คลังเก็บป้ายกำกับ: ข่าวพรีเมียร์ลีก

แฟรงก์ แลมพาร์ด

แฟรงก์ แลมพาร์ด ทำไม่ถูก เป็นนายคน ต้องกล้ารับจบ หลังโยนขี้ให้ ลูกทีมเกมแพ้ปืนใหญ่

ตามกฎลูกผู้ชายแล้ว หากคุณ คิดจะเป็นใหญ่ เป็นผู้นำทีม ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ใดๆ ต้องกล้าออกตัว กล้าแลก บทความนี้  ไม่ได้ว่า แฟรงก์ แลมพาร์ด


ผู้จัดการทีม คำนี้ก็คือ หัวหน้าผู้ฝึกสอน มีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจ การวางแผนตั้งแต่ซ้อม วางแทคติก รวมถึงใช้จิตวิทยา ในการเค้นศักยภาพลูกทีม ไหนจะอธิบายแทคติกที่ จะใช้ให้แก้ผู้ช่วย ซึ่งถือว่า แฟรงก์ แลมพาร์ด เป็นหัวเรือใหญ่ ในการคุมทิศทางการเดินของเรือ

สิ่งที่ทำให้แอดต้องเขียน บทความนี้ เพราะว่า หากท่านที่มีฟุตบอลอยู่ในสายเลือด ติดตามข่าวสารเป็นประจำ ท่านจะรู้ได้เลยว่า โค้ชคนไหน ที่ทีมมีปัญหา หรือตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ก็จะออกมาแถลงข่าว แขวะลูกทีมตัวเอง จนทีมพังไม่เป็นท่า

พฤติกรรมแบบนี้ แอดว่ามันไม่แฟร์กับนักเตะทุกคน แอดเชื่อได้เลยว่า การเล่นของทีม ของนักเตะแต่ละคน พื้นที่ในการเล่น ย่อมได้รับคำสั่งมา ให้เล่นแบบนี้ แบบนั้น หากไม่ทำตามแทคติกที่วางไว้ ก็หมายถึงตำแหน่งตัวจริงจะหายไป พร้อมกับการเข้ามาของคนที่เล่นได้ตามคำสั่ง

โชเซ่ มูรินโญ่ หัวหน้าผู้ฝึกสอน เป็นอีกคน เมื่อทีมมีปัญหาภายในหรือ มีปัญหากับเขาโดยตรง จะเห็นได้ว่า มูรินโญ่ จะออกมาแถลงข่าว แซะอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน จนสุดท้ายทีมแตก

ความเป็นหนึ่งเดียว ของกีฬาที่เล่นเป็นทีม เป็นสิ่งที่จะต้องมีทีม ชนิดขาดไม่ได้ และความเชื่อมั่นระหว่างนักเตะกับโค้ช จะสั่นคลอนไม่ได้ หากมีอาการเมื่อไร ทีมดิ่งแน่นอน

หลังจบเกมแฟรงก์แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์ว่า “มันไม่ดีพอ ครึ่งแรกเราโดนนำแบบนั้น ครึ่งหลังเราเหมือนต้องปีนภูเขา เมื่อคุณเล่นแย่ และยังเจอลูกยิงแบบซาก้า นั่นคือคุณไม่สมควรได้รับโชค เราสู้ในครึ่งหลังได้ดีขึ้น ผู้เล่นที่ลงมาใหม่เพิ่มความเร็ว, พลังงาน และความเข้มข้นให้กับเกม แต่นั่นมันควรมีตั้งแต่เริ่มแล้ว”

แลมพ์

.”ผมต้องรับผิดชอบนอกสนามแน่นอนอยู่แล้ว แต่ผู้เล่นต้องรับผิดชอบในสนามเช่นกัน ข้อความจากผมนั้นชัดเจน นี่คือเกมที่อันตรายเมื่อคุณเจอกับทีมที่พรสวรรค์เหลือล้น และหลังกำลังพิงฝา”

หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวอีกว่า “เรามีโอกาสที่จะขึ้นที่สองในเกมนี้ ส่วนพวกเขามีโอกาสอันดับตกลงไปในโซนตกชั้น นี่คือส่วนผสมที่อันตราย ผู้เล่นทุกคนรู้อยู่แล้ว เราเตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับเกมนี้ แต่เมื่อคุณเล่นได้แค่ 60 เปอร์เซนต์ คุณไม่มีทางชนะเกมไหนเลยในพรีเมียร์ลีก”

.”ผมโกรธ ผมต้องการเป็นผู้ชนะ แต่เมื่อเราให้โอกาสพวกเขา เราไม่สู้ และไม่สร้างความลำบากให้พวกเขามากพอ เราก็ได้รับสิ่งที่สมควรจะได้” แฟรงก์ แลมพาร์ดให้สัมภาษณ์ทิ้งท้าย หลังเกม

