คลังเก็บหมวดหมู่: ไฮไลท์ฟุตบอล

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี | ลูกยิง 70 ล้าน! สิงห์บลู์โค่นเรือใบเถลิงบัลลังก์ ชปล.

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี | ลูกยิง 70 ล้าน! สิงห์บลูส์โค่นเรือใบเถลิงบัลลังก์ ชปล.

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซี ก้าวขึ้นมาสร้างประวัติศาสตร์ของสโมสรอีครั้งหลังคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ | ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี | ไค ฮาแวร์ทซ์ ซัดประตูโทนช่วยเชลซี คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ

ลูกยิง 70 ล้าน!! ไค ฮาแวร์ทซ์ สไลด์เข่าฉลองการซัดประตูชัยให้เชลซี

ข้อมูลการแข่งขัน

รายชื่อผู้ทำประตู

เชลซี : [0-1] ไค ฮาแวร์ทซ์ (42′)

สนาม : เอสตาดิโอ โด ดราเกา, ปอร์โต้ (สนามกลาง)
ผู้ชมในสนาม : 14,110 คน
ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาออซ (สเปน)
ถ่ายทอดสด : UEFA.tv

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอ๊าส, จอห์น สโตนส์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – เควิน เดอ บรอยน์ (กาเบรียล เชซุส น.60), อิลคาย กุนโดกัน, แบร์นาร์โด้ ซิลวา (แฟร์นันดินโญ่ น.64) – ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง (เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” น.77), ฟิล โฟเด้น

ผู้จัดการทีม :
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา (อันเดรียส คริสเตนเซ่น น.39), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เม้าน์ท (มาเตโอ โควาซิช น.80), ไค ฮาแวร์ทซ์ – ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.66)

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

เหตุการณ์สำคัญ

นาทีที่ 8 – เอแดร์ซอน วางบอลยาวจากแดนตัวเองไปถึง สเตอร์ลิ่ง ที่วิ่งตัดหลัง เจมส์ แต่ดาวรุ่งของเรายังตามมาแซะไว้ได้ สุดท้ายปีกชาวอังกฤษโดน เมนดี้ ออกมาบีบทำให้ไม่มีมุมยิง ซัดไปติดเซฟเป็นลูกเตะมุม

นาทีที่ 10 – เชลซี ฉวยจังหวะสวนกลับแล้วมาได้ลุ้นทำประตู โดย ฮาแวร์ตซ์ พาไปสุดเส้นหลังก่อนตบกลับมาให้ แวร์เนอร์ ได้ยิงด้วยซ้ายแต่ผิดเหลี่ยมติดเท้าขวาของตัวเอง

นาทีที่ 13 – เดอะ บลูส์ ได้โอกาสเหน่ง ๆ ต้องชม เมาท์ ที่พาบอลเข้ามาในเขตโทษด้านซ้าย ก่อนไหลเข้ากลางให้ แวร์เนอร์ ที่แปตามน้ำแต่ไปตรงตัว เอแดร์ซอน รับเอาไว้ได้ จังหวะถัดมา แวร์เนอร์ ได้จบอีกครั้ง โดยกระชากหนีกองหลังแล้วซัดด้วยเท้าซ้าย แต่บอลลอยเข้าหน้าต่าง

รีซ เจมส์ เบียดแย่งบอล ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

นาทีที่ 27 – เดอ บรอยน์ โชว์พิษสงถ่ายบอลให้ โฟเด้น ในกรอบเขตโทษ โดยดาวรุ่งชาวอังกฤษเกี่ยวแล้วยิงด้วยซ้ายทันที แต่ รูดิเกอร์ พุ่งเข้ามาบล็อคเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ บอลลอยโด่งแล้ว เมนดี้ กระโดดรับไว้ได้สบาย

นาทีที่ 39 – เกมรับของเรามีปัญหาแล้ว โดย ธิอาโก้ ซิลวา ได้รับบาดเจ็บจากจังหวะขึ้นโหม่งบอล ก่อนที่ ทูเคิ่ล จะส่ง คริสเตนเซ่น ลงมาประจำการแทน

ธิอาโก้ ซิลวา ต้องโดนเปลี่ยนตัวออกเพราะมีอาการบาดเจ็บ

นาทีที่ 42 (Goal) – และแล้ว “สิงห์บลูส์” ก็มาได้เฮกันสุดเสียง โดยเริ่มจาก เมนดี้ เตะยาวขึ้นหน้าไปถึง ชิลเวลล์ จ่ายต่อให้ เมาท์ ก่อนแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร เหลือบไปเห็น ฮาแวร์ตซ์ วิ่งทะลุกับดักล้ำหน้าไปเก็บบอล ก่อนแตะหนี เอแดร์ซอน เข้าไปจบสกอร์นิ่ม ๆ 1-0!

นาทีที่ 45 – ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก 3 นาที ไม่มีทีมใดทำอะไรได้ เชลซีกลับเข้าห้องแต่งตัวนักเตะพร้อมสกอร์นำในมือ

ไค ฮาแวร์ทซ์ แตะบอลหนี เอแดร์ซอน ก่อนยิงเข้าไปโล่งๆ

นาทีที่ 55 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียหายหนักเลย เพราะ เควิน เดอ บรอยน์ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวจากจังหวะเข้าปะทะกับ โทนี่ รูดิเกอร์ จน กวาร์ดิโอล่า ต้องส่ง กาเบรียล เชซุส ลงมาเล่นแทนมิดฟิลด์ชาวเบลเยี่ยมที่ออกจากสนามไปพร้อมน้ำตา

