คลังเก็บป้ายกำกับ: บาเยิร์น มิวนิค

อย่ามาซุย! ฮันซี่ ฟลิค ออกโรงยันไม่เคยสนคว้า เกิทเซ่ กลับ บาเยิร์น รอบ 2

อย่ามาซุย! ฮันซี่ ฟลิค ออกโรงยันไม่เคยสนคว้า เกิทเซ่ กลับ บาเยิร์น รอบ 2

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค ออกมายืนยันว่าตนไม่คิดจะดึง เกิทเซ่ กลับมาร่วมงานรอบ 2 หลังนักเตะกลายเป็นแข้งไร้สังกัดในตอนนี้


ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ เสือใต้ ออกมาสยบข่าวลือด้วยตนเองว่า ตนไม่เคยต้องการคว้า มาริโอ เกิทเซ่ อดีตแข้งพรสวรรค์สูง กลับมายังถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า เป็นรอบที่ 2

มาริโอ เกิทเซ่ ในวัย 28 ปีกลายเป็นแข้งที่ไร้สังกัดหลังพึ่งหมดสัญญากับ เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หลังจากจบฤดูกาลที่แล้ว จนถึงในขณะนี้เจ้าตัวยังคงไมมีต้นสังกัดใหม่ โดยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า ฟลิค ได้โทรคุยกับ เกิทเซ่ จนสื่อคาดว่าอาจจะดึงกลับมาร่วมทัพอีกครั้ง

โดยฟลิกเผยว่า เขาติดต่อกับ เกิทเซ่ อยู่เป็นประจำอยู่แล้วและรู้ดีว่าแข้งเยอรมันรายดีมีความสามารถแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกของทีมในตอนนี้


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

ยังไม่ถึงเวลา!-ฟลิค-ชี้สนใจ-ฮัดสัน-โอดอย-จริงแต่ไม่ใช่ในซัมเมอร์นี้

ยังไม่ถึงเวลา! ฟลิค ชี้ เสือใต้ สนใจ ฮัดสัน-โอดอย จริงแต่ไม่ใช่ในซัมเมอร์นี้

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยินร์ มิวนิค ยอมรับสนใจ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกดาวรุ่งของ เชลซี จริงแต่ค่าตัวแพงไปจึงไม่มีทางที่จะย้ายในซัมเมอร์นี้


Sport Bild สื่อกีฬาชื่อดังของเยอรมัน เปิดเผยว่า บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรแห่ง บุนเดสลีกา มีความต้องการที่จะค้วตัว คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกอนาคตไกลของเชลซีมาร่วมทีมแต่ติดที่ค่าตัวแพงเกินไปทำให้ไม่สามารถย้ายมาในช่วงตลาดนักเตะรอบนี้ได้

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือเสือใต้ ชื่นชอบในฝีเท้าของ โอดอย หลังจากที่มีโอกาสได้ดวลกับ เชลซี ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก โดยก่อนหน้านี้ บาเยิร์น เคยยื่นข้อเสนอให้เชลซีมาแล้วเมื่อปี 2018 แต่ถูก สิงโตน้ำเงินคราม ปฎิเสธไป

อย่างไรก็ตาม คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย มีความต้องการที่จะลงสนามให้มากกว่านี้เพื่อโกาสในการไปเล่นศึก ยูโร ในปีหน้า แต่ โอดอยได้รับโอกาสค่อนข้างน้อย และทำไม่ได้ดีนักเมื่อได้รับโอกาส และเชลซีได้เซ็นสัญญากับนักเตะใหม่เข้ามาทำให้เจ้าตัวมองหาโอกาสในการย้ายทีมเพื่อที่จะได้ลงเล่นมากขึ้น

โดยค่าตัวของ โอดอย อยู่ที่ประมาณ 31 ล้านยูโร แต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่ต้องการที่จะปล่อยนักเตะออกไปเพราะหากนับดูผู้เล่นในต่ำแหน่งปีกของเชลซีจริงๆ มีเพียงแค่ 3 รายเท่านั้นหลังจากที่ทีมได้ปล่อย เปโดร และ วิลเลี่ยน ออกจากทีมไป


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

ไอ้เด็กนี่มีของ! บาเยิร์น หวนล่าตัว ฮัดสัน-โอดอย เสริมแกร่งเกมรุก

ไอ้เด็กนี่มีของ! บาเยิร์น หวนล่าตัว คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เสริมแกร่งเกมรุก

บาเยิร์น มิวนิค กลับมาสนใจ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย อีกครั้ง หลังเคยถูกเชลซีปฎิเสธมาแล้ว แต่ต้องแข่งกับ แอร์แบ ไลป์ซิก และ ยูเวนตุส


โอดอย เป็นแข้งที่ เสือใต้ พยายามเซ็นมาร่วมทีมอยู่ตลอดแต่ยังไม่สำเร็จ โดยพวกเขาพยายามมาแล้วหลายครั้งตลอดช่วงปีที่ผ่านมา เพราะ บาเยิร์น ต้องการที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งปีกที่พวกเขามองว่ายังดีไม่พอ โดยยอดทีมแห่งเยอรมันเคยยื่นข้อเสนอมูลค่า 35 ล้านปอนด์ให้ เชลซี พิจารณามาแล้วแต่สุดท้ายก็ไมมีการย้ายตัวเกิดขึ้น

