คลังเก็บป้ายกำกับ: สรุปประเด็นหลังเกม

เชลซี 3-1 ลีดส์

บทสรุปหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ | ชิรูด์ยิงอีก ซูม่าดาวซัลโวร่วม

เชลซีเดินหน้าเก็บชัยต่อเนื่องขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราวหลังจบเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ ด้านชิรูด์ยังร้อนแรงต่อเนื่องส่วนซูม่าซัดประตูที่ 4 ขึ้นแท่นดาวซัลโวร่วมของทีม


เคิร์ต-ซูม่า
เคิร์ต ซูม่า ฉลองการทำประตูกับเพื่อนร่วมทีม

สรุปประเด็นหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์

เชลซีพึ่งการันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยอันดับที่ 1 หลังบุกไปถล่มเซบีย่ามา 4-0 เรียกได้ว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อเพราะเชลซีโรเตชั่นนักเตะไปถึง 8 ต่ำแหน่งและที่เซอร์ไพร์สกว่าคือการกดคนเดียว 4 เม็ดของ ชิรูด์ นั้นสร้างความลำบากใจให้กับ แลมพาร์ด ในการเลือกศูนย์หน้าตัวจริงของทีม

นับเป็นความลำบากใจที่ค่อนข้างมีความสุขสำหรับผู้เป็นกุนซืออย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เขามีดาวยิงที่พร้อมทำประตูให้ทีมถึงสามคนอีกทั้งนักเตะแนวรุกสามารถเล่นทดแทนกันได้อีกหลายต่ำแหน่ง หากมีใครบาดเจ็บก็สามารถทดแทนกันได้หมด

เกมนี้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้เลยที่นักเตะเชลซีกลับมาฟิตสมบูรณ์ทุกคน พร้อมลงสนามช่วยทีมในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันถี่มากๆคือเตะกันทุก 3 วัน นับเป็นความโชคดีของเชลซีที่นักเตะกลับมาสมบูรณ์ได้ถูกเวลาพอดีในช่วงนี้ และนี่คือบทสรุปเกมที่เชลซีเปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ดไปได้ 3-1