นาทีที่ 60 – ‘เรือใบสีฟ้า’ มาร้องเอาจุดโทษในจังหวะที่ สเตอร์ลิ่ง ยิงบอลไปโดนหน้าอกของ เจมส์ แล้วแฉลบไปโดนแขน แต่ผู้ตัดสินยืนกรานว่าไม่ได้เป็นการแฮนด์บอลแต่อย่างใด

ไค ฮาแวร์ทซ์ พาบอลหนี รูเบน ดิอาส

นาทีที่ 66 – ทูเคิ่ล ส่ง พูลิซิช ลงสนามแทน แวร์เนอร์

นาทีที่ 68 – โฟเด้น พาบอลขึ้นหน้ามาถึงกรอบเขตโทษ ก่อนไหลออกขวาให้ วอล์คเกอร์ เปิดเรียดเข้าในกำลังจะไปถึง เชซุส ได้จบสกอร์ แต่กัปตันเดฟวิ่งมาสกัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 73 – เชลซี ตอบโต้มาบ้างคราวนี้ ก็องเต้ ตัดบอลจากกลางสนาม ต่อด้วย ฮาแวร์ตซ์ กระชากพาขึ้นมาแล้วไหลไปให้ พูลิซิช เติมขึ้นมายิงแต่พยายามซัดหนี เอแดร์ซอน มากไปทำให้หลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 79 – เชลซี เปลี่ยนอีกหนึ่งคน โดยถอด เมาท์ ออกแล้วเป็น โควาซิช ลงมาช่วยคุมจังหวะในแดนกลาง

นาทีที่ 82 – จอร์จินโญ่ มาได้ลองยิงแบบไม่จับจากนอกกรอบในจังหวะต่อเนื่องจากการเล่นลูกเซ็ตพีซทางด้านซ้าย แต่บอลหลุดเสาออกไปอีก

ช่วงท้ายเกมที่มีการทดเวลาบาดเจ็บออกไป 7 นาที ซิตี้ พยายามโหมบุกหนัก แต่เกมรับของเชลซีประสานงานกันได้อย่างแข็งแกร่ง ป้องกันอันตรายเอาไว้ได้ทั้งหมด จนผู้ตัดสินเป่านกหวีด ส่งพวกเราคว้าแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 2!!!

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี

ไค ฮาแวร์ทซ์ ซัดประตูโทนช่วยเชลซี คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มเหมาคนเดียวสองตุง เกมลอนดอนดาร์บี้

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มเหมาคนเดียวสองตุง เกมลอนดอนดาร์บี้

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ไค ฮาแวร์ทซ์ งัดฟอร์มเก่งหลังซัดคนเดียว 2 ประตูช่วย เชลซี คว้าสามแต้มเต็ม จี้ เลสเตอร์ เหลือเพียง 2 คะแนน | ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | เชลซีได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ เหมา 2 ประตูพาทีมคว้า 3 แต้มเกมลอนดอนดาร์บี้แมทซ์ คืนวันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมาทำแต้มไล่จี้ เลสเตอร์ ซิตี้ เหลือ 2 คะแนน

รายชื่อผู้ทำประตู

เชลซี : [1-0] ไค ฮาแวร์ทซ์ (10′) // [2-0] ไค ฮาแวร์ทซ์ (49′)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, คัวร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, บิลลี่ กิลมัวร์, เมสัน เมาน์ท (แทมมี่ อบราฮัม น.76) , เบน ชิลเวลล์ (มาร์กอส อลอนโซ่ น.81) – ฮาคิม ซิเย็ค (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.66), ติโม แวร์เนอร์ – ไค ฮาแวร์ทซ์ 

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

ฟูแล่ม (4-4-2) : อัลฟงส์ อเรโอล่า – โอล่า ไอน่า, โยอาคิม อันเดอร์เซ่น, โทซิน อดาราบิโอโย่, แอนโทนี โรบินสัน – บ็อบบี้ รีด (ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ น.78), อ็องเดร ฟร้องค์ ซ็องโบ อ็องกิสซ่า, มาริโอ เลมิน่า, อเดโมล่า ลุคแมน – จอช มาจา (อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช น.81), อิวาน กาวาเลยโร่ (โจชัว โอโนมาห์ น.78

ผู้จัดการทีม :
สกอตต์ พาร์เกอร์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 10 (Goal) – เชลซี ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ ติอาโก้ ซิลวา วางบอลยาวจากแดนตัวเองมาให้ เมสัน เมาน์ท ดูดบอลลงอย่างนิ่มนวล ก่อนจะแทงบอลทะลุช่องให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อัลฟงส์ อเรโอล่า เข้าไป เป็นประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของดาวยิงทีมชาติเยอรมัน

นาทีที่ 22 – ทีมเยือนเกือบได้ลุ้นตีเสมอหลัง แอนโทนี โรบินสัน กระดกบอลหนุนเข้าไปในกรอบให้ อเดโมล่า ลุคแมน วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลพุ่งแรงจน เอดูอาร์ เมนดี้ ต้องปัดบอลพ้นออกไปก่อนที่ รีซ เจมส์ จะโขกทิ้งออกหลังไปได้ทัน

นาทีที่ 39  – โอกาสเป็นของเจ้าบ้านอีกครั้ง หลัง ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปในกรอบทางขวาก่อนปาดมาหน้าประตูให้ ฮาคิม ซิเย็ค วิ่งมาซัดด้วยซ้ายแต่ยังไปติดมือ อัลฟงส์ อเรโอล่า

จบครึ่งแรก เชลซี ออกนำทีมเยือนไปก่อน 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 – สิงโตน้ำเงินคราม นำห่าง 2-0 อย่างรวดเร็ว บอลแทงทะลุช่องของ ติโม แวร์เนอร์ ให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดสวนตัว อเรโอล่า เข้าไป วีเออาร์ เช็กแล้วไม่ล้ำหน้ากลายเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ และมีลุ้นแฮตทริกอีกด้วย