สิงโตน้ำเงินคราม เคยให้โอกาสเจ้าตัวได้พิสูจน์ฝีเท้าอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังเหมือนทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรแถมยังเจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง แถมในฤดูกาลนี้ สิงห์บลูส์ ได้ทุ่มเงินหลายล้านปอนด์เพื่อดึงผู้เล่นหน้าใหม่มาเสริมทัพทำให้โอกาสในการลงสนามของปีกสัญชาติอังกฤษนั้นน้อยลงตามไป

แน่นอนว่าเจ้าตัวต้องการโอกาสลงสนามเพื่อพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นซึ่ง บาเยิร์น ก็พร้อมให้โอกาสนี้กับนักเตะ แต่ไม่ใช่  เสือใต้ เพียงทีมเดียวที่ต้องการเจ้าหนูโอดอยไปร่วมทีมยังมี แอร์เบ ไลป์ซิก กับ ยูเวนตุส ที่สนใจในตัวของแข้งรายนี้เช่นเดียวกัน


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

จากไปใจยังอยู่! 'อลาบา' เตรียมโบกมือลา 'บาเยิร์น' ซัมเมอร์นี้

จากไปใจยังอยู่! ‘อลาบา’ เตรียมโบกมือลา ‘บาเยิร์น’ ซัมเมอร์นี้

บิลด์ ตีข่าว ดาวิด อลาบา พร้อมอำลา บาเยิร์น มิวนิค ในซัมเมอร์นี้ทันที เพราะไม่อยากให้ เสือใต้ เสียตนไปแบบฟรีๆในช่วงตลาดนักเตะปีหน้า


สื่อชื่อดังเมืองเบียร์อย่าง บิลด์ ได้รายงานข่างว่า ดาวิด อลาบา แนวรับตัวเก่งของ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ตัดสินใจที่จะอำลาต้นสังกัดภายในซัมเมอร์นี้ทันที เพราะไม่อยากให้สโมสรต้องเสียตนไปแบบไม่ได้อะไรเลยในปีหน้า

ดาวิด อลาบา เหลือสัญญากับทีมเพียงแค่ปีเดียวและสามารถย้ายทีมแบบไร้ต่าตัวภายในปีหน้า แต่เจ้าตัวไม่ต้องการแบบนั้นเพราะอยากตอบแทนสโมสรที่อยู่มาอย่างยาวนาน จึงต้องการให้ เสือใต้ พิจารณาข้อเสนอที่ทีมต่างๆยื่นเข้ามาและขายตนออกไปภายในซัมเมอร์นี้ทันที โดยทีมที่มีข่าวให้ความสนใจในแข้งวัย 28 ปีรายนี้คือ 2 ทีมจากเมือง แมนเชสเตอร์ อย่าง เรือใบสีฟ้า และ ปีศาจแดง

ดาวเตะสารพัดประโยชน์ลงเล่นให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ไปทั้งสิ้น 386 นัด ยิงได้ 31 ประตูและยังเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมมาโดยตลอดนับตั้งแต่เดบิวต์กับทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2010


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค

แชมป์ 6 สมัยจ้า! ‘โกมัน’ โขกชัย ‘บาเยิร์น’ สามแชมป์ (เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค)

‘ฮันซี่ ฟลิค’ พา ‘เสือใต้’ จารึกประวัติศาสตร์ คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ หลังซิวถ้วย ‘ชปล.’ สมัย 6 มาครอง จบเกม เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค | สองทีมที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ ‘ปารีส แซงต์-แชร์กแมง’ ที่กวาดแชมป์ในประเทศได้ทุกรายการไม่ต่างกับ ‘บาเยิร์น มิวนิค’ ที่ทำได้เช่นกัน และในท้ายที่สุดก็เป็น ‘เสือใต้’ ที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์และเป็นแชมป์รายการนี้สมัยที่ 6 ไปครองได้สำเร็จโดยได้ประตูชัยจาก ‘คิงสลี่ย์ โกมัน’ อดีตนักเตะของ ‘เปแอสเช’

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้ทำประตู

บาเยิร์น มิวนิค : 0-1 คิงสลี่ย์ โกมัน 59′

สนาม : เอสตาดิโอ ดา ลุซ (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส – ธีโล่ เคห์เรอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต (เลย์แว็ง คูร์ซาว่า น.80) – อันเดร์ เอร์เรร่า (ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ น.72), มาร์กินญอส, เลอันโดร ปาเรเดส (มาร์โก แวร์รัตติ น.65) – อังเคล ดิ มาเรีย (เอริค ชูโป-โมติง น.80), เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.25), ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.86) – แซร์จ นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.68), โธมัส มุลเลอร์, คิงสลี่ย์ โกมัน (อิวาน เปริซิช น.68) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม : ฮันซี่ ฟลิค

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เปแอสเช ภายใต้การนำทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล คว้าแชมปไปถึง 4 รายการได้แก่ แชมป์ลีก เอิง (ที่ถูกตัดจบ), เฟร้นช์ คัพ, ลีก คัพ และโทรเฟ่ส์ เดส์ ช็องปิยงส์ ซึ่งเป็นแชมป์ในประเทศทั้งหมด

โดยก่อนที่จะทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศ พวกเขาเขี่ยทีมจาก เยอรมัน ตกรอบมาแล้วถึง 2 ทีมในรอบก่อนหน้า โดยในรอบ 16 ทีมสุดท้ายพวเขาเอาชนะ ดอร์ทมุนด์ เข้ารอบมาได้ ในขณะที่ แอร์เบ ไลป์ซิก คือทีมล่าสุดที่ถูกทีมดังเมืองน้ำหอมเขี่ยตกรอบรองชนะเลิศไป

