก้ ซิลวา ในวัย 36 ปีมาร่วมทีมนั้นสามารถแก้ปัญหาแนวรับที่รั่วแบบสุดๆเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้หรือไม่ ซึ่งจุดนี้มองได้สองแง่

หนึ่งคือ แม้ว่าอายุจะปาเข้าไปถึง 36 ปีก็ตามแต่ผลงานโดยรวมในฤดูกาลที่แล้วกับ เปแอสเช ถือว่ายอดเยี่ยมหากย้อนดูสถิติต่างๆ การได้เจ้าตัวมาร่วมทีมอาจช่วยให้แข้งเกมรับของเชลซีที่อายุน้อยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเขา

สอง แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ซิลวา จะไม่สามารถช่วยให้เกมรับดีขึ้นมากนัก สิ่งที่เชลซีต่องทำคือทุ่มเงินเพื่อซื้อกองหลังดีๆคนใหม่เข้ามาเสริมทัพในตลาดรอบต่อไป เพียงเท่านั้น เดแคลน ไรซ์ อดีตเด็กปั้นของทีมและเป็นเพื่อนสนิทของ เมสัน เมาท์ คืออีกหนึ่งเป้าหมายที่เชลซีต้องการคว้ามาเสริมทัพให้ได้

สุดท้ายแม้ว่าจะทุ่มเงินมากมายมหาศาลแต่เสี่ยหมีเข้าใจดีว่านี้เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับทีม ไม่ใช่ว่าจะต้องประสบความสำเร็จแบบทันทีเหมือนที่ผ่านๆ มา แฟนบอล สิงห์บลูส์ รู้แบบนี้ก็คงรู้สึกได้ว่า โรมัน อบราโมวิช นั้นรักทีมแค่ไหน ต่อจากนี้ก็มาช่วยกันลุ้นกันเชียร์ทีมรักของเราให้กลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหนึ่ง


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com
บทความต้นฉบับ : bbc.com

แฟรงค์-แลมพาร์ด-เชลซี

แฟรงค์ แลมพาร์ด และ เชลซี ใน ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ (มีคลิป)

ฤดูกาลใหม่กำลังมาถึง เรามาดูการเสริมทัพเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและแก้ไขจุดบกพร่องในฤดูกาลที่แล้วของ แฟรงค์ แลมพาร์ด และ เชลซี กัน


ผ่านไปแล้ว 1 ปีสำหรับบทบาทการเป็นผู้จัดการทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสร โดยเจ้าตัว พา เชลซี จบอันดับ 4 ของตารางพร้อมคว้าตั๋วลุย แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ป๋าแฟรงค์ ยังพาเชลซีเข้าชิง เอฟเอ คัพ ได้อีกด้วย แม้ว่าจะพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ อาร์เซนอล ไปแบบดราม่าพอสมควร แต่เชื่อว่าแฟนบอลสิงห์บลู ส่วนใหญ่ค่อนข้างพอใจผลงานโดยรวมของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมาไม่มากก็น้อย

การไม่ได้เสริมนักเตะแม้แต่คนเดียวตลอดตลาดซื้อขายนักเตะทั้ง 2 รอบทั้งๆที่มีโอกาสทำให้ ซูเปอร์แฟรงค์ ต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อฝ่าฟันอุปสรรคมากมายกว่าจะจบฤดูกาลและเขาก็ทำได้ดีเกินคาด ถือเป็นบททดสอบที่ยอดเยี่ยมของ อดีตตำนานคนนี้

หลังจบฤดูกาล ด้วยความอึดอัดที่ไม่ได้นักเตะมาเสริมทีมแม้แต่รายเดียว ทำให้ ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ รอบนี้ พวกเขาใช้เงินอย่างคุ้มค่า เพื่อแก้ไขปัญหาของทีมและยกระดับให้เทียบเท่ากับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้

แข้งรายแรกที่เชลซีคว้ามาร่วมทีมก็สร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลเป็นอย่างมากเมื่อ เชลซี ไปดึง ฮาคิม ซีเย็ก ปีกฝีเท้าจัดจ้านและมีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมตลอดหลายฤดูกาลที่ค้าแข้งกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัวที่กำลังพอดีไม่ถูกและแพงเกินไป

บทความที่เกี่ยวข้อง : การสรางอาณาจักรของ สิงห์บลูส์

ต่อมา แลมพาร์ด จัดการปัญหาในแดนหน้าด้วยการคว้ายอดดาวยิงทีมชาติเยอรมันอย่าง ติโม แวร์เนอร์ มาแบบเหลือเชื่อ เพราะเจ้าตัวมีข่าวว่าจะย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล อย่างแน่นอนจากการตกลงสัญญาใจกับ เยอร์เก้น คล็อปป์ แต่สุดท้ายเชลซีก็ทำเซอร์ไพร์สปาดหน้า หงส์แดง คว้าดาวซัลโวของ แอร์เบ ไลป์ซิก มาเป็นสมบัติของตนหน้าตาเฉย โดยดีลนี้ทั้ง ป๋าแลมพ์ และ เพตเตอร์ เช็ค ลงไปจัดการด้วยตัวเองเลยด้วย

สองดีลที่เกิดขึ้นเป็นการซื้อนักเตะที่อยู่ในระดับท็อปคลาสของวงการมาร่วมทีมและใช้จ่ายได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านั้น

ไค ฮาแวร์ทซ์ คือเป้าหมายรายต่อมาของทีม ดาวรุ่งพรวรรค์สูงรายนี้เป็นที่ต้องการของบรรดาทีมใหญ่ทั่วยุโรป แต่ เชลซี คือทีมเดียวในตอนนี้ที่สามารถจ่ายค่าตัวนักเตะรายนี้มาร่วมทีมได้ นี่เองทำให้ สิงห์บลูได้เปรียบสุดๆในดีลนี้และจนถึงปัจจุบัน แฟนบอลรอแค่เพียงการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสโมสรเท่านั้น

ส่วนดีลล่าสุดที่ยืนยันไปแบบสดๆ ร้อนๆ แข้งรายล่าสุด เบน ชีเวลล์ แบ็กซ้ายคนใหม่ของทีมที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยราคา 50 ล้านปอนด์พร้อมสัญญายาว 5 ปี จนถึงตอนนี้คงไม่ผิดอะไรหากจะบอกว่าแฟนๆทีมอื่นจะต้องออกอาการตาร้อนเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตาลดนักเตะรอบนี้ ส่วนแฟนบอลสิงห์บลูเองก็คงฟินกันเป็นแทบเมื่อเห็นสิ่งที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด และสโมสรกำลังทำอยู่ตอนนี้

 แม้จะซื้อแข้งใหม่มาแล้วถึง 3 คนแต่เม็ดเงินที่ใช้ไปถือว่าสมเหตุสมผลสุดๆหากเทียบกับราคานักเตะในตาด ณ ปัจจุบันนี้ ต้องของชื่นชม มาริน่า กรานอฟสกาย่า จากหัวใจ สาวแกร่งคนนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โรมัน อบราโมวิช มองไม่ผิดที่เลือกเธอมาทำงานที่นี่

ต่อจากนี้มาติดตามดูกันครับว่า เชลซี จะมีการเสริมทัพเพิ่มเติมในตำแหน่งไหนอีกบ้าง รายชื่อนักเตะที่มีข่าวถือว่าเยอะมากและมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่หลักๆที่เป็นข่าวและแฟนเชลซีอยากได้มาร่วมทีมก็มีอีกหลายรายทั้ง ไค ฮาแวร์ทซ์, ติอาโก้ ซิลวา, โฮเซ่ ฆิมิเนซ, เดแคลน ไรซ์, แยน โอบลัค, นิค โป๊ป และอีกหลายราย

ลองคิดเล่นๆดู หลังจากนี้หากได้นักเตะตามที่ตั้งเป้าไว้ทั้งหมด ฤดูกาลที่จะถึงคงสนุกแน่ๆ เชลซีอาจจะกลายเป็นหนึ่งในทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์รายการใดรายการหนึ่งก็ไม่แปลกนัก แต่อย่างไรก็ตามต้องรอรอว่า แลมพาร์ด จะปรับจูนบรรดาแข้งใหม่ให้เล่นด้วยกันได้อย่างเข้าขาหรือไม่

นักเตะจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้หรือไม่ หรือจะเป็นปัญหานักเตะบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ และมันก็ทำให้เห็นมาหลายต่อหลายครั้งแล้วแล้ว หากทีมที่จะเป็นแชมป์จริงๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้นคือ สิ่งจำเป็นต้องแก้ปัญหาหรือป้องกันแก้ไขให้ดีที่สุด