  1. ซูเปอร์แฟรงค์ กลับมาใช้ผู้เล่นหลักอีกครั้ง แน่นอนผู้รักษาประตูต้องเป็นของ เมนดี้ อยู่แล้วหากไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่วนคู่เซ็นเตอร์เป็น ติอาโก้ ซิลวา ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมจับคู่กับ คูร์ท ซูม่า คู่หูเซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดในลีกในเวลานี้ แบ็คขวา รีซ เจมส์ ยึดตัวจริงยาวๆส่วนแบ็คซ้ายเป็น เบน ชิลเวลล์ ลงประจำการ
  2. ด้านกองกลาง เอ็นโกโล ก็องเต้ กับ เมสัน เมาท์ คือผู้เล่นมิดฟิลด์ที่การันตีการลงสนามแน่นอนส่วนอีกต่ำแหน่งเป็นของ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่พึ่งหายจากโควิด-19 กับมายึดตำแหน่งตัวจริงอีกครั้งแทนที่ของ โควาซิช ที่ถึงจะโชว์ฟอร์มดีมาตลอดที่ได้ลงสนาม แต่ ฮาแวร์ทซ์ คือผู้เล่นตัวหลักในใจของแลมพ์มากกว่า
  3. สามประสานแนวรุกเกมนี้เป็นไปตามคาด โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ฟอร์มร้อนแรงลงยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี ฮาคิม ซีเย็ค และติโม แวร์เนอร์ คอยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง จริงอยู่ที่ พูลิซิช กลับมาฟิตสมบูรณ์แต่ฟอร์มของชิรูด์ทำให้ สามประสานในฝันของแฟนเชลซี (ซีเย็ค-แวร์เนอร์-พูลิซิช) ยังไม่เกิดขึ้นจริง
  4. นับเป็นเกมแรกในรอบ 8 เดือนที่แฟนบอลสามารถเข้ามาชมเกมในสนามได้ ถึงแม้จะมีเพียงแค่ 2,000 คน แต่มันแตกต่างลิบลับกับช่วงที่ไม่มีแฟนบอลอยู่ในสนามเลย เพราะอย่างน้อยเสียงเชียร์จากแฟนบอลก็ช่วยเพิ่มแรกกดดันให้กับทีมเยือนไม่มากก็น้อย
  5. สิงห์บลูส์ เริ่มเกมได้อย่างดุดันมีโอกาสลุ้นทำประตูตั้งแต่ไม่ถึง 1 นาทีแต่เหมือนจะบุกเพลินไปหน่อยทำให้ ลีดส์ ได้เล่นลูกสวนกลับ คัลวิน ฟิลลิปส์ แทงทะลุช่องให้ แบมฟอร์ด อดีตเด็กปั้นของทีมหลุดไปล็อคหลบ เมนดี้ ที่ออกมาไกลจากปากประตูพอสมควรก่อนยิงเข้าไปง่ายๆให้ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0 ช็อคแฟนบอลเล็กน้อย
  6. อย่างที่เราเห็นกันถ้าหากเป็นฤดูกาลก่อนๆ หากทีมโดนนำโอกาสที่จะพลิกกัลบมาชนะนั้นแทบเป็นไปได้ยาก แต่ในฤดูกาลนี้ การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมช่วยให้เชลซีกลายเป็นทีมที่สามารถเก็บชัยนะได้แม้จะถูกนำไปก่อน ทำให้แฟนเชลซียังมีหวังที่จะคว้าสามแต้มในเกมนี้
  7. ทั้งสองทีมผลัดกันรุกรับอย่างสนุก จริงอยู่ที่ทีมเยือนชื่อชั้นเป็นรองแต่ บิเอลซ่า ทำให้เห็นแล้วว่าพวกเขาพร้อมงัดทุกทีมแม้จะเป็นการมาเยือนทีมใหญ่ๆ ที่พวกเขาไปสร้างบาดแผลมาแล้วหลายครั้งในฤดูกาลนี้ แต่เชลซีเองก็มีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเช่นกันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยิงเม็ดที่สอง
  8. เชลซีเกือบได้ปประตูตีเสมอแต่ ติโม แวร์เนอร์ ที่ยืนอยู่หน้าปากประตูและพยายามที่จะแปะบอลที่พุ่งมาทางเจ้าตัวแต่กลับกลายเป็นว่าช่วยสกัดบอลออกไปทั้งที่บอลกำลังจะเข้าประตูอยู่แล้ว แถมจังหวะที่ยิงซ้ำจ่อๆ ก็ดันไปโดนคานซะอย่างนั้น พลาดตีเสมอไปอย่างเหลือเชื่อ
  9. อย่างไรก็ตามความพยายามของเจ้าถิ่นก็ประสบผลสำเร็จ รีซ เจมส์ ที่เติมขึ้นมารับบอลมาจาก ซีเย็ค ก่อนจะเปิดเข้ากรอบไปให้ โอลิวิเย่ ชิรูด์ พุ่งชาร์จที่เสาแรกบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปตามตีเสมอได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าเขายังคงมีพิษสงในการทำประตูและไม่ผิดหวังที่เลือกเขาลงเป็นตัวจริงในวันนี้
  10. หลังดีใจได้แปบเดียวเชลซีก็ต้องมาเจอข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อฮาคิม ซีเย็ค มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนกัปตันอเมริกาลงสนามมาแทน พึ่งกลับมาฟูลทีมได้ไม่นานก็ต้องสังเวยตัวหลักไปอีกคนนึง ซึ่งต้องตามดูว่าจะอาการหนักเพียงไหน ซึ่งได้แต่หวังว่าจะไม่เป็นไรมากเพราะนี่คือเดือนแห่งความยากลำบากอย่างแท้จริง การที่ผู้เล่นพร้อมลงสนามทุกคนย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
  11. จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 เชลซีพยายามหาช่องเจาะแต่ ลีดส์ ยังคงป้องกันได้อย่างดีและมีโอกาสสวนกลับให้ได้ลุ้นอยู่ตลอด ผลการแข่งขันยังออกได้ทุกหน้า
  12. รูปเกมในครึ่งหลังไม่แตกต่างจากครึ่งแรกมากนักคือต่างฝ่ายต่ายผลัดกันบุกเข้าใส่กัน มีโอกาสให้ลุ้นอยู่บ้างแต่ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น คริสเตียน พูลิซิช พยายามมีส่วนร่วมกับเกมรุกและมีโอกาสได้ครองบอลหลายครั้งเจ้าตัวพยายามหาจังหวะจบสกอร์ด้วยตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยิงไม่ดี ไม่ก็ไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน ซึ่งเจ้าตัวคงหงุดหงิดพอสมควร จริงอยู่เรื่องการครองบอลหายห่วงจนบางครั้งแอบนึกถึงอาซาร์อยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ พูลิซิช ยังต้องแก้ไขคือพยายามสร้างโกาสให้เพื่อนมากขึ้นแทนที่จะหาช่องยิงด้วยตัวเอง อาจจะดีกว่านี้ส่วนจังหวะทำประตูจะมาถึงเองหากอยู่ถูกที่ถูกเวลา เหมือนกับประตูปิดท้ายที่เขายิงได้ เมื่อเห็นแวร์เนอร์กระชากบอลฉีกแนวรับเจ้าตัวไม่รอช้าวิ่งไปกลางกรอบเขตโทษ ก่อนแวร์เนอร์จะถวายพานมาให้เจ้าตัวจะสไลด์บอลเข้าประตูไป ด้วยวัยที่ยังน้อยยังมีโอกาสที่เจ้าตัวจะพัฒนาให้เป็นยอดนักเตะได้ในอนาคต หากไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นง่านซะก่อน
  13. พูดถึงติโม แวร์เนอร์ ซึ่งเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของเขาแต่สุดท้ายเจ้าตัวก็มีแอสซิสต์เป็นรางวัลปลอบใจแม้จะไม่ได้ยิงประตูก็ตาม จังหวะที่กองหน้าชาวเยอรมันกระชากบอลหนีแนวรับด้วยสปีดที่เหนือกว่าคู่แข่งแบบขาดลอย และสิ่งที่สำคัญคือนี่เป็นช่วงทดเจ็บแล้วแต่แกวิ่งเหมือนพึ่งลงสนามมา คือเราเห็นแล้วยังว้าวกับความฟิตของเขา แม้จะไม่มีประตูและมีจังหวะผิดพลาดบ่อยครั้งแต่โดยรวมแล้วเขาคือผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญกับชัยชนะของทีมในวันนี้
  14. ประตูขึ้นนำ 2-1 จาก ซูม่า นั้นช่วยคลายความกดดันให้เจ้าถิ่นไปพอสมควร จากนักเตะที่ถูกแฟนบอลด่าและวิจารณ์หลายครั้งจากความผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้น แต่การเข้ามาของ ติอาโก้ ซิลวา ส่งให้แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสยกระดับตัวเองให้กลายเป็นกองกลังระดับแถวหน้าในฤดูกาลนี้ เกมรับที่ค่อนข้างโดดเด่นและลูกกลางอากาศที่เป็นจุดเด่นของเขา ช่วยให้เกมรับเสียประตูยากขึ้น ด้านเกมรุกก็สามารถโหม่งทำประตูในพรีเมียร์ลีกจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับติโม แวร์เนอร์ที่ 4 ประตู เจ้าตัวพัฒนาขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อซึ่งถ้าหากรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ได้ เชลซีคงได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้อย่างแน่นอน
  15. เป็นเวลากว่า 13 นัดแล้วที่เชลซีสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นซึ่งถ้าหากนับเฉพาะใน 90 นาทีก็ 16 นัดแล้วที่พวกเขาไม่แพ้ใคร นับเป็นผลงานที่สุดยอดและดีที่สุดในยุคของแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซืออย่างเจอร์เก้น คล็อปปผู้พาหงส์แดงพิชิตแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน ก็ออกมายอมรับว่าเชลซีจะกลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่ขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ว่าสุดท้ายยนี้เชลซีจะสามารถมีถ้วยรางวัลมาประดับสโมสรเพิ่มได้หรือไม่

ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

สถิติสำคัญหลังจบเกม

เชลซี – 45.8%  การครองบอล – 54.2% – ลีดส์ ยูไนเต็ด
23 – จำนวนยิงทั้งหมด – 8
11
ยิงเข้ากรอบ3
7
– ยิงออกนอกกรอบ – 4
22
– สร้างโอกาส – 7
318
– ความแม่นยำในการจ่ายบอล – 395
78%
– ความสำเร็จในการผ่านบอล – 82%
8
– เตะมุม – 4
1
– ล้ำหน้า – 4
12
– ฟาวล์ – 9
0
– ใบเหลือง – 2
0
– ใบแดง – 0

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

รีซ เจมส์ – 8.5
แบ็คขวาลูกหม้อของสโมสรลงเล่นครบ 50 นัดให้กับเชลซีชุดใหญ่ในเกมนี้และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรับ แถมเจ้าตัวมีแอสซิสต์ให้ชิรูด์พังประตูในเกมนี้อีกด้วย

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 8
ยังคงรักษามาตรฐานการยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง เกมนี้มีโอกาสหลายครั้งและยิงได้ 1 ประตูเรียกได้ว่าเจ้าตัวคือเบอร์ 1 สำหรับกองหน้าตัวเป้าของเชลซีในเวลานี้เลยก็ว่าได้

เมสัน เมาท์ – 8
กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้กลายเป็นผู้เล่นที่เชลซีจะขาดไม่ได้อีกแล้วในเวลานี้ เขามีส่วนร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับก็ใช้ความขยันลงไปช่วยทีมอยู่เสมอ เกมนี้มี 1 แอสซิสต์ให้กับ คูร์ต ซูม่า ด้วย

คูร์ท ซูม่า – 7.5
กลางเป็นกองหลังเบอร์ 1 ของทีมไปแล้วในขณะนี้ เกมรับที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมและยังทำประตูจากลูกตั้งเตะได้บ่อยครั้งจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ติโม แวร์เนอร์ หากรักษาฟอร์มการเล่นได้รับรองมีถ้วยติดไม้ติดมือแน่นอน

เอดูอาร์ เมนดี้ – 5.5
แม้จะตัดสินใจผิดพลาดในจังหวะที่เสียประตูแรก แต่เจ้าตัวยังรักษาฟอร์มที่เหนียวหนึบได้อย่างดี ช่วยป้องกันประตูได้หลายครั้งในเกมนี้

ติโม แวร์เนอร์ – 5
แวร์เนอร์ โดดเด่นมากในเกมนี้ แม้จะพลาดทำให้ทีมพลาดโอกาสได้ประตู และยิงประตูไม่ได้ทั้งที่ได้หลุดไปดวล 1-1 กับ ผู้รักษาประตู แต่อย่างน้อยเจ้าตัวก็ยังมีแอสซิสต์ให้กับ พูลิซิช เป็นรางวัลปลอบใจ

ติอาโก้ ซิลวา (7), เบน ชิลเวลล์ (7), คริสเตียน พูลิซิช (7), มาเตโอ โควาซิช (6.5), เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (6.5), ไค ฮาแวร์ทซ์ (6), ฮาคิม ซีเย็ค (6), แทมมี่ อับราฮัม (n/a)

ที่มา : Tribuna.com

บทสรุป

เชลซีขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวได้สำเร็จหลังจบเกมนัดนี้ ที่เหลือก็เพียงรอแช่ง ลิเวอร์พูลและสเปอร์สไม่ให้มีแต้มในเกมสัปดาห์นี้ หากพวกเขาต้องการนำเป็นจ่าฝูงเดี่ยวๆหลังจบนัดที่ 11