ด้าน เสื้อใต้ ของ ฮันซี่ ฟลิค สร้างสถิติสุดโหดด้วยการเอาชนะแบบ 100% แถมยิงคู่แข่งแบบขาดลอยอีกหลายนัด เรียกได้ว่านี่คือ บาเยิร์น มิวนิคที่แท้จริง และยังคว้าแชมป์ได้ทุกรายการที่ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ นี่คือทีมที่ลงตัวและสมบูรณ์แบบสุดๆ

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายบอลให้ เนย์มาร์ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟ มานูเอล นอยเออร์ บอลเด้งมาให้ยิงซ้ำแต่ นอยเออร์ ยังเอาขาบล็อกไว้ได้

นาทีที่ 21 – อัลฟอนโซ่ เดวิส เติมเกมรุกมาเปิดบอลเข้าเขตโทษบอลเลยไปถึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หมุนตัวยิงด้วยขวาไปติดปลายมือ เกย์ลอร์ นาวาส แล้วไปชนเสา

นาทีที่ 22 – เนย์มาร์ เลี้ยงแหวกผู้เล่น เสือใต้ ก่อนจ่ายให้ อังเคล ดิ มาเรีย ทำชิ่งกับ อันเดร์ เอร์เรร่า หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 28 – แนวรับเสือใต้ เคลียร์ลูกเปิดของเนย์มาร์ไปเข้าทาง อันเดร์ เอร์เรร่า ซัดเต็มข้อแต่บอลไปโดน เลออน โกเร็ทซ์ก้า ออกหลังไป

นาทีที่ 44 – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ได้หลุดเข้าไปยิงจ่อ แต่บอลไปเข้ามือ มานูเอล นอยเออร์ แบบเหลือเชื่อ

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสูสี แต่ยังทำไรกันไม่ได้ เสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 59 (Goal) – บาเยิร์น มิวนิค มาขึ้นนำได้สำเร็จ แซร์จ นาบรี้ เปิดบอลจากเส้นหลังไปติดบล็อกมาเข้าทาง โยชัว คิมมิช ตักบอลไปเสาสองให้ คิงสลี่ย์ โกมัน โขกง่ายๆเข้าประตูไป เสือใต้นำ 1-0

นาทีที่ 66 – อังเคล ดิ มาเรีย ครอสบอลจากฝั่งขวา แต่บอลเลยไปเข้ามือ นอยเออร์ รับไว้ได้สบาย

นาทีที่ 69 – อังเคล ดิ มาเรีย ที่รับบอลจาก มาร์โก แวร์รัตติ ตวัดบอลลอดขา ดาวิด อลาบา มาถึง มาร์กินญอส ยังไปติดเซฟ มือกาวชาวเยอรมันเหลือเชื่อ

นาทีที่ 90+ – ปารีส เล่นเกมสวนกลับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายบอลตัดแนวรับให้ เนย์มาร์ ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนจ่ายให้ เอริค ชูโป-โมติง แต่ยิงไม่โดนบอลออกหลังไป

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะเปแอสเช 1-0 คว้าแชมป์ ชปล. สมัยที่ 6 มาครองและสร้างประวัติศาสตร์ทีมแรกที่ชนะทุกเกมที่ลงแข่งขันและคว้าแชมป์ได้ในที่สุด
อ่านเพิ่มเติม แชมป์ 6 สมัยจ้า! ‘โกมัน’ โขกชัย ‘บาเยิร์น’ สามแชมป์ (เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค)

ไฮไลท์บอล-ยูฟ่า-แชมป์เปี้ยนส์-ลีก-โอลิมปิก-ลียง-0-3-บาเยิร์น-มิวนิค

ไม่พลิกโผ! บาเยิร์น ไล่ต้อน ลียง ลิ่วรอบชิง ชปล. (โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค)

เสือใต้ ยังคงฟอร์มแจ่มหลัง โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค โดยเกมนี้ แซร์ช นาบรี้ โชว์ฟอร์มเทพซัดคนเดียว 2 ประตูก่อนปิดกล่องด้วย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค เสือใต้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จตามคาดหลังเอาชนะ โอลิมปิก ลียง แบบขาดลอย แม้ว่าจะดูเหมือนทีมจากแดนน้ำหอมจะพอสู้ได้แต่ความแตกต่างระหว่างทั้งสองทีมคือความเฉียบคม ซึ่งจุดนี้ เสือใต้ ทำได้ดีกว่าพอสมควรทำให้เป็นผู้ชนะในเกมนี้ไปในที่สุด

สนาม:  เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน: อันโตนิโอ มาเตว (สเปน)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์,มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล (มาติส ไรอัน แชร์กี น.73),เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.67),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาไรช์ (ติอาโก้ เมนเดส น.46),อูสเซ็ม อาอูอาร์,มักซ์เวล กอร์เน่ต์,เมมฟิส เดอปาย (มุสซ่า เดมเบเล่ น.58),คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.67)

ผู้จัดการทีม: รูดี้ การ์เซีย

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1): มานูเอล นอยเออร์,โยชัว คิมมิช,เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.46),ดาวิด อลาบา,อัลฟอนโซ่ เดวิส,ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.82),เลออน โกเร็ทซ์ก้า (แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ น.82),อิวาน เปริชิช (คิงสเล่ย์ โกมัน น.63),โธมัส มุลเลอร์,แซร์ช นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75),โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม: ฮันซี่ ฟลิค

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ คู่ที่สอง บาเยิร์น มิวนิค เต็งแชมป์ของรายการนี้โคจรมาพบกับ ลียง ที่ทะลุมาถึงรอบตัดเชือกแบบไม่มีใครคาดคิดด้วยการเขี่ยเต็งแชมป์ อย่าง แมนฯซิตี้ ตกรอบไปแบบพลิกล็อค

