คลังเก็บป้ายกำกับ: ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล

เกมมิตรภาพ ‘ลิเวอร์พูล’ เปิดรังเจ๊า ‘เชลซี’ ในศึกพรีเมียร์ลีก

เกมมิตรภาพ 'ลิเวอร์พูล' เปิดรังเจ๊า 'เชลซี' ในศึกพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2021-22 คู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง ลิเวอร์พูล  รับการมาเยือนของเชลซี เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 28 ส.ค. 64

โดย ลิเวอร์พูล ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่เหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก ไป 1-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งก่อนเกมการแข่งขันทั้ง 2 ทีม มีคะนแนนเท่ากัน ยิงประตูได้เสียรวมเท่ากัน ถือว่าเป็นคู่ที่สูสีตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม

เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 22 เชลซี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ รีซ เจมส์ เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ และเป็น ไค ฮาเวิร์ตซ์ ขึ้นโหม่งเข้าไปตุงตาข่าย

จากนั้นในช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+5ลิเวอร์พูล มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ รีซ เจมส์ ผู้เล่นของเชลซี โดนวีเออาร์เช็กว่าทำแฮนด์บอลในเขตโทษ และโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปทันที ก่อนที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะรับหน้าที่สังหารไม่พลาด พา หงส์แดง ตีเสมอ 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง รูปเกมเป็นลิเวอร์พูล ที่มีตัวผู้เล่นมากกว่าพยายามครองบอลบุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็เจาะเข้าไปทำประตูไม่ได้ จบเกมลิเวอร์พูล เสมอ เชลซี ไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

ลิเวอร์พูล: อลิสสัน เบคเกอร์ (GK), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โจเอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์, ซาดิโอ มาเน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต เฟอร์มิโน

เชลซี: เอดูอาร์ด เมนดี (GK), เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา, อันเดรียส คริสเตนเซน, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, รีซ เจมส์, จอร์จินโญ, เอ็นโกโล ก็องเต, มาร์กอส อลอนโซ, เมสัน เมาท์, โรเมลู ลูกากู และ ไค ฮาเวิร์ตซ์

(more…)
ไวจ์นัลดุม

น้อยเนื้อต่ำใจ! ไวจ์นัลดุม เผยสาเหตุ บอกลาลิเวอร์พูลซบปารีสฯ

น้อยเนื้อต่ำใจ! 'ไวจ์นัลดุม' เผยสาเหตุ บอกลาลิเวอร์พูลซบปารีสฯ

ไวจ์นัลดุม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์จอมเก๋าเปิดใจหมดเปลือกถึงเหตุผลที่ตัดสินใจอำลา ลิเวอร์พูล และย้ายไปเล่นให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลางมากประสบการณ์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ให้เหตุผลที่ตัดสินใจอำลา “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เพราะตนรับไม่ได้กับการแสดงความเห็นจากสื่อสังคมออนไลน์ของแฟนบอลสโมสรในช่วง 2 ซีซั่นสุดท้ายกับทีม

ดาวเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์  อำลาถิ่นแอนฟิลด์หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา และตัดสินใจเซ็นสัญญากับ “เปแอสเช” แบบไม่มีค่าตัว โดยช่วงที่ผ่านมานักเตะไม่ได้เปิดเผยถึงเหตุผลที่ย้ายทีม แต่ล่าสุดเจ้าตัวยอมรับว่าการที่โดนสาวก “เดอะ ค็อป” โจมตีในสื่อสังคมออนไลน์ทำให้เขาเลือกที่จะโบกมือลาสโมสร

ไวจ์นัลดุม ซึ่งย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มาอยู่กับทีมเมื่อปี 2016 และลงสนามมากกว่า 200 เกม พร้อมนำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กล่าวว่า “ทุกๆ วันในสนามซ้อม และตอนที่ลงเล่นผมทุ่มเทอย่างเต็มที่

“ลิเวอร์พูล มีความหมายกับผมมากๆ มีบางช่วงที่ผมไม่ได้รู้สึกรัก และได้รับความชื่มชมจากที่นั่น ไม่ใช่กับเพื่อนร่วมทีมของผม, ไม่ใช่ผู้คนในเมลวู้ด ผมรู้ว่าพวกเขาทุกคนรักผม และผมก็รักพวกเขา มันไม่ใช่พวกเขา มันมาจากที่อื่น”

“มีบางช่วงที่ผมไม่ได้รู้สึกเป็นที่รัก ในช่วง 2 ฤดูกาลสุดท้าย สื่อไม่ได้ช่วยอะไรผมเลย มีการเขียนเรื่องที่ผมไม่ยอมรับข้อเสนอลิเวอร์พูล เพราะผมอยากได้เงินเยอะๆ และแฟนบอลก็ทำแบบว่า -โอเค เขาไม่รับข้อเสนอเขาก็เลยไม่พยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อช่วยให้ทีมชนะ- ทุกๆ อย่างดูเหมือนจะโจมตีผม”

