คลังเก็บป้ายกำกับ: ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก

ไฮไลท์เซบีย่า 0-4 เชลซี

(ไฮไลท์เซบีย่า 0-4 เชลซี) ชิรูด์ฟอร์มเทพ พาสิงห์บุกถล่มแชมป์ยูโรป้าราบคาบ

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ระเบิดฟอร์มขั้นเทพ หลังทำเพอร์เฟ็คแฮตทริก ช่วยเชลซีบุกมาคว้าสามแต้ม การันตีเข้ารอบด้วยต่ำแหน่งจ่าฝูง (ไฮไลท์เซบีย่า 0-4 เชลซี)


ไฮไลท์เซบีย่า 0-4 เชลซี ศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก | การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 5 เป็นศึกชิงจ่าฝูงของกลุ่ม และเป็นเชลซีที่ได้ ชิรูด์ เหมาสี่ตุงพาทีมบุกมาชนะเจ้าถิ่นขาดลอย

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เซบีย่า 0-4 เชลซี

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์แรนส์ 1-2 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
เซบีย่า :
เชลซี : โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (8′,54′,74′,82′)

สนาม : รามอน ซานเชซ ปิซฆวน
ผู้ตัดสิน : อาร์เธอร์ ดิอาส

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เซบีย่า (4-3-3): โทมัส วาคลิค,เฆซุส นาบาส (ฌูลส์ กุงเด้ น.60),เซร์จี้ โกเมซ,ดีเอโก้ การ์ลอส,คาริม เรคิค,อิวาน ราคิติช,เนมานย่า กูเดลจ์,ออสการ์ (โจน จอร์ดาน น.60),ฟรังโก้ วาซเกซ (มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ น.67),ยูเซฟ อ็อง-เนไซริ,อุสซามา ไอดริสซี่ (ลูกัส โอกัมโปส น.60)
ผู้จัดการทีม : จูเล็น โลเปเตกี

เชลซี (4-2-3-1): เอดูอาร์ เมนดี้,เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า,อันเดรส คริสเตนเซ่น,อันโตนิโอ รือดิงเกอร์,เอแมร์ซอน,มาเตโอ โควาซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.67),จอร์จินโญ่ (บิลลี กิลมอร์ น.85),คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย,ไค ฮาแวร์ตซ์ (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.67),คริสเตียน พูลิซิช (เมสัน เมาน์ท น.67),โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ติโม แวร์เนอร์ น.84)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 8 (Goal) – ไค ฮาแวร์ตซ์ พาบอลมาจากกลางสนามมาถึงหน้ากรอบเขตโทษก่อนส่งต่อให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แต่งบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งเสียบเสาสองให้ทีมเยือนบุกมานำ 1-0

นาทีที่ 19 – ออสการ์ โยนลูกฟรีคิกเข้ามาในเขตโทษ ดีเอโก้ การ์ลอส โหม่งไปโดนแนวรับทีมเยือน บอลขลุกขลิกหน้าปากประตูผู้เล่นเจ้าสถิ่นพยายามทำประตูแต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ทิ้งตัวดักไว้ให้ทัน

นาทีที่ 27 – ทีมเยือนได้ลุ้นอีกครั้ง คริสเตียน พูลิซิช ที่รับบอลมามา โควาซิช กระชากบอลเข้าเขตโทษแล้วยิงแต่บอลไปติดขา โทมัส วาคลิค ออกหลังไป

ทั้งสองทีมเล่นกันอย่างสูสีแต่เป็นทีมเยือนที่ออกนำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 54 (Goal) – ทีมเยือนมาหนีห่างเป็น 2-0 มาเตโอ โควาซิช ส่งบอลให้ ชิรูด์ พาบอลหนี เนมานย่า กูเดลจ์ ก่อนชิพด้วยขวาบอลลอยข้ามตัวนายทวารเจ้าถิ่นเข้าประตูไปแบบเหนือชั้น

นาทีที่ 74 (Goal) – เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เปิดบอลจากทางขวาของกรอบเขตโทษเข้าไปให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โขกเข้าประตูไปเป็นแฮตทริกและประตูที่สามของเชลซี

นาทีที่ 82 (Goal) – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โดน เซร์จี้ โกเมซ เป็นลูกจุดโทษเจ้าตัวลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาดเป็นประตูที่ 4 ของชิรูด์ในเกมนี้

จบเกมเชลซีบุกถล่มเซบีย่าขาดลอย 4-0 การันตีเข้ารอบด้วยอันดับที่ 1 ของกลุ่ม


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์แรนส์ 1-2 เชลซี

(ไฮไลท์แรนส์ 1-2 เชลซี) ชิรูด์ฮีโร่โขกชัยช่วงท้ายเกม คว้าสามแต้มสำคัญ

เชลซีผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของ ยูซีแอล ได้สำเร็จหลังจากที่พวกเขาบุกไปคว้าสามคะแนนจากประตูชัยช่วงทดเจ็บของ ชิรูด์ (ไฮไลท์แรนส์ 1-2 เชลซี)


ไฮไลท์แรนส์ 1-2 เชลซี ศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก | การแข่งขันฟุตบอลยูซีแอล รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4 สิงห์บลูส์ บุกไปเฉือนเอาชนะแรนส์ 2-1 การันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก แรนส์ 1-2 เชลซี

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์เชลซี 3-0 แรนส์

รายชื่อผู้ทำประตู
แรนส์ : แซร์กอู กีราสซี่ (85′)
เชลซี : คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (22′) // โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (90+1′)

สนาม : รัวซง ปาร์ก
ผู้ตัดสิน : บียอร์น ไคเปอร์ส (ฮอลแลนด์)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แรนส์ (4-3-3) : อัลเฟร็ด โกมิส – อามารี่ ตราโอเร่, แซร์กซิโน่ เอ็นย็อมซี่ , ดาเมียง ดา ซิลวา, อาเดรียง ตรุฟแฟร์ต (เฟตูต์ มาอูอัสซ่า น.86) – สตีเว่น เอ็นซอนซี่, เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า (เคลม็อง เกรนิเย่ร์ น.78), แบ็งฌาแม็ง บูริโฌด์ – เฌเรมี่ โดกู (ยานน์ เชโบโอ น.86), แซร์กอู กีราสซี่ (เอ็มบาย เนียง น.86), เจมส์ เลีย ซิลิกี (โรแม็ง เดล กาสตีโย่ น.63)
ผู้จัดการทีม : ฌูเลียง สเตฟ็อง

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, คัวร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ – จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.76) – คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (ฮาคิม ซิเย็ค น.75), เมสัน เม้าน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.68), ติโม แวร์เนอร์ (รีซ เจมส์ น.90+2) – แทมมี่ อับราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.69)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 – เชลซี เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย โยนบอลมาให้ ติโม แวร์เนอร์ ได้ยิงจ่อๆแต่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 22 (Goal) – ทีมเยือนมาได้ประตูขึ้นนำได้สำเร็จ เมสัน เมาน์ท แย่งบอลได้ก่อนวางยาวให้ โอดอย หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นเข้าประตูไป