รูดี้ การ์เซีย ส่งผู้เล่นตัวหลักลงสนามครบทักตำแหน่ง โดยดร็อป มุสซ่า เดมเบเล่ ฮีโร่จากนัดที่แล้วเป็นตัวสำรองและส่ง เมมฟิส เดอปาย ดาวยิงกัปตันทีมยืนจับคู่กับ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ในแดนหน้า ในส่วนของ เสือใต้ ฮันซี่ ฟลิก ใส่ชื่อ แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ที่พึ่งสลัดอาการบาดเจ็บมาเป็นตัวสำรองส่วนตัวจริงยังคงเป็นผู้เล่นชุดเดิมที่ดีที่สุดลงสนามครบครัน

ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 – ลียง เริ่มต้มเกมได้อย่างดุดัน เมมฟิส เดอปาย ลากบอลหนีผู้เล่นแนวรับและ มานูเอล นอยเออร์ ก่อนยิงด้วยขวาบอลไปเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 18 (Goal) – แซร์ช นาบรี้ ลากบอลมาจากริมเส้นตัดเข้ามากลางสนามบริเวณ กรอบเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม 1-0

นาทีที่ 25 – เสือใต้เกือบหนีห่างเป็น 2-0 อิวาน เปริชิช เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ แฟร์นานโด มาร์ซาล โหม่ดสกัดแต่ไม่พ้นอันตรายบอลไปเข้าทาง แซร์ช นาบรี้ ที่ยืนโล่งได้ยิงแต่ไปติดเซฟผู้รักษาประตู

นาทีที่ 33 (Goal) – อิวาน เปริชิช รับบอลจาก แซร์ช นาบรี้ ก่อนเปิเข้าเขตโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ สไลด์ยิงไปติดเซฟนายทวารลียงแต่บอลหลุดไปเข้าทาง แซร์ช นาบรี้ ยิงซ้ำจ่อๆเป็นประตูที่ 2 ของทีมและเจ้าตัว

นาทีที่ 38 – แซร์ช นาบรี้ เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษแต่บอลเลย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ออกข้างเสาแบบเฉียดฉิว

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิค นำห่าง ลียง แบบสบายๆ 2-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 51 – อิวาน เปริชิช ได้หลุดมาดวลกับผู้รักษาประตูแต่ยิงไม่ดีบอลเรียดไปเข้ามือ แอนโธนี่ โลเปส ล้มตัวรับไว้ได้

นาทีที่ 56 –  มาร์เซโล่ ขึ้นโหม่งลูกเตะมุมของ เมมฟิส เดอปาย แต่บอลไปตรงตัว มานูเอล นอยเออร์ รับไว้ได้แบบไม่ยากเย็นนัก

นาทีที่ 60 – แนวรับ บาเยิร์น เล่นกันพลาดบอลไปเข้าทาง มุสซ่า เดมเบเล่ ส่งต่อ อูสเซ็ม อาอูอาร์ ลากบอลก่อนจ่ายให้ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ได้ยิงเน้นๆแต่ มานูเอล นอยเออร์ ออกมาเซฟได้อย่างสุดยอด

นาทีที่ 88 (Goal) – เสือใต้ มาได้ประตูตอกฝาโรงจากลูกฟรีคิก โยชัว คิมมิช บบรจงเปิดไปในกรอบเขตโทษ บริเวณกลางประตูและเป้น เลวานดอฟสกี้ ขึ้นโขกเต็มศรีษะบอลลอยเข้าประตูไปเป็น 3-0

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ โอลิมปิก ลียง 3-0 เข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 กับ เปแอสเช ในวันที่ 23 สิงหาคม

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้ทำประตู

บาเยิร์น มิวนิค: 0-1 แซร์ช นาบรี้ 18′ // 0-2 แซร์ช นาบรี้ 33′ // 0-3 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 88′ อ่านเพิ่มเติม ไม่พลิกโผ! บาเยิร์น ไล่ต้อน ลียง ลิ่วรอบชิง ชปล. (โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค)

แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ คืนสนาม

ลุ้นเล่นนัดชิง! แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ คืนสนาม ลงซ้อมเรียบร้อย

‘บาเยิร์น มิวนิค’ ยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์ ได้รับข่าวดีเมื่อล่าสุดแบ็คขวาทีมชาติฝรั่งเศส แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ คืนสนาม ลงซ้อมร่วมกับทีมแบบเบาๆได้แล้ว


เสื้อใต้ ได้รับข่าวดีก่อนลงเล่นรอบรองชนะเลิศศึก ชปล. เมื่อ แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ คืนสนามแล้ว โดยกองหลังตัวเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค แชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน ซีซั่นล่าสุด สามารถลงซ้อมร่วมกับทีมแบบเบาๆ ได้เรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ปรากาหลังวัย 24 ปี สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้าเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ก่อนโดยล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเจ้าตัวสามารถลงซ้อมร่วมกับทีมแบบเบาๆได้แล้วแต่คาดว่ายังไม่พร้อมที่จะลงเล่นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่จะพบกับ โอลิมปิก ลียง ในคืนวันพุธที่ 19 สิงหาคม อย่างไรก็ตามหาก บาเยิร์น มิวนิค สามารถทะลุเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศได้ ฮันซี่ ฟลิค กุนซือของทีมคงไม่พลาดที่จะใส่ชื่อ ปาวาร์ ไปในทีมเพื่อเป็นทางเลือกด้วย