นาทีที่ 87 – ฟูแล่ม ทีทีมเยือนได้โต้กลับขึ้นมา อ็องเดร อ็องกิสซ่า ไหลออกซ้ายให้ แอนโทนี โรบินสัน เติมขึ้นสูงก่อนลากเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลลอยข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ ฟูแล่ม ไป 2-0 รั้งอันดับ 4 ต่อไปในสัปดาห์นี้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | สิงห์ บุกเจ๊า ราชัน คว้าอเวย์โกล์กลับบ้าน

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | สิงห์ บุกเจ๊า ราชัน คว้าอเวย์โกล์กลับบ้าน

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

คริสเตียน พูลิซิช ซัดประตูเบิกร่องให้สิงห์สุดโหด ก่อนโดนทีเด็ด เบนเซม่า ยิงตีเสมอ จบเกมแรกเจ๊ากันไปสุดมันส์ | ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | สิงโตน้ำเงินคราม กุมความได้เปรียบเล็กน้อยหลังจบเกมที่บุกไปยันเสมอ เรอัล มาดริด ได้ถึงถิ่น ลุ้นต่อนัด 2

รายชื่อผู้ทำประตู

เรอัล มาดริด : [1-1] คาริม เบนเซม่า (29′)
เชลซี :
[0-1] คริสเตียน พูลิซิช (14′)

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่
ผู้ตัดสิน : ดานนี มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เรอัล มาดริด (3-5-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, นาโช่ เฟร์นานเดซ – ดานี่ การ์บาฆัล (อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า น.77), โทนี่ โครส, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช, มาร์เชโล่ (มาร์โก อเซนซิโอ น.77) – คาริม เบนเซม่า (โรดรีโก้ น.90+2), วินิซิอุส จูเนียร์ (เอแดน อาซาร์ น.66)

ผู้จัดการทีม :
ซีเนอดีน ซีดาน

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรีย คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.67), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เม้าน์ท, คริสเตียน พูลิซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.66) – ติโม แวร์เนอร์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.66)

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 10 – เชลซี พลาดโอกาสได้ประตูออกนำอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ เมสัน เมาน์ท ยิงไปแฉลบแนวรับเจ้าบ้านบอลลอยมาถึง คริสเตียน พูลิซิช โหม่งตั้งให้ ติโม แวร์เนอร์ ได้ยิงจ่อๆหน้าปากประตูแต่บอลไปตรงตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ป้องกันเอาไว้ได้

นาทีที่ 14 (Goal) – ทีมเยือนทำได้ดีกว่าชัดเจนในช่วงต้นเกมและมาได้ประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากการวางยาวของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ บอลลอยมาถึง พูลิซิช หลุดกับดักลำหน้าเข้ากรอบเขตโทษก่อนพาบอลหนีนายทวารเจ้าถิ่นและยิงเข้าไปแบบเหนือชั้น เชลซีบุกนำ 1-0

นาทีที่ 29 (Goal)  – ราชันชุดขาว มาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะลูกเตะมุม โทนี่ โครส เล่นสั้นกับ โมดริช ก่อนไหลต่อให้ มาร์เซโล่ ตักบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ ราฟาแอล วาราน โขกตั้งให้ คาริม เบนเซม่า พักบอลด้วยศรีษะ ก่อนตะบันเต็มข้อด้วยเท้าขวา แสกหน้า เมนดี้ เข้าไปแบบเหนือชั้น สกอร์เสมอกัน 1-1

แม้เชลซีจะดูเหนือกว่าในครึ่งแรก แต่ทั้งสองทีมก็ทำไรเพิ่มเติมไม่ได้จบครึ่งแรก เสมอกัน 1-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 – เจ้าถิ่นได้จังหวะสวนกลับเร็ว วินิซิอุส จูเนียร์ กระชากบอลขึ้นมาก่อนส่งต่อให้ เบนเซม่า ลากตัดเข้าในแล้วยิงด้วยขวาแต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

นาทีที่ 78 – ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองเรียกจุดโทษให้เชลซีได้บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น ฮาคิม ซีเย็ค ที่ปั่นบอลลอยข้างกำแพงแต่นำหนักเบาไปทำให้ กูร์กตัวส์ รับเอาไว้ได้สบายๆ

นาทีที่ 88 – เรอัล มาดริด เกือบได้ประตูขึ้นนำช่วงท้ายเกมจากลูกเตะมุมที่ โทนี่ โครส เปิดเข้ามาให้ วาราน ขึ้นโขก บอลไปแฉลบ เบน ชิลเวลล์ บอลออกหลังออกไป

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรไม่ได้ทำให้เชลซีบุกมาเสมอ เรอัล มาดริด 1-1 กุมความได้เปรียบเล็กน้อยก่อนกลับไปเล่นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในสัปดาห์หน้า

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เวสต์แฮม 0-1 เชลซี

ไฮไลท์เวสต์แฮม 0-1 เชลซี | เชลซี ซิวแต้มสำคัญรั้งที่ 4 เหนียวแน่น

ไฮไลท์เวสต์แฮม 0-1 เชลซี | เชลซี ซิวแต้มสำคัญรั้งที่ 4 เหนียวแน่น

ไฮไลท์เวสต์แฮม 0-1 เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

สิงโตน้ำเงินคราม บุกคว้าสามแต้มสำคัญหลังเอาชนะ ขุนค้อนได้ในเกมลอนดอนดาร์บี้แมทซ์ พร้อมจี้เลสเตอร์เหลือแต้มเดียว | ไฮไลท์เวสต์แฮม 0-1 เชลซี