นาทีที่ 41 – เจ้าบ้านมาได้ลูกเตะมุม แบ็งฌาแม็ง บูริโฌด์ เปิดบอลให้ ดาเมียง ดา ซิลวา โหม่งไปตรงตัว เอดูอาร์ เมนดี้

จบครึ่งแรกบุกนำเจ้าถิ่น 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47 – ติโม แวร์เนอร์ โขกลูกเปิดของ เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า เข้าประตูไปแต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน

นาทีที่ 85 (Goal)  – เจ้าถิ่นได้เฮลั่นเมื่อ แบ็งฌาแม็ง บูริโฌด์ เปิดบอลมาเข้าหัว แซร์กอู กีราสซี่ โหม่งเข้าประตูไปตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 และเป็นประตูแรกที่เชลซีเสียในรายการนี้

นาทีที่ 90+1 (Goal) – โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กลายมาเป็นซูเปอร์ซัพให้ทัพสิงห์บลูส์หลังเจ้าตัวโหม่งประตูชัยช่วยให้เชลซีขึ้นนำ 2-1

จบเกมเชลซีเฉือนชนะ แรนส์ 2-1 เข้าสู่รอบตัดเชือกต่อไปแน่นอนแล้ว


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

คราสโนดาร์-พบ-เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 2 ระหว่าง คราสโนดาร์ พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 2 คืนวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2020 เวลา 00.55 น. คราสโนดาร์ พบ เชลซี สนามคราสโนดาร์ สเตเดี้ยม


ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 2 ของฤดูกาล คราสโนดาร์ พบ เชลซี มาดูพรีวิวและเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก คราสโนดาร์ พบ เชลซี

สนาม : คราสโนดาร์ สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : อาลี ปาลาบิยิค (ตุรกี)
วันที่ : วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2020
Kick off : 00.55 น.

คราสโนดาร์

ผลงาน คราสโนดาร์ ของ มูรัด มูซาเยฟ ในยูซีแอลนัดแรกพาทีมเสมอแรนส์ 1-1 ก่อนกลับมาแพ้ในเกมลีกกับสปาร์ตัก มอสโก 1-3 นัดล่าสุด

ความพร้อมเกมนี้ มูซาเยฟ เจอปัญหาเยอะทีเดียวเมื่อไม่มีทั้ง เรมี่ กาแบลล่า และ เยฟเกนี่ มาร์คอฟ ที่ติดโควิด ส่วน วันแดร์ซอน, วิคเตอร์ เคลสเซ่น, รุสลัน คัมโบลอฟ, อเล็กซานเดอร์ เชอร์คินอฟ, เซอร์เก เปตรอฟ และ ดมิทรี สต็อตสกี้ มีอาการบาดเจ็บรบกวนไม่สามารถลงสนามได้

ส่วนผู้เล่นตัวหลักอย่าง อเล็กซานเดอร์ มาร์ติโนวิช กัปตันทีม, ตอนนี่ วิลเฮน่า, ยูริ กาซินสกี้, คริสเตียน รามิเรซ และ มาร์คุส เบิร์ก พร้อมลงสนามเกมนี้

เชลซี

เชลซี ของ แฟรง แลมพาร์ด ไม่ชนะใครมาแล้วสามนัดติดโดยเป็นการเสมอทั้ง 3 นัดรวมทุกรายการโดยนัดล่าสุดบุกไปแบ่งแต้มกับ แมนฯยู ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ส่วนนัดแรกในรายการนี้เสมอกับ เซบีย่า ไปแบบไร้สกอร์

เกมนี้เชลซีไม่มี ติอาโก้ ซิลวา ที่ต้องการพักหลังลงสนามมาอย่างต่อเนื่อง ส่วน มาร์กอส อลอนโซ่ ยังติดโทษแบนเป็นนัดที่ 2 จาก 3 นัด

ผู้เล่นบาดเจ็บมีเพียง บิลลี่ กิลมอร์ และ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่ไม่สามารถลงสนามในเกมนี้ได้ ส่วนนักเตะตัวหลักที่เหลือ ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนาม ส่วน ฮาคิม ซีเย็ค อาจจะต้องรอโอกาสในการลงสนามแบบครบ 90 นาทีต่อไป

สถิติคราสโนดาร์ พบ เชลซี 5 นัดหลังสุด

  • ทั้งสองทีมไม่เคยพบกัน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

คราสโนดาร์

24/10/20    แพ้ สปาร์ตัก มอสโก 1-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
21/10/20    เสมอ แรนส์ 1-1 (เยือน) ยูฟ่า ชปล.
17/10/20    ชนะ รูบิน คาซาน 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/10/20    แพ้ ดินาโม มอสโก 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
01/10/20    ชนะ พีเอโอเค 2-1 (เยือน) ยูฟ่า ชปล.

เชลซี

24/10/20    เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/10/20    เสมอ เซบีย่า 0-0 (เหย้า) ยูฟ่า ชปล.
17/10/20    เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/10/20    ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
30/09/20    เสมอ สเปอร์ส 1-1 (เยือน) คาราบาว คัพ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ภารกิจพิชิต ติโม แวร์เนอร์

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

line-up

คราสโนดาร์ (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู : มัตเว ซาโฟนอฟ
กองหลัง : คริสเตียน รามิเรซ, คาโย่, โซโลกิน, เปตรอฟ
กองกลาง : โอลด์สัน, ยูริ กาซินสกี้, คาเบลล่า, อัตกิน, อิกอร์ สโมลนิคอฟ
กองหน้า : มาร์คุส เบิร์ก

เชลซี (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้
แนวรับ : รีซ เจมส์, คูร์ท ซูม่า, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, เบน ชิลเวลล์
กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, คริสเตียน พูลิซิช, ไค ฮาเวิร์ทซ์, เมสัน เมาท์
กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์

ข้อมูลสถิติจาก : Whoscored

สกอร์ที่คาด : คราสโนดาร์ 0-3 เชลซี


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์เชลซี-0-0-เซบีย่า

(ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า) สิงห์แลมพ์ประเดิมกร่อย เปิดบ้านเจ๊าจืด เซบีย่า

สิงโตน้ำเงินคราม ประเดิมสนามในศึก ชปล. ได้ไม่ดีนัก หลังทำได้เพียงแค่เสมอกับทีมเยือนจากสเปนไปแบบไร้สกอร์ (ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า)


ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า ศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก | เชลซี ประเดิมคว้าได้เพียงแต้มเดียวจากการลงสนามนัดแรกในศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก โดยเสมอกับยอดทีมแกร่งจากสเปนไปแบบจืดชืด

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เชลซี 0-0 เซบีย่า

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี :
เซบีย่า :

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เดวิด แมสซา

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (มาเตโอ โควาซิช น.65) – เมสัน เมาน์ท (ฮาคิม ซิเยค น.62), ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช (คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย  น.91) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อับราฮัม น.91)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, เซร์จี้ โกเมซ (โจน จอร์ดาน น.33), ดีเอโก้ คาร์ลอส, มาร์กอส อากุนญ่า – อิวาน ราคิติช (ฟรังโก้ วาซเกซ น. 80), แฟร์นานโด, เนมานย่า กูเดลจ์ – ลูคัส โอคัมโปส, ลุค เดอ ยอง (ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ น. 80), ซูโซ่ (โอลิเวอร์ ตอร์เรส  น. 58)
ผู้จัดการทีม : จูเลน โลเปเตกี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 5 – เชลซีได้ทักทายก่อน รีซ เจมส์ เปิดบอลเข้าไปให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ยิงไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน

นาทีที่ 18 – ทีมเยือนเกือบขึ้นนำจากจังหวะที่ ซูโซ่ เปิดบอลไปเสาไกลให้ มานย่า กูเดลจ์ โขกบอลไปแฉลบ คูร์ท ซูม่า เกือบเข้าประตู แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ยังควักลูกออกมาได้ทัน

นาทีที่ 43 – มาร์กอส อากุนญ่า พาบอลหนี คริสเตียน พูลิซิช ก่อนเปิดไปเสาไกลให้ ซูโซ่ ขึ้นโขกแต่บอลหลุดออกไปแบบหวาดเสียว

ทีมเยือนได้ลุ้นประตูก่อนหมดเวลาแต่ เมนดี้ สามารถป้องกันไว้ได้จบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47 – เจ้าบ้านได้ลูกเตะมุม เบน ชิลเวลล์ เปิดไปให้ ซูม่า ขึ้นโขกแต่บอลไปตรงตัว ยัสซีน บูนู พลาดได้ประตูขึ้นนำ

นาทีที่ 55 – ติโม แวร์เนอร์ ได้ปั่นบอลบริเวณ แต่ไม่ผ่านมือนายทวารทีมเยือน

นาทีที่ 58 – ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลให้ รีซ เจมส์ ตักบอลไปให้ ชิลเวลล์ ขึ้นโหม่งแต่ไปตัวตัว ยัสซีน บูนู รับไวได้

นาทีที่ 68 – ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นอีกครั้งอิวาน ราคิติช เปิดลูกเตะมุมเข้าไปให้  โจน จอร์ดาน ยิงตามน้ำบอลเหินข้ามคานออกไป

ช่วงท้ายเกมค่อนข้างอึดอัดและทำอะไรกันไม่ได้จบเกมเสมอกันไป 0-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : www.chelseafc.com/th

10-อันดับ-ดาวยิงที่ดีที่สุดของสิงโตน้ำเงินคราม

10 อันดับ ดาวยิงที่ดีที่สุดของสิงโตน้ำเงินคราม ตั้งแต่ปี 2000

ยอดดาวยิงมากมายเคยผ่านการค้าแข้งมาแล้วในรั้ว สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาดู 10 อันดับ ดาวยิงที่ดีที่สุดของเชลซี นับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาว่ามีใครบ้าง


เชลซี คือทีมที่มีศูนย์หน้าระดับโลกหลายรายที่เคยค้าแข้งที่นี่ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จและนี่คือ 10 อันดับ ดาวยิงที่ดีที่สุดของเชลซี

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตำนานนักเตะหมายเลข 10

10 อันดับ ดาวยิงที่ดี่ที่สุดของ เชลซี

10. ซามูเอล เอโต้

eto'o

‘ซามูเอล เอโต้’ เคยค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงสั้นๆในยุคที่ ‘โชเซ่ มูรินโญ่’ กลับมาคุมทีมรอบ 2 โดยเจ้าตัวลงสนามให้เชลซีทั้งหมด 35 นัด และซัดไป 12 ประตูซึ่งถือว่าไม่เลวร้ายอะไรกับ เอโต้ ในวัย 30 ปี

9. เฮอร์นัน เครสโป

crespo

‘เฮอร์นัน เครสโป’ เปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดที่พบกับวีแกนโดยเขาเป็นผู้ยิงประตูชัยช่วยทีมคว้า 3 แต้มได้สำเร็จ แต่เจ้าตัวกลับปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษไม่ได้ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก โดย 2 ฤดูกาลกับเชลซี เขาซัดไปทั้งสิ้น 25 ประตู

8. เฟอร์นันโด ตอร์เรส

torres

ค่าตัว 50 ล้านปอนด์ ทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่มองว่าดีลนี้ของเชลซีคือความล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ‘เฟอร์นันโด ตอร์เรส’ มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก มาครองได้ในปี 2012 ซึ่งในช่วงที่ถือเป็นขาลงของเขาแต่ก็ยังยิงไปได้ถึง 45 ประตูใน 4 ฤดูกาลกับสิงห์บลูส์

7. แทมมี่ อับราฮัม

abraham

‘แทมมี่ อับราฮัม’ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังขึ้นมาเล่นชุดใหญ่กับเชลซีในฤดูกาล 2019/20 โดยเจ้าตัวซัดในเกมลีกไปทั้งสิ้น 15 จากการลงสนามไป 34 นัด ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียวกับว่าที่กองหน้าคนสำคัญในอนาคตของทีมและเจ้าตัวอาจถูกจัดอันดับในตำแหน่งที่สูงกว่านี้ในอนาคต

6. โอลิวิเยร์ ชิรูด์

giroud

‘โอลิวิเยร์ ชิรูด์’ ใช้เวลาส่วนใหญ่บนม้านั่งสำรอง อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยิงประตูสำคัญและมีส่วนช่วยให้ทีมได้รับผลการแข่งขันที่น่าพอใจหลายครั้ง เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสมำ่เสมอและเคยเกือบย้ายทีมหลายครั้งแต่สุดท้ายยังอยู่ช่วยทีมอยู่จนถึงปัจจุบัน

5. นิโกล่าห์ อเนลก้า

anelka

‘นิโกล่าห์ อเนลก้า’ คือหนึ่งในการซื้อกองหน้าที่ยอดเยี่ยมครั้งหนึ่งของเชลซี โดยเจ้าตัวยิงให้เชลซีไป 59 ประตูตลอดการค้าแข้งที่ เดอะ บริดจ์ และเคยคว้ารางวัลรองเท้าทองคำของศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาล 2008/09 ด้วย

4. ไอเดอร์ กุ๊ดยอนห์เซ่น

gudjohnsen

‘ไอเดอร์ กุ๊ดยอนห์เซ่น’ ย้ายมาร่วมทีม เชลซี ด้วยคาตัวเพียง 4.5 ล้านปอนด์ โดยเขายิงให้เชลซีไปถึง 75 ประตูในช่วงเวลา 6 ปีกับสิงโตน้ำเงินคราม ก่อนย้ายไปค้าแข้งกับ เจ้าบุญทุ่ม ในเวลาต่อมา

3. จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลแบงก์

hasselbainkหนึ่งในศูนย์หน้าที่ดีที่สุดตลอดกาลของเชลซี ‘จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลแบงก์’ ดาวยิงชาวดัตซ์ถลุงตาข่ายไปถึง 87 ประตูจากการลงสนามไป 177 เกม

2. ดิเอโก้ คอสต้า

costa

‘ดิโอโก้ คอสต้า’ ย้ายมาจากตราหมีด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ เขากลายเป็นฝันร้ายของบรรดาแนวรับในพรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริงจากความดุดัน และไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น คอสต้าพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 2 สมัย แต่น่าเสียดายที่ความขัดแย้งกับผู้จัดการทีมในขณะนั้นอย่าง ‘อันโตนิโอ คอนเต้’ ทำให้เขาต้องอำลาทีมไป