โดยในฤดูกาลนี้ ปาวาร์ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและเป็นกำลังหลักของ บาเยิร์น โดยลงเล่นไปแล้วรวมทุกรายการ 46 นัด ทำได้ 5 ประตู

อ่านเพิ่มเติม ลุ้นเล่นนัดชิง! แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ คืนสนาม ลงซ้อมเรียบร้อย

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค

คนละชั้น! บาเยิร์น ไล่ถล่ม บาซ่า เละเทะลิ่วรอบรอง (บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค)

เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นที่โปรตุเกสเมื่อ ‘เสือใต้’ โชว์ฟอร์มระดับพระกาฬไล่ถล่ม บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค โดย คูตินโญ่ ลงมาเป็นสำรองมายิง 2 จ่าย 1 ใส่ทีมต้นสังกัดที่แท้จริง


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค หนึ่งในแมตซ์ที่แฟนบอลทั่วโลกจะจดจำไปตลอดกาลหลักจากจบการแข่งขัน หนึ่งในสองทีมที่สุดในโลกต้องโคจรมาพบกันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก และในท้ายที่สุดเป็นยอดทีมจากเยอรมันอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ที่เข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จด้วยสกอร์ที่ไม่มีใครคาดคิด

สนาม: เอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน: ดามีร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า (4-3-1-2) : มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลสัน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (อันซู ฟาติ น.70), เซร์จี โรแบร์โต้ (อองตวน กรีซมันน์ น.46) – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ

ผู้จัดการทีม: กีเก้ เซเตียน

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซือเล่ น.76), ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส (ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ น.84) – เลออน โกเร็ทซ์ก้า (โกแร็งแต็ง โตลิสโซ่ น.84), ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์จ นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75), โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริชิช (คิงสลี่ย์ โกมัน น.67) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม: ฮันซี่ ฟลิค

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ โดยจะแข่งกันแบบนัดเดียวจบ โดยเป็นการพบกันระหว่างสองสโมสรที่ดีที่สุดในโลก เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ตัวแทนจากสเปนปะทะกับตัวแทนจากเยอรมัน เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค

บาร์เซโลน่า ที่วันนี้มาในระบบ 4-4-2 ที่ไม่คุ้นเคยเท่าไหร่นักโดยให้สองคู่หูประสบการณ์สูง ลิโอเนล เมสซี่ ยืนคู่กับหลุยซ์ ซัวเรซ ทางด้าน บาเยิร์น มิวนิค จัดผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามนำโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวซัลโวของรายการและตัวทีเด็ดอย่าง อัลฟอนโซ่ เดวิส ลงเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงเช่นกัน

ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 (Goal) – มุลเลอร์ ทำชิ่งหนึ่งสองกับ เลวานดอฟสกี้ และเป็น โธมัส มุลเลอร์ ยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้าตาข่าย บาเยิร์น ออกนำอย่างรวดเร็ว 

นาทีที่ 7 (Goal) – จอร์ดี้ อัลบา ปาดบอลเข้าไปหน้าประตุบอลไปแฉลบ ดาวิด อลาบา บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไป บาร์เซโลน่าตามตีเสมอได้สำเร็จ

นาทีที่ 22 (Goal) – หลังโดน บาซ่าร์ บุกอย่างหนักแต่กลับเป็น บาเยิร์นที่ขึ้นนำ 2-1 แซร์จ นาบรี้ เลี้ยงเดี่ยวเข้าไปก่อนจ่ายให้ เปริซิช ยิงด้วยซ้ายเข้าไป

นาทีที่ 27 (Goal) – เสือใต้ มาหนีเป็น 3-1 เลออน โกเร็ทซ์ก้า ตวัดบอลให้ แซร์จ นาบรี้ วิ่งเบียด ล็องเล่ต์ ก่อนยิงด้วยขวาบอลพุ่งเข้าประตูไป

นาทีที่ 31 (Goal) – เจ้าบุญทุ่ม มาเสียประตูที่ 4 จากจังหวะที่ โยชัว คิมมิช ครอสบอลเข้ากรอบเขตโทษ โธมัส มุลเลอร์ สอดเข้ามายิงบอลผ่าน แทร์ ชเตเก้น เข้าประตูไป

จบครึ่งแรกสกอร์ขาดลอยแบบช็อกแฟนบอล 4-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 57 (Goal) – หลุยส์ ซัวเรซ ที่รับบอลมาจาก จอร์ดี้ อัลบา เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษก่อนล็อคหลบ เยโรม บัวเต็ง แล้วยิงด้วยซ้ายบอลผ่านมือ นอยเออร์ เข้าไป บาซ่าร์ ไล่มา 4-2

นาทีที่ 63 (Goal) – อัลฟอนโซ่ เดวิส โชว์ทักษะอันเหนือชั้นเลี้ยงบอลหนีผู้เล่นบาซ่าร์ และเลี้ยงหนี เนลสัน เซเมโด้ เข้าไปในกรอบ 6 หลาแล้วไหลมาให้ โยชัว คิมมิช จิ้มบอลเข้าไปง่ายๆ เสื้อใต้หนีไปเป็น 5-2 

นาทีที่ 82 (Goal) – สกอร์เริ่มเละเทะ เมื่อ คูตินโญ่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ตักบอลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โขกประตูที่ 14 เข้าไป หนีห่างเป็น 6-2

นาทีที่ 85 (Goal) – โธมัส มุมเลอร์ จ่ายบอลให้ คูตินโญ่ จับบอลไม่เชื่องเท้าแต่ยังได้ยิงและบอลก้เข้าประตูไปเป็น 7-2