อย่างไรก็ตาม ผลงานของทีม จะออกมาดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับการบริหารของโค้ช และทีมงานของแฟรงก์ แลมพาร์ด จะโทษว่านักเตะ เป็นแบบนั้น แบบนี้ไม่ได้เพราะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน สามารถจะเอาคนไหนลง เปลี่ยนคนไหนออก ให้เข้ากับทีมยิ่งแฟรงก์ ได้อิสระในการจ่ายตลาด เลือกนักเตะที่ตัวเองคิดว่าเข้ากับแทคติกด้วย

อันที่จริง เห็นมาสักพักแล้ว แฟนเชลซีจะเกลียดแอดก็ได้นะ เพราะว่าแอดมีความคิดเห็นเป็นแบบนี้ พวกพี่ ที่เลือดสีน้ำเงิน เชียร์เชลซีมาเป็น 10 ปี 20 ปี บางคน เคยบอกว่า นักเตะเพิ่งซื้อมาใหม่ ต้องใช้เวลา ไม่ใช่เกม ที่จะลงเล่นได้เลย การที่เขามีความคิดเช่นนี้ แสดงว่าไม่เคยเล่นเกมฟีฟ่า4 เพราะต่อให้นักเตะแพงแค่ไหน ก็ไม่ได้การันตีความเก่งเลย จังหวะเหวอๆ มีเยอะมาก

หากบทความของแอดบทความนี้ ทำให้ใครหัวร้อน ก็ขออภัยด้วยนะครับ มันก็เป็นความคิด มุมที่แอดเห็นเท่านั้น ทุกคนมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น จะให้ผมมาเขียนอวยหรือโอ๋กัน คงไม่ได้ เราต่างก็อยากให้ทีมประสบความสำเร็จ

อาจจะบอกว่า ดูอย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ สิ ช่วงแรกเขาก็ไม่มีแชมป์ ใช้เวลาถึง 5 ปี ถามว่า 2 ปีแรก ของแฟรงก์ แลมพาร์ดกับของคล็อปป์ อันไหนมีทรง มีอนาคตมากกว่า พิจารณาเอาเอง

สุดท้ายนี้ ก็แล้วแต่ แฟรงก์ แลมพาร์ด เลยครับ จะปรับยังไง เราก็แค่แฟนบอลตัวเล็กที่มีมุมต่างออกไป ยังไงใจก็เป็นสีน้ำเงินเหมือนเช่นเคยแหละครับ


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

 

นูโน่ ซานโต

ซูฮกลูกทีม ! นูโน่ ซานโต ชมแข้งวูล์ฟส์สู้ไม่ถอยจนแซงชนะสิงห์

นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ออกโรงชมแข้ง วูล์ฟแฮมป์ตัน ว่าสู้ไม่ถอยทำให้พลิกกลับมาชนะเชลซีไปได้ 2-1 และแฮปปี้กับชัยชนะครั้งนี้สุดๆ


นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต กุนซือ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ออกโรงชมลูกทีมที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเป็นอย่างดี ในเกมที่ วูล์ฟส์ พลิกกลับมาชนะ สิงโตน้ำเงินคราม ในศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ 12 ที่ผ่านมา

ทีมเยือนเป็นฝ่ายที่ขึ้นนำไปก่อนจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในนาทีที่ 49 แต่หลังจากนั้นเจ้าบ้านก็รุกหนักและได้สองประตูจาก ดาเนี่ยล โปเดนซ์ และ เปโดร เนโต้ ในนาทีที่ 66 และ 90+5 ก่อนแซงชนะและคว้าสามแต้มมาครองได้ในที่สุด

กุนซือชาวโปรตุกีส กล่าวว่า “เมื่อคุณทำงานหนักเหมือนลูกทีมผมในเกมนี้ คุณย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดี ทุกคนมีความสุขมาก สิ่งสำคัญคือเรามีสมาธิ เชื่อมั่นและทุ่มเท ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งผมคิดว่านี่คือแคแรคเตอร์ของทีมเรา”

หลังจากจบเกมนี้ทำให้วูล์ฟส์ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 10 ของตารางส่วนเชลซีร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 6 ของตารางจาการพ่ายแพ้สองนัดติด


ที่มา : Siamsport
บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

สถิติที่น่าสนใจพรีเมียร์ลีก

สถิติที่น่าสนใจ ของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 หลังจากผ่านไป 4 นัด

พรีเมียร์ลีก ปีนี้มันส์ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการยิงประตูกันแบบถล่มทลายรวมไปถึงความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมใหญ่ มาย้อนดู สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 4 นัด