“แฟนบอลในสนาม และแฟนบอลในโซเชียลมีความแตกต่างกันมาก ในสนามผมไม่สามารถพูดอะไรร้ายๆ กับพวกเขาได้เลย พวกเขาให้การสนับสนุนผมมาตลอด ส่วนในสื่อสังคมออนไลน์ถ้าเราแพ้ผมจะเป็นคนที่โดนตำหนิมากที่สุด โดยอ้างว่าผมอยากย้ายทีม”

“มีบางช่วงผมแบบว่า -โอ้วว ถ้าพวกเขารู้ถึงสภาพความฟิตและการลงเล่นทุกเกม คุณไม่สามารถบ่นได้เพราะนั่นเป็นงานของคุณ แต่นักเตะคนอื่นๆ อาจจะบอกว่า -ผมไม่ฟิต- คุณคงเคยได้ยินเมื่อปีที่ผ่านมาที่นักเตะพูดว่า -ผมไม่เล่นเพราะมันเสี่ยง- ผมไม่เคยทำแบบนั้น”

“ผมไม่สามารถเล่นได้ยอดเยี่ยมตลอด แต่หลังเกมผมจะจ้องมองกระจกพร้อมกับพูดว่า -ผมจะซ้อมให้หนักขึ้นเพื่อทำผลงานให้ดียิ่งขึ้น- เพื่อนร่วมทีมไม่เคยปล่อยให้ผมต้องผิดหวัง หรือแซวผม  สำหรับผู้จัดการทีม (เจอร์เก้น คล็อปป์) ผมเป็นคนที่เขามั่นใจได้ว่าสามารถเชื่อใจได้”

“มันช่วยผมได้มากเพราะผมสามารถเล่นในตำแหน่งที่แตกต่าง และทำผลงานได้ดีในตำแหน่งที่แตกต่าง ผมทุ่มเทอย่างเต็มที่ ผมได้รับความรักมากมายที่ไม่ใช่แค่มาจากแฟนบอล แต่มาจากผู้จัดการทีมและเพื่อนร่วมทีม, ผู้คนที่ทำงานกับสโมสร มีเพื่อนร่วมทีมเข้ามาคุยกับผมว่า -นี่เป็นการซ้อมครั้งสุดท้ายของนาย นี่เป็นสัปดาห์สุดท้ายของนายกับสโมสร-“

“มันเป็นเรื่องที่แสนยากลำบาก และเต็มไปด้วยความรู้สึกตื้นตัน มีหลายครั้งที่ผมต้องพยายามกลั้นน้ำตา ความรักที่ทุกๆ คนแสดงออกมาในช่วงระหว่างและหลังเกมที่พบกับ คริสตัล พาเลซ มันช่างสวยงามเหลือเกิน” ไวจ์นัลดุมร่ายยาว

(more…)
เคียซ่า

‘ม้าลาย’ ปัดข้อเสนอ ‘หงศ์แดง’ หลังยื่นซื้อ ‘เคียซ่า’ 77 ล้านปอนด์

'ม้าลาย' ปัดข้อเสนอ 'หงศ์แดง' หลังยื่นซื้อ 'เคียซ่า' 77 ล้านปอนด์

เคียซ่า
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ลิเวอร์พูล พร้อมทุ่ม 77 ล้านปอนด์ เพื่อให้ ยูเวนตุส ยอมปล่อยตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกตัวเก่ง แต่สุดท้ายโดนปฏิเสธ ไปแล้วเรียบร้อย

ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมทุ่มเงินเต็มสูบจำนวน 77 ล้านปอนด์ (ราว 3,388 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกฟอร์มแรงทีมชาติอิตาลี มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ จากการรายงานของ รีพับบลิก้า สื่อเมืองมะกะโรนี

โดย เฟเดริโก้ เคียซ่า เป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาติอิตาลี  ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในศึกยูโร 2020 และยังเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่นำชาติบ้านเกิดผงาดคว้าโทรฟี่อองรี เดอโลเน่ย์ กลับไปยังดินแดนรองเท้าบูธได้สำเร็จ

ทำให้นักเตะตกเป็นเป้าสนใจจากหลายสโมสรชั้นนำ โดยเฉพาะลิเวอร์พูล ยินดีที่จะควักกระเป๋าจำนวน 77 ล้านปอนด์ให้ ยูเวนตุส พิจารณาปล่อย เคียซ่า มาโชว์ของเด็ดในถิ่นแอนฟิลด์

ล่าสุด ดูเหมือนว่าตอนนี้  อันเดรีย อัญเญลลี่ ประธานสโมสรยูเวนตุส ปฏิเสธข้อเสนอไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจาก มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี เทรนเนอร์ ต้องการที่จะเก็บ ดาวเตะวัย 23 ปีเอาไว้เพื่อเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญสำหรับแผนการสร้างทีมในฤดูกาลใหม่