นาทีที่ 89 (Goal) – ยังไม่จบเพียงเท่านั้น บาเยิร์น มายิงประตูส่งท้ายจากนักเตะที่บาซ่าร์ปล่อยยืมไปทำให้จบเกม บาเยิร์นเอาชนะไปอย่างท่วมท้น 8-2

เสือใต้ เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ รอพบผู้ชนะระหว่าง แมนฯซิตี้ กับ โอลิมปิก ลียง

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้ทำประตู

บาร์เซโลน่า: 1-1  ดาวิด อลาบา 51′ (เข้าประตูตัวเอง) // 2-4 หลุยส์ ซัวเรซ 57′

แอต.มาดริด: 0-1 โธมัส มุลเลอร์ 4’ // 1-2 อิวาน เปริชิช 22′ // 1-3 แซร์จ นาบรี้ 27’// 1-4 โธมัส มุลเลอร์ 31′ // 2-5 โยชัว คิมมิช 63’// 2-6 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 82’// 2-7 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 85′ // 2-8 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 89′ อ่านเพิ่มเติม คนละชั้น! บาเยิร์น ไล่ถล่ม บาซ่า เละเทะลิ่วรอบรอง (บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค)

ไฮไลท์บอล-ยูฟ่า-แชมป์เปี้ยน-ลีก-บาเยิร์น-4-1-เชลซี

ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง! บาเยิร์น โชว์โหดไล่ตะปบ เชลซี (บาเยิร์น มิวนิค 4-1 เชลซี)

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โชว์ฟอร์มระดับเวิลด์คลาสพาเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถล่ม เชลซี แบบไม่ไว้หน้า 4-1 ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 7-1 ไปพบกับ บาร์เซโลน่า


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก บาเยิร์น มิวนิค 4-1 เชลซี ทีมเยือนแพ้คาบ้านมาก่อนในนัดแรกถึง 0-3 ทำให้โอกาสในการเข้ารอบนั้นริบหรี่ แถมยังไม่มีผู้เล่นตัวหลักหลายคนที่บาดเจ็บและติดโทษแบน ต้องพึ่ง ปาฏิหาริย์ เท่านั้น แต่สุดท้ายก็ต้านไม่อยู่โดนเจ้าถิ่นไล่ยิงแบบไม่ไว้หน้า 4-1 โดยได้สองประตูจาก เลวานดอฟสกี้ นอกจากนี้เจ้าตัวยังแอสซิสต์อีก 2 ลูกช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแบบไม่ยากเย็นมากนัก

สนาม: อัลลิอันซ์ อารีน่า (เยอรมัน)

ผู้ตัดสิน: Ovidiu Hațegan (โรมาเนีย)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช (อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า น.71), เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซือเล่  น.63), ดาวิด อบาลา, อัลฟงโซ่ เดวิส – ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.70), เลออน โกเร็ทซ์ก้า – แซร์จ นาร์บี้ (ฆาบี มาร์ติเนซ น.81), โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.64) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม: ฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค

เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – รีซ เจมส์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, คูร์ท ซูม่า, เอเมอร์สัน พัลไมรี่ – มาเตโอ โควาซิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รอสส์ บาร์คลี่ย์ – เมสัน เมาน์ท, แทมมี่ อบราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.81), คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย

ผู้จัดการทีม: แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

การบุกไปถล่ม เชลซี ที่แสตมป์ฟอร์ด บริดจ์ ในนัดแรก 3-0 สร้างความได้เปรียบให้ เสือใต้ อย่างมหาศาล แฟนบอลส่วนมากก็มองว่ายังไงเชลซีก็ไม่น่าจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้เพราะด้วยสภาพทีมที่เป็นรองอยู่เยอะ ทำให้การเข้ารอบแบบเหลือเชื่อนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

เจ้าบ้านภายใต้การคุมทัพของ ฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค นั้นไร้เทียมทานสุดๆ พวกเขาไม่แพ้ให้ทีมใดเลยนับตั้งแต่ปี 2020 ส่วนผู้เล่นก็แทบบจะสมบูรณ์ในทุกตำแหน่ง การจัดทัพสามารถทำได้เต็มที่ โดยกุนซือเจ้าบ้านส่ง แซร์จ นาร์บี้, โธมัส มุลเลอร์ และอิวาน เปริซิช คอยสนับสนุนให้กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ยืนเป็นหน้าเป้าในเกมนี้

ทีมเยือนที่สภาพทีมค่อนข้างแย่ แม้จะได้ ก็องเต้และวิลเลี่ยนที่ฟิตสมบูรณ์กลับมาลงเล่นอีกครั้ง แต่ยังมีนักเตะตัวแบกทีมอีกหลายคนที่พลาดลงสนามในนัดนี้ โดยแฟรงค์ แลมพาร์ด ส่ง เมสัน เมาน์ท, แทมมี่ อบราฮัม และ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เป็นสามประสานในเกมรุก

ครึ่งแรก

นาทีที่ 8 (Goal)  – เชลซีต้องมาเสียจุดโทษจากจังหวะหลุดเดี่ยวของเลวานดอฟสกี้ที่โดน กาบาเยโร่รวบล้มลงไป ผู้ตัดสินเช็ควีเออาร์แล้วให้จุดโทษกับเจ้าบ้านพร้อมแจกใบเหลืองให้ผู้รักษาประตูทีมเยือน เลวานดอฟสกี้ ลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาด เจ้าถิ่นนำ 1-0