หลังจากการแข่งขันไปเพียงแค่ 4 นัด ศึก พรีเมียร์ลีก ปีนี้มี สถิติที่น่าสนใจ รวมไปถึงประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ไล่ตั้งแต่ วีเออาร์, ใบแดง, การยิงประตูในนาทีสุดท้าย หรือ ความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมบิ๊ก 6 มาย้อนดูสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้กัน

ตารางคะแนน

ตารางคะแนน

หลังจากผ่านไป 4 นัดมีเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่เก็บชัยได้ทั้งหมดที่ลงแข่งขัน ได้แก่ เอฟเวอร์ตัน ที่ชนะ 4 นัดรวด กับ แอสตัน วิลล่า ที่คว้า 9 แต้มเต็มจาก 3 นัดซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการเอาชนะ ลิเวอร์พูล แบบช็อคโลก 7-2 ในถิ่นวิลล่าพาร์ค ของพวกเขาเอง

การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ พา ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ อย่างไรก็ตาม 4 นัดที่ผ่านมาคู่ต่อสู้ที่เจออาจจะยังไม่ใช่ของจริงแต่หลังจากนี้เราจะได้รู้กันว่า ทีมสีน้ำเงินจากเมอร์ซีไซด์ทีมนี้จะทำได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลนี้

รองจ่าฝูงอย่างแอสตัน วิลล่า ทำผลงานได้อย่างสุดยอดเช่นกัน โดยเฉพาะเกมที่ สิงห์ผงาด ไล่ขย้ำ หงส์แดง แบบไม่เหลือความเป็นทีมแชมป์ด้วยสกอร์ 7-2 จริงอยู่ที่แข้งลิเวอร์พูล พร้อมใจกันฟอร์มหลุดแต่ต้องยอมรับว่าทั้งแท็กติกและความกระหาย แอสตัน วิลล่า ชนะขาดลอยเหมือนกับสกอร์ที่เกิดขึ้น

ด้าน ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาหลังจากห่างหายไปอย่างยาวนาน ภายใต้การนำทัพของ มาร์เชลโล่ บิเอลซ่า ผู้ที่ เป็บ กวาร์ดิโอล่า ยกให้เป็นอาจารย์ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกันด้วยการเก็บได้ 7 คะแนนเท่ากับ สเปอร์ส และ เชลซี เป็นรองแค่เพียงลูกได้เสียเท่านั้น

สองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเรือใบสีฟ้า เก็บได้เพียง 4 แต้มจาก 4 นัดส่วน ผีแดง นั้นหนักกว่าเก็บได้เพียงแค่ 3 แต้มและแพ้ไปถึง 2 นัดจมอยู่อันดับ 16 ของตาราง

ด้านโซนท้ายตาราง ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่หน้าเก่าที่มี สก็อตต์ พาร์คเกอร์ เป็นกุนซือไม่สามารถเก็บแต้มได้เลย โดยแพ้รวดทั้ง 4 นัด และมีโอกาสสูงที่อดีตกองกลางเชลซีผู้นี้จะถูกเด้งออกจากตำแหน่งกุนซือในไม่ช้า เช่นเดียวกับ เบิร์นลีย์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่แพ้รวดจากทุกนัดที่ลงสนาม

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต้องดูกันอีกยาวๆว่าสุดท้ายฤดูกาลนี้จะจบลงแบบไหน เราไม่มีทางรู้อนาคตได้แต่ที่รู้แน่ๆ คือ พรีเมียร์ลีกปีนี้มันส์แน่นอน

สถิติที่น่าสนใจ

สถิติที่น่าสนใจ

ค่าเฉลี่ยการยิงประตูแต่ละสัปดาห์

สัปดาห์ที่ 1
ยิงประตูรวม – 23 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – ลิเวอร์พูล 4-3 ลีดส์ 
สัปดาห์ที่ 2
ยิงประตูรวม – 46 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เอฟเวอร์ตัน 5-2 เวสต์บรอมวิช | ลีดส์ 4-3 ฟูแล่ม | เซาแธมป์ตัน 2-5 สเปอร์ส
สัปดาห์ที่ 3
ยิงประตูรวม – 36 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เวสต์บรอมวิช 3-3 เชลซี | แมนฯซิตี้ 2-5 เลสเตอร์ | ลิเวอร์พูล 3-1 อาร์เซนอล
สัปดาห์ที่ 4
ยิงประตูรวม – 41 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เชลซี 4-0 คริสตัล พาเลซ | แมนฯยูไนเต็ด 1-6 สเปอร์ส | วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล

ยิงประตูรวมทั้งหมด – 146 ประตู

ทีมที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด

เอฟเวอร์ตัน, เลสเตอร์, สเปอร์ส – 12 ประตู

ทีมที่เสียประตูเยอะที่สุด

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน – 13 ประตู

ทีมที่ลูกได้เสียดีที่สุด

แอสตัน วิลล่า – ยิง 11 เสีย 2 = +9

5 อันดับทีมที่ครองบอลเยอะที่สุด
1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 58.6%
2. ลิเวอร์พูล – 58.3%
3. เชลซี – 56.1%
4. เลสเตอร์ ซิตี้ – 55.2%
5. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 55.2%

