คลังเก็บป้ายกำกับ: สิงโตน้ำเงินคราม

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ค่ำคืนสีน้ำเงิน ท้องฟ้าสีน้ำเงินและ ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ค่ำคืนสีน้ำเงิน ท้องฟ้าสีน้ำเงินและ ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 หลังจบเกมใน 90 นาที เหล่าขุนพลเชลซี  สต๊าฟโค้ชและนักเตะตัวสำรอง วิ่งกรูเข้ามาในสนาม เป็นการประกาศศักดาว่า เชลซีคว้าแชมป์ยุโรป สมัยที่ 2

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนัดชิงชนะเลิศ UCL  นี่เป็นฤดูกาลของเหล่าสิงห์บลูส์ ที่มีครบทุกรสชาติ ตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนจบฤดูกาล แฟนเชลซีฤดูกาลนี้ถ้าไม่ได้เกาะสนามติดตามผลงานของทีม บอกเลยว่าน่าเสียดายจริงๆ 

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021

ยิ่งเห็นช็อตที่ เมนดี้ กุมหน้าร้องไห้ ติอาโก้ ซิลวา สวมกอดกับทูเคิ่ล น้องไค นั่งก้มหน้าร้องไห้ด้วยความดีใจสุดขีด มันเป็นอารมณ์ที่แฟนบอลอย่างเรา ซึ้งใจและดีใจไปกับพวกเขาด้วย มันเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติที่หลั่งมาแบบไม่รู้ตัว

ไม่มีใครคาดคิดว่า สิงโตน้ำเงินคราม จะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคขึ้นมาเถลิงบัลลังก์แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ หากมองย้อนกลับไปช่วงต้นฤดูกาล 2020-2021 สารพัดปัญหาเข้ามามากมาย ทำให้ฟอร์มของสิงห์บลูส์ตกหล่นไปด้วย ถึงขนาดตกไปอยู่กลางตารางของพรีเมียร์ ลีก และสิ่งที่สะเทือนขวัญต่อเหล่า เดอะ บลูส์ คือการปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด ออกจากการเป็นผู้จัดการทีม

แต่ทว่าการเข้ามาของโค้ชเยอรมัน ทำให้เชลซีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทีมที่ฟอร์มตกขาดความมั่นใจ เกมรับรั่ว กลายเป็นทีมที่เล่นด้วยยากและเสียประตูยากสุดๆ นักเตะที่เคยโดนมองข้าม หรือโดนดองยาว ก็กลับมามีตำแหน่งและลงช่วยทีมได้บ่อยขึ้น เห็นได้ชัดจากรายของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์

ในรายอื่นๆ ที่โดนวิจารณ์หนักๆ ก็ได้แก่ จอร์จินโญ่ , คริสเตียนเซ่น ,อลอนโช่ แม้แต่ดูโอ้เยอรมันอย่าง ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ในส่วนของ ฮาแวร์ทซ์ ที่ดูน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะว่าด้วยสไตล์ที่เชื่องช้าและดูทำอะไรก็ไม่เป็นใจ กลับมีฟอร์มที่โดดเด่นมากๆ และสามารถทำประตูได้เรื่อยๆ แถมการครองบอลและการหาพื้นที่ ทำได้เนียนตาเหมือน ฮาแวร์ทซ์ คนเดิมที่โด่งดังกับห้างขายยา

ส่วนกรณีของ แวร์เนอร์ แน่นอนเขาไม่สามารถยิงเป็นกอบเป็นกำเหมือนดั่งยุคซุปเปอร์แฟรงค์ แต่ว่ายุคทูเคิ่ล ยามที่เขาลงสนาม ทีมมักไม่ค่อยแพ้ และเก็บชัยชนะเป็นส่วนมาก เขามีความเร็ว และการฉีกแนวรับ ฉีกตัวประกบได้ดี จนทำให้เพื่อนเล่นได้ง่ายขึ้น มีช่องทำทาง ตรงนี้ต้องให้เครดิตเขาเต็มๆ

มาถึง เมสัน เมาท์ ที่หลายคนกังวลว่า เขาจะไม่มีบทบาทแน่นอน หลังจากการไปของแฟรงค์ ผู้ที่ปลุกปั้น ชุบเลี้ยงเขามาจนเกิดครหาว่า เป็นลูกรัก แต่เพชรย่อมเป็นเพชร เมาท์ตอกกลับคำวิจารณ์เหล่านั้น ด้วยผลงานในสนาม ซึ่งตอนนี้ไม่ต้องบอกแล้วว่า เมาท์ ก้าวไปถึงระดับไหน แอดว่าทุกคนได้เป็นที่ประจักษ์ในสายตากันแล้ว

ทุกคนกลายร่างขันน็อต งัดฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา เล่นเกมของตัวเอง รู้ว่าจะต้องทำอะไร ทำยังไงถึงจะได้เปรียบ จะบอกว่าเป็นที่ตัวนักเตะ ไม่มีแพชชั่น มันก็ถูกครับ แต่อย่าลืมว่า การสร้างเสริมแพชชั่น จะต้องมาจากการปลุกเร้าของผู้จัดการทีม ความเชื่อใจ และวางใจกันและกันของนักเตะและโค้ช

เชลซี แชมป์ยุโรป 2021 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ควรค่ากับบัลลงดอร์

71% ของพื้นที่โลกถูกปกคุลมด้วยน้ำ ส่วนอีก 29% ถูกปกคุลมโดยก็องเต้ วลีเด็ดนี้ มันช่างเหมาะสมอะไรเพียงนี้ เอ็นโกโล่ ฟอร์มเข้าฟักสุดขีด หลังคว้าแมน ออฟ เดอะแมตช์ 3 เกมติด นับตั้งแต่เกมรอบรองชนะเลิศ กับราชันชุดขาวมาจนถึงนัดชิงชนะเลิศกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ก็องเต้ ทำได้อย่างโดดเด่น ในเกมนัดชิงกับเรือใบ ไม่ว่าจังหวะการตัดเกม คู่ต่อสู้ หรือการชะลอเกมรุก กองกลางผู้ถ่อมตน ทำได้ดีจริงๆ ตัดเกมได้ 2 หน แท็กเกิลชนะ 3 หน เอาชนะลูกกลางอากาศได้ถึง 4 ครั้ง แม้แนวรุกมหาพระกาฬของเรือใบสีฟ้า ต่อเกมขึ้นมาดีๆ มาเจอ ก็องเต้ คอยชะลอเอาไว้จนทำให้จังหวะไม่ไหลลื่นเหมือนที่เคยเป็น

ยิ่งคีร์แมนอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ จับบอล พยามจะไหลบอล จะเห็นว่าก็องเต้ จะคอยซ้อนเพื่อนตลอด หากเพื่อนพลาด ก็จะเจอก็องเต้ทันที ส่วนในจังหวะเกมบุก ก็องเต้ ก็ยังช่วย เดินเกมพาบอลขึ้นไปสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม เช่นเดียวกัน นี่คือสาเหตุ ว่าทำไม ทูเคิ่ล ถึงต้องรอดูอาการของ ก็องเต้ จนวินาทีสุดท้าย บอกตรงๆ ถ้าแดนกลางของเชลซี ขาดชายที่ชื่อ ก็องเต้ ในเกมนี้ ผลการแข่งขัน อาจจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ก็ได้

อย่างไรก็ตามความดีทั้งหมดต้องยกให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ด้วยเช่นกัน นั่นก็เพราะว่าครั้งที่เจ้าตัวคุมทีม ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่าฯ เชลซีเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยม และ ทูเคิ่ล ก็มาสานต่องานของ แฟรงค์ ซึ่งกุนซือชาวเยอรมันยอมรับว่า ทรัพยากรที่แฟรงค์ทิ้งไว้ เขาบอกเลยว่ามันน่าตื่นเต้น เพราะทุกคนเต็มไปด้วยคุณภาพคับแก้ว

ในระหว่างเส้นทางก่อนที่ เชลซี จะคว้าแชมป์ยุโรป แน่นอนว่าการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ย่อมไม่มีทีมไหนเหนือกว่าใคร เพราะการเข้ามาถึงรอบนี้ ย่อมเป็น เสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้งหมด โดยรอบ 16 ทีม พบกับ “ตราหมี” แอตฯมาดริด รอบ 8 ทีม พบ “ปอร์โต้” จากโปรตุเกส และรอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับเจ้ายุโรป 13 สมัย ซี่งมากที่สุดในบรรดาสโมสรยุโรป

แน่นอนว่ามันไม่ใช่งานที่ง่ายเลย แถมกุนซือผู้กุมบังเหียนอยู่ก็คือ ซีเนดีน ซีดาน เจ้าของสถิติ คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติด ความเคี่ยวและการวางแท็คติคที่ชาญฉลาดทำให้นี่คือกระดูกชิ้นโตของ เชลซี แต่ทว่าขุนพล สิงห์บลูส์ ก็ไล่คำรามใส่ไม่ยั้งชนิดที่ ซีดาน ยอมรับว่าสู้เชลซีไม่ได้จริงๆ และพวกเขาสมควรเป็นผู้ชนะแล้ว