อย่างไรก็ตามทั้งสองทีมก็มีฟอร์มที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะสเปอร์สของมูรินโญ่ ที่ฟอร์มร้อนแรงเหลือเกิน ขณะที่แชมป์เก่าที่เจอปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บหลายรายแต่ก็ยังเก็บแต้มได้เรื่อยๆ ต้องยอมรับในฝีมือของ คล็อปป์ จริงๆที่สามารถทำให้นักเตะเล่นทดแทนกันได้แม้ว่าจะไม่ได้เทียบเท่ากับตัวจริงแต่ก็เก็บแต้มสำคัญๆได้เสมอ

ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกลต้องรอลุ้นกันต่อไป ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของเชลซี เป็นการเปิดบ้านรับ คราสโนดาห์ ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีกที่ไม่มีผลอะไรแล้วแน่นอนว่าจะเป็นโอกาสของเหล่าแข้งสำรองที่จะได้โชว์ผลงานในเกมนี้ ส่วนตัวหลักก็ได้พักรอเล่นในนัดต่อไป


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

เซบีย่า-0-4-เชลซี

บทสรุปหลังเกม เซบีย่า 0-4 เชลซี | ชิรูด์ ฟอร์มเทพ เหมาคนเดียว 4 ประตู

สิงโตน้ำเงินคราม ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการคว้าอันดับที่ 1 ของกลุ่มได้สำเร็จหลังจบเกม เซบีย่า 0-4 เชลซี


โอลิวิเยร์-ชิรูด์
โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เหมาคนเดียว 4 ประตูในเกมนี้

สรุปประเด็นหลังเกม เซบีย่า 0-4 เชลซี

เซบีย่า 0-4 เชลซี คือผลการแข่งขันที่เหลือเชื่อและนับเป็นค่ำคือแห่งประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำสำหรับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศสที่ตะบันคนเดียวถึง 4 ประตูและที่สำคัญเป็นชัยชนะเหนือ เซบีย่า ยอดทีมจากสเปนฉายาเจ้าพ่อยูโรป้า ที่บรรดาทีมจากอังกฤษต้องมีหนาวเมื่อต้องเจอกับพวกเขา

หลังจากที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ซัดคนเดียว 4 ตุงในเกมกับ แอสตัน วิลล่าเมื่อปี 2010 ทำให้ ชิรูด์ กลายเป็นแข้งคนแรกในรอบ 10 ปีที่ยิงประตูในเกมเดียวได้ถึง 4 ลูกและยังเป็นนักเตะคนแรกของเชลซีที่ยิงได้ 4 ประตูในรายการนี้อีกด้วย

สี่ประตูของเจ้าตัวในเกมนี้คือการยิงประตูที่สมบูรณ์แบบจากการยิงด้วยเท้าซ้ายและขวา รวมไปถึงลูกโหม่ง ก่อนปิดท้ายด้วยลูกจุดโทษที่เขาโดนทำฟาวล์ก่อนจะลุกขึ้นมาสังหารด้วยตัวเอง ทำให้สถิติไร้พ่ายในฟุตบอลยุโรปของ เซบีย่า ถูกหยุดเอาไว้เพียงเท่านี้ และนี่ยังเป็นชัยชนะ 4 นัดรวดของสิงห์บลูส์นับตั้งแต่ปี 2012 เลยทีเดียว

แม้เชลซีจะผ่านเข้ารอบตั้งแต่นัดที่แล้วที่บุกไปเอาชนะ แรนส์ 2-1 แต่การเก็บสามแต้มในนัดนี้ส่งให้เชลซีเข้ารอบด้วยการเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม E อย่างแน่นอนแล้วต่อให้นัดสุดท้ายพวกเขาจะพ่ายแพ้ก็ตาม

ผลงานของ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในวันนี้ทำให้ แลมพาร์ด ผู้เป็นกุนซือ มีเรื่องต้องปวดหัวในการเลือกศูนย์หน้าตัวจริงแต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทีมมีดาวยิงที่พร้อมจะทำประตูให้กับทีมได้เสมอ ในขณะที่แนวรับก็ทำหน้าที่กันได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง และทดแทนกันได้อย่างสบายๆ

นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขสำหรับสาวกเชลซีอย่างแท้จริง ทีมมีฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาและมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

ไฮไลท์เซบีย่า 0-4 เชลซี

สถิติสำคัญหลังจบเกม

เซบีย่า – 55.1%  การครองบอล – 44.9% – เชลซี
17 – จำนวนยิงทั้งหมด – 14
3 –
ยิงเข้ากรอบ7
4
– ยิงออกนอกกรอบ – 3
12
– สร้างโอกาส – 15
445
– ความแม่นยำในการจ่ายบอล – 349
85%
– ความสำเร็จในการผ่านบอล – 83%
3
– เตะมุม – 7
1
– ล้ำหน้า – 1
10
– ฟาวล์ – 15
4
– ใบเหลือง – 4
0
– ใบแดง – 0

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 10
ฟอร์มการเล่นระดับเวิร์ดคลาสของเจ้าตัวในเกมนี้ทำให้การได้ 10 คะแนนเต็มไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด การทำเพอร์เฟ็คแฮตทริกในเกมระดับนี้ถือว่าเป็นวันที่น่าจดจำของเขาในฐานะแข้งเชลซีเลยทีเดียว

จอร์จินโญ่ – 8
แม้จะไม่มีผลงานอะไรที่โดดเด่นจนน่าชื่นชม แต่มิดฟิลด์ชาวอิตาเลียนรายนี้ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างน่าพอใจ

เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – 7.5
กัปตันจอมแกร่งได้ลงตัวจริงในเกมนี้หลังเสียตำแหน่งให้กับ รีซ เจมส์ ไป แม้เกมรุกจะค่อนข้างเงียบแต่เกมรับเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม

เอเมอร์สัน พัลไมรี่ – 7.5
แบ็คทีมชาติอิตาลีได้ลงตัวจริงแทนที่ของ เบน ชิลเวลล์ และเขาก็โชว์ให้เห็นถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะในเกมรุกที่เจ้าตัวมีบทบาทอยู่บ่อยครั้งในเกมนี้

ไค ฮาแวร์ทซ์ – 7.5
แข้งดาวรุ่งชาวเยอรมัน ทำแอสซิสต์ให้กับ ชิรูด์ ได้ในครึ่งแรกและมีส่วนร่วมกับทีมค่อนข้างเยอะแต่ในครึ่งหลังดูดร็อปๆ ลงไปและถูกเปลี่ยนตัวออกในที่สุด

เอดูอาร์ เมนดี้ (7), อันเดรส คริสเตนเซ่น (7), อันโตนิโอ รูดิเกอร์ (7), มาเตโอ โควาซิช (7), คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (7), เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (7), คริสเตียน พูลิซิช (6), เมสัน เมาท์ (6), ฮาคิม ซีเย็ค (6), บิลลี่ กิลมอร์ (n/a),  ติโม แวร์เนอร์ (n/a)

ที่มา : Tribuna.com

บทสรุป

สิงโตน้ำเงินคราม กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดนับตั้งแต่การเข้ามารับต่ำแหน่งของ แฟรงค์ แลมพาร์ด พวกเขาไม่แพ้ใครมาแล้วมากถึง 12 นัดรวมทุกรายการ แถมเกมรุกก็ยอดเยี่ยมซัดไปถึง 29 ประตู ในขณะที่เกมรับก็สุดยอดไม่แพ้กันโดยเสียไปเพียงแค่ 5 ประตูเท่านั้น

ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะยังรักษามาตรฐานการเล่นที่ยอดเยี่ยมได้อีกนานแค่ไหน นักเตะเริ่มมีความเข้าขาและรู้ใจกันมากขึ้น ในขณะที่สปิริตของทีมก็ดีเช่นเดียวกันจึงไม่แปลกที่พวกเขาจะแข็งแกร่งและมีผลงานที่ดีพอจะลุ้นแชมป์ในบั้นปลายหากพวกเขาสามารถรักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้เอาไว้ได้


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com