1. ดิดิเยร์ ดร็อบา

drogba

นี่คือกองหน้าอันดับหนึ่งตลอดกาลของจริง ดาวยิงขวัญใจแฟนเชลซีอย่าง ดร็อกบา คงไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากมายถึงความสุดยอดของเจ้าตัว การยิงประตูแบบถล่มทลายถึง 164 ประตูจาก 381 คือเครื่องยืนยัน ไอ้แมลงสาบคว้าแชมป์กับเชลซีได้ถึง 14 ถ้วยและเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่พาเชลซีได้แชมป์ยุโรปในปี 2012


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : www.chelseafc.com/th
ที่มา : Givemesport

แฟรงค์-แลมพาร์ด-เชลซี

แฟรงค์ แลมพาร์ด และ เชลซี ใน ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ (มีคลิป)

ฤดูกาลใหม่กำลังมาถึง เรามาดูการเสริมทัพเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและแก้ไขจุดบกพร่องในฤดูกาลที่แล้วของ แฟรงค์ แลมพาร์ด และ เชลซี กัน


ผ่านไปแล้ว 1 ปีสำหรับบทบาทการเป็นผู้จัดการทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสร โดยเจ้าตัว พา เชลซี จบอันดับ 4 ของตารางพร้อมคว้าตั๋วลุย แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ป๋าแฟรงค์ ยังพาเชลซีเข้าชิง เอฟเอ คัพ ได้อีกด้วย แม้ว่าจะพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ อาร์เซนอล ไปแบบดราม่าพอสมควร แต่เชื่อว่าแฟนบอลสิงห์บลู ส่วนใหญ่ค่อนข้างพอใจผลงานโดยรวมของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมาไม่มากก็น้อย

การไม่ได้เสริมนักเตะแม้แต่คนเดียวตลอดตลาดซื้อขายนักเตะทั้ง 2 รอบทั้งๆที่มีโอกาสทำให้ ซูเปอร์แฟรงค์ ต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อฝ่าฟันอุปสรรคมากมายกว่าจะจบฤดูกาลและเขาก็ทำได้ดีเกินคาด ถือเป็นบททดสอบที่ยอดเยี่ยมของ อดีตตำนานคนนี้

หลังจบฤดูกาล ด้วยความอึดอัดที่ไม่ได้นักเตะมาเสริมทีมแม้แต่รายเดียว ทำให้ ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ รอบนี้ พวกเขาใช้เงินอย่างคุ้มค่า เพื่อแก้ไขปัญหาของทีมและยกระดับให้เทียบเท่ากับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้

แข้งรายแรกที่เชลซีคว้ามาร่วมทีมก็สร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลเป็นอย่างมากเมื่อ เชลซี ไปดึง ฮาคิม ซีเย็ก ปีกฝีเท้าจัดจ้านและมีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมตลอดหลายฤดูกาลที่ค้าแข้งกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัวที่กำลังพอดีไม่ถูกและแพงเกินไป

บทความที่เกี่ยวข้อง : การสรางอาณาจักรของ สิงห์บลูส์

ต่อมา แลมพาร์ด จัดการปัญหาในแดนหน้าด้วยการคว้ายอดดาวยิงทีมชาติเยอรมันอย่าง ติโม แวร์เนอร์ มาแบบเหลือเชื่อ เพราะเจ้าตัวมีข่าวว่าจะย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล อย่างแน่นอนจากการตกลงสัญญาใจกับ เยอร์เก้น คล็อปป์ แต่สุดท้ายเชลซีก็ทำเซอร์ไพร์สปาดหน้า หงส์แดง คว้าดาวซัลโวของ แอร์เบ ไลป์ซิก มาเป็นสมบัติของตนหน้าตาเฉย โดยดีลนี้ทั้ง ป๋าแลมพ์ และ เพตเตอร์ เช็ค ลงไปจัดการด้วยตัวเองเลยด้วย

สองดีลที่เกิดขึ้นเป็นการซื้อนักเตะที่อยู่ในระดับท็อปคลาสของวงการมาร่วมทีมและใช้จ่ายได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านั้น

ไค ฮาแวร์ทซ์ คือเป้าหมายรายต่อมาของทีม ดาวรุ่งพรวรรค์สูงรายนี้เป็นที่ต้องการของบรรดาทีมใหญ่ทั่วยุโรป แต่ เชลซี คือทีมเดียวในตอนนี้ที่สามารถจ่ายค่าตัวนักเตะรายนี้มาร่วมทีมได้ นี่เองทำให้ สิงห์บลูได้เปรียบสุดๆในดีลนี้และจนถึงปัจจุบัน แฟนบอลรอแค่เพียงการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสโมสรเท่านั้น

ส่วนดีลล่าสุดที่ยืนยันไปแบบสดๆ ร้อนๆ แข้งรายล่าสุด เบน ชีเวลล์ แบ็กซ้ายคนใหม่ของทีมที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยราคา 50 ล้านปอนด์พร้อมสัญญายาว 5 ปี จนถึงตอนนี้คงไม่ผิดอะไรหากจะบอกว่าแฟนๆทีมอื่นจะต้องออกอาการตาร้อนเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตาลดนักเตะรอบนี้ ส่วนแฟนบอลสิงห์บลูเองก็คงฟินกันเป็นแทบเมื่อเห็นสิ่งที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด และสโมสรกำลังทำอยู่ตอนนี้

 แม้จะซื้อแข้งใหม่มาแล้วถึง 3 คนแต่เม็ดเงินที่ใช้ไปถือว่าสมเหตุสมผลสุดๆหากเทียบกับราคานักเตะในตาด ณ ปัจจุบันนี้ ต้องของชื่นชม มาริน่า กรานอฟสกาย่า จากหัวใจ สาวแกร่งคนนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โรมัน อบราโมวิช มองไม่ผิดที่เลือกเธอมาทำงานที่นี่

ต่อจากนี้มาติดตามดูกันครับว่า เชลซี จะมีการเสริมทัพเพิ่มเติมในตำแหน่งไหนอีกบ้าง รายชื่อนักเตะที่มีข่าวถือว่าเยอะมากและมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่หลักๆที่เป็นข่าวและแฟนเชลซีอยากได้มาร่วมทีมก็มีอีกหลายรายทั้ง ไค ฮาแวร์ทซ์, ติอาโก้ ซิลวา, โฮเซ่ ฆิมิเนซ, เดแคลน ไรซ์, แยน โอบลัค, นิค โป๊ป และอีกหลายราย

ลองคิดเล่นๆดู หลังจากนี้หากได้นักเตะตามที่ตั้งเป้าไว้ทั้งหมด ฤดูกาลที่จะถึงคงสนุกแน่ๆ เชลซีอาจจะกลายเป็นหนึ่งในทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์รายการใดรายการหนึ่งก็ไม่แปลกนัก แต่อย่างไรก็ตามต้องรอรอว่า แลมพาร์ด จะปรับจูนบรรดาแข้งใหม่ให้เล่นด้วยกันได้อย่างเข้าขาหรือไม่

นักเตะจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้หรือไม่ หรือจะเป็นปัญหานักเตะบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ และมันก็ทำให้เห็นมาหลายต่อหลายครั้งแล้วแล้ว หากทีมที่จะเป็นแชมป์จริงๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้นคือ สิ่งจำเป็นต้องแก้ปัญหาหรือป้องกันแก้ไขให้ดีที่สุด

แน่นอนว่าการคว้ายอดนักเตะมาเสริมทัพ ย่อมส่งผลดีต่อทีม แต่บางครั้งมันก็เหมือนกับดาบสองคมเช่นกัน เพราะว่าความคาดหวังย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย เราอาจจะต้องให้เวลา ซูเปอร์แฟรงค์ และทีมงานได้ทำการปรับจูนรวมไปถึงระบบการเล่นของทีม เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ออกมาดีที่สุดให้ได้

ข่าวการซื้อขายนักเตะของเชลซียังไม่จบเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน ยังมีเวลาให้ช็อปปิ้งอีกเยอะแต่จะซื้อนักเตะที่ต้องการได้ทั้งหมดมาในตลาดนักเตะเพียงรอบเดียวนั้นค่อนข้างยาก ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นผมและแฟนเชลซีหลายคนๆ ยังเชื่อมั่นในสโมสรและ แฟรงค์ แลมพาร์ด อย่างสุดหัวใจว่าพวกเขาจะพาให้เชลซีกลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

คลิป 10 อันดับ การเล่นสุดตื่นตาตื่นใจของเชลซี ในฤดูกาล 2019/20


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

 

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค

แชมป์ 6 สมัยจ้า! ‘โกมัน’ โขกชัย ‘บาเยิร์น’ สามแชมป์ (เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค)

‘ฮันซี่ ฟลิค’ พา ‘เสือใต้’ จารึกประวัติศาสตร์ คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ หลังซิวถ้วย ‘ชปล.’ สมัย 6 มาครอง จบเกม เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค | สองทีมที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ ‘ปารีส แซงต์-แชร์กแมง’ ที่กวาดแชมป์ในประเทศได้ทุกรายการไม่ต่างกับ ‘บาเยิร์น มิวนิค’ ที่ทำได้เช่นกัน และในท้ายที่สุดก็เป็น ‘เสือใต้’ ที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์และเป็นแชมป์รายการนี้สมัยที่ 6 ไปครองได้สำเร็จโดยได้ประตูชัยจาก ‘คิงสลี่ย์ โกมัน’ อดีตนักเตะของ ‘เปแอสเช’

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้ทำประตู

บาเยิร์น มิวนิค : 0-1 คิงสลี่ย์ โกมัน 59′

สนาม : เอสตาดิโอ ดา ลุซ (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส – ธีโล่ เคห์เรอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต (เลย์แว็ง คูร์ซาว่า น.80) – อันเดร์ เอร์เรร่า (ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ น.72), มาร์กินญอส, เลอันโดร ปาเรเดส (มาร์โก แวร์รัตติ น.65) – อังเคล ดิ มาเรีย (เอริค ชูโป-โมติง น.80), เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.25), ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.86) – แซร์จ นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.68), โธมัส มุลเลอร์, คิงสลี่ย์ โกมัน (อิวาน เปริซิช น.68) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม : ฮันซี่ ฟลิค

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เปแอสเช ภายใต้การนำทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล คว้าแชมปไปถึง 4 รายการได้แก่ แชมป์ลีก เอิง (ที่ถูกตัดจบ), เฟร้นช์ คัพ, ลีก คัพ และโทรเฟ่ส์ เดส์ ช็องปิยงส์ ซึ่งเป็นแชมป์ในประเทศทั้งหมด

โดยก่อนที่จะทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศ พวกเขาเขี่ยทีมจาก เยอรมัน ตกรอบมาแล้วถึง 2 ทีมในรอบก่อนหน้า โดยในรอบ 16 ทีมสุดท้ายพวเขาเอาชนะ ดอร์ทมุนด์ เข้ารอบมาได้ ในขณะที่ แอร์เบ ไลป์ซิก คือทีมล่าสุดที่ถูกทีมดังเมืองน้ำหอมเขี่ยตกรอบรองชนะเลิศไป

ด้าน เสื้อใต้ ของ ฮันซี่ ฟลิค สร้างสถิติสุดโหดด้วยการเอาชนะแบบ 100% แถมยิงคู่แข่งแบบขาดลอยอีกหลายนัด เรียกได้ว่านี่คือ บาเยิร์น มิวนิคที่แท้จริง และยังคว้าแชมป์ได้ทุกรายการที่ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ นี่คือทีมที่ลงตัวและสมบูรณ์แบบสุดๆ

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายบอลให้ เนย์มาร์ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟ มานูเอล นอยเออร์ บอลเด้งมาให้ยิงซ้ำแต่ นอยเออร์ ยังเอาขาบล็อกไว้ได้

นาทีที่ 21 – อัลฟอนโซ่ เดวิส เติมเกมรุกมาเปิดบอลเข้าเขตโทษบอลเลยไปถึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หมุนตัวยิงด้วยขวาไปติดปลายมือ เกย์ลอร์ นาวาส แล้วไปชนเสา

นาทีที่ 22 – เนย์มาร์ เลี้ยงแหวกผู้เล่น เสือใต้ ก่อนจ่ายให้ อังเคล ดิ มาเรีย ทำชิ่งกับ อันเดร์ เอร์เรร่า หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 28 – แนวรับเสือใต้ เคลียร์ลูกเปิดของเนย์มาร์ไปเข้าทาง อันเดร์ เอร์เรร่า ซัดเต็มข้อแต่บอลไปโดน เลออน โกเร็ทซ์ก้า ออกหลังไป

นาทีที่ 44 – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ได้หลุดเข้าไปยิงจ่อ แต่บอลไปเข้ามือ มานูเอล นอยเออร์ แบบเหลือเชื่อ

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสูสี แต่ยังทำไรกันไม่ได้ เสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 59 (Goal) – บาเยิร์น มิวนิค มาขึ้นนำได้สำเร็จ แซร์จ นาบรี้ เปิดบอลจากเส้นหลังไปติดบล็อกมาเข้าทาง โยชัว คิมมิช ตักบอลไปเสาสองให้ คิงสลี่ย์ โกมัน โขกง่ายๆเข้าประตูไป เสือใต้นำ 1-0

นาทีที่ 66 – อังเคล ดิ มาเรีย ครอสบอลจากฝั่งขวา แต่บอลเลยไปเข้ามือ นอยเออร์ รับไว้ได้สบาย

นาทีที่ 69 – อังเคล ดิ มาเรีย ที่รับบอลจาก มาร์โก แวร์รัตติ ตวัดบอลลอดขา ดาวิด อลาบา มาถึง มาร์กินญอส ยังไปติดเซฟ มือกาวชาวเยอรมันเหลือเชื่อ