ทั้งนี้ เคียซ่า ย้ายจาก ฟิออเรนติน่า มาเล่นให้กับยูเวนตุส ด้วยสัญญายืมตัว 2 ฤดูกาลโดยเขาช่วยให้ต้นสังกัดชั่วคราวคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ผลงานชั้นยอดในช่วงที่ผ่านมาทำให้ ม้าลาย ต้องการเซ็นสัญญากับนักเตะแบบถาวรในปีหน้า

(more…)
นอยเออร์

งามหยดย้อย! นอยเออร์ ซูฮกลูกโขกประตูชัยของ อลีสซง คือปรากฎการ์ณที่น่าทึ่ง

งามหยดย้อย! นอยเออร์ ซูฮกลูกโขกประตูชัยของ อลีสซง คือปรากฎการ์ณที่น่าทึ่ง

นอยเออร์
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูของ บาเยิร์น มิวนิค กล่าวว่าลูกโขกที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ นายด่านลิเวอร์พูล ทำได้นั้น ถือเป็นปรากฎการณ์ที่น่าทึ่ง

มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูคนดังของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน กล่าวว่าการที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวาร ลิเวอร์พูล ทำประตูได้นั้น ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ยิ่งใหญ่ระดับหนึ่ง

อลีสซง เพิ่งสร้างความฮือฮาด้วยการขึ้นมาโขกทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จนทำให้พวกเขายังมีโอกาสดีที่จะติดท็อปโฟร์แล้วได้สิทธิ์ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า ซึ่งหลังจากจบเกมดังกล่าวแล้วนั้น นอยเออร์ ก็ถึงขั้นโพสต์ข้อความเลยว่า “เป็นประตูที่สวยจริงๆ เพื่อน”

ทั้งนี้ บางคนก็แปลกใจ นอยเออร์ มาร่วมยินดีกับ อลีสซง แทบจะทันควัน ซึ่งล่าสุด ดิ แอธเลติก ไปสอบถาม นอยเออร์ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และนายด่านชาวเยอรมันก็บอกว่าตนสนิทกับ อลีสซง อยู่แล้ว และประทับใจกับสิ่งที่เขาทำได้มากๆ

นอยเออร์ เผยว่า “ผมร่วมแสดงความยินดีกับเขา และเราก็แลกเปลี่ยนข้อความกันนิดหน่อย ผู้รักษาประตูทุกคนต่างก็มีความฝันที่จะทำประตูชัยกันให้ได้ทั้งนั้น ปกติแล้วเวลาที่ผู้รักษาประตูจะดันขึ้นไปลุ้นทำประตูน่ะจะเป็นตอนที่ทีมเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ แต่ตอนนั้น ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องชนะให้ได้เพื่อที่จะได้ลุ้นพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก มันถือเป็นปรากฎการณ์ที่น่าทึ่ง มันเป็นลูกโหม่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมดีใจแทนเขา เขาเป็นคนที่นิสัยดีและเข้าหาได้ง่ายมากๆ เขาสมควรได้สัมผัสกับช่วงเวลาแบบนี้แล้วล่ะ”

ข้อมูล : siamsports

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ฟาน ไดค์

บุคคลตัวอย่าง! ฟานไดค์ เผยชื่อนักกีฬาที่ตนยึดเป็นไอดอลในการข่มขวัญคู่แข่ง

บุคคลตัวอย่าง! ฟานไดค์ เผยชื่อนักกีฬาที่ตนยึดเป็นไอดอลในการข่มขวัญคู่แข่ง

ฟาน ไดค์
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ระบุ ตนทำให้คู่ต่อสู้ขวัญเสียด้วยการทำให้คนเหล่านั้นคิดว่าตนสามารถจัดการพวกเขาได้ง่ายๆ เหมือนที่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ทำ

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตนยึดเอา โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิสคนดังเป็นแบบอย่างในการพยายามข่มขวัญคู่แข่งด้วยการทำให้เหล่าคู่ต่อสู้เกิดความคิดว่าตนสามารถรับมือกับพวกเขาได้ง่ายๆ แม้ว่าที่จริงแล้วมันจะเป็นงานหินก็ตาม

ฟาน ไดค์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่เก่งที่สุดของวงการฟุตบอลในปัจจุบัน ซึ่งการที่ฤดูกาลนี้เขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนต้องพักยาวก็ส่งผลเสียกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก จนทำให้ “หงส์แดง” ต้องมาลุ้นชิงตั๋วลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่น

ปราการหลังชาวดัตช์เผยว่า “บางคนพูดเป็นนัยว่าผมทำให้เกมมันดูง่าย แต่เชื่อผมเถอะว่าที่จริงแล้วทุกเกมมันหินสุดๆ เราต้องรับมือกับกองหน้าระดับโลกที่มีร่างกายแข็งแกร่งมากๆ และผมไม่เคยคิดว่า -นี่เป็นงานง่าย- เลย แต่ผมก็อาจจะอยากให้คู่แข่งคิดว่าแบบนั้นน่ะนะ (หมายถึงอยากให้คู่แข่งคิดว่าตนสามารถรับมือกับคู่แข่งได้แบบไม่ยากเย็นนัก เพื่อทำให้คู่แข่งรู้สึกเสียขวัญ)”

 

“ลองดู โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เป็นตัวอย่างก็ได้ ถ้าคุณได้ดูการเล่นเทนนิสของเขาแล้วล่ะก็ คุณก็จะเกิดความคิดว่าเขาไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยเลย ซึ่งนั่นจะส่งผลให้คู่แข่งของเขาเกิดความกลัวขึ้นในใจ พวกเขาจะคิดว่าเขาไม่ต้องพยายามทำอะไรมากนัก”

พอโดนถามเพิ่มว่า เฟเดอเรอร์ เป็นแบบอย่างของเขาในเรื่องนี้หรือไม่ ฟาน ไดค์ ก็ตอบว่า “บางครั้งผมก็คิดอย่างนั้นน่ะนะ ผมพยายามจะทำให้คู่แข่งต้องเสียขวัญจากการพยายามทำให้พวกเขาคิดว่าพวกเขาจำเป็นต้องยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองให้ได้หากอยากจะเล่นให้ดีหรืออยากทำประตูให้ได้ในวันนี้ ผมไม่ได้อยากทำให้พวกเขากลัวจากการไปพูดข่มพวกเขาหรือจากการไปไล่เตะพวกเขา”

“ใช่ คุณต้องมีความมั่นใจในความสามารถของตัวเอง ไม่อย่างนั้นคนอื่นก็จะเอาชนะคุณได้ง่ายๆ มันมีหลายทางที่จะทำให้ชนะ คุณไม่จำเป็นต้องไปไล่หวดคนอื่นหรือพูดคำหยาบใส่คู่ต่อสู้หรอก”

ข้อมูล : siamsports

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

โซลชา ลิเวอร์พูล

ขอชนะนะ! โซลชาลั่น ขอชนะเท่านั้นไม่สน ลิเวอร์พูล หลุดท็อปโฟร์

ขอชนะนะ! โซลชาลั่น ขอชนะเท่านั้นไม่สน ลิเวอร์พูล หลุดท็อปโฟร์

โซลชา ลิเวอร์พูล
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่นต้องชนะเท่านั้นสำหรับเกมแดงเดือดวันอาทิตย์นี้ โดยไม่แคร์ ลิเวอร์พูล อาจหลุดท็อปโฟร์

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า ทีมตนมีเป้าหมายอยู่ที่ชัยชนะเพียงอย่างเดียว สำหรับเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแดงเดือด ที่ ปีศาจแดง  เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พบกับ ลิเวอร์พูล วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคมนี้ ถึงแม้ความพ่ายแพ้อาจจะทำให้ทีมคู่ปรับตลอดกาล มีโอกาสหลุดท็อปโฟร์ก็ตาม 

ฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการโกยคะแนนมากถึง 99 แต้ม ทิ้งห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จบอันดับสาม ถึง 33 แต้ม อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลนี้หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป โดย ปีศาจแดง ปัจจุบันรั้งอันดับ 2 ส่วน หงส์แดง อยู่ที่ 6 และต้องลุ้นอย่างหนักในการติดท็อปโฟร์กับ 5 เกมที่เหลือของฤดูกาล ซึ่ง โซลชา ระบุว่า นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับทีม

โดย โซลชา กล่าวว่า “เราจะลงสนามโดยที่ไม่คิดถึงเรื่องนั้น เราแค่ต้องการคิดถึงชัยชนะ อะไรก็ตามที่จะเกิดขึ้่นกับ ลิเวอร์พูล ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา ตลอดทั้งฤดูกาลมีเกมการแข่งขันมากมาย และเกมนี้่กับ ลิเวอร์พูล ที่บ้าน ถือเป็นหนึ่งในเกมที่ใหญ่ที่สุดของฤดูกาล มันไม่สำคัญหรอกว่า เราจะจบที่หนึ่ง, สอง, สาม หรือ สี่ จะอย่างไรก็แล้วแต่ นี่คือเกมที่สำคัญมากๆ”

ทั้งนี้ หาก แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ ลิเวอร์พูล ในเกมวันอาทิตย์นี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 ทันที แต่ถ้า ปีศาจแดง เก็บชัยชนะได้ ก็จะทำคะแนนทิ้งห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 เป็น 7 คะแนน

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

สถิติที่น่าสนใจพรีเมียร์ลีก

สถิติที่น่าสนใจ ของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 หลังจากผ่านไป 4 นัด

พรีเมียร์ลีก ปีนี้มันส์ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการยิงประตูกันแบบถล่มทลายรวมไปถึงความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมใหญ่ มาย้อนดู สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 4 นัด


หลังจากการแข่งขันไปเพียงแค่ 4 นัด ศึก พรีเมียร์ลีก ปีนี้มี สถิติที่น่าสนใจ รวมไปถึงประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ไล่ตั้งแต่ วีเออาร์, ใบแดง, การยิงประตูในนาทีสุดท้าย หรือ ความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมบิ๊ก 6 มาย้อนดูสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้กัน

