คลังเก็บป้ายกำกับ: ลีดส์ ยูไนเต็ด

โอเว่น โซลชา

ไม่น่าเลย! โอเว่น ชี้จุดที่ โซลชา ทำพลาดเกมที่ผีแดงบุกไปเจ๊ากับ ลีดส์

ไม่น่าเลย! โอเว่น ชี้จุดที่ โซลชา ทำพลาดเกมที่ผีแดงบุกไปเจ๊ากับ ลีดส์

โอเว่น โซลชา
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ไมเคิ่ล โอเว่น เผยเจ้าตัวคิดว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจผิดพลาดที่ส่ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด เป็นตัวจริง

ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตหัวหอกคนดัง มองว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำพลาดที่ส่งทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “ปีศาจแดง” ทำได้เพียงออกไปเสมอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-0 ที่สนาม เอลแลนด์ โร้ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา

ในนัดดังกล่าวเกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งถือว่าต่างกับนัดแรกของทั้งฤดูกาลนี้ที่ทั้ง 2 ทีมเจอกันอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนั้นทีมของ โซลชา มีเกมรุกที่น่ากลัวจนเอาชนะไปได้ถึง 6-2 เลยทีเดียว

โอเว่น กล่าวว่า “ผมผิดหวังกับทีมที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จัดลงเล่น ผมคิดว่ามันเป็น 11 ตัวจริงที่ดูเป็นไปในทางลบ คุณเจอกับทีมที่คุณเคยชนะใน พรีเมียร์ลีก มาแล้ว 6-2 นะ คุณไม่จำเป็นต้องใช้กองกลางตัวรับตั้ง 2 คนหรอก ผมคิดว่ามันดูแย่ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว”

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซี 3-1 ลีดส์

บทสรุปหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ | ชิรูด์ยิงอีก ซูม่าดาวซัลโวร่วม

เชลซีเดินหน้าเก็บชัยต่อเนื่องขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราวหลังจบเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ ด้านชิรูด์ยังร้อนแรงต่อเนื่องส่วนซูม่าซัดประตูที่ 4 ขึ้นแท่นดาวซัลโวร่วมของทีม


เคิร์ต-ซูม่า
เคิร์ต ซูม่า ฉลองการทำประตูกับเพื่อนร่วมทีม

สรุปประเด็นหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์

เชลซีพึ่งการันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยอันดับที่ 1 หลังบุกไปถล่มเซบีย่ามา 4-0 เรียกได้ว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อเพราะเชลซีโรเตชั่นนักเตะไปถึง 8 ต่ำแหน่งและที่เซอร์ไพร์สกว่าคือการกดคนเดียว 4 เม็ดของ ชิรูด์ นั้นสร้างความลำบากใจให้กับ แลมพาร์ด ในการเลือกศูนย์หน้าตัวจริงของทีม

นับเป็นความลำบากใจที่ค่อนข้างมีความสุขสำหรับผู้เป็นกุนซืออย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เขามีดาวยิงที่พร้อมทำประตูให้ทีมถึงสามคนอีกทั้งนักเตะแนวรุกสามารถเล่นทดแทนกันได้อีกหลายต่ำแหน่ง หากมีใครบาดเจ็บก็สามารถทดแทนกันได้หมด

เกมนี้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้เลยที่นักเตะเชลซีกลับมาฟิตสมบูรณ์ทุกคน พร้อมลงสนามช่วยทีมในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันถี่มากๆคือเตะกันทุก 3 วัน นับเป็นความโชคดีของเชลซีที่นักเตะกลับมาสมบูรณ์ได้ถูกเวลาพอดีในช่วงนี้ และนี่คือบทสรุปเกมที่เชลซีเปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ดไปได้ 3-1