แน่นอนว่าการคว้ายอดนักเตะมาเสริมทัพ ย่อมส่งผลดีต่อทีม แต่บางครั้งมันก็เหมือนกับดาบสองคมเช่นกัน เพราะว่าความคาดหวังย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย เราอาจจะต้องให้เวลา ซูเปอร์แฟรงค์ และทีมงานได้ทำการปรับจูนรวมไปถึงระบบการเล่นของทีม เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ออกมาดีที่สุดให้ได้

ข่าวการซื้อขายนักเตะของเชลซียังไม่จบเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน ยังมีเวลาให้ช็อปปิ้งอีกเยอะแต่จะซื้อนักเตะที่ต้องการได้ทั้งหมดมาในตลาดนักเตะเพียงรอบเดียวนั้นค่อนข้างยาก ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นผมและแฟนเชลซีหลายคนๆ ยังเชื่อมั่นในสโมสรและ แฟรงค์ แลมพาร์ด อย่างสุดหัวใจว่าพวกเขาจะพาให้เชลซีกลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

คลิป 10 อันดับ การเล่นสุดตื่นตาตื่นใจของเชลซี ในฤดูกาล 2019/20


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

 

ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ปีเตอร์ เช็ก

นักเตะในตำนานของเชลซี ตอนที่ 5 ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ปีเตอร์ เช็ก

2 สุดยอดผู้เล่นชุดประวัติศาสตร์ที่คว้า ชปล. มาครอง สุดยอดดาวยิงและผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดตลอดกาล ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ปีเตอร์ เช็ก


ประวัตินักเตะในตำนาน ตอนที่ 5 ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ปีเตอร์ เช็ก

นักเตะในตำนาน คนที่ 9 ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ดิดิเยร์-ดร็อกบา

ดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นชาวโกตดิวัวร์หรือไอวอรี่โคสต์เมื่ออายุได้ 5 ขวบได้ย้ายไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งอาศัยอยู่กับลุงเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ด้วยความใกล้ชิดกับกีฬาฟุตบอล จึงเกิดแรงบันดานใจทำให้ตัดสินใจเล่นฟุตบอล เมื่ออายุ 18 ได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับ สโมสรเลอ ม็องส์ โดยได้ลงเล่นทั้งหมด 62 นัด ทำประตูไปทั้งหมด 11 ประตู

ดร็อกบา ถือเป็นขวัญใจของเหล่าสิงห์บลู เขานำพาความสำเร็จมาตั้งแต่แชมป์ลีกในปีแรก ตบด้วยถ้วยบิ๊กเอียร์ของยุโรป ขึ้นชั้นเป็นตำนาน และในสายตาของชาวโกตดิวัวร์ ดิดิเยร์ เปรียบเป็นพระเจ้าของพวกเขา ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปเยือนประเทศแห่งนี้ คุณจะได้เห็นหน้าของเขาอยู่ในทุกที่ ไล่ตั้งแต่โฆษณาช็อกโกแลต ยันโทรศัพท์มือถือ แม้เขาจะมีชื่อเสียงและความสุขมากเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถนอนหลับสนิทได้สักที อันเนื่องมาจากการเมืองของโกตดิวัวร์ที่ร้อนระอุอยู่บ่อยครั้ง และก็มักจะเกิดสงครามกลางเมืองอยู่เรื่อย ๆ

แรกเริ่มเจ้าตัวเริ่มโด่งดังกับ โอลิมปิก มาร์กเซย์ ด้วยบุคลิกที่สูงใหญ่ บึกบึน แข็งแกร่ง ฟอร์มการเล่นจึงเข้าไปเตะตา โชเซ่ มูรินโญ่ สมัยที่กุมบังเหียนกับยอดทีมจากโปรตุเกส อย่าง ปอร์โต้ เชลซีจึงซื้อเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์ ในเดือนกรกฎาคม 2004

ช่วงเวลาสมัยค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลเชลซี

ในชุดสีเสื้อกับเชลซี กว่าจะเป็นตำนานนั้น เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะ เมื่อประสบความสำเร็จใน 2 ปีแรก

ปีถัดมา มูรินโญ่ ถูกปลด ทำให้ดร็อกบาเสียใจเป็นอย่างมาก ทั้งมีข่าวหนาหูว่า จะย้ายตามไปที่อินเอตร์ มิลาน อย่างไรก็ตาม เสี่ยหมี โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีมได้พูดคุยจนเจ้าตัวอยู่กับทีมต่อไปในที่สุด