นาทีที่ 90+ – ปารีส เล่นเกมสวนกลับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายบอลตัดแนวรับให้ เนย์มาร์ ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนจ่ายให้ เอริค ชูโป-โมติง แต่ยิงไม่โดนบอลออกหลังไป

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะเปแอสเช 1-0 คว้าแชมป์ ชปล. สมัยที่ 6 มาครองและสร้างประวัติศาสตร์ทีมแรกที่ชนะทุกเกมที่ลงแข่งขันและคว้าแชมป์ได้ในที่สุด
อ่านเพิ่มเติม แชมป์ 6 สมัยจ้า! ‘โกมัน’ โขกชัย ‘บาเยิร์น’ สามแชมป์ (เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค)

ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ปีเตอร์ เช็ก

นักเตะในตำนานของเชลซี ตอนที่ 5 ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ปีเตอร์ เช็ก

2 สุดยอดผู้เล่นชุดประวัติศาสตร์ที่คว้า ชปล. มาครอง สุดยอดดาวยิงและผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดตลอดกาล ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ปีเตอร์ เช็ก


ประวัตินักเตะในตำนาน ตอนที่ 5 ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ปีเตอร์ เช็ก

นักเตะในตำนาน คนที่ 9 ดิดิเยร์ ดร็อกบา

ดิดิเยร์-ดร็อกบา

ดิดิเยร์ ดร็อกบา เป็นชาวโกตดิวัวร์หรือไอวอรี่โคสต์เมื่ออายุได้ 5 ขวบได้ย้ายไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งอาศัยอยู่กับลุงเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ด้วยความใกล้ชิดกับกีฬาฟุตบอล จึงเกิดแรงบันดานใจทำให้ตัดสินใจเล่นฟุตบอล เมื่ออายุ 18 ได้เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับ สโมสรเลอ ม็องส์ โดยได้ลงเล่นทั้งหมด 62 นัด ทำประตูไปทั้งหมด 11 ประตู

ดร็อกบา ถือเป็นขวัญใจของเหล่าสิงห์บลู เขานำพาความสำเร็จมาตั้งแต่แชมป์ลีกในปีแรก ตบด้วยถ้วยบิ๊กเอียร์ของยุโรป ขึ้นชั้นเป็นตำนาน และในสายตาของชาวโกตดิวัวร์ ดิดิเยร์ เปรียบเป็นพระเจ้าของพวกเขา ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปเยือนประเทศแห่งนี้ คุณจะได้เห็นหน้าของเขาอยู่ในทุกที่ ไล่ตั้งแต่โฆษณาช็อกโกแลต ยันโทรศัพท์มือถือ แม้เขาจะมีชื่อเสียงและความสุขมากเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถนอนหลับสนิทได้สักที อันเนื่องมาจากการเมืองของโกตดิวัวร์ที่ร้อนระอุอยู่บ่อยครั้ง และก็มักจะเกิดสงครามกลางเมืองอยู่เรื่อย ๆ

แรกเริ่มเจ้าตัวเริ่มโด่งดังกับ โอลิมปิก มาร์กเซย์ ด้วยบุคลิกที่สูงใหญ่ บึกบึน แข็งแกร่ง ฟอร์มการเล่นจึงเข้าไปเตะตา โชเซ่ มูรินโญ่ สมัยที่กุมบังเหียนกับยอดทีมจากโปรตุเกส อย่าง ปอร์โต้ เชลซีจึงซื้อเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์ ในเดือนกรกฎาคม 2004

ช่วงเวลาสมัยค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลเชลซี

ในชุดสีเสื้อกับเชลซี กว่าจะเป็นตำนานนั้น เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะ เมื่อประสบความสำเร็จใน 2 ปีแรก

ปีถัดมา มูรินโญ่ ถูกปลด ทำให้ดร็อกบาเสียใจเป็นอย่างมาก ทั้งมีข่าวหนาหูว่า จะย้ายตามไปที่อินเอตร์ มิลาน อย่างไรก็ตาม เสี่ยหมี โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีมได้พูดคุยจนเจ้าตัวอยู่กับทีมต่อไปในที่สุด

ทั้งนี้ก็ยังไม่วายเจอปัญหารุมเล้า ทั้งกับหลุย เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือชาวบราซิลและข่าวฉาวจากการด่าผู้ตัดสิน ในรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ในปี 2009 กับบาร์เซโลน่า จนเป็นเหตุให้เจ้าตัวโดนแบนในที่สุด

ถึงแม้เรื่องราวต่างๆ จะถาโถม เขาก็ยังลั่นสกอร์ได้อย่างต่อเนื่อง จาก 164 ประตูที่ยิงให้เชลซีจนกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับที่สี่ รองจากแฟรงค์ แลมพาร์ด, บ็อบบี้ แทมบลิ้ง และเคอร์รี่ ดิ๊กซอน เท่านั้น

ดร็อกบาประสบความสำเร็จมากมายในอาชีพค้าแข้งอยู่กับเชลซี ด้วยเกียรติประวัติคือ แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, แชมป์เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย และ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 1 สมัย

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ ของเชลซี

นักเตะในตำนาน คนที่ 10 ปีเตอร์ เช็ก

ปีเตอร์-เช็ก

ปีเตอร์ เช็ก เกิดที่เมืองปลาเซน ในสาธารณรัฐเช็ค เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมวิคตอเรีย ปลาเซน เป็นเพียงสโมสรเล็กๆ ของท้องถิ่น เริ่มแรกนั้น เขาเล่นเป็นกองกลางและกองหน้าให้กับทีมชุดเยาวชน

หากแต่จุดเปลี่ยนของชีวิตคือ เขาขาหักเมื่อตอน 10 ขวบ ทำให้ต้องเป็นเล่นในตำแหล่งผู้รักษาประตูดูดีที่สุด เมื่อเริ่มจริงจัง เช็กก็ย้ายไปสู่สโมสรที่ใหญ่กว่าอย่างชเมล บลาซานี่ และลงเล่นนัดแรกในปี 1999 จนถูกสโมสรยักษ์ใหญ่ในบ้านเกิดอย่างสปาร์ต้า ปราก กระชากตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 700,000 ยูโร

การมาอยู่กับสโมสรใหญ่อย่างสปาร์ต้า ปราก ทำมให้พรสวรรค์ของเช็กก็ยิ่งโดดเด่นมากขึ้นอีก เมื่อสร้างสถิติไม่เสียประตูนานติดต่อกันถึง 855 นาที แถมสถิติการไม่เสียประตูติดต่อกันนานที่สุดในลีกของเช็คอีกด้วย

จากนั้นไม่นานทางแรนส์ สโมสรในฝรั่งเศส ที่ได้คว้าตัวเช็กไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 5 ล้านยูโร

ช่วงเวลา 2 ปีที่เช็ก ได้อยู่กับแรนส์ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ผลงานในการป้องกันประตู ทำให้เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการเชลซีสนใจและรีบซื้อมาร่วมทีมตั้งแต่ช่วงต้นปี 2004 โดยเป็นการจองตัวเอาไว้ก่อนและรอย้ายทีมหลังฤดูกาลสิ้นสุดด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์