ตารางคะแนน

ตารางคะแนน

หลังจากผ่านไป 4 นัดมีเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่เก็บชัยได้ทั้งหมดที่ลงแข่งขัน ได้แก่ เอฟเวอร์ตัน ที่ชนะ 4 นัดรวด กับ แอสตัน วิลล่า ที่คว้า 9 แต้มเต็มจาก 3 นัดซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการเอาชนะ ลิเวอร์พูล แบบช็อคโลก 7-2 ในถิ่นวิลล่าพาร์ค ของพวกเขาเอง

การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ พา ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ อย่างไรก็ตาม 4 นัดที่ผ่านมาคู่ต่อสู้ที่เจออาจจะยังไม่ใช่ของจริงแต่หลังจากนี้เราจะได้รู้กันว่า ทีมสีน้ำเงินจากเมอร์ซีไซด์ทีมนี้จะทำได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลนี้

รองจ่าฝูงอย่างแอสตัน วิลล่า ทำผลงานได้อย่างสุดยอดเช่นกัน โดยเฉพาะเกมที่ สิงห์ผงาด ไล่ขย้ำ หงส์แดง แบบไม่เหลือความเป็นทีมแชมป์ด้วยสกอร์ 7-2 จริงอยู่ที่แข้งลิเวอร์พูล พร้อมใจกันฟอร์มหลุดแต่ต้องยอมรับว่าทั้งแท็กติกและความกระหาย แอสตัน วิลล่า ชนะขาดลอยเหมือนกับสกอร์ที่เกิดขึ้น

ด้าน ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาหลังจากห่างหายไปอย่างยาวนาน ภายใต้การนำทัพของ มาร์เชลโล่ บิเอลซ่า ผู้ที่ เป็บ กวาร์ดิโอล่า ยกให้เป็นอาจารย์ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกันด้วยการเก็บได้ 7 คะแนนเท่ากับ สเปอร์ส และ เชลซี เป็นรองแค่เพียงลูกได้เสียเท่านั้น

สองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเรือใบสีฟ้า เก็บได้เพียง 4 แต้มจาก 4 นัดส่วน ผีแดง นั้นหนักกว่าเก็บได้เพียงแค่ 3 แต้มและแพ้ไปถึง 2 นัดจมอยู่อันดับ 16 ของตาราง

ด้านโซนท้ายตาราง ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่หน้าเก่าที่มี สก็อตต์ พาร์คเกอร์ เป็นกุนซือไม่สามารถเก็บแต้มได้เลย โดยแพ้รวดทั้ง 4 นัด และมีโอกาสสูงที่อดีตกองกลางเชลซีผู้นี้จะถูกเด้งออกจากตำแหน่งกุนซือในไม่ช้า เช่นเดียวกับ เบิร์นลีย์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่แพ้รวดจากทุกนัดที่ลงสนาม

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต้องดูกันอีกยาวๆว่าสุดท้ายฤดูกาลนี้จะจบลงแบบไหน เราไม่มีทางรู้อนาคตได้แต่ที่รู้แน่ๆ คือ พรีเมียร์ลีกปีนี้มันส์แน่นอน

สถิติที่น่าสนใจ

สถิติที่น่าสนใจ

ค่าเฉลี่ยการยิงประตูแต่ละสัปดาห์

สัปดาห์ที่ 1
ยิงประตูรวม – 23 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – ลิเวอร์พูล 4-3 ลีดส์ 
สัปดาห์ที่ 2
ยิงประตูรวม – 46 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เอฟเวอร์ตัน 5-2 เวสต์บรอมวิช | ลีดส์ 4-3 ฟูแล่ม | เซาแธมป์ตัน 2-5 สเปอร์ส
สัปดาห์ที่ 3
ยิงประตูรวม – 36 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เวสต์บรอมวิช 3-3 เชลซี | แมนฯซิตี้ 2-5 เลสเตอร์ | ลิเวอร์พูล 3-1 อาร์เซนอล
สัปดาห์ที่ 4
ยิงประตูรวม – 41 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เชลซี 4-0 คริสตัล พาเลซ | แมนฯยูไนเต็ด 1-6 สเปอร์ส | วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล

ยิงประตูรวมทั้งหมด – 146 ประตู

ทีมที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด

เอฟเวอร์ตัน, เลสเตอร์, สเปอร์ส – 12 ประตู

ทีมที่เสียประตูเยอะที่สุด

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน – 13 ประตู

ทีมที่ลูกได้เสียดีที่สุด

แอสตัน วิลล่า – ยิง 11 เสีย 2 = +9

5 อันดับทีมที่ครองบอลเยอะที่สุด
1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 58.6%
2. ลิเวอร์พูล – 58.3%
3. เชลซี – 56.1%
4. เลสเตอร์ ซิตี้ – 55.2%
5. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 55.2%

5 อันดับทีมที่ได้รับใบเหลือง/แดง มากที่สุด
1. นิวคาสเซิ่ล – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
2. ฟูแล่ม – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
4. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
5. ไบร์ทตัน แอนด์โฮฟ อัลเบี้ยน – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ

5 อันดับทีมที่ชนะดวลอากาศมากที่สุด
1. เชลซี – 63%
2. เบิร์นลีย์ – 56.7%
3. อาร์เซนอล – 54.6%
4. แอสตัน วิลล่า – 53.7%
5. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – 53.1%

5 อันดับทีมที่ผ่านบอลแม่นยำที่สุด
1. เชลซี – 87.3%
2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 87.2%
3. เอฟเวอร์ตัน – 86.4%
4. อาร์เซนอล – 86.3%
5. ลิเวอร์พูล – 85.8%

5 อันดับทีมที่ดีที่สุด
1. แอสตัน วิลล่า – 7.35
2. เอฟเวอร์ตัน – 7.08
3. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – 6.92
4. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 6.9
5. เชลซี – 6.85

สถิติผู้เล่นที่น่าสนใจ

10 อันดับผู้เล่นที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด
1. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
2. โดมินิค คาลเวิท เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
3. เจมี วาร์ดี้ (เลสเตอร์) ยิงได้ 5 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 42%
4. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) ยิงได้ 5 ประตูจาก 11 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 45%
5. คัลลัม วิลสัน (นิวคาสเซิ่ล) ยิงได้ 4 ประตูจาก 6 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 67%
6. นีล มัวเปย์ (ไบร์ทตัน) ยิงได้ 4 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
7. ลากาแซตต์ (อาร์เซนอล) ยิงได้ 3 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
8. จอร์จินโญ่ (เชลซี) ยิงได้ 3 ประตูจาก 10 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
9. แดนนี่ อิงค์ (เซาแธมป์ตัน) ยิงได้ 3 ประตูจาก 5 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 60%
10. แพทริค แบมฟอร์ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด) ยิงได้ 3 ประตูจาก 9 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 33%

5 อันดับผู้เล่นที่มีโอกาสยิงมากที่สุดต่อเกม
1. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) – 4.8 ครั้ง
2. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 4.8 ครั้ง
3. ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล) – 4.3 ครั้ง
4. มิโตรวิช (ฟูแล่ม) – 4 ครั้ง
5. มิเกล อันโตนิโอ (เวสต์แฮม) – 3.8 ครั้ง

5 อันดับผู้เล่นแอสซิสต์สูงสุด
1. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 6 ครั้ง
2. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
3. จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
4. ริชาร์ริสัน (เอฟเวอร์ตัน) – 2 ครั้ง
5. มันเธอุส เปย์เรร่า (เวสต์บรอมวิช) – 2 ครั้ง

นักเตะที่ฟอร์มดีที่สุด
1. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.54
2. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.43
3. ฮาเมส โรดริเกซ (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.41
4. โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.32
5. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.31

ทีมยอดเยี่ยมหลังผ่านการแข่งขัน 4 นัด

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

ระบบ : 4-4-2
ผู้จัดการทีม : คาร์โล อันเชล็อตติ (เอฟเวอร์ตัน)

กองหลัง
รีซ เจมส์ (เชลซี)
ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ไทลอน มิงค์ (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
เอซรี่ คอนซ่า (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.6
ลูก้า ดีญ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 7.3

กองกลาง
ฮาเมส โรดริเกซ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4
จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.1
เควิน เดอ บรอยด์ (แมนฯซิตี้) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4

กองหน้า
แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3
โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3

โปรแกรมการแข่งขันนัดถัดไป

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2020
18:30 น. เอฟเวอร์ตัน – ลิเวอร์พูล
21:00 น. เชลซี – เซาแธมป์ตัน
23:30 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – อาร์เซนอล
02:00 น. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2020
18:00 น. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ฟูแล่ม
20:00 น. คริสตัล พาเลซ – ไบร์ทตัน
22:30 น. สเปอร์ส – เวสต์แฮม
01:15 น. เลสเตอร์ – แอสตัน วิลล่า

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2020
23:30 น. เวสต์บรอมวิช – เบิร์นลีย์
02:00 น. ลีดส์ – วูลฟ์แฮมป์ตัน

ทั้งหมดนี้คือ สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากการแข่งขันเพียง 4 นัดเท่านั้น การแข่งขันยังอีกยาวไกลต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วทีมไหนที่จะได้ชูถ้วย พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 มาครอง


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

ข้อมูลสถิติจากเว็บ Whoscored

เต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก

เชลซีเต็งอะไร? บ่อนผู้ดีปรับราคา เต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน เหนือ ปืน,ผี,ไก่

บ่อนเมืองผู้ดีปรับราคา เต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก โดย เอฟเวอร์ตัน ที่ฟอร์มแรงขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 4 เหนือ อาร์เซนอล, สเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