ไฮไลท์เวสต์แฮม 0-1 เชลซี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | ติโม แวร์เนอร์ กดประตูโทนในเกมนี้พาเชลซีบุกคว้าสามแต้มถึง ลอนดอน สเตเดี้ยม

รายชื่อผู้ทำประตู

เชลซี : [0-1] ติโม แวร์เนอร์ (43′)

สนาม : ลอนดอน สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : คริส คาวานาห์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เวสต์แฮม (3-4-1-2) : ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ – อิสซ่า ดิย็อป, ฟาเบียน บัลบวยน่า (ใบแดง น.81), อันเจโล่ อ็อกบอนน่า – วลาดิเมียร์ ซูฟัล, มาร์ค โนเบิ้ล (มานูเอล ลันซินี่ น.69), โทมัส ซูเช็ค, ไรอัน เฟรเดอริคส์ (เบน จอห์นสัน น.83)- ปาโบล ฟอร์นัลส์ (ซาอิด เบนราห์มา น.69) – จาร์ร็อด โบเว่น, เจสซี่ ลินการ์ด

ผู้จัดการทีม :
เดวิด มอยส์ 

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรีย คริสเตียนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.86), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เมาน์ท, คริสเตียน พูลิซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.74) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อับราฮัม น.87)

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 – เชลซี ทีมเยือนได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่ เมสัน เมาน์ท ครอสบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ วอลเลย์ตามน้ำแต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย 

นาทีที่ 36 – เวสต์แฮมเจ้าบ้าน ได้โอกาสลุ้นบ้างและเกือบได้ประตูขึ้นนำ โทมัส ซูเช็ค ตวัดยิงไปโดน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า บอลเปลี่ยนทางออกหลังไปแม้ผู้เล่าเจ้าถิ่นจะฟ้องเอาแฮนด์บอลแต่เช็ควีเออาร์แล้วไม่เป็นแฮนด์บอลชัดเจน

นาทีที่ 43 (Goal) – สิงโตน้ำเงินคราม ได้ประตูขึ้นนำในช่วงท้ายครึ่งแรกได้สำเร็จ เบน ชิลเวลล์ ที่รับบอลมาจาก คริสเตียน พูลิซิช ก่อนจ่ายยัดเข้ากรอบเขตโทษและเป็น ติโม แวร์เนอร์ วิ่งเข้ามาซัดจังหวะเดียวบอลเข้าประตูไป เชลซีบุกนำ 1-0

จบครึ่งแรก เชลซี บุกมานำ เวสต์แฮม 0-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 55 – สิงห์บลูส์ พลาดได้ประตูหนีห่าง 2-0 แบบเหลือเชื่อ เมื่อ เมสัน เมาน์ท ที่รับบอลมาจาก ติโม แวร์เนอร์ ก่อนซัดเต็มข้อจน ฟาเบียนสกี้ จนตองพุ่งปัด และบอลไปเข้าทาง แวร์เนอร์ ยิงซ้ำบอลหลุดกรอบออกไปแบบเหลือเชื่อ

นาทีที่ 67 – เชลซี เกือบได้ประตูที่สองอีกครั้ง และเป็น ติโม แวร์เนอร์ คนเดิมที่ได้ยิงด้วยซ้ายที่เสาแรกแต่ ฟาเบียนสกี้ ป้องกันเอาไว้ได้

นาทีที่ 81 – ขุนค้อน ต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนจากจังหวะใบแดงของ บัลบวยน่า ที่ไปเปิดปุ่มใส่ เบน ชิลเวลล์ แบบน่าเกลียด

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรไม่ได้ทำให้เชลซีบุกมาชนะ 1-0 คว้า 3 แต้มสำคัญรั้งอันดับ 4 ของตารางและทำแต้มจี้ เลสเตอร์ เหลือเพียงแต้มเดียว

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เชลซี 2-5 เวสต์บรอม

ไฮไลท์เชลซี 2-5 เวสต์บรอมวิช | ทูเคิ่ลเสียสถิติ หลังพ่ายเวสต์บรอมฯ กระจุย

ไฮไลท์เชลซี 2-5 เวสต์บรอมวิช | ทูเคิ่ลเสียสถิติ หลังพ่ายเวสต์บรอมฯ กระจุย

ไฮไลท์เชลซี 2-5 เวสต์บรอม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

โธมัส ทูเคิ่ล เสียสถิถิไร้พ่ายกับเชลซีเรียบร้อยแล้ว ในเกมสุดดราม่าที่เชลซีเหลือ 10 ตัวตั้งแต่ครึ่งแรก | ไฮไลท์เชลซี 2-5 เวสต์บรอมวิชฯ

ไฮไลท์เชลซี 2-5 เวสต์บรอมวิช พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | เชลซี 10 ตัวเปิดบ้านพ่ายเวสบรอมวิช อัลเบี้ยนแบบสิ้นสภาพถึง 2-5 เสี่ยงหลุดท็อป 4

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี : [1-0] คริสเตียน พูลิซิช (27′) // [2-4] เมสัน เมาน์ท (71′)
เวสต์บรอมวิช : [1-1] มาเตอุส เปเรยร่า (45′) //  [1-2] มาเตอุส เปเรยร่า (45+4′) // [1-3] คัลลั่ม โรบินสัน (63′) // [1-4] เอ็มบาย ดีญาน (68′) // [2-5] คัลลั่ม โรบินสัน (90+1′)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เดวิด คู๊ท 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เคิร์ท ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา – รีซ เจมส์, มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, มาร์กอส อลอนโซ่ – คริสเตียน พูลิซิช, ฮาคิม ซิเย็ค (อันเดรียส คริสเตนเซ่น น.33) – ติโม แวร์เนอร์

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

เวสต์บรอมวิชฯ (5-4-1) : แซม จอห์นสโตน – ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง, ดารา โอเช (บรานิสลาฟ อิวาโนวิช น.24 (คัลลั่ม โรบินสัน น.39)), ไคล์ บาร์ทลี่ย์, เซมี่ อจายี่, คอเนอร์ ทาวน์เซนด์ – โอคาย โยคุสลู, แม็ตต์ ฟิลลิปส์, เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส, มาเตอุส เปเรยร่า – เอ็มบาย ดีญาน

ผู้จัดการทีม :
แซม อัลลาร์ไดซ์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 27 (Goal) – เชลซี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะฟรีคิก มาร์กอส อลอนโซ่ ยิงไปชนเสากระดอนมาเข้าทางปืนของ คริสเตียน พูลิซิช ตามซ้ำจ่อๆส่งบอลตุงตาข่ายแบบง่ายๆ 

นาทีที่ 45 (Goal) – เวสต์บรอมฯ ที่ผู้เล่นมากกว่าได้ประตูตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ แซม จอห์นสโตน เปิดบอลจากกรอบเขตโทษทะลุไปถึง มาเตอุส เปเรยร่า หลุดเดี่ยวไปยิงข้ามตัว เอดูอาร์ เมนดี้ เข้าไปอย่างสวยงาม

นาทีที่ 45+4 (Goal) – เวสต์บรอมฯ พลิกแซงนำ 2-1 มาเตอุส เปเรยร่า เก็บบอลได้ในเขตโทษก่อนซัดเรียดด้วยซ้ายบอลเบียดเสาเข้าไป

จบครึ่งแรกเชลซีตามหลังทีมเยือน 1-2

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 63 (Goal) – ทีมเยือนนำห่าง 3-1 จนได้ จากจังหวะที่ ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง เติมขึ้นมาทางกราบขวาแล้วเปิดให้ คัลลั่ม โรบินสัน วิ่งมาซัดด้วยขวาแบบไม่จับส่งบอลตุงตาข่าย

นาทีที่ 68 (Goal) – สกอร์ไหลเป็น 4-1 มาเตอุส เปเรยร่า จ่ายบอลถวายพานให้ เอ็มบาย ดีญาน ได้ยืนซัดโล่งๆไม่เหลือ 

นาทีที่ 71 (Goal) – เชลซี มีฮึดตีตื้นขึ้นมาเป็น 2-4 ติโม แวร์เนอร์ ไหลบอลให้ เมสัน เมาน์ท ได้ซัดระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ

นาทีที่ 90+1 (Goal) – เวสต์บรอมวิชฯ มาได้ประตูนำ 5-2 จากจังหวะที่ คัลลั่ม โรบิน สันหลุดเดี่ยวไปชิพผ่าน เอดูอาร์ เมนดี้ เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

จบเกม เชลซี เปิดบ้านพ่ายให้เวสบรอมวิชไปแบบเละเทะ 2-5 เสียสถิติไรพ่ายเรียบร้อย

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เชลซี 2-0 เชฟฯยูไนเต็ด

ไฮไลท์เชลซี 2-0 เชฟฯยูไนเต็ด | สิงห์ลุ้นเหนื่อยก่อนซิวดาบคู่ลิ่วรอบรอง

ไฮไลท์เชลซี 2-0 เชฟฯยูไนเต็ด | สิงห์ลุ้นเหนื่อยก่อนซิวดาบคู่ลิ่วรอบรอง

ไฮไลท์เชลซี 2-0 เชฟฯยูไนเต็ด
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ทูเคิ่ล สร้างสถิติหรูต่อเนื่องหลังพาทีมเปิดบ้านทุบดาบคู่แบบฮืดจับ ลิ่วชนเรือใบรอบรอง | ไฮไลท์เชลซี 2-0 เชฟฯยูไนเต็ด

ไฮไลท์เชลซี 2-0 เชฟฯยูไนเต็ด เอฟเอ คัพ อังกฤษ | สิงห์บลูส์โชว์ฟอร์มหรูต่อเนื่องหลังเปิดบ้านเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดไป 2-0

ไฮไลท์บอลเอฟเอ คัพ อังกฤษ 2020/21 เชลซี 2-0 เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี : [1-0] โอลิเวอร์ นอร์วู้ด OG. (24′) // [2-0] ฮาคิม ซิเย็ค (90+2′)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : แอนดรูว์ แมดลี่ย์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – เอเมอร์สัน, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, เคิร์ท ซูม่า – คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, บิลลี่ กิลมัวร์, มาเตโอ โควาซิช, เบน ชิลเวลล์ – คริสเตียน พูลิซิช, เมสัน เมาน์ท -โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : แอรอน แรมส์เดล – จอร์จ บัลด็อค, ฟิล จากิลก้า, เอ็นดา สตีเว่นส์, เบน ออสบอร์น – เจย์เด้น โบเกิ้ล, จอห์น ลันด์สแทรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น เฟล็ค – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, เดวิด แม็คโกลดริค

ผู้จัดการทีม :
พอล เฮ็คคิงบ็อตทอม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 1 – ทีมเยือนได้โอกาสทักทายครั้งแรกจากจังหวะยิงไกลของ เดวิด แม็คโกลดริค แต่บอลพุ่งไปตรงตัว เกปา อาร์ริซาบาลาก้า รับไว้ได้สบายๆ

นาทีที่ 10 – ทีมเยือนได้จังหวะลุ้นอีกครั้ง จากจังหวะลูกเตะมุมทาฃฝั่งขวา บอลลอยเข้ากรอบเขตโทษและเป็น ฟิล จากิลก้า ที่ได้โอกาสขึ้นโหม่งแต่เบาเกินไป เกปา ป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 24 (Goal) – เชลซีมาได้ประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ เบน ชิลเวลล์ เก็บบอลได้บริเวณหน้ากรอบเขตโทษก่อนยิงยัดบอลไปแฉลบ โอลิเวอร์ นอร์วู้ด บอลเปลี่ยนทางเล็กน้อยเข้าประตูไปให้ เชลซี ออกนำ 1-0

จบครึ่งแรกเชลซีขึ้นนำไปก่อน 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 67 – เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ จอห์น ลันด์สแทรม ้ปิดบอลจากทางริมเส้นฝั่งขวา บอลลอยมาตกที่ เดวิด แม็คโกลดริค ได้พุ่งโหม่งเหน่งๆแต่บอลหลุดกรอบออกไปอย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 69 – โอกาสลุ้นประตูยังเป็นของฝั่งทีมเยือนคราวนี้เป็น โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ พาบอลลากมาหน้ากรอบเขตโทษก่อนซัดด้วยขวา หน้ากรอบเขตโทษทำให้ เกปา ต้องออกแรงปัดบอลทิ้งไป

นาทีที่ 90+2 (Goal) – จากจังหวะลูกสวนกลับของเจ้าถิ่น รีซ เจมส์ ทุ่มบอลเข้ามาละเป็น ฮาคิม ซีเย็ค สะกิดบอลต่อให้ โควาซิช พาบอลลากจี้ขึ้นมาก่อนไหลต่อให้ เบน ชิลเวลล์ เปิดบอลเข้าเขตโทษและเป็น ซีเย็ค ที่กระโดดเกี่ยวบอลก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปเป็นประตูปิดกล่องให้เชลซีหนีเป็น 2-0

จบเกม เชลซี เปิดบ้านชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 เข้ารอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ ไปพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-2 เชลซี

ไฮไลท์เชฟฯยูไนเต็ด 1-2 เชลซี | รูดิเกอร์หนึ่งตุง สิงห์ยังดุไร้พ่าย 4 นัดรวด

แม้ รือดิเกอร์ จะทำเสียคลีนชีตจากการทำเข้าประตูตัวเอง แต่เชลซียังเก็บสามแต้มทะยานขึ้นที่ 5 ของตารางได้สำเร็จ | ไฮไลท์เชฟฯยูไนเต็ด 1-2 เชลซี


ไฮไลท์เชฟฯยูไนเต็ด 1-2 เชลซี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | สิงโตน้ำเงินคราม ตามจี้ หงส์แดง เหลือเพียงแต้มเดียวเท่านั้นหลังบุกชนะดาบคู่เมื่อคืนนี้

ไฮไลท์บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020/21 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-2 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด : 1-1 อันโตนิโอ รือดิเกอร์ OG. (55′)
เชลซี :
0-1 เมสัน เม้าน์ท (43′) // 1-2 จอร์จินโญ่ P. (57′)

สนาม : บรามอลล์ เลน
ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : แอรอน แรมส์เดล – คริส บาแชม, จอห์น อีแกน, คีน ไบรอัน (บิลลี่ ชาร์ป น.68) – เจเดน โบเกิ้ล , จอห์น ลันส์แทรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด (เรียน บรูว์สเตอร์ น.86), จอห์น เฟล็ค, แม็กซ์ โลว์ – โอลิเวอร์ เบิร์ก (เดวิด แม็คโกลดริค น.62), โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่
ผู้จัดการทีม : คริส ไวล์เดอร์

เชลซี (3-4-1-2) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – รีซ เจมส์, มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์ (มาร์กอส อลอนโซ่ น.62)- เมสัน เม้าน์ท – ติโม แวร์เนอร์ (เอ็นโกโร่ ก็องเต้ น.75), โอริวิเย่ร์ ชิรูด์ (คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย น.62)
ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 1 – เจ้าบ้านเกือบได้ประตูออกนำไปก่อนตั้งแต่ยังไม่ถึง 1 นาทีจากจังหวะที่ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ จ่ายบอลให้ โอลิเวอร์ เบิร์ก หลุดเข้าไปซัดเสาแรกแต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

นาทีที่ 34 – จากจังหวะเคลียร์บอลของแนวรับเจ้าบ้านที่ไม่ดีนักทำให้ รีซ เจมส์ ตัดบอลได้ก่อนส่งบอลต่อให้ เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า โยนเข้ากรอบให้ เบน ชิลเวลล์ ขึ้นโขกแต่บอลหลุดกรอบออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 41 (Goal) – หลังจากพยายามบุกมาตลอดทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากการขึ้นเกมทางฝั่งซ้าย เบนชิลเวลล์ แทงบอลไปสุดเส้นหลังให้ ติโม แวร์เนอร์ จ่ายหักเข้ากลางให้ เมสัน เมาน์ท วิ่งมาซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้าประตูให้เชลซีออกนำ 1-0

จบครึ่งแรกเชลซีบุกมานำเจ้าถิ่น 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 55 (Goal) – เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่กี่นาที เจ้าถิ่นก็มาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะการสื่อสารที่ผิดพลาดของแนวรับเชลซีทำให้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่จะส่งบอลคืนหลังกลายเป็นเข้าประตูไปตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 57 (Goal) – เชฟฯ ยูฯ ดีใจได้ไม่กี่นาทีก็ต้องมาเสียประตูอีกครั้งจากความผิดพลาดของผู้เล่นเจ้าบ้านที่จ่ายบอลคืนหลังพลาดทำให้ถูก ติโม แวร์เนอร์ ตัดบอลไปดวลกับนายทวารเจ้าถิ่นก่อนถูกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ค วีเออาร์ แล้วให้เป็นลูกจุดโทษ และเป็น จอร์จินโญ่ ที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ขึ้นนำเป็น 2-1

นาทีที่ 73 –เดวิด แม็คโกลดริค ตัวสำรองได้โอกาสยิงนอกกรอบเขตโทษแต่บอลหลุดกรอบออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น

จบเกม เชลซี บุกมาเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-1


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เชลซี 2-0 เบิร์นลีย์

(ไฮไลท์เชลซี 2-0 เบิร์นลีย์) ทูเคิ่ลแผลงฤทธิ์ สิงห์คืนฟอร์มไล่ต้อนเบิร์นลีย์

เชลซีในยุคของ โทมัส ทูเคิ่ล กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังเปิดบ้านอัดเบิร์นลีย์ไปสบายเท้า ขึ้นมารั้งอันดับ 7 ของตาราง (ไฮไลท์เชลซี 2-0 เบิร์นลีย์)


ไฮไลท์เชลซี 2-0 เบิร์นลีย์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | สิงโตน้ำเงินครามโชว์ฟอร์มดุทำคู่แข่งแทบไม่มีจังหวะลุ้นประตูก่อนคว้าสามแต้มไปครองในเกมนี้

ไฮไลท์บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020/21 เชลซี 2-0 เบิร์นลีย์

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์เลสเตอร์ 2-0 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี : 1-0 เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (41′) // 2-0 มาร์กอส อลอนโซ่ (84′)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เกรแฮม สกอตต์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (รีช เจมส์ น.72), จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าท์ (ไค ฮาแวร์ทซ์ น.80), ติโม แวร์เนอร์ – แทมมี่ อับราฮัม (คริสเตียน พูลิซิช น.46)
ผู้จัดการทีม : โทมัส ทูเคิ่ล

เบิร์นลี่ย์ (4-4-2) : นิค โป๊ป – แม็ทธิว โลว์ตัน, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, เบน มี, เอริค ปีเตอร์ส – ร็อบบี้ เบรดี้, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, แจ็ค ค็อก, ดไวท์ แม็คนีล – มาเตจ์ วีดร้า (เจย์ โรดริเกซ น.57), คริส วู้ด (โยฮันน์ กุ๊ดมุนด์สสัน น.62)
ผู้จัดการทีม : ฌอน ไดช์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 8 – เชลซีเดินหน้าบุกตั้งแต่ต้นเกมและมาได้ลุ้นประตูจากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ ได้ปั่นบอลหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล

นาทีที่ 30 – เมสัน เมาท์ คนเดิมได้โอกาสซัดบอลด้วยขวาแต่บอลไม่ตรงกรอบเช่นเดิมทำให้ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

นาทีที่ 41 (Goal) – ความพยายามของเชลมาได้ผลเมื่อคัลลัม ฮัดสัน โอดอย ลากบอลเข้ากรอบเขตโทษก่อนส่งต่อให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า วิ่งมาซัดด้วยขวาบอลพุ่งผ่านมือ นิค โป๊ป เข้าประตูไปให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0

จบครึ่งแรกเชลซีออกนำไปก่อน 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 52 – เจ้าถิ่นเริ่มครึ่งหลังได้อย่างดุดันและได้โอกาสลุ้นประตูจากลูกโขกของ ติโม แวร์เนอร์ แต่บอลยังไม่ผ่านมือนายทวารทีมเยือน

นาทีที่ 69 – เชลซีเกือบได้ลูกส้มหล่นเมื่อ โอดอยเปิดบอลเข้าเขตโทษบอลไปแฉลบ เบน มี เกือบเข้าประตูตัวเองโชคดีที่ นิค ดป๊ป ป้องกันไว้ได้ทัน

นาทีที่ 84 (Goal) – สิงห์บลูส์ ยังคงเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่องก่อนมาได้ประตูปิดท้ายจากลูกยิงสุดเหนือชั้นของแบ็คซ้ายที่กลับมาคืนสนามอีกครั้ง โดยเจ้าตัวรับบอลมาจาก พูลิซิช ก่อนพักอกและพักด้วหน้าขาอีกหนึ่งจังหวะก่อนเอี่ยวตัววอลเลย์ด้วยซ้ายบอลพุ่งแสกหน้า นิค โป๊ป เข้าไปเป็น 2-0

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ เบิร์นลีย์ไป 2-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์เลสเตอร์ 2-0 เชลซี

(ไฮไลท์เลสเตอร์ 2-0 เชลซี) ยิ่งเล่นยิ่งแย่ เชลซีบุกแพ้จิ้งจอกสยาม

สิงห์บลูส์ ยังอยู่ในช่วงวิกฤตหลังบุกไปแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ เก็บได้เพียงแค่ 29 คะแนนจากการลงเล่นไปแล้ว 19 นัด (ไฮไลท์เลสเตอร์ 2-0 เชลซี)


ไฮไลท์เลสเตอร์ 2-0 เชลซี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | เลสเตอร์ ซิตี้ ทะยานขึ้นจ่าฝูงหลังตบสิงโตน้ำเงินครามไป 2-0 ในขณะที่เชลซีจมอยู่อันดับที่ 8 ของตาราง

ไฮไลท์บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020/21 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เชลซี

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์เชลซี 1-3 แมนฯ ซิตี้

รายชื่อผู้ทำประตู
เลสเตอร์ ซิตี้ : 1-0 วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ (7′) // 2-0 เจมส์ แมดดิสัน (42′)