ช่วงเวลาสมัยค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลเชลซี

แม้ช่วงแรกที่ย้ายมาเชลซี เจ้าตัวเอง คงรู้อยู่แก่ใจว่าต้องเผชิญกับการแย่งชิงตำแหน่ง คาร์โล คูดิชินี่ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งที่เชลซีในขณะนั้น ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดนายทวารของพรีเมียร์ลีก ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงในทีมโชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีมแทนรานิเอรี่ ยิ่งทำให้ตำแหน่งของเช็คมั่นคงขึ้นอีก กลับกันเป็นทาง คูดิชินี่ ที่ต้องย้ายออกไป

ในยุคโชเซ่ มูรินโญ่ เช็กยังคงเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ 2 และช่วยนำเชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง

แม้กระนั้น เช็กก็เกือบยุติการเป็นนักตะอาชีพ เพราะประสบอุบัติเหตุร้ายแรงที่ ในเกมกับเร้ดดิ้ง เมื่อถูก สตีเฟ่น เข้าชาร์จรุนแรงตั้งแต่นาทีแรกถึงเกมจนถึงขั้นหมดสติและโดนหามส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เป็นเหตุให้กะโหลกร้าว จนต้องสามเฮดการ์ดไว้ตลอดนั้นตั้งแต่นั้นมา

ปีเตอร์ เช็ก ลงสนามในสแตมฟอร์ด บริดจ์ 333 เกมแล้วย้ายไปอาร์เซน่อลเมื่อปี 2015 และติดทีมชาติทั้งหมด 124 เกม และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, แชมเปี้ยนส์ ลีกและยูโรป้า ลีกอีกรายการละ 1 สมัย


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสร : chelseafc.com

ไฮไลท์บอล-ยูฟ่า-แชมป์เปี้ยนส์-ลีก-แมนฯซิตี้-1-2-โอลิมปิก-ลียง

ซิตี้ฝันสลาย! เด็มเบเล่ ปล่อยของเขี่ยเรือตกรอบ (แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง)

เรือใบสีฟ้า ไปไม่ถึงฝันอีกครั้งเมื่อ แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง ตกรอบ 8 ทีม สุดท้ายจากทีเด็ดของ มุสซา เด็มเบเล่ หอกตัวสำรองเหมาคนเดียว 2 ตุงในเกมนี้


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง เรือใบ มีอันต้องชอกช้ำเมื่อหมดสิทธิ์ลุ้นถ้วยใบสุดท้ายที่มีลุ้นในฤดูกาลนี้ จากการโดนทีเด็ดของยอดทีมจาก ลีก ชาวนา เขี่ยตกรอบไปอย่างชอกช้ำ โดย ลียง ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในรายการนี้เป็นหนที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร

สนาม: เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน: Danny Makkelie (เนเธอร์แลนด์)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯซิตี้ (4-3-3): เอแดร์ซอน,ไคล์ วอล์คเกอร์,เอริค การ์เซีย,อายเมริค ลาปอร์กต์,ชูเอา กานเซโล่,แฟร์นันดินโญ่ (ริยาด มาห์เรซ น.56),อิลคาย กุนโดกัน,โรดรี (ดาบิด ซิลบา น.84),เควิน เดอ บรอยน์,กาเบรียล เชซุส,ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้จัดการทีม: เป็ป กวาดิโอล่า

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์,มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล,เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.75),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาเรส (ติอาโก้ เมนเดส น.70),อุสเซม อาอูอาร์,มักซ์เวล กอร์กเน่ต์,เมมฟิส เดอปาย (มุสซา เด็มเบเล่ น.75),คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.87)

ผู้จัดการทีม: รูดี้ การ์เซีย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยจะแข่งกันแบบนัดเดียวจบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด พบกับ โอลิมปิก ลียง ที่จบ อันดับ 7 ใน ลีก เอิง

เรือใบสีฟ้า ของ เป็ป กวาดิโอล่า แม้จะไม่มี กุน อเกวโร่ แต่ไม่มีปัญหา ส่งผู้เล่นตัวจริงลงเต็มสูบเกมรุกนำโดย เดอ บรอยน์, สเตอร์ริ่ง และ กาเบรียล เชซุส ทางด้านทีมจาก ฝรั่งเศส ส่ง เมมฟิส เดอปาย ดาวยิงกัปตันทีมลงเป็นหน้าคู่กับ คาร์ล โตโก เอก็อมบี้

ครึ่งแรก

นาทีที่ 3 – แฟร์นานโด มาร์ซาล กองหลังได้จังหวะสับไกล บอลเรียดไปเข้ามือ เอแดร์ซอน รับเอาไว้ได้

นาทีที่ 24 (Goal) – เอริค การ์เซีย สไลด์ดักบอล คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ แต่บอลกลิ้งมาเข้าทาง มักซ์เวล กอร์กเน่ต์ ปั่นบอลโค้งเสียบเสาแรก ลียงออกนำ 1-0

นาทีที่ 31 – ซิตี้ พยายามยิงตีเสมอ แอนโธนี่ โลเปส ปัดลูกเปิดของ ชูเอา กานเซโล่ ไปเข้าทาง อิลคาย กุนโดกัน ได้ยิงแต่มือกาวลียง บล็อกเอาไว้ได้

นาทีที่ 39 – เควิน เดอ บรอยน์ ปั่นฟรีคิกฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษบอลพุ่งเข้ากรอบ แอนโธนี่ โลเปส ป้องกันเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 43 – ราฮีม สเตอร์ลิง ล็อกหลบแนวรับ ลียง ก่อนไหลให้ โรดรี้ วิ่งมายิงแบบเน้นๆ แต่บอลไม่ผ่านมือนายทวารคู่แข่งป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

จบครึ่งแรก ลียง ออกนำไปก่อน 1-0 ลุ้นต่อในครึ่งหลัง

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 60 – เควิน เดอ บรอยน์ ปั่นฟรีคิกข้ามกำแพงบอลพุ่งเข้ากรอบและเป็น แอนโธนี่ โลเปส ที่ป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 69 (Goal) – ความพยายามของ เรือใบ ประสบผลสำเร็จ เมื่อราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลย้อนมาให้ เควิน เดอ บรอยน์ เอียงตัวแปบอลเข้าประตูไปตามตีเสมอ 1-1

นาทีที่ 73 – กาเบรียล เชซุส ทำชิ่งกับ ริยาด มาห์เรซ หลุดเข้าเขตโทษไปยิงยัดเสาแรกแต่ติดเซฟผู้รักษาประตูอีกครั้ง

นาทีที่ 79 (Goal) – มุสซา เด็มเบเล่ รับบอลทะลุช่องของ อุสเซม อาอูอาร์ วิ่งเบียด อายเมริค ลาปอร์กต์ ล้มลงก่อนยิงบอลไปติดขา เอแดร์ซอน รับไว้ไม่อยู่ ลียงขึ้นนำ 2-1

นาทีที่ 87 (Goal) – ลียงมายิงประตูตอกฝาโรง มุสซา เด็มเบเล่ ยิงซ้ำลูกปั่นของ อุสเซม อาอูอาร์ บอลผ่านมือ เอแดร์ซอน เข้าประตูไป