เอฟเวอร์ตัน ของ คาร์โล อันเชลอตติ โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงหลักออกสตาร์ท พรีเมียร์ ลีก ได้ 4 นัดรวมขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ล่าสุด วิลเลี่ยม ฮิลล์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ได้ทำการปรับราคา เต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก หลังจากที่ตลาดนักเตะได้ปิดตัวลง

โดย ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ถูกยกให้เป็นเต็ง 4 เหนือทีมยักษใหญ่ถึง 3 ทีมอย่าง อาร์เซนอล, สเปอร์ส และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งจากฟอร์มอันยอดแย่ที่ผ่านมา แม้จะทำการเสริมทัพอย่างดุเดือดในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ แต่ทางบ่อนยังคงมองโอกาสที่ ผีแดง จะคว้าแชมป์ได้ ยังคงน้อยอยู่

ส่วน สิงโตน้ำเงินคราม ที่เสริมทัพได้อย่างยอดเยี่ยม ถูกยกให้เป็นเต็ง 3 เป็นรอง 2 ทีมลุ้นแชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

อัตราต่อรอง เต็งแชมป์พรีเมียร์ลีก ของ วิลเลี่ยม ฮิลล์
1. ลิเวอร์พูล – 5/4 (แทง 5 จ่าย 4 ไม่รวมทุน)
2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 6/4
3. เชลซี – 14/1
4. เอฟเวอร์ตัน – 18/1
5. อาร์เซนอล – 22/1
6. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 22/1
7. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – 40/1
8. เลสเตอร์ ซิตี้ – 66/1
9. แอสตัน วิลล่า – 125/1
10. ลีดส์ ยูไรเต็ด – 200/1
10. วูลฟส์แฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ – 200/1
10. เซาธ์แฮมป์ตัน – 200/1
13. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – 500/1
13. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – 500/1
15. ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน – 750/1
15. เบิร์นลีย์ – 750/1
15. คริสตัล พาเลซ – 750/1
18. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – 1,000/1
19. เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน – 1,500/1
20. ฟูแล่ม 2,000/1


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

คล็อปป์ อลีสซง

แฟนหงส์น้ำตานอง! คล็อปป์ เผย อลีสซง เจ็บหนักพักยาวเกือบสองเดือน

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผจก. ลิเวอร์พูล อัพเดตอาการบาดเจ็บ อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารตัวหลักต้องพักยาว 4-6 สัปดาห์หลังบาดเจ็บหนักที่หัวไหล่


เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมาอัปเดตอาการบาดเจ็บของ อลิสซง เบ็คเกอร์ นายด่านตัวจริงของทีมที่บาดเจ็บหนักบริเวณหัวไหล่และอาจจะต้องพักยาว 4-6 สัปดาห์เลยทีเดียว

อลิสซง ได้รับบาดเจ็บในระหว่างการซ้อมทำให้พลาดการลงสนามในเกมทีม หงส์แดงพลาดท่าพ่ายให้กับ แอสตัน วิลล่า ไปแบบช็อคแฟนบอล 7-2 ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ทีมต้องแพ้เละเทะแบบนี้ส่วนหนึ่งมาจากนายทวารสำรองที่เล่นผิดพลาดอยู่บ่อยครั้งทำให้ทีมแพ้ไปแบบขาดลอย

โดย คล็อปป์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบการแข่งขันว่า “ผมไม่อยากกำหนดเวลา แต่มันดูเหมือนว่าเขาอาจจะต้องพักถึง 4 สัปดาห์หรือถ้าจะพูดให้ถูกอาจจะถึง 6 สัปดาห์ แต่เราก็ไม่รู้เหมือนกันต้องรอประเมินอีกครั้งหนึ่ง”

โดย คล็อปป์ ได้ออกมาปกป้อง อาเดรียน ว่าทั้งหมดไม่ใช่ความผิดเขาแต่เพียงผู้เดียวในวันนี้ จริงอยู่ที่เจ้าตัวมีความผิดพลาดแต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ผู้รักษาประตูของเราหรอก


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์บอล-พรีเมียร์ลีก-อังกฤษ-เชลซี-0-2-ลิเวอร์พูล

สิงห์บลูส์ท็อปฟอร์ม! หงส์แดง ลุ้นเหนื่อยก่อนคว้าสามแต้ม (เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล)

สิงโตน้ำเงินคราม ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเหมือนนัดเปิดสนามหลังพยายามต้านทีมเยือนอยู่นานก่อนโดนใบแดงและพ่ายไปในที่สุด (เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล)


ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล | แฟรงค์ แลมพาร์ด คุมเชลซีแพ้ให้กับลิเวอร์พูลในศึก พรีเมียร์ลีก เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน แถมรูปเกมสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง โดยเจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คนในช่วงท้ายครึ่งแรก และ จอร์จินโญ่ พลาดจุดโทษเสียสถิติ 100% ในเกมนี้

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี แพ้ ลิเวอร์พูล

รายชื่อผู้ทำประตู

ลิเวอร์พูล : 0-1 ซาดิโอ มาเน่ 50′ // 0-2 ซาดิโอ มาเน่ 54′

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

ฺผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี  (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์,  อันเดรียส คริสเตนเซ่น (ใบแดง น.45), เคิร์ต ซูม่า, มาร์กอส อลอนโซ่ – จอร์จินโญ่ (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.79), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช (แทมมี่ อบราฮัม น.79) – ไค ฮาแวร์ตซ์ (ฟิคาโย่ โทโมรี่ น.46), ติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาท์

ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์-เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ , ฟาบินโญ่, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน- นาบี เกอิต้า (เจมส์ มิลเนอร์ น.64), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ติอาโก้ อัลกันตาร่า น.46), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม- โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่(ทาคูมิ มินามิโนะ น.86),ซาดิโอ มาเน่

ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เชลซี ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังไม่สามารถส่งผู้เล่นหน้าใหม่ลงสนามแบบฟูลทีมได้มีเพียงแค่ ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ตซ์ เท่านั้นที่ฟิตพร้อมลงสนาม ส่วนแข้งใหม่ที่เหลือรวมไปถึง คริสเตียน พูลิซิช ยังต้องรอเรียกความฟิตต่อไป

เกมนี้ แลมพาร์ด ใช้ระบบ 4-3-3 โดยให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ยืนเป็น False 9 และให้ ติโมแวร์เนอร์ กับ เมสัน เมาท์ ยืนขนาบ 2 ข้าง

แดนกลางได้ โควาซิช ที่พ้นโทษแบนกลับมายืนคู่กับ ก็องเต้่ ส่วนแนวรุก ใช้ เมาท์ ยืนคู่กับ ฮาแวร์ทซ์ และส่งศูนย์หน้าคู่อย่าง แวร์เนอร์ และ อับราฮัม ลงล่าตาข่ายทีมเยือน

เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บสามารถส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามได้ครบครัน ซึ่งผู้เล่นชุดหลักที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอจะได้ลงเหมือนเดิมครบทุกตำแหน่ง นำโดยสามประสานแนวรุกอย่าง ซาลาห์, ฟีร์มิโน่ และ มาเน่

ส่วนผู้เล่นใหม่ อย่าง ติอาโก้ อัลคันทารา มีชื่อเป็นสำรองในเกมนี้

ครึ่งแรก

นาทีที่ 14 – ทีมเยือนเกือบออกนำไปก่อน ซาลาห์ ที่มาถึงบอลก่อน เกป้า ทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษก่อนเปิดเข้ากลางให้ ฟีร์มิโน่ ยิงไปติดบล็อก คริสเตนเซ่น

นาทีที่ 19 – ซาลาห์ ยิงไปติดบล็อกผู้เล่น เชลซี ก่อนโดนโต้กลับแต่จังหวะสุดท้าย แวร์เนอร์ จะโดนแนวรับทีมเยือนมาสกัดไว้ได้

นาทีที่ 34 – ซาลาห์ จ่ายบอลยัดเข้ากลางประตูแต่ ฟีร์มิโน่ ชาร์จไม่โดนทำให้บอลผ่านหน้าปากประตูไปแบบหวาดเสียว

นาทีที่ 38 – ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบอลทางฝั่งขวาก่อนจ่ายให้ แวร์เนอร์ ยิงโล่งๆแต่โดนเหลี่ยมไม่ดีบอลออกหลังอย่างเหลือเชื่อ ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าเป็นลูกล้ำหน้าของ ไค ไปก่อนแล้ว

ท้ายครึ่งแรก คริสเตนเซ่น มาโดนใบแดงทำให้ เชลซี เหลือผู้เล่นแค่สิบคนจบครึ่งแรกทีมเยือนดูดีกว่าเจ้าบ้านอยู่มากแต่สกอร์ยัง 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 (Goal) – จากความได้เปรียบของตัวผู้เล่นทำให้ครึ่งหลัง ลิวเอร์พูล เดินหน้าบุกและได้ประตูออกนำไปก่อนจากลูกโหม่งของ ซาดิโอ มาเน่

นาทีที่ 54 (Goal) – หงส์แดง มาหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะความผิดพลาดของ เกป้า ที่พยายามจ่ายบอลสั้นแต่โดน มาเน่ วิ่งมาโฉบตัดบอลก่อนยิงจ่อๆ เข้าไปแบบง่ายๆ

นาทีที่ 73 – ติโม แวร์เนอร์ เรียกจุดโทษให้ เชลซี ได้อีกครั้งจาการโดน ติอาโก้ ทำฟาวล์แต่ จอร์จินโญ่ ยิงไม่เข้าทำให้สกอร์ยังเป็น 0-2

เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกม เชลซี พ่ายคาบ้านให้กับ ลิเวอร์พูล 0-2 มีเพียง 3 คะแนนจากการเล่น 2 นัด


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th