หลังเข้ารอบชิงชนะเลิศ แฟนเชลซี ต้องมีเสียวกันบ้างแหละ เนื่องจากเกมก่อนหน้าในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ก็ดันพลาดท่าแพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ต่อมา เชลซีทีมหญิง ที่ได้เข้าชิงยูฟ่าฯ เช่นเดียวกัน แฟนๆก็มั่นใจว่าจะคว้าแชมป์สมัยแรกของทีมหญิง แต่สุดท้ายก็พลาดท่าแพ้ให้กับทีมหญิงบาร์เซโลน่าแบบขาดลอย 0-4

อีกทั้งต้องมานั่งลุ้นปัสสาวะเหนียว ลุ้นท็อปโฟร์ในช่วงนัดสุดท้าย แต่โชคดี ที่พญาวานร ยิงช่วยให้ สิงห์บลูส์ ไม่ต้องไปเล่น ยูโรป้า ลีก ในนัดปิดฤดูกาล

ความเจ็บปวดจาก เอฟเอ คัพ และการผ่านเรื่องราววุ่นๆในช่วงต้นฤดูกาล มันเป็นแรงผลักดันให้ สิงห์บลูส์ ตัวนี้ไม่มีทางเลือก เมื่อ สิงโตน้ำเงินคราม ยุคสายเลือดใหม่ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา ความกระหายของพวกเขาก็ไม่ต่างจากสิงโตหนุ่มที่กำลังคันเขี้ยวสุดๆ

เห็นได้จากนัดชิงกับ แมนฯซิตี้ พูดได้เต็มปากเลยว่าเหล่าพลพรรค เรือใบ สู้สิงโตไม่ได้เลย แค่การเดินเกมของเรือใบก็ดูไม่มีอะไรแล้ว เชลซีสวนแต่ละดอกได้ลุ้นหมด นี่ถ้ากองหน้าสไตล์โป้งเดียวจอดอย่าง เลวานดอฟสกี้นะ อาจมีสกอร์ที่ 5-6 ประตูเลยก็ได้ใครจะไปรู้ จะหาว่าโม้หรือว่าคุยก็ได้นะ แต่ผมไม่สน เพราะเชลซีเป็นแชมป์แล้ว จะทำอะไรก็ได้ ฮ่าๆ

เดี๋ยวเราไปชมบรรยากาศและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นใน รอบชิงชนะเลิศ ประจำวันเสาร์ที่ 29 พ.ค. 64 ที่สนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา, ปอร์โต ประเทศโปรตุเกส (สนามกลาง) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ

เชลซีคว้าแชมป์ยุโรป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และ ฟิล โฟเดน

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ (GK), รีซ เจมส์, ติอาโก ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า, จอร์จินโญ, เอ็นโกโล ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์, ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาท์ และ ติโม แวร์เนอร์

เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 8 แมนฯ ซิตี้ ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง พยายามจะตอกส้นยิงในเขตโทษ แต่ เอดูอาร์ด เมนดี้ นายด่านของเชลซี เซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 10 โอกาสของเชลซี เมื่อ ไค ฮาแวร์ทซ์ เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้ากลางเขตโทษให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่ดันยิงแป้กอย่างน่าเสียดาย

เชลซีได้ลุ้นอีกแล้ว เมสัน เมาท์ จ่ายบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ ยิงในเขตโทษ แต่บอลตรงตัว เอแดร์สัน โกลของแมนฯ ซิตี้

นาทีที่ 15 เชลซีได้ลุ้นต่อเนื่อง เมสัน เมาท์ จ่ายบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ กระชากเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดเน้นๆ บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

ถึงนาทีที่ 28 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ผ่านบอลให้ ฟิล โฟเดน ได้ยิงจ่อๆ แต่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปรี่มาบล็อกไว้ได้ทัน

แต่ทว่านาทีที่ 42 กลายเป็น เชลซี ที่มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ จ่ายบอลทะลุให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเดี่ยวก่อนแตะหลบ เอแดร์สัน แล้วยิงเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก เชลซี นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ พยายามบุกใส่ แต่นาทีที่ 72 กลายเป็น เชลซี ที่ได้ลุ้นสกอร์เพิ่ม จากจังหวะที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ คริสเตียน พูลิซิช ยิงหลุดเสาไกลไปนิดเดียว

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เชลซี ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก มาครองเป็นสมัยที่ 2 ของสโมสรได้สำเร็จ

ดาวรุ่งอังกฤษ

ที่ผ่านมา มักมีคำถามมาโดยตลอดว่า ลอนดอนเป็นสีอะไร? ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่า “ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน” ก็ดูจากถ้วย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยสิ ทีมในลอนดอนยังไม่เคยได้สักทีม มีแต่ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เท่านั้น ที่คว้ามาได้แล้วถึง 2 สมัยและมีโอกาสที่จะมีสมัยที่ 3-4-5 ตามาอย่างแน่นอน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ชุดนี้ อายุเฉลี่ยค่อนข้างน้อยมากๆ ยังมีเวลาให้พวกเขาเติบโตไปอีกไกลแสนไกล การคว้าแชมป์ครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเติมเชื้อเพลิงในตัวพวกเขา พวกเขาคว้าแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ตั้งแต่อายุยังไม่มาก มันถือเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดจริง

หลังจากนี้ เชลซี สิงโตน้ำเงินครามตัวนี้ ได้กลายร่างเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว พวกเขาพร้อมแล้ว กับการออกล่าเหยื่อเป็นถ้วยรางวัล ผมเชื่อเหลือก่อนว่า โธมัส ทูเคิ่ล ชายผู้บังคับทิศทางของสิงโตตัวนี้ จะไล่ล่าทุกความสำเร็จและเชื่อว่า เขาจะทำทีมได้ อย่างที่ปากเขาพูดไว้ “เราจะสร้างทีมที่ไม่มี ใครอยากจะเผชิญหน้า”

#เห่าดง

Chelsea Road to Champions League Victory - 2021

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ลูกากู

สื่อดังเผย เชลซี สนใจดึง โรเมลู ลูกากู ล่าตาข่ายให้กับทีมหลังจบซีซั่นนี้

สื่อดังเผย เชลซี สนใจดึง โรเมลู ลูกากู ล่าตาข่ายให้กับทีมหลังจบซีซั่นนี้

ลูกากู
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซี ยอดทีมแดนผู้ดี ตกเป็นข่าวเตรียม โรเมลู ลูกากู  มาล่าตาข่ายให้กับทีมหลังจบซีซั่นนี้

สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวเตรียมล่าหัวหอกจากลีกแดนมักกะโรนีอย่าง โรเมลู ลูกากู จากอินเตอร์ มิลาน มาล่าตาข่ายให้กับทีมหลังจบฤดูกาลนี้ จากการรายงานของ เดลี เมล์ สื่อชื่อดัง

แม้เชลซี จะเพิ่งคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ มาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมชั้นนำจาก บุนเดสลีกา เยอรมนี ด้วยค่าตัว 47.5 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,068 ล้านบาทมาช่วงซัมเมอร์ แต่ทว่าหัวหอกชาวเยอรมัน กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มรวมถึงยิงประตูได้ตามที่คาดหวังทำให้ทีมเริ่มมีข่าวกับกองหน้ารายใหม่แรงขึ้นเรื่อย

จึงเป็นสาเหตุทำให้ โธมัส ทูเคิล นายใหญ่ชาวเยอรมัน แสดงความสนใจในตัวอดีตกองหน้าของทีมวัย 27 กะรัต มาร่วมทีมได้สักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งแรกพวกเขาพร้อมอัดเงิน 90 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,919 ล้านบาท แต่กระนั้นดูเหมือนพวกเขายินดีที่จะเพิ่มค่าตัวให้เป็น 105 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,574 ล้านบาท เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ตัวแข้งรายนี้มาร่วมทีมจริงๆ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

สิงโตน้ำเงินคราม

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พลพรรค สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ หลังเตะไปแล้วในเลกแรก เสมอราชันชุดขาว 1-1

ผลเสมอที่ออกมา ดูเหมือนว่า จะเป็นใจให้ สิงโตน้ำเงินคราม  พอสมควร เพราะได้อเวย์โกลว์ จากการไปเยือน เรอัล มาดริด เพราะเรารู้กันอยู่ว่า เรอัล มาดริด เป็นจ้าวยุโรป ประสบการณ์โชคโชนในรายการนี้ แถมมีกุนซือสมองเพชร อย่าง ซีเนดีน ซีดาน คุมทีมดับเลิ้ลความเขี้ยวลากดินไปอีก

ด้วยการพบเจอกัน ของทั้งสองทีม เชลซีและเรอัลมาดริด ย้อนกลับไปของการเจอกันทั้งหมด ก่อนหน้านี้ทั้งสองสโมสรเจอกันในเวทียุโรปมาแล้ว 3 หน ซึ่งปรากฏว่า เชลซี ไม่เคยปราชัยให้กับ เรอัล มาดริด เลย โดยเมื่อฤดูกาล 1970/71 เจอกันในรอบชิงฯ ถ้วย คัพ วินเนอร์ส คัพ ซึ่ง เชลซี คว้าชัย 2-1 ในนัดรีเพลย์ หลังเสมอกัน 1-1 ในเกมแรก หลังจากนั้นในปี 1998 สิงห์บลูส์ โค่น ราชันชุดขาว 1-0 ในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ

เชลซี

หากนับเฉพาะคู่แข่งในเวทียุโรป รวมทุกรายการที่ เรอัล มาดริด ไม่เคยเอาชนะได้ แน่นอนว่า เชลซี เป็นสโมสรที่ เรอัล มาดริด เจอบ่อยสุดและไม่เคยเก็บชัยได้เลย 3 ครั้ง, เสมอ 1 แพ้ 2

นับตั้งแต่การแข่งขันถ้วยใหญ่สุดของยุโรป เปลี่ยนชื่อจาก ยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 1992 เชลซี เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ 8 ครั้ง ซึ่งมากสุดในบรรดาสโมสรจากอังกฤษ

สำหรับประสบการณ์ในรอบรองฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก  7 หนที่ผ่านมาของ เชลซี นั้น พวกเขาปราชัยในการแข่งขันเลกแรกแค่หนเดียวเท่านั้น โดยชนะ 2 เสมอ 4  ซึ่งนั่นก็คือการบุกไปแพ้ อาแอส โมนาโก 1-3 เมื่อฤดูกาล 2003/04 ส่วนเกมเลกแรกอีก 6 นัดที่เหลือ พวกเขาไม่แพ้ใครเลยก็จริง แต่ทำได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น และเสียประตูเดียว

ขณะที่ เรอัล มาดริด เข้ามาถึงรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นหนที่ 14 ซึ่งมากสุดเหนือทุกสโมสรในยุโรป  หากนับเฉพาะการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 10 ครั้งหลังสุดของ เรอัล มาดริด พวกเขาคว้าชัยในเกมเลกแรกได้ถึง 9 ครั้ง แพ้ 1 และมีถึง 8 ครั้ง ที่ทำประตูได้อย่างน้อย 2 ลูก

ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ช เรอัล มาดริด และ โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี เป็น 2 จาก 24 กุนซือ ที่มีประสบการณ์คุมทีมในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ 15 นัดขึ้นไป โดย ซีดาน เป็นกุนซือที่มีเปอร์เซนต์ชนะมากสุด เทียบเท่ากับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ที่ 67% ด้วยสถิติชนะ 18 จาก 27 เกม ขณะที่ ทูเคิ่ล มีเปอร์เซนต์ดีสุดอันดับเจ็ดที่ 53% ด้วยผลงานชนะ 8 จาก 15 เกม

แชมป์ยุโรป

นอกจากนี้ ทูเคิ่ล เคยคุมทีมเจอ เรอัล มาดริด มาแล้ว 4 หน และไม่เคยพบกับความปราชัยเลย ชนะ 1 เสมอ 3 โดยในหน้าประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากเขาแล้ว มี เชราร์ อุลลิเย่ร์ อีกคน ที่คุมทีมเจอ ‘ราชันชุดขาว’ 4 ครั้ง และไม่เคยแพ้เลย ชนะ 2 เสมอ 2 ข้อมูลจาก : siamsport

จากสถิติดังกล่าว จะบอกว่าเชลซีมีมุมเข้าชิงมากกว่า แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะทางด้านของซีเนดีน ซีดาน เขี้ยวยาวลากดิน สถิติการคุมราชันชุดขาว ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นรองเลย หากมองถึงประสบการณ์ในรายการยุโรปนี้

มาถึงนัดนี้แล้ว หากมัวสนใจสถิติ คงเป็นไปไม่ได้ เข้ารอบตัดเชือก ไม่มีทีมไหนอ่อนได้เปรียบเสียเปรียบมากกว่ากัน อยู่ที่การวางแผนของเฮดโค้ช รวมถึงการจัดทีมด้วย

พลพรรคสิงโตน้ำคราม เชลซีต่างรอแมตช์ระดับโลกนี้ เราหวังว่าทีมรักของเรา จะก้าวไปคว้าแชมป์มาครองได้ เรามีพร้อม ทั้งความกระหาย ความกล้า ความนิ่ง รวมถึงโค้ชที่กลยุทธสุดติ่งอย่างทูเคิ่ล

หาก สิงโตน้ำเงินคราม ผ่านราชันชุดขาวไปได้ หากจะมองถึงแชมป์ก็ผิด ในบรรดา 4 ทีมรอบรอบชนะเลิศ กระดูกชิ้นโต คือเรอัล มาดริด ไม่มีอะไรแน่นอนในโลกของลูกหนัง เมื่อเราเอาชนะยอดทีมจากสเปนได้ เท่ากับว่า สิงโตน้ำคราม เชลซี ผ่านทีมที่ดีที่สุดในโลกมาแล้ว จากนี้ไม่ต้องกลัวใคร  ใครก็ได้บอกเลยนาทีนี้ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ทูเคิ่ล ฟูแล่ม

ไม่ใช่งานง่าย! ทูเคิ่ล เผยไม่ง่ายกว่าจะชนะ ฟูแล่ม ชี้เป็นชัยชนะสำคัญ

ไม่ใช่งานง่าย! ทูเคิ่ล เผยไม่ง่ายกว่าจะชนะ ฟูแล่ม ชี้เป็นชัยชนะสำคัญ

ทูเคิ่ล ฟูแล่ม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ เชลซี ชี้ไม่ใช่งานง่ายแม้ลูกทีมจะเปิดบ้านเอาชนะ ฟูแล่ม 2-0 พร้อมระบุนี่คือชัยชนะที่สำคัญมากๆ สำหรับ สิงโตน้ำเงินคราม

โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี เผยว่า ทีมตนต้องพบกับความยากลำบากไม่น้อยกว่าจะได้ชัยชนะ หลังจากที่ทัพ สิงห์บลูส์ เปิดถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะ ฟูแล่ม ไปได้ 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

โดย เชลซี ได้ทั้งสองประตูจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ ในนาทีที่ 10 และ 49 ทำให้พวกเขาที่ตอนนี้รั้งอันดับ 4 มีคะแนนเพิ่มเป็น 61 แต้ม หลังลงแข่ง 34 นัด ตาม เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 เหลือแค่ 2 แต้มเท่านั้น พร้อมกับหนี เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับห้า ที่ลงเตะน้อยกว่าหนึ่งนัด เป็น 6 แต้ม

โดยกุนซือชาวเยอรมันเผยว่า “เรารู้อยู่แล้วว่า ฟูแล่ม สร้างความยากลำบากให้กับทุกคน พวกเขาจะทำให้คุณเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน คุณไม่ต้องงงกับอันดับในตารางคะแนนหรอก (ฟูแล่ม อยู่ที่ 18) นั่นแหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงยกย่องผลงานของเราในวันนี้มากๆ จริงๆ แล้วเราน่าจะปิดเกมได้เร็วด้วยซ้ำ แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นเกมที่ยากสำหรับเรา และนี่คือชัยชนะที่สำคัญมากๆ”

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

จอร์จินโญ่ แลมพาร์ด

ยังขาดประสบการณ์! จอร์จินโญ่ ชี้ แลมพาร์ด ยังไม่พร้อมทำงานกับทีมใหญ่

'โธมัส ทูเคิ่ล' รับภูมิใจสุดขีด หลังสิงห์บลูส์กำหราบจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก ในศึกเอฟเอ คัพ

จอร์จินโญ่ แลมพาร์ด
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์ เชลซี เปิดเผย แฟร้งค์ แลมพาร์ด ยังไม่พร้อมสำหรับการทำงานกับทีมใหญ่ จนทำให้สุดท้ายโดนปลดออกจากตำแหน่ง

จอร์จินโญ่ กองกลาง เชลซี ยอดทีมแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไปไม่รอดกับบทบาทผู้จัดการทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เป็นเพราะเขายังไม่มีความพร้อมที่จะทำงานกับสโมสรใหญ่ๆ

แลมพาร์ด ได้รับการแต่งตั้งเข้ามากุมบังเหียนในถิ่น เดอะ บริดจ์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2019 หลังจากที่ทำงานเป็นกุนซือ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ได้ 1 ซีซั่น โดยในฤดูกาลแรกกับ เชลซี เขาทำผลงานได้โดดเด่นพอตัวจากการทำให้ทีมเป็นอันดับ 4 ของตารางคะแนน พร้อมคว้ารองแชมป์ เอฟเอ คัพ ทั้งที่ซีซั่นนั้นทีมไม่ได้แข้งหน้าใหม่มาร่วมทีมแม้แต่คนเดียว 

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ แลมพาร์ด มีช่วงที่พาทีมทำผลงานได้น่าผิดหวังจนทำให้ในท้ายที่สุดก็โดนปลดออกจากตำแหน่งไปเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา และดึง โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามาแทนซึ่ง ทูเคิ่ล นั้นทำผลงานได้โดดเด่นสุดๆ

 “ฟังนะ ผมจะพูดเรื่อง แลมพาร์ด แบบตรงไปตรงมาเลยแล้วกัน ผมเชื่อว่าการที่เขาเป็นตำนานของสโมสรมันทำให้เขาได้สิทธิ์ลัดขั้นตอนการเรียนรู้ ที่จำเป็นๆ สำหรับการก่อนที่จะมาทำงานกับทีมใหญ่”

“เขาเข้ามาทำงานกับสโมสรที่เขาเป็นตำนานทั้งที่เขาไม่มีปะสบการณ์กับทีมอื่นๆ เลย ถ้าพูดกันตามตรงนั้นผมคิดว่าเขาเข้ามาทำงานกับ เชลซี เร็วเกินไป เขาลัดขั้นตอนบางอย่างมา และยังไม่พร้อมสำหรับงานในระดับนี้” จอร์จินโญ่ ให้สัมภาษณ์กับ อีเอสพีเอ็น บราซิล สื่อของประเทศบราซิล