จบเกม ลียง พลิกล็อคเขี่ยเรือใบตกรอบด้วยสกอร์ 3-1 เข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ บาเยิร์น มิวนิค 

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง

รายชื่อผู้ทำประตู

แมนฯซิตี้: 1-1  เควิน เดอ บรอยน์ 69′ //

โอลิมปิก ลียง: 0-1 มักซ์เวล กอร์กเน่ต์ 24’ // 1-2 มุสซา เด็มเบเล่ 79′ // 1-3 มุสซา เด็มเบเล่ 87′ อ่านเพิ่มเติม ซิตี้ฝันสลาย! เด็มเบเล่ ปล่อยของเขี่ยเรือตกรอบ (แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง)

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค

คนละชั้น! บาเยิร์น ไล่ถล่ม บาซ่า เละเทะลิ่วรอบรอง (บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค)

เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นที่โปรตุเกสเมื่อ ‘เสือใต้’ โชว์ฟอร์มระดับพระกาฬไล่ถล่ม บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค โดย คูตินโญ่ ลงมาเป็นสำรองมายิง 2 จ่าย 1 ใส่ทีมต้นสังกัดที่แท้จริง


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค หนึ่งในแมตซ์ที่แฟนบอลทั่วโลกจะจดจำไปตลอดกาลหลักจากจบการแข่งขัน หนึ่งในสองทีมที่สุดในโลกต้องโคจรมาพบกันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก และในท้ายที่สุดเป็นยอดทีมจากเยอรมันอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ที่เข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จด้วยสกอร์ที่ไม่มีใครคาดคิด

สนาม: เอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน: ดามีร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า (4-3-1-2) : มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลสัน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (อันซู ฟาติ น.70), เซร์จี โรแบร์โต้ (อองตวน กรีซมันน์ น.46) – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ

ผู้จัดการทีม: กีเก้ เซเตียน

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซือเล่ น.76), ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส (ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ น.84) – เลออน โกเร็ทซ์ก้า (โกแร็งแต็ง โตลิสโซ่ น.84), ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์จ นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75), โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริชิช (คิงสลี่ย์ โกมัน น.67) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม: ฮันซี่ ฟลิค

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ โดยจะแข่งกันแบบนัดเดียวจบ โดยเป็นการพบกันระหว่างสองสโมสรที่ดีที่สุดในโลก เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ตัวแทนจากสเปนปะทะกับตัวแทนจากเยอรมัน เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค

บาร์เซโลน่า ที่วันนี้มาในระบบ 4-4-2 ที่ไม่คุ้นเคยเท่าไหร่นักโดยให้สองคู่หูประสบการณ์สูง ลิโอเนล เมสซี่ ยืนคู่กับหลุยซ์ ซัวเรซ ทางด้าน บาเยิร์น มิวนิค จัดผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามนำโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวซัลโวของรายการและตัวทีเด็ดอย่าง อัลฟอนโซ่ เดวิส ลงเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงเช่นกัน

ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 (Goal) – มุลเลอร์ ทำชิ่งหนึ่งสองกับ เลวานดอฟสกี้ และเป็น โธมัส มุลเลอร์ ยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้าตาข่าย บาเยิร์น ออกนำอย่างรวดเร็ว 

นาทีที่ 7 (Goal) – จอร์ดี้ อัลบา ปาดบอลเข้าไปหน้าประตุบอลไปแฉลบ ดาวิด อลาบา บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไป บาร์เซโลน่าตามตีเสมอได้สำเร็จ

นาทีที่ 22 (Goal) – หลังโดน บาซ่าร์ บุกอย่างหนักแต่กลับเป็น บาเยิร์นที่ขึ้นนำ 2-1 แซร์จ นาบรี้ เลี้ยงเดี่ยวเข้าไปก่อนจ่ายให้ เปริซิช ยิงด้วยซ้ายเข้าไป

นาทีที่ 27 (Goal) – เสือใต้ มาหนีเป็น 3-1 เลออน โกเร็ทซ์ก้า ตวัดบอลให้ แซร์จ นาบรี้ วิ่งเบียด ล็องเล่ต์ ก่อนยิงด้วยขวาบอลพุ่งเข้าประตูไป

นาทีที่ 31 (Goal) – เจ้าบุญทุ่ม มาเสียประตูที่ 4 จากจังหวะที่ โยชัว คิมมิช ครอสบอลเข้ากรอบเขตโทษ โธมัส มุลเลอร์ สอดเข้ามายิงบอลผ่าน แทร์ ชเตเก้น เข้าประตูไป

จบครึ่งแรกสกอร์ขาดลอยแบบช็อกแฟนบอล 4-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 57 (Goal) – หลุยส์ ซัวเรซ ที่รับบอลมาจาก จอร์ดี้ อัลบา เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษก่อนล็อคหลบ เยโรม บัวเต็ง แล้วยิงด้วยซ้ายบอลผ่านมือ นอยเออร์ เข้าไป บาซ่าร์ ไล่มา 4-2

นาทีที่ 63 (Goal) – อัลฟอนโซ่ เดวิส โชว์ทักษะอันเหนือชั้นเลี้ยงบอลหนีผู้เล่นบาซ่าร์ และเลี้ยงหนี เนลสัน เซเมโด้ เข้าไปในกรอบ 6 หลาแล้วไหลมาให้ โยชัว คิมมิช จิ้มบอลเข้าไปง่ายๆ เสื้อใต้หนีไปเป็น 5-2 

นาทีที่ 82 (Goal) – สกอร์เริ่มเละเทะ เมื่อ คูตินโญ่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ตักบอลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โขกประตูที่ 14 เข้าไป หนีห่างเป็น 6-2

นาทีที่ 85 (Goal) – โธมัส มุมเลอร์ จ่ายบอลให้ คูตินโญ่ จับบอลไม่เชื่องเท้าแต่ยังได้ยิงและบอลก้เข้าประตูไปเป็น 7-2

นาทีที่ 89 (Goal) – ยังไม่จบเพียงเท่านั้น บาเยิร์น มายิงประตูส่งท้ายจากนักเตะที่บาซ่าร์ปล่อยยืมไปทำให้จบเกม บาเยิร์นเอาชนะไปอย่างท่วมท้น 8-2

เสือใต้ เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ รอพบผู้ชนะระหว่าง แมนฯซิตี้ กับ โอลิมปิก ลียง

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้ทำประตู

บาร์เซโลน่า: 1-1  ดาวิด อลาบา 51′ (เข้าประตูตัวเอง) // 2-4 หลุยส์ ซัวเรซ 57′

แอต.มาดริด: 0-1 โธมัส มุลเลอร์ 4’ // 1-2 อิวาน เปริชิช 22′ // 1-3 แซร์จ นาบรี้ 27’// 1-4 โธมัส มุลเลอร์ 31′ // 2-5 โยชัว คิมมิช 63’// 2-6 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 82’// 2-7 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 85′ // 2-8 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 89′ อ่านเพิ่มเติม คนละชั้น! บาเยิร์น ไล่ถล่ม บาซ่า เละเทะลิ่วรอบรอง (บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค)