คลังเก็บป้ายกำกับ: สิงโตน้ำเงินคราม

ฮาคิม ซิเย็ค

ปีกพรสวรรค์ ฮาคิม ซิเย็ค พ่อมดคนใหม่แห่งสแตมฟอร์ด บริดจ์

ฮาคิม ซิเย็ค ดาวเตะทีมชาติโมร็อกโก ว่าที่คีย์แมนคนสำคัญคนใหม่ ของสิงโตน้ำเงินครามเชลซี เขาพร้อมนำพาไปสู่จุดหมาย ด้วยพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้แก่เขา


ฮาคิม ซิเย็ค ได้ย้ายมา สวมเสื้อของสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยราคาค่าตัว 33.3 ล้านปอนด์ และนอกจากนี้ เขายังถือเป็นนักเตะคนแรกที่ได้ย้ายเข้ามาร่วมทีม เชลซี ในยุคการทำทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด

อีกด้วยจากผลงานในหลายๆเกม ที่เชลซีเปิดสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ หนึ่งส่วนคีย์แมน คนสำคัญที่ส่งให้ทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด พุ่งทะยานสู่อันดับบนหัวตาราง เห็นนะไม่พ้นเงาของฮาคิม ซิเย็ค หลังได้รับแมน ออฟ เดอะ แมตย์ ในหลายๆเกม

เชลซี ฟอร์มสะดุดใน 3 เกมหลังสุด นัดบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน แพ้ 1-0 ตัดมาเป็นเกมในถ้วยยุโรป เสมอกับคราสโนดาร์ 1-1 เกมนี้พอเข้าเพราะเข้ารอบไปแล้ว อีกเกมคือ บุกไปแพ้ให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 ทั้งที่ฟอร์มของวูล์ฟแกว่งสุดๆ

เชื่อไหมว่า 3 เกมที่สิงห์บลูสะดุด แอดคิดว่า เพราะขาดปีกพ่อมดชาวโมร็อกโกทั้งสามเกม อาจจะดูไม่สมเหตุสมผล ที่จะเอานักตะคนเดียว มาตัดสินฟอร์มของทีม แล้วไงล่ะ แอดไม่สน หากคุณติดตามดูเชลซีอย่างจริงจัง และจับจุดที่ผิดพลาด ผมคิดว่าฮาคิม ซิเย็ค มีผลต่อเชลซีมากๆ

ด้วยรูปร่างที่ผอมเพียว ทำให้เขาค่อนข้างเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ จะเน้นการปะทะ เสียเปรียบแน่นอน สิ่งที่ทำให้ซิเย็ค รับมือกับเกมในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษได้ คือเอาจุดเด่นมาหักล้างกัน เทคนิคที่ยอดเยี่ยม เปิดบอลด้วยเท้าซ้ายที่ฉมังสุดๆ สามารถลบจุดอ่อนได้โดยปริยาย

ฮาคิม ซิเย็คฮาคิม ซิเย็ค รับบท เดอะ แบก ต่อจากเอเดน ฮาซาร์
ดาวเตะชาวโมร็อกโก สามารถปรับตัว ทำความเข้าใจในเกม ระหว่างร่วมทีม เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ ระหว่างซิเย็ค กับ โควาซิช และ รีช เจมส์

ริมเส้นคู่นี้ จะสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้แน่ การประสานของพวกเขา ทำให้แดนกลางของเชลซี เล่นได้ง่ายขึ้น เพราะฝั่งคู่แข่ง รู้ถึงอันตรายของทั้งซิเย็คและเจมส์ ยังไง พวกเขาจะต้องเทไปป้องกันลูกเปิดจากด้านข้างแน่ๆ แดนกลาง จึงมีเวลาเดินเกมได้มากขึ้น

ถามว่าทำไมถึงต้องรับบท เดอะแบก หลังหมดยุคของดร็อกบา แลมพาร์ด หรือแม้กระทั่ง ฮาซาร์ ที่เห็นได้ชัดสุด แบกทีมมาตลอดในช่วงท้ายที่เขาค้าแข้งกับเชลซี

หลายคนหลายความคิดเห็น ต้องให้เกียรติในความคิดเห็น ถึงแม้ว่าผลจะออกมายังไง สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องตามเชียร์เชลซีต่อไป ไม่มีวันเลิกเชียร์เพราะ ทีมฟุตบอลนะ ไม่ใช่คู่นอน ที่จะเปลี่ยนได้ตลอดเวลา บายยยย..


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

 

ไฮไลท์แมนฯยูไนเต็ด-0-0-เชลซี

(ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี) สิงห์บลู เสมอสามนัดติด บุกไปแบ่งแต้ม ผีแดง

แนวรับเชลซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ เชลซี บุกไปแบ่งแต้มมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ (ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี)


ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ | สิงโตน้ำเงินคราม เสมอกับคู่แข่งเป็นนัดที่ 3 รวมทุกรายการหลังบุกไปเสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนฯยู 0-0 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :
เชลซี :

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า , วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (เมสัน กรีนวู้ด น.83) – ฆวน มาต้า (ปอล ป็อกบา น.58), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ (เอดินสัน คาวานี่ น.58) – มาร์คัส แรชฟอร์ด
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ –  ไค ฮาแวร์ทซ์ (เมัน เมาน์ท น.72), คริสเตียน พูลิซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.81) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อบราฮัม น.72)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 – โอกาสยิงหนแรกในเกมนี้ต้องรอถึงนาทีที่ 18 จากจังหวะที่ คริสเตียน พูลิซิช ที่ได้ยิงนอกกรอบแต่บอลไปติดบล็อคผู้เล่น เจ้าบ้าน

นาทีที่ 26 – ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ได้รับบอลมาจาก เบน ชิลเวลล์ ก่อนแทงทะลุช่องไปให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่เจ้าตัวกลับทำบอลหลุดเท้าพลาดโอกาสลุ้นทำประตูไปแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 29 – เอดูอาร์ เมนดี้ เกือบปล่อยไก่ จากจังหวะที่แนวรับเคาะบอลกันอยู่บอลมาถึงเจ้าตัวและพยายามจะส่งให้ ซูม่าที่ยืนรอในกรอบเขตโทษแต่เตะผิดเหลี่ยมทำให้บอลเกือบเข้าประตูตัวเอง

นาทีที่ 36 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตัดบอลได้ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ มาคัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดด้วยขวา แต่ เมนดี้ ยืดขาป้องกันเอาไว้ได้ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ

เชลซี ครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าบ้านแต่โอกาสเข้าทำเป็นเจ้าถิ่นที่ดูดีกว่าจบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 58 –โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนผู้เล่นพร้อมกันถึงสองคน โดยส่ง เอดิสัน คาวานี่ ลงประเดิมสนามนัดแรก และ ปอล ป็อกบา ลงไปแทนที่ของ ฆวน มาต้า และ แดเนียล เจมส์

นาทีที่ 59 – เอดิสัน คาวานี่ ที่พึ่งลงมาโฉบมาสะกิดบอลด้วยปลายเท้าบอลพุ่งไปเข้าข้างตาข่ายแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 90 – เจ้าบ้านเกือบมาได้ประตูชัยช่วงท้ายเกม มาคัส แรชฟอร์ด ได้ปั่นบอลเน้นๆ หน้ากรอบเขตโทษบอลโค้งเข้าประตู แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์เซฟ ป้องกันเอาไว้ได้แบบสุดยอด

จบเกมทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์เชลซี-0-0-เซบีย่า

(ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า) สิงห์แลมพ์ประเดิมกร่อย เปิดบ้านเจ๊าจืด เซบีย่า

สิงโตน้ำเงินคราม ประเดิมสนามในศึก ชปล. ได้ไม่ดีนัก หลังทำได้เพียงแค่เสมอกับทีมเยือนจากสเปนไปแบบไร้สกอร์ (ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า)


ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า ศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก | เชลซี ประเดิมคว้าได้เพียงแต้มเดียวจากการลงสนามนัดแรกในศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก โดยเสมอกับยอดทีมแกร่งจากสเปนไปแบบจืดชืด

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เชลซี 0-0 เซบีย่า

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี :
เซบีย่า :

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เดวิด แมสซา

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (มาเตโอ โควาซิช น.65) – เมสัน เมาน์ท (ฮาคิม ซิเยค น.62), ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช (คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย  น.91) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อับราฮัม น.91)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, เซร์จี้ โกเมซ (โจน จอร์ดาน น.33), ดีเอโก้ คาร์ลอส, มาร์กอส อากุนญ่า – อิวาน ราคิติช (ฟรังโก้ วาซเกซ น. 80), แฟร์นานโด, เนมานย่า กูเดลจ์ – ลูคัส โอคัมโปส, ลุค เดอ ยอง (ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ น. 80), ซูโซ่ (โอลิเวอร์ ตอร์เรส  น. 58)
ผู้จัดการทีม : จูเลน โลเปเตกี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 5 – เชลซีได้ทักทายก่อน รีซ เจมส์ เปิดบอลเข้าไปให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ยิงไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน

นาทีที่ 18 – ทีมเยือนเกือบขึ้นนำจากจังหวะที่ ซูโซ่ เปิดบอลไปเสาไกลให้ มานย่า กูเดลจ์ โขกบอลไปแฉลบ คูร์ท ซูม่า เกือบเข้าประตู แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ยังควักลูกออกมาได้ทัน

นาทีที่ 43 – มาร์กอส อากุนญ่า พาบอลหนี คริสเตียน พูลิซิช ก่อนเปิดไปเสาไกลให้ ซูโซ่ ขึ้นโขกแต่บอลหลุดออกไปแบบหวาดเสียว

ทีมเยือนได้ลุ้นประตูก่อนหมดเวลาแต่ เมนดี้ สามารถป้องกันไว้ได้จบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47 – เจ้าบ้านได้ลูกเตะมุม เบน ชิลเวลล์ เปิดไปให้ ซูม่า ขึ้นโขกแต่บอลไปตรงตัว ยัสซีน บูนู พลาดได้ประตูขึ้นนำ

นาทีที่ 55 – ติโม แวร์เนอร์ ได้ปั่นบอลบริเวณ แต่ไม่ผ่านมือนายทวารทีมเยือน

นาทีที่ 58 – ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลให้ รีซ เจมส์ ตักบอลไปให้ ชิลเวลล์ ขึ้นโหม่งแต่ไปตัวตัว ยัสซีน บูนู รับไวได้

นาทีที่ 68 – ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นอีกครั้งอิวาน ราคิติช เปิดลูกเตะมุมเข้าไปให้  โจน จอร์ดาน ยิงตามน้ำบอลเหินข้ามคานออกไป

ช่วงท้ายเกมค่อนข้างอึดอัดและทำอะไรกันไม่ได้จบเกมเสมอกันไป 0-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : www.chelseafc.com/th

เชลซี-ฟีฟ่า-21-Fifa-21

ค่าพลังนักเตะเชลซี ในเกม FIFA 21 ใครเก่งสุดในทีม?

มาดูค่าพลังนักเตะ เชลซี ในเกม FIFA 21 เกมฟุตบอลยอดนิยมของแฟนบอลทั่วโลก ที่พึ่งเปิดให้แฟนเกมได้เล่นกันไม่กี่วันก่อน ใครคือแข้งที่ค่าพลังสูงสุดในทีม


FIFA 21 เกมฟุตบอลชื่อดังได้เปิดให้แฟนบอลทั่วโลกได้เล่นกันเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาหลังจากที่ตลาดนักเตะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยในภาคนี้เชลซีคือทีมระดับ 4.5 ดาว ซึ่งเป็นปีที่ 2 แล้วที่ทีมถูกจัดให้อยู่ในระดับนี้ ลองมาดูกันว่าเหล่านักเตะของ เชลซี จะมีค่าพลังเท่าไหร่กันบ้างในภาคนี้ แข้งใหม่แต่ละคนจะมีค่าพลังเท่าไหร่ และใครคือคนที่มีค่าพลังเยอะที่สุดในทีมเชลซี ไปดูกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง : ติโม แวร์เนอร์ แนะนำซีรีย์ NETFLIX

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : ผู้รักษาประตู

Edouard-Mendy-FIFA-21

สิงโตน้ำเงินคราม ทุ่มเงินซื้อผู้เล่นมาเสริมทัพมากมายในซีซั่นนี้และหนึ่งในนั้นเป็นผู้รักษาประตูอย่าง เอดูอาร์ เมนดี้ ที่เชลซีดึงมาจาก แรนส์ ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ โดย เมนดี้ เข้ามาเพื่ออุดรอยรั่วหลังจากที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ฟอร์มหลุดจนทำให้ทีมเสียประตูแบบไม่น่าเสียอยู่บ่อยครั้ง

สำหรับค่าพลังที่ดีที่สุดของผู้รักษาประตูของเชลซีได้แก่ นายด่านค่าตัวแพงสุดในโลกอย่างเกปา โดยมีค่าพลังที่ 82 ซึ่งลดลงมา 2 คะแนนจากภาคก่อนหน้านี้ ในขณะที่ เมนดี้ มีค่าพลังอยู่ที่ 79 มากกว่า วิลลี่ กาบาเยโร่ มือสามของทีมอยู่ 4 คะแนน

ค่าพลังผู้รักษาประตูเชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – 82 // เอดูอาร์ เมนดี้ – 79 // วิลลี่ กาบาเยโร่ – 75

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองหลัง

Ben-Chilwell-FIFA-21

เชลซี แก้ไขจุดอ่อนในเกมรับด้วยการเซ็น ติอาโก้ ซิลวา มาร่วมทีมแบบฟรีๆหลังหมดสัญญาจาก เปแอสเช แม้เจ้าตัวจะอายุถึง 36 ปีแต่สภาพร่างกายยังสมบูรณ์และประสบการณ์โชกโชน โดย ซิลวา มีค่าพลังอยู่ที่ 85 ซึ่งสุดที่สุดในบรรดาแนวรับเชลซี

เบน ชิลเวลล์ คืออีกหนึ่งแข้งใหม่ที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไปคว้าตัวมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางฝั่งซ้ายของทีมซึ่ง ชิลเวลล์ ทำได้ดีทั้งในเกมรุกและทำได้ยอดเยี่ยมในเกมรับ โดยแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษมีค่าพลังอยู่ที่ 81

ค่าพลังกองหลังเชลซี : ติอาโก้ ซิลวา – 85 // เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – 84 // มาร์กอส อลอนโซ่ – 81 // เบน ชิลเวลล์ – 81 // อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – 81 // เคิร์ต ซูม่า – 80 // เอเมอร์สัน – 79 // อันเดรียส คริสเตนเซ่น – 79 // รีซ เจมส์ – 77 // ฟิกาโย่ โทโมริ – 76 // บาบาห์ รามันห์ – 75

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองกลาง

Hakim-Ziyech-FIFA-21

ฮาคิม ซีเย็ค หนึ่งในนักเตะชั้นยอดของ เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ดาวรุ่งอนาคตไกลของทีมชาติเยอรมันได้ย้ายเข้าสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยยกระดับทีมให้ขึ้นไปเบียดลุ้นแชมป์กับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่นนี้

โดยทั้งสองคนมีค่าพลังรวมเท่ากันอยู่ที่ 85 ซึ่งน้อยกว่า เอ็นโกโล่ ก้องเต้ ผู้ที่มีค่าพลังสูงที่สุดในทีมที่ 88 คะแนน ส่วน เมสัน เมาท์ เด็กปั้นผู้เป็นกำลังสำคัญของ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีค่าพลังอยู่ที่ 80

ค่าพลังกองกลางเชลซี : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ – 88 // ฮาคิม ซีเย็ค – 85 // ไค ฮาแวร์ทซ์ – 85 // มัตเตโอ โควาซิช – 83 // จอร์จินโญ่ – 83 // เมสัน เมาท์ – 80 // วิคเตอร์ โมเซส – 78 // แดนนี่ ดริงวอเตอร์ – 73 // บิลลี่ กิลมอร์ – 71

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองหน้า

การเซ็น ติโม แวร์เนอร์ เข้ามาเสริมทัพถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยม เพราะ แวร์เนอร์ เล่นได้หลากหลายตำแหน่งในเกมรุก ซึ่งเจ้าตัวมาพร้อมกับตำแหน่งรองดาวซัลโวของ บุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นรองเพียง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เพียงคนเดียวเท่านั้น

โดย แวร์เนอร์ ถูกจัดให้เป็นแข้งที่มีพลังรวมสูงสุดในแดนหน้าที่ 85 คะแนน ส่วน คริสเตียน พูลิซิช เบอร์ 10 คนล่าสุดของทีมมีค่าพลังอยู่ที่ 81

ค่าพลังกองหน้าเชลซี : ติโม แวร์เนอร์ – 85 // คริสเตียน พูลิซิช – 81 // โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 79 // แทมมี่ อับราฮัม – 78 // คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย – 74

จัดอันดับผู้เล่นเชลซี ในเกม FIFA 21

1. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ – 88
2. ฮาคิม ซีเย็ค – 85
3. ไค ฮาแวร์ทซ์ – 85
4. ติอาโก้ ซิลวา – 85 
5. ติโม แวร์เนอร์ – 85
6. เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – 84
7. มัตเตโอ โควาซิช – 83
8. จอร์จินโญ่ – 83
9. เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – 82
10. มาร์กอส อลอนโซ่ – 81
11. เบน ชิลเวลล์ – 81
12. คริสเตียน พูลิซิช – 81
13. อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – 81
14. เมสัน เมาท์ – 80
15. เคิร์ต ซูม่า – 80
16. เอเมอร์สัน – 79
17. โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 79
18. อันเดรียส คริสเตนเซ่น – 79
19. เอดูอาร์ เมนดี้ – 79
20. วิคเตอร์ โมเซส – 77
21. แทมมี่ อับราฮัม – 78
22. รีซ เจมส์ – 77
23. ฟิกาโย่ โทโมริ – 76
24. บาบาห์ รามานห์ – 75
25. วิลลี่ กาบาเยโร่ – 75
26. คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย – 74
27. แดนนี่ ดริงวอเตอร์ – 73
28. บิลลี่ กิลมอร์ – 71


ถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com 
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com
ที่มา : Squawka

บทสรุป ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี

บทสรุป ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี ในช่วงตลาดซัมเมอร์ปี 2020

ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ทำให้ สิงห์บลูส์ กลายเป็นทีมที่ใช้จ่ายเงินช็อปนักเตะสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ


สิงโตน้ำเงินคราม ใช้เงินไปมากกว่า 226.1 ล้านปอนด์ในตลาดซื้อขายเตะรอบนี้ โดยเป็นการเสริมผู้เล่นตัวหลักมากถึง 6 รายและผู้เล่นเพื่ออนาคตอีก 2 ราย มาดูบทสรุป ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี กันว่าจะคุ้มค่ากับที่ลงทุ่นไปหรือไม่

รายจ่ายทีมใน พรีเมียร์ลีก ในตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์ ปี 2020

  1. เชลซี ใช้เงินไป 226.1 ล้านปอนด์
  2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้เงินไป 147.0 ล้านปอนด์
  3. แอสตัน วิลล่า ใช้เงินไป 85.0 ล้านปอนด์
  4. ลีดส์ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 84.5 ล้านปอนด์
  5. วูลฟส์แฮมป์ตัน วันเดอร์เรอส์ ใช้เงินไป 83.6 ล้านปอนด์
  6. ลิเวอร์พูล ใช้เงินไป 81.7 ล้านปอนด์
  7. อาร์เซนอล ใช้เงินไป 81.5 ล้านปอนด์
  8. เอฟเวอร์ตัน ใช้เงินไป 65.0 ล้านปอนด์
  9. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ใช้เงินไป 62.0 ล้านปอนด์
  10. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 54.4 ล้านปอนด์
  11. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 53.0 ล้านปอนด์
  12. เลสเตอร์ ซิตี้ ใช้เงินไป 51.5 ล้านปอนด์
  13. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 35.0 ล้านปอนด์
  14. เซาธ์แฮมป์ตัน ใช้เงินไป 34.9 ล้านปอนด์
  15. เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ใช้เงินไป 27.3 ล้านปอนด์
  16. ฟูแล่ม ใช้เงินไป 23.0 ล้านปอนด์
  17. คริสตัล พาเลซ ใช้เงินไป 20.0 ล้านปอนด์
  18. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 20.0 ล้านปอนด์
  19. ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ใช้เงินไป 4.4 ล้านปอนด์
  20. เบิร์นลีย์ ใช้เงินไป 0.0 ล้านปอนด์

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ ของเชลซี

ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี (Skysports)

นักเตะที่ย้ายเข้า

เอดูอาร์ เมนดี้ ย้ายมาจาก แรนส์ ค่าตัว 22 ล้านปอนด์
ติโม แวร์เนอร์ ย้ายมาจาก แอร์แบ ไลป์ซิก ค่าตัว ไม่เปิดเผย
ฮาคิม ซีเย็ค ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ค่าตัว 33.3 ล้านปอนด์
ติอาโก้ ซิลวา ย้ายมาจาก เปแอสเช ค่าตัว ฟรี
เซเวียร์ เอมบูยัมบา ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า ค่าตัว ไม่เปิดเผย
เบน ชิลเวลล์ ย้ายมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ค่าตัว ไม่เปิดเผย
มาล็อง ซาร์ ย้ายมาจาก นีซ ค่าตัว ฟรี
ไค ฮาแวร์ทซ์ ย้ายมาจาก เลเวอร์คูเซ่น ค่าตัว 71 ล้านปอนด์

นักเตะที่ย้ายออก

วิลเลี่ยน ย้ายไป อาร์เซนอล ค่าตัว ฟรี
ลูวิส เบเกอร์ ย้ายไป แทร็ปชอนสปอร์ ยืมตัว
โจช แกรนท์ ย้ายไป บริสตอล โรเวอร์ ค่าตัว ฟรี
เจมีย์ คัมมิ่ง ย้ายไป สตีฟเนจ ยืมตัว
นาธาน ย้ายไป แอตเลติโก มิเนโร่ ค่าตัว 2.7 ล้านปอนด์
ดานิโล่ พานติช ย้ายไป คูการิคกิ ยืมตัว
อิซซี่ บราวน์ ย้ายไป เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ยืมตัว
จามาล แบล็กมาน ย้ายไป ร็อตเธอร์แฮม ยืมตัว
เปโดร ย้ายไป โรม่า ค่าตัว ฟรี
ทาริค อูเวกว์ ย้ายไป แอคคริงตัน สแตนลีย์ ยืมตัว
เอธาน อัมพาดู ย้ายไป เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัว
คอร์เนอร์ กัลลาเกอร์ ย้ายไป เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ยืมตัว
ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ย้ายไป เจนัว ยืมตัว
ลุค แมคคอมิค ย้ายไป บริสตอล โรเวอร์ ยืมตัว
จอน รัสเซลล์ ย้ายไป แอคคริงตัน สแตนลีย์ ยืมตัว

ย้ายเข้า 8 ราย
ย้ายออก 4 ราย
ปล่อยยืม 12 ราย

ยอดกำไร/ขาดทุนสุทธิ

รายจ่าย 226.1 ล้านปอนด์ (ค่าตัวของ ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์ ราวคนละ 50 ล้านปอนด์)
รายรับ 13.5 ล้านปอนด์

สรุป ขาดทุน 212.6 ล้านปอนด์

เชลซีไม่ได้ใช้เงินแม้แต่ปอนด์เดียวจากตลาดนักเตะ 2 รอบก่อนหน้าแต่สร้างรายรับได้อย่างมหาศาลจากการขาย เอเด็น อาซาร์ และ อัลบาโร่ โมราต้า ทำให้เชลซีมีงบให้ใช้ในตลาดซัมเมอร์ปีนี้ราวๆ 200 ล้านปอนด์ ซึ่งถ้าหากหักลบดูแล้วเชลซีลงทุนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามถ้าหากถามว่าคุ้มค่าไหมกับเม็ดเงินที่เสียไปก็ต้องบอกว่า ถ้านักเตะใหม่แต่ละรายสามารถปรับตัวและเล่นกันได้อย่างเข้าขาเมื่อไหร่รับรองว่าจะคุ้มค้าทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปได้อย่างแน่นอน


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

บทสรุปหลังเกม-เชลซี-6-0-บาร์นสลีย์

บทสรุปหลังเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์ | ฮาแวร์ทซ์ แฮตทริก – ซิลวา,ชีลเวลล์ ประเดิม

สิงโตน้ำเงินคราม ผ่านเข้าสู่รอบ 4 คาราบาวคัพ หลังคืนฟอร์มเก่งในเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์ โดย ไค ฮาแวร์ทซ์ กดแฮตทริกพร้อมคว้า MOM ในเกมนี้


การแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการ คาราบาวคัพ รอบ 3 เชลซีเปิดบ้านรับการมาเยือนของ บาร์นสลีย์ โดยเกมนี้ แฟรง แลมพาร์ด ส่งผู้เล่นตัวจริงลงผสมกับผู้เล่นสำรองหลายต่ำแหน่ง แต่ด้วยความต่างชั้นทำให้จบเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

บทสรุปหลังเกม-เชลซี-บาร์นสลีย์
ฮาแวร์ทซ์ และ อบราแฮม ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้

เกมนี้ เชลซี มาในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตูใช้ วิลลี่ กาบาเยโร่ ลงสนามเป็นตัวจริงในขณะที่ เกปา อาริซาบาลาก้า ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง

ในขณะที่แผงแบ็คโฟร์ เซ็นเตอร์คู่กลางเป็น ติอาโก้ ซิลวา ลงประเดิมสนามเป็นเกมแรก จับคู่กับ ฟิคาโย่ โทโมรี่ แบ็คขวากัปตันเดฟลงเป็นตัวจริงในเกมนี้ ขณะที่แบ็คซ้ายเป็น เอเมอร์สัน ลงตัวจริงในขณะที่ เบน ชีลเวลล์ มีชื่อเป็นตัวสำรอง

แดนกลางสามคนใช้ มาเตโอ โควาซิช ยืนคู่กับ รอสส์ บาร์คลีย์ คอยสนับสนุน ไค ฮาแวร์ทซ์ ในเกมรุก

ส่วนสามประสามในแนวรุกใช้ แทมมี่ อบราฮัม ยืนเป็นหน้าเป้าโดยมี เมสัน เมาท์น กับ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ยืนขนาบสองข้าง

ก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น เชลซี ได้ใช้นักเตะใหม่ที่จะเข้ามาเป็นแกนหลักในฤดูกาลนี้เพียงแค่ 2 รายเท่านั้นนั่นก็คือ ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ซึ่ง แวร์เนอร์ ทำผลงานได้ค่อนข้างน่าพอใจในขณะที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ย้ายทีมมาด้วยค่าระดับสถิติสโมสรจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ ซึ่งจากฟอร์มการเล่นใน 2 นัดแรกที่ลงเป็นตัวจริง เขาทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักจนถูกวิจารณ์อย่างหนัก

อย่างไรก็ตามผู้เป็นกุนซืออย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่ได้นิ่งดูดายออกมาปกป้องลูกน้องด้วยการให้เหตุผลว่า ไค มีเวลาให้ซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมค่อนข้างน้อย จึงทำให้ความฟิตกับฟอร์มการเล่นยังดูไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ แน่นอนว่า ป๋าแฟรงค์ รู้ดีว่า ฮาแวร์ทซ์ คือยอดนักเตะและจะกลายเป็นแข้งระดับโลกได้แน่นอนแต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือเวลาในการปรับตัวเท่านั้น

ในขณะที่คนอื่นๆ ยังมีอาการบาดเจ็บและยังไม่ผ่านความฟิตทำให้พลาดลงสนามไป จนมาถึงเกมนี้ ป๋าแลมพ์ ได้โอกาสใช้แข้งใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 ราย นั่นก็คือ ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชีลเวลล์

เกมเมื่อคืนนี้ ไค ลงสนามเป็นตัวจริงเป็นนัดที่ 3 ในต่ำแหน่งที่เจ้าตัวถนัดมากที่สุดคือผู้เล่นหมายเลข 10 แม้เจ้าตัวจะสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในเกมรุกแต่นี้คือตำแหน่งที่ดีที่สุดของ ฮาแวร์ทซ์ อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งนี่คือตำแหน่งที่แฟนบอลอยากให้ ซูเปอร์แฟรงค์ ส่ง หนูไค ลงเล่นมากที่สุด ซึ่งมันก็เกิดขึ้นแล้วในเกมนัดนี้

มาถึงผู้เล่นมากประสบการณ์ที่ได้มาแบบฟรีๆ จาก เปแอสเช อย่าง ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งมีโอกาสได้ประเดิมสนามในเกมนี้เป็นนัดแรกหลังจากรอมานาน นี่คือผู้เล่นที่ สาวกเชลซี คาดหวังว่าจะช่วยยกระดับเกมรับของเชลซีให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ แม้อายุจะปาเข้าไปถึง 36 ปีแล้วแต่สภาพร่างกายโดยรวมยังดูดีกว่าผู้เล่นคนอื่นๆในวัยเดียวกัน

การเข้ามาของ ซิลวา เป็นที่ถกเถียงในหมู่แฟนบอลในช่วงแรก แต่ ณ ตอนนี้ทุกคนเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือดีลที่ยอดเยี่ยมของเชลซี ประสบการณ์ของเจ้าตัวจะสามารถช่วยเหลือผู้เล่นเกมรับรุ่นน้องที่มีอยู่ได้อย่างแน่นอน และไม่จำเป็นต้องไปทุ่มเงินมหาศาลเพื่อที่จะซื้อเซ็นเตอร์เกรดเอ ซึ่งไม่รู้ว่าจะสามารถเล่นได้คุ้มกับเม็ดเงินที่ลงทุนไปหรือไม่

การแข่งขันนัดนี้เปรียบเสมือนการเล่นเกมปรีซีซั่นซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จะให้ผู้เล่นได้เรียกฟอร์มและความฟิต

บทความที่เกี่ยวข้อง : บทสรุปตลาดซื้อขายนักเตะ

หลังเสียงนกหวีดดังขึ้น เชลซีได้โอกาสทำเกมบุกทันทีแต่ยังไม่ได้ลุ้นอะไรมาก การต่อบอลยังดูตะกุกตะกักไปบ้างและทำเสียบอลกันเองอยู่หลายจังหวะเช่นเดียวกับทีมเยือน ช่วงต้นเกม เกมรุกยังดูไม่ดีเท่าไหร่โดนทีมเยือนบุกมากกว่าด้วยซ้ำและได้โอกาสยิงไกลบ่อย เนื่องมาจากการขาดกองกลางตัวตัดเกมแบบธรรมชาติอย่าง ก็องเต้

ติอาโก้ ซิลวา เกมนี้ดูนิ่งแม้จะมีจังหวะพลาดให้เห็น แต่ภาพรวมแล้วเขาทำได้ดีในระดับที่น่าพอใจ ส่วน ไค มีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้นแม้จะดูมีบางจังหวะที่ทำเสียบอลไปบ้าง แต่ดูมีความนิ่งและกล้าเล่นมากขึ้นและมีโอกาสได้ยิงด้วยแต่บอลเบาเกินไป

หลังจากขึ้นนำได้สำเร็จเหมือนเป็นการคลายความกดดันและทำให้ทีมเล่นได้สบายขึ้นก่อนมาได้ประตูที่ 2 จาก ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่โดดเด่นมาตลอดและเป็นการยิงประตูแรกในสีเสื้อเชลซีได้สำเร็จ ในช่วงครึ่งแรกทีมเยือนมีโอกาสได้ส่องไกลหลายครั้งแต่ วิลลี่ กาบาเยโร่ ก็โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบรับไว้ได้ทั้งหมด

โอดอย ที่ได้รับโอการลงเป็นตัวจริงแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยดีแต่ก็ไม่ถึงน่าเกลียด ก่อนจบครึ่งแรกเชลซีนำไปก่อน 2-0 แต่ฟอร์มโดยรวมยังไม่ได้ดีมากหากดูจากคู่แข่งที่เจออยู่

ครึ่งหลังเชลซี เล่นได้ดีมากขึ้น อบราฮัม มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมหากเทียบกับฤดูกาลก่อน เขาพยายามเล่นเพื่อทีมมากขึ้นและโดดเด่นมากในเกมนี้ การจับคู่กับ ไค ทำให้ดูเหมือนทั้งคู่เล่นด้วยกันมาอย่างยาวนาน

เชลซีบวกเพิ่มอีกถึง 4 ประตู ซึ่งเป็นการยิงแฮตทริกของ ไค ฮาแวร์ทซ์ อีกด้วยแน่นอนว่าแฟนบอลคงรู้สึกสบายใจที่ได้เห็นฟอร์มของ ไค เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว

ในขณะที่ อบราฮัมที่ยิงประตูในเกมนี้ได้และยังแอสซิสต์อีก 2 ลูก ทำให้เห็นแล้วว่าการเข้ามาของ ติโม แวร์เนอร์ มีผลกระทบในทางบวกกับ อบราฮัม และทีมอย่างชัดเจน

เบน ชีลเวลล์ ได้โอกาสลงสนามมาในครึ่งหลังก็มีส่วนร่วมกับการทำประตูได้เลยจากลูกครอสจากริมเส้นที่เป็นลูกเก่งของเขา ไปให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองเช่นเดียวกับ โขกประตูปิดท้ายให้เชลซีเอาชนะบาร์นสลีย์ไปแบบขาดลอย 6-0

สถิติหลังจบเกม (Whoscored)

สถิติ เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม (Sky Sports)

ตัวจริง : วิลลี่ กาบาเยโร่ (7), เซซาร์ อัซปิริกวยต้า (6), ฟิคาโย่ โทโมรี่ (6), ติอาโก้ ซิลวา (6), เอเมอร์ซัน พัลไมรี่ (6), รอสส์ บาร์คลีย์ (7), มาเตโอ โควาซิช (7), ไค ฮาแวร์ทซ์ (8), เมสัน เมาท์ (7), คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (7), แทมมี่ อบราฮัม (7)

ตัวสำรอง : เคิร์ต ซูม่า (6), เบน ชีลเวลล์ (7),โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (7)

บทสรุป

จากความผิดหวังในการพ่ายแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล เมื่อนัดที่แล้วถูกลืมไปทันทีหลังจบการแข่งขันนัดนี้ ฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีมดีขึ้นกว่าสองนัดที่ผ่านมา จริงอยู่ที่คู่แข่งอาจจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าแต่เชลซีก็ทำได้อย่างที่ควรจะเป็น

ไค ฮาแวร์ทซ์ เรียกความมั่นใจได้อย่างมากจากการยิงแฮตทริกและเล่นได้อย่างโดดเด่นจนคว้า แมน ออฟ เดอะ แมทซ์ ไปครอง เป็นการเรียกความมั่นใจรวมไปถึงฟอร์มการเล่นแบบที่ควรจะเป็นกลับมาได้สำเร็จ

อบราฮัม มีความพัฒนาที่ดีอย่างเห็นได้ชัด ความกระหายในการทำประตูรวมไปถึงความขยันและวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้นส่งผลดีอย่างมากกับเจ้าตัวและทีมซึ่งถ้าหากเล่นได้ดีแบบดีอย่างต่อเนื่องรับรองว่า ติโม แวร์เนอร์ ไม่ได้สบายอย่างที่ใครคิดแน่นอน

ติอาโก้ ซิลวา มีความนิ่งและมีคว่มเป็นผู้นำที่ดี แฟนบอลส่วนใหญ๋เริ่มมั่นใจในเกมรับของทีมว่าดีขึ้นแน่นอนหลังจากนี้

เบน ชีเวลล์ ที่ถึงแม้จะมีเวลาลงเล่นไม่มากนักแต่ก็สามารถแสดงศักยภาพของตัวเองจนทำแอสซิสต์ให้กับ ชิรูด์ ได้อีก 1 ประตูซึ่งเกมรุกในปีนี้ของเชลซีจะต้องมีการแข่งขันที่สูงขึ้นและส่งผลดีขึ้นต่อทีมแน่นอนหากไม่หลุดฟอร์มกันไปก่อน

โดยรวมแล้วทุกอย่างในเกมนี้ถือว่ายอดเยี่ยมและหวังว่าหากแข้งตัวหลักๆลงสนามกันพร้อมหน้า โอกาสได้แชมป์สักรายการในฤดูกาลนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

ยังไม่ถึงเวลา!-ฟลิค-ชี้สนใจ-ฮัดสัน-โอดอย-จริงแต่ไม่ใช่ในซัมเมอร์นี้

ยังไม่ถึงเวลา! ฟลิค ชี้ เสือใต้ สนใจ ฮัดสัน-โอดอย จริงแต่ไม่ใช่ในซัมเมอร์นี้

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยินร์ มิวนิค ยอมรับสนใจ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกดาวรุ่งของ เชลซี จริงแต่ค่าตัวแพงไปจึงไม่มีทางที่จะย้ายในซัมเมอร์นี้


Sport Bild สื่อกีฬาชื่อดังของเยอรมัน เปิดเผยว่า บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรแห่ง บุนเดสลีกา มีความต้องการที่จะค้วตัว คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกอนาคตไกลของเชลซีมาร่วมทีมแต่ติดที่ค่าตัวแพงเกินไปทำให้ไม่สามารถย้ายมาในช่วงตลาดนักเตะรอบนี้ได้

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือเสือใต้ ชื่นชอบในฝีเท้าของ โอดอย หลังจากที่มีโอกาสได้ดวลกับ เชลซี ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก โดยก่อนหน้านี้ บาเยิร์น เคยยื่นข้อเสนอให้เชลซีมาแล้วเมื่อปี 2018 แต่ถูก สิงโตน้ำเงินคราม ปฎิเสธไป

อย่างไรก็ตาม คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย มีความต้องการที่จะลงสนามให้มากกว่านี้เพื่อโกาสในการไปเล่นศึก ยูโร ในปีหน้า แต่ โอดอยได้รับโอกาสค่อนข้างน้อย และทำไม่ได้ดีนักเมื่อได้รับโอกาส และเชลซีได้เซ็นสัญญากับนักเตะใหม่เข้ามาทำให้เจ้าตัวมองหาโอกาสในการย้ายทีมเพื่อที่จะได้ลงเล่นมากขึ้น

โดยค่าตัวของ โอดอย อยู่ที่ประมาณ 31 ล้านยูโร แต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่ต้องการที่จะปล่อยนักเตะออกไปเพราะหากนับดูผู้เล่นในต่ำแหน่งปีกของเชลซีจริงๆ มีเพียงแค่ 3 รายเท่านั้นหลังจากที่ทีมได้ปล่อย เปโดร และ วิลเลี่ยน ออกจากทีมไป


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

เฟอร์นันโด ตอร์เรส

พอเข้าใจได้! เฟอร์นันโด ตอร์เรส เผยเหตุผลทำตนอำลา ลิเวอร์พูล

เฟอร์นันโด ตอร์เรส อดีตหัวหอก สิงโตน้ำเงินคราม ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อชื่อดัง ถึงเหตุผลที่ทำให้ตนต้องอำลาถิ่น แอนฟิลด์ มาร่วมทีมเชลซี


เฟอร์นันโด ตอร์เรส ย้ายมายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 แม้ว่าฟอร์มการเล่นส่วนตัวจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เขาก็ยังได้แชมป์กับทีมถึงสามรายการได้แก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก กับ เอฟเอ คัพ อย่างละ 1 สมัย ซึ่งต่างกับสมัยที่ค้าแข้งให้กับ ลิเวอร์พูล ที่ไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้เลยต่อให้เล่นได้สุดยอดแค่ไหน

อดีตหอกแก้มแดงได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ ทอล์คสปอร์ต ถึงเหตุผลที่ย้ายมาร่วมทัพเชลซี ว่า “อันที่จริงผมมีความสุขมากๆที่ ลิเวอร์พูล แต่ถ้าหากคุณจำกันได้ ตอนนั้นสโมสรกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ทีมได้ขายนักเตะชั้นยอดออกไป ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ และ ชาบี อลอนโซ่ ก็ย้ายออกไป รวมถึง ราฟาเอล เบนิเตซ ยังแยกทางกับทีมเลย

“หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มเอานักเตะดาวรุ่งเมาอยู่กับทีม ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ต้องใช้เวลาถึง 5, 6 หรือ 7 ปีเพื่อที่จะสร้างทีมที่มีศักยภาพดีพอสำหรับการเป็นแชมป์ขึ้นมา และผมเองก็ไม่สามารถทนรอนานขนาดนั้นได้ ผมจึงจำเป็นที่ต้องหาทางออกให้ตัวเองด้วยการย้ายไป เชลซี ที่ซึ่งทำให้ผมคว้าแชมป์เป็นกอบเป็นกำได้”

ตอร์เรส กล่าวเสริมอีกว่า “มันเป็นความผิดของผมที่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้ นั่นก็เพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้เร็วพอ มันอาจจะมีบางช่วงที่ผมเล่นได้ดี แต่ผมก็ไม่คงเส้นคงวามากเท่าที่ควรเหมือนกัน และการอยู่กับทีมใหญ่อย่าง เชลซี ถ้าคุณไม่สามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีได้ คนอื่นก็จะมาแย่งตำแหน่งของคุณไป”

โดย ตอร์เรส ลงเล่นให้เชลซีไปทั้งหมด 172 รวมทุกรายการ และยิงประตูให้ทีมได้เพียงแค่ 45 ประตูเท่านั้นตลอดการค้าแข้งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

ไอ้เด็กนี่มีของ! บาเยิร์น หวนล่าตัว ฮัดสัน-โอดอย เสริมแกร่งเกมรุก

ไอ้เด็กนี่มีของ! บาเยิร์น หวนล่าตัว คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เสริมแกร่งเกมรุก

บาเยิร์น มิวนิค กลับมาสนใจ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย อีกครั้ง หลังเคยถูกเชลซีปฎิเสธมาแล้ว แต่ต้องแข่งกับ แอร์แบ ไลป์ซิก และ ยูเวนตุส


โอดอย เป็นแข้งที่ เสือใต้ พยายามเซ็นมาร่วมทีมอยู่ตลอดแต่ยังไม่สำเร็จ โดยพวกเขาพยายามมาแล้วหลายครั้งตลอดช่วงปีที่ผ่านมา เพราะ บาเยิร์น ต้องการที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งปีกที่พวกเขามองว่ายังดีไม่พอ โดยยอดทีมแห่งเยอรมันเคยยื่นข้อเสนอมูลค่า 35 ล้านปอนด์ให้ เชลซี พิจารณามาแล้วแต่สุดท้ายก็ไมมีการย้ายตัวเกิดขึ้น

สิงโตน้ำเงินคราม เคยให้โอกาสเจ้าตัวได้พิสูจน์ฝีเท้าอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังเหมือนทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรแถมยังเจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง แถมในฤดูกาลนี้ สิงห์บลูส์ ได้ทุ่มเงินหลายล้านปอนด์เพื่อดึงผู้เล่นหน้าใหม่มาเสริมทัพทำให้โอกาสในการลงสนามของปีกสัญชาติอังกฤษนั้นน้อยลงตามไป

แน่นอนว่าเจ้าตัวต้องการโอกาสลงสนามเพื่อพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นซึ่ง บาเยิร์น ก็พร้อมให้โอกาสนี้กับนักเตะ แต่ไม่ใช่  เสือใต้ เพียงทีมเดียวที่ต้องการเจ้าหนูโอดอยไปร่วมทีมยังมี แอร์เบ ไลป์ซิก กับ ยูเวนตุส ที่สนใจในตัวของแข้งรายนี้เช่นเดียวกัน


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

ไบร์ทตัน 1-3 เชลซี

ทีมที่3ครบสองพันแต้ม! ซูม่า ซัดปิดพาสิงห์ประเดิมชัย (ไบร์ทตัน 1-3 เชลซี)

เกมนัดเปิดหัวของ เชลซี ไม่ง่ายหนักหลังโดน ไบร์ทตัน ทำเกมบุกใส่ตลอดเกมแต่สุดท้ายวัดกันที่ความเฉียบคมทำให้จบเกม ไบร์ทตัน 1-3 เชลซี


ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไบร์ทตัน 1-3 เชลซี | สองแข้งใหม่ที่สิงห์บลูส์เซ็นเข้ามาผ่านความฟิตลงสนามเพียง 2 ราย เท่านั้นได้แก่ ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทต์ สองแข้งเยอรมัน โดยรายแรกโชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างน่าพอใจส่วน หนูไค ยังคงต้องให้เวลาปรับตัวอีกหน่อยสำหรับเวทีพรีเมียร์ลีก

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไบร์ทตัน 1-3 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู

ไบร์ทตัน : 1-1 เลอันโดร ทรอสซาร์ 54′

เชลซี : 0-1 จอร์จินโญ่ 23′ (จุดโทษ) // 1-2 รีซ เจมส์ 56′ // 1-3 คูร์ท ซูม่า 66′

สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

ฺผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ไบรท์ตัน (3-4-1-2): แม็ทธิว ไรอัน – เบน ไวท์ (ปาสกาล กรอสส์ น.79), ลูอิส ดังค์, อดัม เว็บสเตอร์ – ทาริก แลมป์ตีย์, สตีเว่น อัลซาเต้ (อลิเรซ่า ยาฮานบาคช์ น.79), อีฟส์ บิสซูม่า, ซอลลี่ มาร์ช – อดัม ลัลลาน่า (อารอน คอนนอลลี่ น.45) – เลอันโดร ทรอสซาร์, นีล โมเปย์

ผู้จัดการทีม : แกรม พ็อตเตอร์

เชลซี (4-3-3): เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์, คูร์ท ซูม่า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, มาร์กอส อลอนโซ่ – รูเบน ลอฟตัน-ชีค (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.61), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า น.85) – ไค ฮาแวร์ทซ์ (คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย น.80),  ติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาท์

ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เกมนัดแรกอย่างเป็นทางการของ สิงโตน้ำเงินคราม ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 โดยเกมนี้มีคิวบุกไปเยือน เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ของ ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

แกรม พ็อตเตอร์ ส่งสามประสานลงตัวจริงตามคาดนำโดย อดัม ลัลลาน่า ประสานงานร่วมกับ เลอันโดร ทรอสซาร์ และ นีล โมเปย์ นอกจากนี้เจ้าบ้านทำเซอร์ไพร์สเล็กน้อยด้วยการส่งดาวรุ่งวัย 19 ปีอย่าง ทาริก แลมป์ตีย์ อดีตเด็กปั้นสิงห์บลูส์ยืนประจำการในตำแหน่งแบ็คขวา

ด้านทีมเยือน แฟรงค์ แลมพาร์ด ส่งแข้งใหม่ชาวเยอรมันลงสนามพร้อมกัน 2 ราย นับเป็นการประเดิมสนามนัดแรกของทั้งคู่ โดยทำเกมรุกร่วมกับ เมสัน เมาท์ และ รูเบน ลอฟตัส ชีค

ครึ่งแรก

นาทีที่ 5 – เจ้าถิ่นได้ทักทายก่อนจากจังหวะส่องไกลด้วยขวาของ อดัม เว็บสเตอร์ แต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 12 – เชลซี ได้โอกาสมักทายครั้งแรกจากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ เปิดบอลเข้ากลางให้ ติโม แวร์เนอร์ โขกบอลไปแฉลบแนวรับเจ้าบ้านบอลไปเข้ามือ แม็ทธิว ไรอัน

นาทีที่ 14 (Goal) – สิงโตน้ำเงินคราม มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ แวร์เนอร์ โดนรวบล้มในกรอบเขตโทษ และเป็น จอร์จินโญ่ รับนหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดทีมเยือนออกนำ 1-0

นาทีที่ 26 – เจ้าบ้านพยายามบุกหนักเพื่อเอาประตูตีเสมอ ทาริก แลมป์ตีย์ เปิดบอลไปให้ นีล โมเปญื โฉบโหม่งแต่บอลไปโดนหัวไหล่ก่อนเข้ามือ เกปา รับไว้ได้สบายๆ

นาทีที่ 45+2 – ติโม แวร์เนอร์ เกือบประเดิมลูกแรกได้สำเร็จหลังจากได้โอกาสหลุดไปยิงมุมแคบ แต่บอลไปติดเซฟ ผู้รักษาประตูอย่างน่าเสียดาย

จบครึ่งแรกเจ้าบ้านรูปเกมดูดีกว่าค่อนข้างเยอะ แต่เชลซีกุมความได้เปรียบจากลูกจุดโทษทำให้นำอยู่ 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 54 (Goal) – หลังบุกใส่อยู่นาน ไบร์ทตัน ก็ตามตีเสมอได้สำเร็จเมื่อ ทาริก แลมป์ตีย์ ไหลบอลให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ แต่งบอลก่อนตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งรอดแขด เกปา อาร์ริซาบาลาก้า เข้าไปประตูไปเป็น 1-1

นาทีที่ 56 (Goal) – เชลซี ตั้งหลักได้อย่างรวดเร็วหลังโดนตีเสมอ รีซ เจมส์ ที่ได้รับบอลจาก จอร์จินโญ่ ก่อนตั้งป้องยิงไกลกว่า 30 หลาบอลพุ่งเสียบตาข่ายสุดสวยให้ทีมเยือนหนีห่างอีกครั้งเป็น 2-1

นาทีที่ 66 (Goal) – เชลซี มาได้ประตูปิดท้ายจากจังหวะลูกเตะมุม รีซ เจมส์ที่รับหน้าที่ในวันนี้บรรจงเปิดบอลเข้าไปกลางประตูและเป็น ครู์ท ซูม่า ตวัดยิงบอลไปแฉลบ อดัม เว็บสเตอร์ เข้าประตูไปทีมเยื่อนหนีห่าง 3-1

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมพยายามบุกเพื่อทำประตูแต่ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้จบเกม สิงห์บลูส์ บุกคว้าสามแต้มพร้อมทำสถิติเป็นทีมที่ 3 ที่เก็บแต้มครบ 2,000 แต้มได้สำเร็จต่อจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ฮาร์เซนอล


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th