นาทีที่ 18  – เจ้าถิ่นลุ้นประตุอีกครั้ง คราวนี้เป็น แซร์จ นาบรี้ ครอสบอลมาให้ เลวานดอฟสกี้ ดีดบอลด้วยเท้าขวาแต่บอลพุ่งออกเสาไกลไป

นาทีที่ 24 (Goal)จากความผิดพลาดของ มัตเตโอ โควาซิช ทำให้ เลวานดอฟกี้ได้บอลก่อนจ่ายไปให้ อีวาน เปริซิช แปลบอลเข้าประตูแบบง่ายๆ เจ้าถิ่นหนีเป็น 2-0

นาทีที่ 28 – เชลซีเกือบได้เฮจากจังหวะที่ อัดสัน-โอดอย รับบอลมาจาก แทมมี่ อบราฮัม ก่อนปั่นเข้าประตูไปอย่างสุดสวย แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องจาก อบราฮัม กลับมาจากตำแหน่งล้ำหน้า

นาทีที่ 44 (Goal)เชลซียิงประตูตีไข่แตกได้สำเร็จ จากจังหวะเปิดบอลของ เอเมอร์สัน แต่นอยเออร์ ทำบอลหลุดมือ ทำให้บอลไปเข้าทาง อบราฮัม ที่ยืนอยู่แปลบอลเข้าไปง่ายๆ เชลซีไล่มา 2-1

จบครึ่งแรกเสือใต้นำ สิงโตน้ำเงินคราม 2-1 สกอร์รวม 5-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 – ทีมเยือนมีโอกาสได้ลุ้นประตูอีกครั้งจากจังหวะที่ เมสัน เมาน์ท กระชากบอลขึ้นทางซ้ายก่อนจะยิงไปเข้ามือของ นอยเออร์

นาทีที่ 67 – เสือใต้ เกือบได้ประตูอีกครั้งจากลูกเตะมุมของ โยชัว คิมมิช เปิดบอลเข้ามาให้ ติอาโก้ ขึ้นโหม่งแต่บอลติดบล็อคกระเด้งไปเข้าทางของ อลาบา ยิงด้วยขวาแต่บอลพุ่งเข้ามือ กาบาเยโร่

นาทีที่ 76 (Goal) – บาเยิร์น มิวนิค มาหนีเป็น 3-1 ได้สำเร็จ เลวานดอฟสกี้เปิดบอลจากด้านข้างมาให้ โตลิโซ่ ที่พึ่งลงมา แปลบอลเข้าประตูไปแบบง่ายๆ

นาทีที่ 84 (Goal) – เจ้าบ้านยังไม่หยุดเกมรุกและมาบวกประตูเพิ่มได้อีกหนึ่งลุก จาก เลวานดอฟสกี้ ที่ขึ้นโขกลูกเปิดของ โอดริโอโซล่า เข้าไปเป็นประตูที่ 2 ของเจ้าตัวในเกมนี้พร้อมขึ้นนำดาวซัลโว ชปล. ที่ 13 ประตู

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค ชนะ เชลซี 4-1  ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมด้วยสกอร์รวม 7-1

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก บาเยิร์น มิวนิค 4-1 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู

บาเยิร์น มิวนิค: 1-0  โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 8′ (จุดโทษ) // 2-0 อีวาน เปริซิช 24′ // 3-1 โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ 76’ // โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 84′

เชลซี: 2-1 แทมมี่ อบราฮัม 44’ อ่านเพิ่มเติม ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง! บาเยิร์น โชว์โหดไล่ตะปบ เชลซี (บาเยิร์น มิวนิค 4-1 เชลซี)

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก บาร์เซโลน่า 3-1 นาโปลี

เมสซี่ปล่อยของ! บาร์ซ่า คืนฟอร์มไล่อัด นาโปลี (บาร์เซโลน่า 3-1 นาโปลี)

ลีโอเนล เมสซี่ โชว์ฟอร์มเทพเลี้ยงแหวกผู้เล่น นาโปลี เข้าไปซัดประตูสุดสวย บาร์เซโลน่า 3-1 นาโปลี เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปพบกับ บาเยิร์น มิวนิค


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก บาร์เซโลน่า 3-1 นาโปลี นัดแรกทั้งสองทีมเสมอกันมา 1-1 โดยนัดนี้กลับมาเล่นใน คัมป์ นู รังเหย้าของพวกเขาและก้เป็นเจ้าถิ่นที่ คือฟอร์มเก่งไล่อัดทีมเยือนไปแบบไม่ยากเย็นนักด้วยสกอร์ 3-1 และเกมนี้ เมสซี่ โชว์ฟอร์มเทพอีกครั้ง โดย เจ้าบุญทุ่ม จะเข้าไปพบกับ เสือใต้ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

สนาม: คัมป์ นู (สเปน)

ผู้ตัดสิน: คูเน็ย์ต ชาคีร์ (ตุรกี)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อันเดร แทร์ชเตเก้น,เนลซอน เซเมโด้,เคราร์ด ปีเก้,เกลม็องต์ ล็องเลต์,จอร์ดี้ อัลบา,เซร์จี้ โรแบร์โต้,อิวาน ราคิติช,เฟร็งกี้ เดอยอง,ลิโอเนล เมสซี่,หลุยส์ ซัวเรซ (จูเนียร์ ฟีร์โป น.90+2),อองตวน กรีซมันน์ (มอนชู รามอน น.84)