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เลสเตอร์ ซิตี้ (4-2-3-1) : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ติโมธี คาสตานเญ่, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, จอนนี่ อีแวนส์, เจมส์ จัสติน – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลมันส์ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน (ริคาร์โด้ เปเรยร่า น.77), เจมส์ แมดดิสัน (อโยเซ่ เปเรซ น.76), ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้ (เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ น.88)
ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เบน ชิลล์เวลล์ – ไค ฮาแวร์ตซ์ (ฮาคิม ซิเย็ค น.67), มาเตโอ โควาซิช, เมสัน เม้าน์ท – คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (ติโม แวร์เนอร์ น.68), แทมมี่ อับราแฮม, คริสเตียน พูลิซิช
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 7 (Goal) – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ วิ่งมาซ้ำลูกยิงของ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ที่ยิงได้ไม่ดี บอลพุ่งติดไซรด์เบียดเสาเข้าประตูไปสุดสวยเจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0

นาทีที่ 38 – เชลซี เกือบได้จุดโทษแต่เมื่อเช็ค วีเออาร์ แล้วเป็นเพียงลูกฟรีคิดเท่านั้นก่อนเป็นเมสัน เมาทื ที่ปั่นฟรีคิกข้ามคานออกไปไกล

นาทีที่ 42 (Goal) – ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ วางบอลขึ้นหน้าบอลมาถึง เจมส์ แมดดิสัน ซัดเข้าประตูไป จิ้งจอกหนีห่างเป็น 2-0

จบครึ่งแรกเชลซีโดนเลสเตอร์ ทิ้งห่าง 2-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 – มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดบอลไปที่เสาไกลให้ เจมส์ จัสติน โขกบอลลงพื่้นแต่บอลไปเข้าข้างตาข่ายแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 57 – ยูริ ตีเลมันส์ ซัดมุมแคบไปติดเซฟ เอดูอาร์ เมนดี้ พลาดทิ้งห่างเป็น 3-0

นาทีที่ 86 – เชลซีพลาดการตีไข่แตก ฮาคิม ซีเย็ค เปิดฟรีคิกไปให้ ติโม แวร์เนอร์ จิ้มบอลเข้าประตูไปแต่ผู้ตัดสินให้เป็นลูกล้ำหน้า

จบเกม เชลซี บุกไปแพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์เชลซี 1-3 แแมนฯ ซิตี้

(ไฮไลท์เชลซี 1-3 แมนฯ ซิตี้) แลมพ์เก้าอี้ร้อน สิงห์พ่ายซิตี้คาบ้าน

สิงโตน้ำเงินคราม กำลังวิกฤตหนักหลังพ่ายคาบ้านให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวจาก 6 นัดล่าสุด (ไฮไลท์เชลซี 1-3 แมนฯ ซิตี้)


ไฮไลท์เชลซี 1-3 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | แฟรงค์ แลมพาร์ด กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่หลังพาทีมแพ้ เรือใบสีฟ้า ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เก็บได้เพียง 4 แต้มจาก 6 นัดหลังสุด

ไฮไลท์บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020/21 เชลซี 1-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์เชลซี 1-1 แอสตัน วิลล่า

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี : 1-3 คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (90+2′)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : 0-1 อิลคาย กุนโดกัน (18′) // 0-2 ฟิล โฟเด้น (20′) // 0-3 เควิน เดอ บรอยน์ (35′)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เคิร์ต ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เมาน์ต, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (บิลลี่ กิลมอร์ น.64), มัตเตโอ โควาซิช (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.77) – ฮาคิม ซิเย็ค (คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย น.64), ติโม แวร์เนอร์, คริสเตียน พูลิซิช
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

แมนฯซิตี้ (4-2-3-1) : แซ็ค สเตฟเฟ่น – ชูเอา กันเซโล่, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – โรดรี้, อิลคาย กุนโดกัน (แฟร์นันดินโญ่ น.75) – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เควิน เดอ บรอยน์ (เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” น.86), ฟิล โฟเด้น (ริยาด มาห์เรซ น.86) – ราฮีม สเตอร์ลิง
ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 (Goal) – ทีมเยือนได้ประตูออกนำไปก่อน จากจังหวะที่ ฟิล โฟเด้น ส่งบอลให้ อิลคาย กุนโดกัน พลิกบอลหลอก ติอาโก้ ซิลวา แบบสุดสวยก่อนง้างเท้ายิงด้วยขวาบอลพุ่งเรียดเข้าประตูไปเป็น 0-1

นาทีที่ 20 (Goal) – ไม่กี่นาทีถัดมา เรือใบสีฟ้ามาได้ประตูหนีห่างเป็น 0-2 จากความผิดพลาดในเกมรับของเจ้าบ้านทำให้ เดอบรอยด์ แทงบอลได้ โฟเด้น ตวัดยิงเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

นาทีที่ 35 (Goal) – เจ้าถิ่นมาพลาดเสียประตูที่ 3 จากจังหวะสวนกลับเร็วของ ซิตี้ สเตอร์ริ่งลากบอลเข้าไปยิงแต่บอลชนเสากระเด้งมาเข้าทาง เควิน เดอ บรอยน์ ยิงซ้ำเข้าไปเป็น 0-3

จบครึ่งแรกเชลซีตามหลังทีมเยือน 0-3

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 54 – เควิน เดอ บรอยน์ ได้โอกาสเปิดบอลไปที่เสาสองและเป็น โรดรี้ ที่ได้โหม่งเต็มๆแต่ เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์ซูเปอร์เซฟ สุดสวยป้องกันเอาไว้ได้

นาทีที่ 81 – เชลซีได้โอกาสเข้าทำบ้าง คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย เปิดบอลให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาท้ายเกมได้โขกแต่บอลหลุดกรอบออกไป

นาทีที่ 90+2 (Goal) – เจ้าถิ่นมาได้ประตูปลอบใจจากจังหวะที่ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดมาทางฝั่งซ้ายก่อนปาดไปเสาสองให้ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ยิงเข้าไปไล่มาเป็น 1-3

จบเกม เชลซี เปิดบ้านแพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-3


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com