5 อันดับทีมที่ได้รับใบเหลือง/แดง มากที่สุด
1. นิวคาสเซิ่ล – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
2. ฟูแล่ม – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
4. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
5. ไบร์ทตัน แอนด์โฮฟ อัลเบี้ยน – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ

5 อันดับทีมที่ชนะดวลอากาศมากที่สุด
1. เชลซี – 63%
2. เบิร์นลีย์ – 56.7%
3. อาร์เซนอล – 54.6%
4. แอสตัน วิลล่า – 53.7%
5. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – 53.1%

5 อันดับทีมที่ผ่านบอลแม่นยำที่สุด
1. เชลซี – 87.3%
2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 87.2%
3. เอฟเวอร์ตัน – 86.4%
4. อาร์เซนอล – 86.3%
5. ลิเวอร์พูล – 85.8%

5 อันดับทีมที่ดีที่สุด
1. แอสตัน วิลล่า – 7.35
2. เอฟเวอร์ตัน – 7.08
3. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – 6.92
4. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 6.9
5. เชลซี – 6.85

สถิติผู้เล่นที่น่าสนใจ

10 อันดับผู้เล่นที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด
1. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
2. โดมินิค คาลเวิท เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
3. เจมี วาร์ดี้ (เลสเตอร์) ยิงได้ 5 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 42%
4. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) ยิงได้ 5 ประตูจาก 11 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 45%
5. คัลลัม วิลสัน (นิวคาสเซิ่ล) ยิงได้ 4 ประตูจาก 6 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 67%
6. นีล มัวเปย์ (ไบร์ทตัน) ยิงได้ 4 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
7. ลากาแซตต์ (อาร์เซนอล) ยิงได้ 3 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
8. จอร์จินโญ่ (เชลซี) ยิงได้ 3 ประตูจาก 10 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
9. แดนนี่ อิงค์ (เซาแธมป์ตัน) ยิงได้ 3 ประตูจาก 5 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 60%
10. แพทริค แบมฟอร์ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด) ยิงได้ 3 ประตูจาก 9 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 33%

5 อันดับผู้เล่นที่มีโอกาสยิงมากที่สุดต่อเกม
1. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) – 4.8 ครั้ง
2. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 4.8 ครั้ง
3. ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล) – 4.3 ครั้ง
4. มิโตรวิช (ฟูแล่ม) – 4 ครั้ง
5. มิเกล อันโตนิโอ (เวสต์แฮม) – 3.8 ครั้ง

5 อันดับผู้เล่นแอสซิสต์สูงสุด
1. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 6 ครั้ง
2. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
3. จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
4. ริชาร์ริสัน (เอฟเวอร์ตัน) – 2 ครั้ง
5. มันเธอุส เปย์เรร่า (เวสต์บรอมวิช) – 2 ครั้ง

นักเตะที่ฟอร์มดีที่สุด
1. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.54
2. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.43
3. ฮาเมส โรดริเกซ (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.41
4. โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.32
5. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.31

ทีมยอดเยี่ยมหลังผ่านการแข่งขัน 4 นัด

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

ระบบ : 4-4-2
ผู้จัดการทีม : คาร์โล อันเชล็อตติ (เอฟเวอร์ตัน)

กองหลัง
รีซ เจมส์ (เชลซี)
ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ไทลอน มิงค์ (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
เอซรี่ คอนซ่า (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.6
ลูก้า ดีญ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 7.3

กองกลาง
ฮาเมส โรดริเกซ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4
จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.1
เควิน เดอ บรอยด์ (แมนฯซิตี้) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4

กองหน้า
แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3
โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3

โปรแกรมการแข่งขันนัดถัดไป

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2020
18:30 น. เอฟเวอร์ตัน – ลิเวอร์พูล
21:00 น. เชลซี – เซาแธมป์ตัน
23:30 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – อาร์เซนอล
02:00 น. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2020
18:00 น. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ฟูแล่ม
20:00 น. คริสตัล พาเลซ – ไบร์ทตัน
22:30 น. สเปอร์ส – เวสต์แฮม
01:15 น. เลสเตอร์ – แอสตัน วิลล่า

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2020
23:30 น. เวสต์บรอมวิช – เบิร์นลีย์
02:00 น. ลีดส์ – วูลฟ์แฮมป์ตัน

ทั้งหมดนี้คือ สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากการแข่งขันเพียง 4 นัดเท่านั้น การแข่งขันยังอีกยาวไกลต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วทีมไหนที่จะได้ชูถ้วย พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 มาครอง


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

ข้อมูลสถิติจากเว็บ Whoscored