ทั้งนี้ก็ยังไม่วายเจอปัญหารุมเล้า ทั้งกับหลุย เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือชาวบราซิลและข่าวฉาวจากการด่าผู้ตัดสิน ในรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ในปี 2009 กับบาร์เซโลน่า จนเป็นเหตุให้เจ้าตัวโดนแบนในที่สุด

ถึงแม้เรื่องราวต่างๆ จะถาโถม เขาก็ยังลั่นสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง จาก 164 ประตูที่ยิงให้เชลซีจนกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับที่สี่ รองจากแฟรงค์ แลมพาร์ด, บ็อบบี้ แทมบลิ้ง และเคอร์รี่ ดิ๊กซอน เท่านั้น

ดร็อกบาประสบความสำเร็จมากมายในอาชีพค้าแข้งอยู่กับเชลซี ด้วยเกียรติประวัติคือ แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, แชมป์เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย และ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ ของเชลซี

นักเตะในตำนาน คนที่ 10 ปีเตอร์ เช็ก

ปีเตอร์-เช็ก

ปีเตอร์ เช็ก เกิดที่เมืองปลาเซน ในสาธารณรัฐเช็ค เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมวิคตอเรีย ปลาเซน เป็นเพียงสโมสรเล็กๆ ของท้องถิ่น เริ่มแรกนั้น เขาเล่นเป็นกองกลางและกองหน้าให้กับทีมชุดเยาวชน

หากแต่จุดเปลี่ยนของชีวิตคือ เขาขาหักเมื่อตอน 10 ขวบ ทำให้ต้องเป็นเล่นในตำแหล่งผู้รักษาประตูดูดีที่สุด เมื่อเริ่มจริงจัง เช็กก็ย้ายไปสู่สโมสรที่ใหญ่กว่าอย่างชเมล บลาซานี่ และลงเล่นนัดแรกในปี 1999 จนถูกสโมสรยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดอย่างสปาร์ต้า ปราก กระชากตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 700,000 ยูโร

การมาอยู่กับสโมสรใหญ่อย่างสปาร์ต้า ปราก ทำมให้พรสวรรค์ของเช็กก็ยิ่งโดดเด่นมากขึ้นอีก เมื่อสร้างสถิติไม่เสียประตูนานติดต่อกันถึง 855 นาที แถมสถิติการไม่เสียประตูติดต่อกันนานที่สุดในลีกของเช็คอีกด้วย

จากนั้นไม่นานทางแรนส์ สโมสรในฝรั่งเศส ที่ได้คว้าตัวเช็กไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 5 ล้านยูโร

ช่วงเวลา 2 ปีที่เช็ก ได้อยู่กับแรนส์ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ผลงานในการป้องกันประตู ทำให้เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการเชลซีสนใจและรีบซื้อมาร่วมทีมตั้งแต่ช่วงต้นปี 2004 โดยเป็นการจองตัวเอาไว้ก่อนและรอย้ายทีมหลังฤดูกาลสิ้นสุดด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์

ช่วงเวลาสมัยค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลเชลซี

แม้ช่วงแรกที่ย้ายมาเชลซี เจ้าตัวเอง คงรู้อยู่แก่ใจว่าต้องเผชิญกับการแย่งชิงตำแหน่ง คาร์โล คูดิชินี่ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งที่เชลซีในขณะนั้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดนายทวารของพรีเมียร์ลีก ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงในทีมโชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีมแทนรานิเอรี่ ยิ่งทำให้ตำแหน่งของเช็คมั่นคงขึ้นอีก กลับกันเป็นทาง คูดิชินี่ ที่ต้องย้ายออกไป

ในยุคโชเซ่ มูรินโญ่ เช็กยังคงเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ 2 และช่วยนำเชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง

แม้กระนั้น เช็กก็เกือบยุติการเป็นนักตะอาชีพ เพราะประสบอุบัติเหตุร้ายแรงที่ ในเกมกับเร้ดดิ้ง เมื่อถูก สตีเฟ่น เข้าชาร์จรุนแรงตั้งแต่นาทีแรกถึงเกมจนถึงขั้นหมดสติและโดนหามส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เป็นเหตุให้กะโหลกร้าว จนต้องสามเฮดการ์ดไว้ตลอดนั้นตั้งแต่นั้นมา

ปีเตอร์ เช็ก ลงสนามในสแตมฟอร์ด บริดจ์ 333 เกมแล้วย้ายไปอาร์เซน่อลเมื่อปี 2015 และติดทีมชาติทั้งหมด 124 เกม และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีกและยูโรป้า ลีกอีกรายการละ 1 สมัย


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสร : chelseafc.com