  1. ซูเปอร์แฟรงค์ กลับมาใช้ผู้เล่นหลักอีกครั้ง แน่นอนผู้รักษาประตูต้องเป็นของ เมนดี้ อยู่แล้วหากไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่วนคู่เซ็นเตอร์เป็น ติอาโก้ ซิลวา ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมจับคู่กับ คูร์ท ซูม่า คู่หูเซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดในลีกในเวลานี้ แบ็คขวา รีซ เจมส์ ยึดตัวจริงยาวๆส่วนแบ็คซ้ายเป็น เบน ชิลเวลล์ ลงประจำการ
  2. ด้านกองกลาง เอ็นโกโล ก็องเต้ กับ เมสัน เมาท์ คือผู้เล่นมิดฟิลด์ที่การันตีการลงสนามแน่นอนส่วนอีกต่ำแหน่งเป็นของ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่พึ่งหายจากโควิด-19 กับมายึดตำแหน่งตัวจริงอีกครั้งแทนที่ของ โควาซิช ที่ถึงจะโชว์ฟอร์มดีมาตลอดที่ได้ลงสนาม แต่ ฮาแวร์ทซ์ คือผู้เล่นตัวหลักในใจของแลมพ์มากกว่า
  3. สามประสานแนวรุกเกมนี้เป็นไปตามคาด โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ฟอร์มร้อนแรงลงยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี ฮาคิม ซีเย็ค และติโม แวร์เนอร์ คอยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง จริงอยู่ที่ พูลิซิช กลับมาฟิตสมบูรณ์แต่ฟอร์มของชิรูด์ทำให้ สามประสานในฝันของแฟนเชลซี (ซีเย็ค-แวร์เนอร์-พูลิซิช) ยังไม่เกิดขึ้นจริง
  4. นับเป็นเกมแรกในรอบ 8 เดือนที่แฟนบอลสามารถเข้ามาชมเกมในสนามได้ ถึงแม้จะมีเพียงแค่ 2,000 คน แต่มันแตกต่างลิบลับกับช่วงที่ไม่มีแฟนบอลอยู่ในสนามเลย เพราะอย่างน้อยเสียงเชียร์จากแฟนบอลก็ช่วยเพิ่มแรกกดดันให้กับทีมเยือนไม่มากก็น้อย
  5. สิงห์บลูส์ เริ่มเกมได้อย่างดุดันมีโอกาสลุ้นทำประตูตั้งแต่ไม่ถึง 1 นาทีแต่เหมือนจะบุกเพลินไปหน่อยทำให้ ลีดส์ ได้เล่นลูกสวนกลับ คัลวิน ฟิลลิปส์ แทงทะลุช่องให้ แบมฟอร์ด อดีตเด็กปั้นของทีมหลุดไปล็อคหลบ เมนดี้ ที่ออกมาไกลจากปากประตูพอสมควรก่อนยิงเข้าไปง่ายๆให้ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0 ช็อคแฟนบอลเล็กน้อย
  6. อย่างที่เราเห็นกันถ้าหากเป็นฤดูกาลก่อนๆ หากทีมโดนนำโอกาสที่จะพลิกกัลบมาชนะนั้นแทบเป็นไปได้ยาก แต่ในฤดูกาลนี้ การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมช่วยให้เชลซีกลายเป็นทีมที่สามารถเก็บชัยนะได้แม้จะถูกนำไปก่อน ทำให้แฟนเชลซียังมีหวังที่จะคว้าสามแต้มในเกมนี้
  7. ทั้งสองทีมผลัดกันรุกรับอย่างสนุก จริงอยู่ที่ทีมเยือนชื่อชั้นเป็นรองแต่ บิเอลซ่า ทำให้เห็นแล้วว่าพวกเขาพร้อมงัดทุกทีมแม้จะเป็นการมาเยือนทีมใหญ่ๆ ที่พวกเขาไปสร้างบาดแผลมาแล้วหลายครั้งในฤดูกาลนี้ แต่เชลซีเองก็มีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเช่นกันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยิงเม็ดที่สอง
  8. เชลซีเกือบได้ปประตูตีเสมอแต่ ติโม แวร์เนอร์ ที่ยืนอยู่หน้าปากประตูและพยายามที่จะแปะบอลที่พุ่งมาทางเจ้าตัวแต่กลับกลายเป็นว่าช่วยสกัดบอลออกไปทั้งที่บอลกำลังจะเข้าประตูอยู่แล้ว แถมจังหวะที่ยิงซ้ำจ่อๆ ก็ดันไปโดนคานซะอย่างนั้น พลาดตีเสมอไปอย่างเหลือเชื่อ
  9. อย่างไรก็ตามความพยายามของเจ้าถิ่นก็ประสบผลสำเร็จ รีซ เจมส์ ที่เติมขึ้นมารับบอลมาจาก ซีเย็ค ก่อนจะเปิดเข้ากรอบไปให้ โอลิวิเย่ ชิรูด์ พุ่งชาร์จที่เสาแรกบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปตามตีเสมอได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าเขายังคงมีพิษสงในการทำประตูและไม่ผิดหวังที่เลือกเขาลงเป็นตัวจริงในวันนี้
  10. หลังดีใจได้แปบเดียวเชลซีก็ต้องมาเจอข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อฮาคิม ซีเย็ค มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนกัปตันอเมริกาลงสนามมาแทน พึ่งกลับมาฟูลทีมได้ไม่นานก็ต้องสังเวยตัวหลักไปอีกคนนึง ซึ่งต้องตามดูว่าจะอาการหนักเพียงไหน ซึ่งได้แต่หวังว่าจะไม่เป็นไรมากเพราะนี่คือเดือนแห่งความยากลำบากอย่างแท้จริง การที่ผู้เล่นพร้อมลงสนามทุกคนย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
  11. จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 เชลซีพยายามหาช่องเจาะแต่ ลีดส์ ยังคงป้องกันได้อย่างดีและมีโอกาสสวนกลับให้ได้ลุ้นอยู่ตลอด ผลการแข่งขันยังออกได้ทุกหน้า
  12. รูปเกมในครึ่งหลังไม่แตกต่างจากครึ่งแรกมากนักคือต่างฝ่ายต่ายผลัดกันบุกเข้าใส่กัน มีโอกาสให้ลุ้นอยู่บ้างแต่ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น คริสเตียน พูลิซิช พยายามมีส่วนร่วมกับเกมรุกและมีโอกาสได้ครองบอลหลายครั้งเจ้าตัวพยายามหาจังหวะจบสกอร์ด้วยตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยิงไม่ดี ไม่ก็ไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน ซึ่งเจ้าตัวคงหงุดหงิดพอสมควร จริงอยู่เรื่องการครองบอลหายห่วงจนบางครั้งแอบนึกถึงอาซาร์อยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ พูลิซิช ยังต้องแก้ไขคือพยายามสร้างโกาสให้เพื่อนมากขึ้นแทนที่จะหาช่องยิงด้วยตัวเอง อาจจะดีกว่านี้ส่วนจังหวะทำประตูจะมาถึงเองหากอยู่ถูกที่ถูกเวลา เหมือนกับประตูปิดท้ายที่เขายิงได้ เมื่อเห็นแวร์เนอร์กระชากบอลฉีกแนวรับเจ้าตัวไม่รอช้าวิ่งไปกลางกรอบเขตโทษ ก่อนแวร์เนอร์จะถวายพานมาให้เจ้าตัวจะสไลด์บอลเข้าประตูไป ด้วยวัยที่ยังน้อยยังมีโอกาสที่เจ้าตัวจะพัฒนาให้เป็นยอดนักเตะได้ในอนาคต หากไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นง่านซะก่อน
  13. พูดถึงติโม แวร์เนอร์ ซึ่งเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของเขาแต่สุดท้ายเจ้าตัวก็มีแอสซิสต์เป็นรางวัลปลอบใจแม้จะไม่ได้ยิงประตูก็ตาม จังหวะที่กองหน้าชาวเยอรมันกระชากบอลหนีแนวรับด้วยสปีดที่เหนือกว่าคู่แข่งแบบขาดลอย และสิ่งที่สำคัญคือนี่เป็นช่วงทดเจ็บแล้วแต่แกวิ่งเหมือนพึ่งลงสนามมา คือเราเห็นแล้วยังว้าวกับความฟิตของเขา แม้จะไม่มีประตูและมีจังหวะผิดพลาดบ่อยครั้งแต่โดยรวมแล้วเขาคือผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญกับชัยชนะของทีมในวันนี้
  14. ประตูขึ้นนำ 2-1 จาก ซูม่า นั้นช่วยคลายความกดดันให้เจ้าถิ่นไปพอสมควร จากนักเตะที่ถูกแฟนบอลด่าและวิจารณ์หลายครั้งจากความผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้น แต่การเข้ามาของ ติอาโก้ ซิลวา ส่งให้แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสยกระดับตัวเองให้กลายเป็นกองกลังระดับแถวหน้าในฤดูกาลนี้ เกมรับที่ค่อนข้างโดดเด่นและลูกกลางอากาศที่เป็นจุดเด่นของเขา ช่วยให้เกมรับเสียประตูยากขึ้น ด้านเกมรุกก็สามารถโหม่งทำประตูในพรีเมียร์ลีกจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับติโม แวร์เนอร์ที่ 4 ประตู เจ้าตัวพัฒนาขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อซึ่งถ้าหากรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ได้ เชลซีคงได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้อย่างแน่นอน
  15. เป็นเวลากว่า 13 นัดแล้วที่เชลซีสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นซึ่งถ้าหากนับเฉพาะใน 90 นาทีก็ 16 นัดแล้วที่พวกเขาไม่แพ้ใคร นับเป็นผลงานที่สุดยอดและดีที่สุดในยุคของแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซืออย่างเจอร์เก้น คล็อปปผู้พาหงส์แดงพิชิตแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน ก็ออกมายอมรับว่าเชลซีจะกลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่ขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ว่าสุดท้ายยนี้เชลซีจะสามารถมีถ้วยรางวัลมาประดับสโมสรเพิ่มได้หรือไม่

ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

สถิติสำคัญหลังจบเกม

เชลซี – 45.8%  การครองบอล – 54.2% – ลีดส์ ยูไนเต็ด
23 – จำนวนยิงทั้งหมด – 8
11
ยิงเข้ากรอบ3
7
– ยิงออกนอกกรอบ – 4
22
– สร้างโอกาส – 7
318
– ความแม่นยำในการจ่ายบอล – 395
78%
– ความสำเร็จในการผ่านบอล – 82%
8
– เตะมุม – 4
1
– ล้ำหน้า – 4
12
– ฟาวล์ – 9
0
– ใบเหลือง – 2
0
– ใบแดง – 0

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

รีซ เจมส์ – 8.5
แบ็คขวาลูกหม้อของสโมสรลงเล่นครบ 50 นัดให้กับเชลซีชุดใหญ่ในเกมนี้และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรับ แถมเจ้าตัวมีแอสซิสต์ให้ชิรูด์พังประตูในเกมนี้อีกด้วย

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 8
ยังคงรักษามาตรฐานการยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง เกมนี้มีโอกาสหลายครั้งและยิงได้ 1 ประตูเรียกได้ว่าเจ้าตัวคือเบอร์ 1 สำหรับกองหน้าตัวเป้าของเชลซีในเวลานี้เลยก็ว่าได้

เมสัน เมาท์ – 8
กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้กลายเป็นผู้เล่นที่เชลซีจะขาดไม่ได้อีกแล้วในเวลานี้ เขามีส่วนร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับก็ใช้ความขยันลงไปช่วยทีมอยู่เสมอ เกมนี้มี 1 แอสซิสต์ให้กับ คูร์ต ซูม่า ด้วย

คูร์ท ซูม่า – 7.5
กลางเป็นกองหลังเบอร์ 1 ของทีมไปแล้วในขณะนี้ เกมรับที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมและยังทำประตูจากลูกตั้งเตะได้บ่อยครั้งจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ติโม แวร์เนอร์ หากรักษาฟอร์มการเล่นได้รับรองมีถ้วยติดไม้ติดมือแน่นอน

เอดูอาร์ เมนดี้ – 5.5
แม้จะตัดสินใจผิดพลาดในจังหวะที่เสียประตูแรก แต่เจ้าตัวยังรักษาฟอร์มที่เหนียวหนึบได้อย่างดี ช่วยป้องกันประตูได้หลายครั้งในเกมนี้

ติโม แวร์เนอร์ – 5
แวร์เนอร์ โดดเด่นมากในเกมนี้ แม้จะพลาดทำให้ทีมพลาดโอกาสได้ประตู และยิงประตูไม่ได้ทั้งที่ได้หลุดไปดวล 1-1 กับ ผู้รักษาประตู แต่อย่างน้อยเจ้าตัวก็ยังมีแอสซิสต์ให้กับ พูลิซิช เป็นรางวัลปลอบใจ

ติอาโก้ ซิลวา (7), เบน ชิลเวลล์ (7), คริสเตียน พูลิซิช (7), มาเตโอ โควาซิช (6.5), เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (6.5), ไค ฮาแวร์ทซ์ (6), ฮาคิม ซีเย็ค (6), แทมมี่ อับราฮัม (n/a)

ที่มา : Tribuna.com

บทสรุป

เชลซีขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวได้สำเร็จหลังจบเกมนัดนี้ ที่เหลือก็เพียงรอแช่ง ลิเวอร์พูลและสเปอร์สไม่ให้มีแต้มในเกมสัปดาห์นี้ หากพวกเขาต้องการนำเป็นจ่าฝูงเดี่ยวๆหลังจบนัดที่ 11

อย่างไรก็ตามทั้งสองทีมก็มีฟอร์มที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะสเปอร์สของมูรินโญ่ ที่ฟอร์มร้อนแรงเหลือเกิน ขณะที่แชมป์เก่าที่เจอปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บหลายรายแต่ก็ยังเก็บแต้มได้เรื่อยๆ ต้องยอมรับในฝีมือของ คล็อปป์ จริงๆที่สามารถทำให้นักเตะเล่นทดแทนกันได้แม้ว่าจะไม่ได้เทียบเท่ากับตัวจริงแต่ก็เก็บแต้มสำคัญๆได้เสมอ

ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกลต้องรอลุ้นกันต่อไป ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของเชลซี เป็นการเปิดบ้านรับ คราสโนดาห์ ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีกที่ไม่มีผลอะไรแล้วแน่นอนว่าจะเป็นโอกาสของเหล่าแข้งสำรองที่จะได้โชว์ผลงานในเกมนี้ ส่วนตัวหลักก็ได้พักรอเล่นในนัดต่อไป


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

ไฮไลท์เชลซี-3-1-ลีดส์

(ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์) สิงห์แลมพ์โดนก่อนรัวคืนสามเม็ดซิวสามแต้มเต็ม

เชลซีเดินหน้าเก็บสถิติไร้พ่ายได้เป็นนัดที่ 13 ติดต่อกันหลังจากเปิดบ้านแซงเอาชนะ ลีดส์ คว้าสามแต้มสำคัญ (ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์)


ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 10 สิงโตน้ำเงินคราม เปิดบ้านพลิกชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ดไปได้ 3-1 หลังโดนนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม

ไฮไลท์บอลพรีเมียร์ลีก 2020/21 เชลซี 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์เชลซี 0-0 สเปอร์ส

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี : 1-1 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (27′) // 2-1 คูร์ท ซูม่า (61′) // 3-1 คริสเตียน พูลิซิช (90+3′)
ลีดส์ ยูไนเต็ด : 0-1 แพทริค แบมฟอร์ด (4′)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, คูร์ท ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, เบน ชิลเวลล์ – ไค ฮาแวร์ทซ์ (มัตเตโอ โควาซิช น.67), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เมสัน เมาน์ท – ฮาคิม ซิเย็ค (คริสเตียน พูลิซิช น.30), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อับราฮัม น.79), ติโม แวร์เนอร์
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

ลีดส์ ยูไนเต็ด (4-4-1-1) : อิลล็อง เมสลิเย่ร์ – ลุค อายลิ่ง, โรบิน คอช (ดีเอโก้ ยอเรนเต้ น.9), เลียม คูเปอร์, สจ๊วร์ต ดัลลัส – ราฟินญ่า,  มาร์เตอุสซ์ คลิช, คัลวิน ฟิลลิปส์, เอซยาน อลิอออสกี้ (โรดริโก้ โมเรโน่ น.69) – แจ็ค แฮร์ริสัน (เอียน โพเวด้า น.58) – แพทริค แบมฟอร์ด
ผู้จัดการทีม : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 (Goal) – ทีมเยือนสร้างเซอร์ไพร์สแฟนบอลเจ้าถิ่นหลังออกนำไปก่อน 1-0 จากลูกยิงของ แพทริค แบมฟอร์ด อดีตเด็กปั้นของทีม

นาทีที่ 22 – เชลซีเกือบได้ลูกส้มหล่นเมื่อผู้รักษาประตูทีมเยือนออกบอลพลาดหน้าปากประตูตัวเองทำให้โดน โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ตัดบอลแต่ยิงได้ไม่ถนัดนักบอลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 27 (Goal) – เจ้าบ้านตามตีเสมอได้สำเร็จ รีซ เจมส์ เติมขึ้นมาเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ชิรูด์ วิ่งเข้ามาชาร์จเสาแรกเข้าประตูไปเป็น 1-1

จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 61 (Goal) – เชลซี พลิกขึ้นนำได้สำเร็จ เมสัน เมาน์ท เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษและเป็น คูร์ท ซูม่า ขึ้นโขกบอลลอยเข้าประตูไปเป็นประตูที่ 4 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้

นาทีที่ 76 – ติโม แวร์เนอร์ ที่ยังไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดในเกมนี้ ได้จังหวะยิงอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ อิลล็อง เมสลิเย่ร์

นาทีที่ 90+3 (Goal) – เกมทำท่าเหมือนจะจบลงตรงนี้ ในขณะที่ลีดส์พยายามบุกแต่ถูกตัดบอล และเป็น ติโม แวร์เนอร์ พาบอลจี้เข้ากรอบเขตโทษก่อนจ่ายเข้ากลางให้ คริสเตียน พูลิซิช ยังประตูปิดท้ายให้เชลซีเป็น 3-1

จบเกมเชลซีมี 22 คะแนน ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

เชลซี-3-1-ลีดส์

สิงห์บลูส์ดุต่อเนื่อง หลังเปิดบ้านถล่มยูงทองไปสบายเท้า 3-1

สิงห์บลูส์ เชลซี ยังคงรักษาฟอร์มแรงต่อเนื่อง หลังเปิดบ้านเอาชนะ ลีด ยูไนเต็ด3-1 ก่อนขยับขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว


โดย เริ่มเกมในครึ่งแรกไปแค่ 4 นาที ทีมเยือนนำก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะโต้กลับเร็ว คาลวิน ฟิลลิปส์ วางบอลยาวให้กับ แพทริค แบมฟอร์ด แตะหนี เอดูอาร์ เมนดี ยิงเข้าไปง่ายๆ

จากนั้นนาทีที่ 9 เชลซีมีลุ้นบ้าง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ โหม่งชงไปที่เสาสอง ติโม แวร์เนอร์ ยิงผิดเหลี่ยมบอลปลิ้นหนีเท้า ก่อนตามซ้ำดาบสองชนคานอย่างน่าเสียดาย

จนนาทีที่ 27 ลูกทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็ตามตีเสมอเป็น 1-1 สำเร็จ รีซ เจมส์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวามาให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ พุ่งชาร์จเบียดเสาแรกเข้าไป และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเกมเปิดแลกกันมันมากขึ้น และในนาทีที่ 61 เจ้าถิ่นพลิกแซงนำเป็น 2-1 จากลูกเตะมุมของ เมสัน เมาท์ มาที่เสาสอง เคิร์ท ซูมา ขึ้นโหม่งเบียดเสาเข้าไป

ในช่วงทดเวลา สิงห์บลูมาได้ประตูย้ำชัยชนะเป็น 3-1 ติโม แวร์เนอร์ กระชากบอลขึ้นมาทางขวา ก่อนไหลใส่พานให้กับ คริสเตียน พูลิซิช ยิงเข้าไป

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-1 เก็บเพิ่มเป็น 22 คะแนน จาก 11 นัด แซง ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ขึ้นมาเป็นจ่าฝูงชั่วคราว แต่แข่งมากกว่า 1 นัด.

ทั้งนี้ หลังจากครองจ่าฝูงได้ในเกมเมื่อคืนวันเสาร์ ก็โดนคู่แข่งร่วมลอนดอนฉซงไปเรียบร้อยหลังซอน ฮึง มินกับแฮร์รี่ เคน ซัดกันคนละประตู เอาชนะอาร์เซน่อล ไป 2-0 ทำให้สเปอร์แซงนำจ่าฝูงชั่วคราว


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ตลาดนักเตะ

แมนฯยูจัดเต็ม! สรุปดีลซื้อขายผู้เล่นในวันปิด ตลาดนักเตะ

แมนฯยูจัดเต็ม! สรุปดีลซื้อขายผู้เล่นในวันปิด ตลาดนักเตะ

ตลาดนักเตะ
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

วันสุดท้ายของ ตลาดนักเตะ รอบนี้คึกคักเป็นอย่างมากหลังมีดีลที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เสริมทัพแบบจัดหนัก

สรุปดีลที่เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของ ตลาดนักเตะ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญา 5 ราย
– อเล็กซ์ เตลเลส ย้ายมาจาก เอฟซี ปอร์โต้ ค่าตัว 15 ล้านยูโร + ออปชั่น 3 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 4 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
– อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ย้ายมาจาก อตาลันต้า ค่าตัว 21 ล้านยูโร + ออปชั่น 20 ล้านยูโร (ย้ายมาในร่วมทีมช่วงเดือนมกราคม)
–  เอดินสัน คาวานี่ เซ็นสัญญาฟรีหลังหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
– ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ย้ายมาจาก เปนญารอล ค่าตัว 10 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 5 ปี
– วิลลี่ ก็อมบวาล่า ย้ายมาจาก โซโชซ์ ค่าตัวราว 4 ล้านยูโร

อาร์เซนอล เซ็นสัญญา 1 ราย
– โธมัส ปาร์เตย์ ย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด  ค่าตัว 45 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญา 4 ปี

ลีดส์ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญา 1 ราย
– ราฟินญ่า ย้ายมาจาก แรนส์ ค่าตัว 17 ล้านยูโร + ออปชั่นอีก 6 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 4 ปี

ฟูแล่ม เซ็นสัญญา 3 ราย
– ยืมตัว โยอาคิม อันเดอร์เซ่น จาก โอลิมปิก ลียง 1 ฤดูกาล
– โทซิน อดาราบิโอโย่ ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เซ็นสัญญา 3 ปี
– ยืมตัว รูเบน ลอฟตัส-ชีค จาก เชลซี 1ฤดูกาล

เอฟเวอร์ตัน เซ็นสัญญา 2 ราย
– เบน ก็อดฟรีย์ ย้ายมาจาก นอริช ซิตี้ ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ + ออปชั่น 5 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญา 5 ปี
– ยืมตัว โรบิน โอลเซ่น จาก อาแอส โรม่า 1 ฤดูกาล

เซาธ์แฮมป์ตัน เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว ธีโอ วัลค็อตต์ จาก เอฟเวอร์ตัน 1 ฤดูกาล

ลาลีกา สเปน

เซบีย่า เซ็นสัญญา 2 ราย
อุสซามา อิดริสซี่ ย้ายมาจาก อาแซด อัล์คมาร์ ค่าตัว 12 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 5 ปี
คาริม เรกิก ย้ายมาจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ค่าตัว 4 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 5 ปี

แอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว ลูคัส ตอร์เรร่า จาก อาร์เซน่อล 1 ฤดูกาล

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

ยูเวนตุส เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า จาก ฟิออเรนติน่า 2 ฤดูกาล พร้อมเงื่อนไขบังคับซื้อขาด 40 ล้านยูโร + ออปชั่น 10 ล้านยูโร หากนักเตะทำผลงานได้ตามเงื่อนไข

อินเตอร์ มิลาน เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน จาก ปาร์ม่า 1 ฤดูกาล พร้อมออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

นาโปลี เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ จาก เชลซี 1 ฤดูกาล

ฟิออเรนติน่า เซ็นสัญญา 2 ราย
– โฆเซ่ มาเรีย กาเยฆ่อน เซ็นสัญญาฟรีหลังหมดสัญญากับ นาโปลี
– ยืมตัว อันโตนิโอ บาเร็กก้า จาก อาแอส โมนาโก 1 ฤดูกาล

อาแอส โรม่า เซ็นสัญญา 1 ราย
– คริส สมอลลิ่ง ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่าตัว 15 ล้านยูโร + ออปชั่น 5 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 3 ปี

เฮลลาส เวโรน่า เซ็นสัญญา 1 ราย
– นิโกล่า คาลินิช ย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญา 2 ปี

อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญา 2 ราย
– ยืมตัว เคราร์ด เดวโลเฟว จาก วัตฟอร์ด 1 ฤดูกาล
– ยืมตัว อิ๊กนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ จาก วัตฟอร์ด 1 ฤดูกาล

บุนเดสลีกา เยอรมัน

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เซ็นสัญญา 2 ราย
– ยืมตัว มัตเตโอ เกนดูซี่ จาก อาร์เซน่อล 1 ฤดูกาล
– โอมาร์ อัลเดเรเต้ ย้ายมาจาก บาเซิ่ล ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว เซ็นสัญญาระยะยาว

บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญา 3 ราย
– บูน่า ซาร์ ย้ายมาจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ค่าตัว 10 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 4 ปี
– ยืมตัว ดั๊กลาส คอสต้า จาก ยูเวนตุส 1 ฤดูกาล
– เอริค มักซิม ชูโป-โมติง เซ็นสัญญาฟรีหลังหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญา 1 ปี

แอร์เบ ไลป์ซิก เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว จัสติน ไคลเวิร์ต จาก อาแอส โรม่า 1 ฤดูกาล พร้อมออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญา 2 ราย
– ยืมตัว เซบาสเตียน รูดี้ จาก ชาลเก้ 04 1 ฤดูกาล
– ยืมตัว ไรอัน แซสเซอญง จาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1 ฤดูกาล

ลีก เอิง ฝรั่งเศส

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญา 3 ราย
– ยืมตัว มอยเซ่ คีน จาก เอฟเวอร์ตัน 1 ฤดูกาล
– ยืมตัว ดานิโล่ เปเรยร่า จาก ปอร์โต้ 1 ฤดูกาล พร้อมออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
– ราฟินญ่า ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า ค่าตัว 3 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 3 ปี

โอลิมปิก มาร์กเซย เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว มิกกาแอล กุยซ็องส์ จาก บาเยิร์น มิวนิค 1 ฤดูกาล

โอลิมปิก ลียง เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว มัตเตีย เด ชีโย่ จาก ยูเวนตุส 1 ฤดูกาล

แซงต์-เอเตียน เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว พานาจิโอติส เรตซอส จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 1 ฤดูกาล พร้อมออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้าด้วยราคา 6.5 ล้านยูโร

นีซ เซ็นสัญญา 1 ราย
– ยืมตัว เจฟฟ์ แรน-อเดลาอิด จาก โอลิมปิก ลียง 1 ฤดูกาล พร้อมออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้าด้วยราคา 25 ล้านยูโร

ทั้งหมดนี้คือบทสรุปคร่าวๆของ ตลาดนักเตะ วันสุดท้ายในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งนับว่าเป็นการซื้อขายที่ค่อนข้างคึกคักหลังก่อนหน้านี้ค่อนข้างซบเซามาตลอดจนถึงวันสุดท้าย

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

โปรแกรมพรีเมียร์ลีก

คลอดแล้ว! โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ลิเวอร์พูลงานหนัก

โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ออกมาแล้วอย่างเป็นทางการ โดยมีคู่ที่น่าสนใจหลายคู่ โดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล ที่ต้อนรับการมาเยือนของน้องใหม่ ลีดส์ ยูไนเต็ด


ก่อนหน้าที่มีข่าวลือเรื่องของ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลออกมาให้แฟนบอลได้เห็นกัน ล่าสุด พรีเมียร์ลีก ออกมาสยบข่าวลือนั้นด้วยการปล่อย โปรแกรมการแข่งขันที่แท้จริงให้แฟนบอลได้ตื่นเต้นกัน โดยเฉพาะแฟนบอลลิเวอร์พูล

หงส์แดง แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดต้องเจอบททดสอบสุดหินตั้งแต่ต้นฤดูกาล เมื่อต้องปะทะกับ 3 ทีมแกร่ง ไล่ตั้งแต่การเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมน้องใหม่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และออกไปเยือน สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ก่อนกลับไปเล่นในบ้านพบกับ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ในนัดที่ 3 ของฤดูกาล

โปรกแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 5 นัดแรก

การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลจะมีคู่ที่ถูกเลื่อนไป 2 คู่นั่นก็คือ เบิร์นลี่ย์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลล่า เพราะทั้งสองทีมจาก แมนเชสเตอร์ พึ่งแข่งขันบอลถ้วยยุโรปเสร็จสิ้นไป

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2020 6 คู่

คริสตัล พาเลซ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ อาร์เซน่อล
ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พบ เอฟเวอร์ตัน
เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน พบ เลสเตอร์ ซิตี้
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2020 2 คู่

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน พบ เชลซี
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2020 10 คู่

อาร์เซน่อล พบ เวสต์แฮม
แอสตัน วิลล่า พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เชลซี พบ ลิเวอร์พูล
เอฟเวอร์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
ลีดส์ พบ ฟูแล่ม
เลสเตอร์ พบ เบิร์นลีย์
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ คริสตัล พาเลซ
นิวคาสเซิล พบ ไบรท์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2020 10 คู่

ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เบิร์นลีย์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ เอฟเวอร์ตัน
ฟูแล่ม พบ แอสตัน วิลล่า
ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ซิตี้ พบ เลสเตอร์
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์
สเปอร์ส พบ นิวคาสเซิล
เวสต์บรอมวิช พบ เชลซี
เวสต์แฮม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2020 10 คู่

อาร์เซน่อล พบ เลสเตอร์
แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์
ไบรท์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
เบิร์นลีย์ พบ สเปอร์ส
ฟูแล่ม พบ คริสตัล พาเลซ
ลิเวอร์พูล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เอฟเวอร์ตัน
เวสต์แฮม พบ แมนฯ ซิตี้
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิล

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2020 10 คู่

แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เบิร์นลีย์ พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ เวสต์บรอมวิช
ลีดส์ พบ เลสเตอร์
ลิเวอร์พูล พบ เวสต์แฮม
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซน่อล
นิวคาสเซิล พบ เอฟเวอร์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ซิตี้
สเปอร์ส พบ ไบรท์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ

สามารถเข้าไปดู โปรแกรมพรีเมียร์ลีก แบบครบทั้งฤดูกาลได้ที่นี่ : https://www.premierleague.com/news/1754980 อ่านเพิ่มเติม คลอดแล้ว! โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ลิเวอร์พูลงานหนัก

ลีดส์ ยูไนเต็ด

‘บิเอลซา’ สนคว้าตัว ‘บาตชูอายี่’ ร่วมงานอีกครั้งที่ ‘ลีดส์ ยูไนเต็ด’

ลีดส์ ยูไนเต็ด น้องใหม่พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สนใจกองหน้าดาวดับของเชลซี มาล่าตาข่ายในถิ่นเอลแลนด์ โร้ด จากการรายงานของสื่อดังของอังกฤษอย่าง ‘เดอะ ไทม์’ วันที่ 17 ส.ค.63 ที่ผ่านมา


ลีดส์ ยูไนเต็ด เพิ่งกลับคืนสู่พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 16 ปี หลังคว้าแชมป์ลีกเดอะ แชมเปียนชิพ ฤดูกาลที่ผ่านมา

ทางด้านมาร์เซโล บิเอลซา กุนซือของทีม สนใจคว้าตัว มิชี่ บาตชูอายี่ เจ้าของฉายา ‘แบทแมน’ กองหน้าทีมชาติเบลเยียมวัย 26 ปี ของ เชลซี มาร่วมทีม แม้ฤดูกาลที่ผ่านจะโชว์ฟอร์มไม่ดีกับต้นสังกัดก็ตาม

ด้วยผลงานออกสตาร์ตเป็นตัวจริงแค่ 1 นัด และสำรองอีก 15 นัด ให้ทีมสิงห์บลู ทำได้ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ แต่ มาร์เซโล  บิเอลซา เชื่อว่าหาก มิชี่ บาตชูอายี่ มาอยู่กับทีม จะเป็นการยกระดับฟอร์มและเพิ่มการแข่งขันกับ แพทริค แบรมฟอร์ด ศูนย์หน้าตัวเก่งที่ยิง 16 ประตูในลีกแชมเปียนชิพ

ในการแย่งตำแหน่งตัวจริง แต่ปัญหาหลักคือค่าเหนื่อยของ บาตชูอายี ที่รับอยู่กับ เชลซี 1 แสนปอนด์ หรือประมาณ 4 ล้านบาทต่อสัปดาห์ อาจส่งผลต่อเพดานค่าเหนื่อยในทีมลีดส์

ทั้งนี้ มิชี่ บาตชูอายี่และมาร์เซโล บิเอลซา ทั้งคู่เคยร่วมงานกันที่โอลิมปิก มาร์กเซย ในลีกเอิง ฝรั่งเศส แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่สู้ดีนัก และกองหน้าเบลเยียม ก็เคยให้สัมภาษณ์กับ องซ์ มงดิอาล ว่า บิเอลซา ไม่ค่อยคุยกับเขา เมื่อเขาไม่เอาจริงเอาจังในการซ้อม แม้เจ้าตัวทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักก็ตาม มาร์เซโล บิเอลซา ก็ไม่ค่อยคุยกับเขาอยู่ดี

อ่านเพิ่มเติม ‘บิเอลซา’ สนคว้าตัว ‘บาตชูอายี่’ ร่วมงานอีกครั้งที่ ‘ลีดส์ ยูไนเต็ด’

มาเกเลเล่-และ-ฮัสเซลเบงค์

นักเตะในตำนาน ของ เชลซี ตอนที่ 2 โคล้ด มาเกเลเล่ และ จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลเบงค์

นักเตะในตำนาน ของ เชลซี ตอนที่ 2 จะพูดถึง โคล้ด มาเกเลเล่ และ จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลเบงค์ คนหนึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในความสำเร็จของทีม ส่วนอีกคนคือเครื่องจักรถล่มประตูอย่างแท้จริง


ประวัติ โคล้ด มาเกเลเล่ และ จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลเบงค์ 2 ตำนานของทีมเชลซี

นักเตะในตำนาน คนที่ 3 โคล้ด มาเกเลเล่

มาเกเลเล่

สุดยอดกองกลางแห่งยุค เมื่อปี ค.ศ. 2000-2003 เป็นแกนกลางคนสำคัญที่ทำให้เรอัล มาดริด ซึ่งอยู่ในยุคกาลาติกอส พอดี สามารถยืนระยะได้  แต่เมื่อมีคลื่นใต้น้ำของราชันชุดขาว ทำให้โคล้ด มาเกเลเล่ต้องย้ายออกจาก เบอร์นาบิวไป

ซึ่งผลของการขาดหายไปของโคล้ด ทำให้ยุคกาลาติกอส ที่เต็มไปด้วยดารานักเตะ จบลงเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะหาใครมาแทนตำแหน่งโคล้ด ไม่สามารถทำมาตรฐานได้ใกล้เคียง ทำให้ประธานสโมสรเรอัลมาดริด ณ ตอนนั้นต้องลาออกและออกมายอมรับความผิดพลาดที่ปล่อยตัวมาเกเลเล่ไปให้กับเชลซี

ช่วงเวลาสมัยค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลเชลซี

โคล้ด มาเกเลเล่ ชื่อเต็ม โคล้ด มาเกเลเล่ แซ็งดา  ก้าวแรกของการเป็นนักเตะอาชีพ ในปี 1991-1997 ลงเล่นให้กับทีมน็องต์และ ลงเล่นไปทั้งหมด 169 นัด ยิงไป 9 ประตู ผลงานจึงเข้าตา โอลิมปิกมาร์กเซย จึงได้ร่วมทีมโอเอ็ม ในปี 1997-1998 ลงเล่นไปทั้งหมด 32 นัด ยิงไป 2 ประตู ก่อนจะถูกเรอัลมาดริด กระชากตัวไปร่วมทีม

ในขณะที่ โคล้ด มาเกเลเล่ ลงเล่นให้กับเรอัลมาดริดไป 94 นัด ยิงได้ 1 ประตู ก่อนจะถูกขายออกไปให้ เชลซีในช่วงปี 2003 เป็นกองกลางตัวรับคนสำคัญของเชลซี พร้อมพาทีมเถลิงบัลลังก์แชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 50 ปีของสโมสร พร้อมเดินหน้าพาทีมล่าความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นที่รักของแฟนๆ พร้อมกับเป็นที่ยอมรับของบรรดาแฟนลูกหนังทั่วโลก และขนามนามว่า เป็นกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลก ที่เคยมีมา

หลังค้าแข้งกับเชลซี 5 ปีที่ โคล้ด มาเกเลเล่ลงไป 217 นัด รวมทุกรายการ ยิงไป 2 ประตู โดยเกมนั้นเป็นเกมสุดท้ายของเขากับเชลซี นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก ในปี ที่มอสโก

ทั้งนี้ ช่วงเวลา 5 ปีที่โคล้ด มาเกเลเล่ อยู่กับทีม เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 2 สมัย,เอฟเอ คัพ 1 สมัยและลีกคัพ 2 สมัย พร้อมลาทีมซบอก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

บทความที่เกี่ยวข้อง : นักเตะในตำนาน ตอนที่ 3

นักเตะในตำนาน คนที่ 4 จิมมี่ ฟรอยด์ ฮัสเซลเบงค์

ฮัสเซลเบงค์

นักเตะทีมชาติฮอลแลนด์ เล่นในตำแหน่งกองหน้า ช่วงเริ่มต้นในการเล่นฟุตบอล ฮัสเซลเบงค์ เริ่มจากการเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่สโมสรที่ทำให้เขาเป็นที่รูจักของบรรดาแฟนลูกหนัง คือ ลีดส์ ยูไนเต็ด เพราะสามารถยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ หลังจากนั้นแอธเลติโก มาดริด ทีมดังจากสเปน ได้กระชากตัวไปร่วมทีม ด้วยสถานการณ์ที่ทีมตราหมี ไม่สู้ดีนัก จึงได้ลงเล่นเพียง 34 นัด แต่ยังกดไปถึง 24 ประตู

ช่วงเวลาสมัยค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลเชลซี

เชลซีจึงคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2000  และกลายสุดยอดนักเตะหมายเลข 9 ของสโมสรในยุคปี 2000 เป็นต้นไปอย่างแท้จริง เขาซัดไปถึง 26 ประตูในฤดูกาลแรกที่ย้ายตัวเองมาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติสโมสรในตอนนั้นที่ 15 ล้านปอนด์ และซัดโครมไปอีก 29 ประตู ในซีซั่นต่อมา

ภายใต้การคุมทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เขาก็ยังทำค่าเฉลี่ยการยิงประตูได้อย่างยอดเยี่ยม อีก 2 ฤดูกาลหลัง แม้ว่าผลงานจะตกลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงทำประตูสำคัยได้อย่างต่อเนื่อง  น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ที่ฮัสเซลเบงค์ เข้ามาอยู่กับทีมได้เพียง 4 ฤดูกาล ก่อนถูกจะขายไปให้กับ มิดเดิ้ลสโบรห์ ต่อไป

นับว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะ ที่แฟนสิงห์บลู ยกให้เป็นตำนาน ด้วยการเล่นที่จับคู่กับ ไอเดอร์ กุ๊ดยอร์นเซ่น เข้าขารู้ใจกันแบสุดๆ ทำให้แฟนบอลมีความสุขทุกครั้งเมื่อลงเล่นร่วมกัน ทั้งนี้ เอกลักษณ์ที่แฟนๆชอบมากที่สุด ลูกยิงปลิดวิญญาณ ซึ่ง ฮัสเซลเบงค์ทำให้เห็นมาหลายต่อหลายนัดแล้ว

แม้ว่า ส่วนตัว ฮัสเซลเบงค์ จะไม่สามารถ คว้าแชมป์กับเชลซีเลย แต่เขามีส่วนทำประตูสำคัญได้เช่นกัน และยังพาทีมจบอันดับสูงสุดในลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 49 ปี ในปี 2003/04 ด้วยการเป็ร อันดับ 2 ของลีก


อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสร : chelseafc.com

เอดิสัน คาวานี่

แก่แต่เก๋า! บาเยิร์น มิวนิค โดดร่วมวงดึง ‘คาวานี่’ เสริมแกร่ง

แก่แต่เก๋า! บาเยิร์น มิวนิค โดดร่วมวงดึง ‘คาวานี่’ เสริมแกร่ง

เอดิสัน คาวานี่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

สื่อดังแดนน้ำหอม ออกมาเผยว่า บาเยิร์น มิวนิค คือทีมล่าสุดที่สนใจดึง 'คาวานี่' มาเสริมคมหลังนักเตะกำลังจะหมดสัญญากับ เปเอสเช ช่วงซัมเมอร์นี้

Le10Sport สื่อแดนน้ำหอน รายงานว่า’เสือใต้’ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา คือทีมล่าสุดที่สนใจเซ็นสัญญากับ ‘เอดิสัน คาวานี่’ ยอดดาวยิงชาว อุรุกวัย ที่กำลังจะหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทีมแบบฟรีๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้

แม้อายุจะปาไป 33 กะรัตแล้วก็ตาม แต่หลายทีมในยุโรปยังมั่นใจในศักยภาพของ คาวานี่ ว่ายังมีดีพอที่จะเล่นอยู่ในลีกระดับสูงได้ โดยก่อนหน้านี้เขาเคย ตกเป็นข่าวกับ เบนฟิก้า มาแล้ว จนเกือบปิดดีลได้สำเร็จแต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม และอีกทีมคือน้องใหม่หน้าเก่าของ พรีเมียร์ลีก อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่ต้องการ ‘คาวานี่’ ไปเสริมทัพเช่นกัน

ล่าสุด ‘เสือใต้’ เองก็เริ่มสนใจในตัว คาวานี่ ที่ซัดไปกว่า 200 ประตูจาการลงเล่นไป 301 นัดตลอดการค้าแข้งที่ ‘เปเอสเอช’ แต่ติดปัญหาตรงที่ว่า ดาวยิงมากประสบการณ์ต้องการค่าเหนื่อยสูงถึง 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th