ผู้จัดการทีม: กีเก้ เซเตียน

นาโปลี (4-3-3) : ดาวิด ออสปิน่า,โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่,คอสตาส มาโนลาส,คาลิดู คูลิบาลี่,มาริโอ รุย,ฟาเบียน รูอิซ (เอลิฟ เอลมาส น.79),ดีเอโก้ เดมเม่ (สตานิสลาฟ โลบอตก้า น.46),พิโอเตอร์ ซีลินสกี้ (เออร์วิง โลซาโน่ น.70),โฆเซ่ กาเยฆอน (มัตเตโอ โปลิตาโน่ น.70),ดรีส์ เมอร์เท่นส์,ลอเรนโซ่ อินซินเย่ (อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค น.79)

ผู้จัดการทีม: เจนนาโร่ กัตตูโซ่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผลการแข่งขันในนัดแรกทำให้ บาร์ซ่า ได้เปรียบเล็กน้อยจากการยิงประตูทีมเยือนได้ โดยในเกมนี้ กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าถิ่นจัดผู้เล่นเกมรุกที่ดีที่สุดของทีมลงสนามพร้อมกันทั้ง เมสซี่,ซัวเรซ และ กรีซมันน์

ทางด้านทีมเยือน นาโปลี ภายใต้การนำทัพของ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ สภาพทีมไม่ค่อยมีปัญหาผู้เล่นตัวหลักสามารถลงสนามได้อย่างครบครันนำทีมโดย สามประสานแนวรุกอย่าง โฆเซ่ กาเยฆอน,ดรีส์ เมอร์เท่นส์ และ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ลงล่าตาข่ายเจ้าบุญทุ่ม

ครึ่งแรก

นาทีที่ 2 – ทีมเยือนเกือบออกนำไปก่อน เมื่อบอลกลิ้งมาเข้าทางของ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ได้ยิงวอลเลย์ในกรอบเขตโทษ แต่เจ้าตัวยิงผิดเหลี่ยมทำให้บอลไปโดนเสาออกหลังไป

นาทีที่ 5 – มาริโอ รุย พยายามลักไก่ หลักจากเห็น มาร์ก-อังเดร แทร์ชเตเก้น ออกมาไกลจากปากประตู แต่บอลไม่เข้ากรอบ

นาทีที่ 10 (Goal)  – บาร์ซ่า มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะเตะมุม อิวาน ราคิติช เปิดเข้าไปให้ เกลม็องต์ ล็องเลต์ ขึ้นโขกเข้าไป แม้ทีมเยือนจะพยายามฟ้องว่าเป็นลูกฟาวล์ แต่ไม่สำเร็จเพราะเมื่อเช็ค วีเออาร์ พบว่านักเตะ นาโปลี ชนกันเอง 

นาทีที่ 22 (Goal)เจ้าบุญทุ่มมาหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ได้รับบอลจาก หลุยส์ ซัวเรซ โชว์ทักษะเลี้ยงแหวกผู้เล่นทีมเยือนสามคน ก่อนปั่นโค้ง ดาวิด ออสปิน่า พยายามปัดแต่บอลไม่ออกเข้าประตูไปแบบเหนือชั้น

นาทีที่ 30 – เจ้าบ้านเกือบได้ประตูที่สามหลังจากที่บนเข้าประตูไป ผู้ตัดสิน ได้เช็ควีเออาร์พบว่าเป็นลูกแฮนด์บน จึงเปลี่ยนคำตัดสิน

นาทีที่ 45 (Goal) – บาร์เซโลน่า หนีห่างเป็น 3-0 จากจังหวะลูกโทษที่ คาลิดู คูลิบาลี่ เป็นเตะ ลิโอเนล เมสซี่ ล้มไปในกรอบเขตโทษ และเป็น หลุยส์ ซัวเรซ ซัดเข้าไปไม่พลาด

นาทีที่ 45+5 (Goal) – นาโปลี มาตีไข่แตกได้สำเร็จจากจังหวะจุดโทษ และเป็น ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ซัดเข้าไปไม่พลาดไล่มาเป็น 3-1 

จบครึ่งแรก บาร์ซ่า นำ อัซซูร่า 3-1 สกอร์รวม 4-2

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 53 – ทีมเยือนพลาดโอกาสตีตื้นขึ้นมา จากจังหวะที่ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ โหม่งซ้ำจากลูกยิงของ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ แต่บอลไปเข้ามือ มาร์ก-อังเดร แทร์ชเตเก้น รับไว้ได้

นาทีที่ 66 – ลีโอเนล เมสซี่ ที่ได้บอลจาก จอร์ดี้ อัลบา เกี่ยวบอลเข้ามาหน้าเขตโทษ แต่ไม่มีเพื่อนเติมมาช่วยพลาดโอกาสทำประตูแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 71 – เออร์วิ่ง โลซาโน่ ได้โหม่งลูกเปิดของ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ แต่บังคับทิศทางไม่ดี บอลออกหลังไป

จบเกม บาร์เซโลน่า ชนะ นาโปลี 3-1 เข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-2

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก บาร์เซโลน่า 3-1 นาโปลี

รายชื่อผู้ทำประตู

บาร์เซโลน่า: 1-0 เกลม็องต์ ล็องเลต์ 10′ // 2-0 ลิโอเนล เมสซี่ 22′ // 3-0 หลุยส์ ซัวเรซ 45’ (จุดโทษ)

นาโปลี: 3-1 ดรีส์ เมอร์เท่นส์ 45+5’ อ่านเพิ่มเติม เมสซี่ปล่อยของ! บาร์ซ่า คืนฟอร์มไล่อัด นาโปลี (บาร์เซโลน่า 3-1 นาโปลี)