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ฮาคิม ซิเย็ค

ปีกพรสวรรค์ ฮาคิม ซิเย็ค พ่อมดคนใหม่แห่งสแตมฟอร์ด บริดจ์

ฮาคิม ซิเย็ค ดาวเตะทีมชาติโมร็อกโก ว่าที่คีย์แมนคนสำคัญคนใหม่ ของสิงโตน้ำเงินครามเชลซี เขาพร้อมนำพาไปสู่จุดหมาย ด้วยพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานให้แก่เขา


ฮาคิม ซิเย็ค ได้ย้ายมา สวมเสื้อของสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยราคาค่าตัว 33.3 ล้านปอนด์ และนอกจากนี้ เขายังถือเป็นนักเตะคนแรกที่ได้ย้ายเข้ามาร่วมทีม เชลซี ในยุคการทำทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด

อีกด้วยจากผลงานในหลายๆเกม ที่เชลซีเปิดสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ หนึ่งส่วนคีย์แมน คนสำคัญที่ส่งให้ทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด พุ่งทะยานสู่อันดับบนหัวตาราง เห็นนะไม่พ้นเงาของฮาคิม ซิเย็ค หลังได้รับแมน ออฟ เดอะ แมตย์ ในหลายๆเกม

เชลซี ฟอร์มสะดุดใน 3 เกมหลังสุด นัดบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน แพ้ 1-0 ตัดมาเป็นเกมในถ้วยยุโรป เสมอกับคราสโนดาร์ 1-1 เกมนี้พอเข้าเพราะเข้ารอบไปแล้ว อีกเกมคือ บุกไปแพ้ให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 ทั้งที่ฟอร์มของวูล์ฟแกว่งสุดๆ

เชื่อไหมว่า 3 เกมที่สิงห์บลูสะดุด แอดคิดว่า เพราะขาดปีกพ่อมดชาวโมร็อกโกทั้งสามเกม อาจจะดูไม่สมเหตุสมผล ที่จะเอานักตะคนเดียว มาตัดสินฟอร์มของทีม แล้วไงล่ะ แอดไม่สน หากคุณติดตามดูเชลซีอย่างจริงจัง และจับจุดที่ผิดพลาด ผมคิดว่าฮาคิม ซิเย็ค มีผลต่อเชลซีมากๆ

ด้วยรูปร่างที่ผอมเพียว ทำให้เขาค่อนข้างเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ จะเน้นการปะทะ เสียเปรียบแน่นอน สิ่งที่ทำให้ซิเย็ค รับมือกับเกมในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษได้ คือเอาจุดเด่นมาหักล้างกัน เทคนิคที่ยอดเยี่ยม เปิดบอลด้วยเท้าซ้ายที่ฉมังสุดๆ สามารถลบจุดอ่อนได้โดยปริยาย

ฮาคิม ซิเย็คฮาคิม ซิเย็ค รับบท เดอะ แบก ต่อจากเอเดน ฮาซาร์
ดาวเตะชาวโมร็อกโก สามารถปรับตัว ทำความเข้าใจในเกม ระหว่างร่วมทีม เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ ระหว่างซิเย็ค กับ โควาซิช และ รีช เจมส์

ริมเส้นคู่นี้ จะสร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้แน่ การประสานของพวกเขา ทำให้แดนกลางของเชลซี เล่นได้ง่ายขึ้น เพราะฝั่งคู่แข่ง รู้ถึงอันตรายของทั้งซิเย็คและเจมส์ ยังไง พวกเขาจะต้องเทไปป้องกันลูกเปิดจากด้านข้างแน่ๆ แดนกลาง จึงมีเวลาเดินเกมได้มากขึ้น

ถามว่าทำไมถึงต้องรับบท เดอะแบก หลังหมดยุคของดร็อกบา แลมพาร์ด หรือแม้กระทั่ง ฮาซาร์ ที่เห็นได้ชัดสุด แบกทีมมาตลอดในช่วงท้ายที่เขาค้าแข้งกับเชลซี

หลายคนหลายความคิดเห็น ต้องให้เกียรติในความคิดเห็น ถึงแม้ว่าผลจะออกมายังไง สุดท้ายแล้ว เราก็ต้องตามเชียร์เชลซีต่อไป ไม่มีวันเลิกเชียร์เพราะ ทีมฟุตบอลนะ ไม่ใช่คู่นอน ที่จะเปลี่ยนได้ตลอดเวลา บายยยย..


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

 

ไฮไลท์แมนฯยูไนเต็ด-0-0-เชลซี

(ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี) สิงห์บลู เสมอสามนัดติด บุกไปแบ่งแต้ม ผีแดง

แนวรับเชลซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ เชลซี บุกไปแบ่งแต้มมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ (ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี)


ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ | สิงโตน้ำเงินคราม เสมอกับคู่แข่งเป็นนัดที่ 3 รวมทุกรายการหลังบุกไปเสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนฯยู 0-0 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :
เชลซี :

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า , วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (เมสัน กรีนวู้ด น.83) – ฆวน มาต้า (ปอล ป็อกบา น.58), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ (เอดินสัน คาวานี่ น.58) – มาร์คัส แรชฟอร์ด
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ –  ไค ฮาแวร์ทซ์ (เมัน เมาน์ท น.72), คริสเตียน พูลิซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.81) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อบราฮัม น.72)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 – โอกาสยิงหนแรกในเกมนี้ต้องรอถึงนาทีที่ 18 จากจังหวะที่ คริสเตียน พูลิซิช ที่ได้ยิงนอกกรอบแต่บอลไปติดบล็อคผู้เล่น เจ้าบ้าน

นาทีที่ 26 – ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ได้รับบอลมาจาก เบน ชิลเวลล์ ก่อนแทงทะลุช่องไปให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่เจ้าตัวกลับทำบอลหลุดเท้าพลาดโอกาสลุ้นทำประตูไปแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 29 – เอดูอาร์ เมนดี้ เกือบปล่อยไก่ จากจังหวะที่แนวรับเคาะบอลกันอยู่บอลมาถึงเจ้าตัวและพยายามจะส่งให้ ซูม่าที่ยืนรอในกรอบเขตโทษแต่เตะผิดเหลี่ยมทำให้บอลเกือบเข้าประตูตัวเอง

นาทีที่ 36 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตัดบอลได้ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ มาคัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดด้วยขวา แต่ เมนดี้ ยืดขาป้องกันเอาไว้ได้ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ

เชลซี ครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าบ้านแต่โอกาสเข้าทำเป็นเจ้าถิ่นที่ดูดีกว่าจบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 58 –โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนผู้เล่นพร้อมกันถึงสองคน โดยส่ง เอดิสัน คาวานี่ ลงประเดิมสนามนัดแรก และ ปอล ป็อกบา ลงไปแทนที่ของ ฆวน มาต้า และ แดเนียล เจมส์

นาทีที่ 59 – เอดิสัน คาวานี่ ที่พึ่งลงมาโฉบมาสะกิดบอลด้วยปลายเท้าบอลพุ่งไปเข้าข้างตาข่ายแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 90 – เจ้าบ้านเกือบมาได้ประตูชัยช่วงท้ายเกม มาคัส แรชฟอร์ด ได้ปั่นบอลเน้นๆ หน้ากรอบเขตโทษบอลโค้งเข้าประตู แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์เซฟ ป้องกันเอาไว้ได้แบบสุดยอด

จบเกมทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์เชลซี-0-0-เซบีย่า

(ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า) สิงห์แลมพ์ประเดิมกร่อย เปิดบ้านเจ๊าจืด เซบีย่า

สิงโตน้ำเงินคราม ประเดิมสนามในศึก ชปล. ได้ไม่ดีนัก หลังทำได้เพียงแค่เสมอกับทีมเยือนจากสเปนไปแบบไร้สกอร์ (ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า)


ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า ศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก | เชลซี ประเดิมคว้าได้เพียงแต้มเดียวจากการลงสนามนัดแรกในศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก โดยเสมอกับยอดทีมแกร่งจากสเปนไปแบบจืดชืด

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เชลซี 0-0 เซบีย่า

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี :
เซบีย่า :

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เดวิด แมสซา

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (มาเตโอ โควาซิช น.65) – เมสัน เมาน์ท (ฮาคิม ซิเยค น.62), ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช (คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย  น.91) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อับราฮัม น.91)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, เซร์จี้ โกเมซ (โจน จอร์ดาน น.33), ดีเอโก้ คาร์ลอส, มาร์กอส อากุนญ่า – อิวาน ราคิติช (ฟรังโก้ วาซเกซ น. 80), แฟร์นานโด, เนมานย่า กูเดลจ์ – ลูคัส โอคัมโปส, ลุค เดอ ยอง (ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ น. 80), ซูโซ่ (โอลิเวอร์ ตอร์เรส  น. 58)
ผู้จัดการทีม : จูเลน โลเปเตกี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 5 – เชลซีได้ทักทายก่อน รีซ เจมส์ เปิดบอลเข้าไปให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ยิงไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน

นาทีที่ 18 – ทีมเยือนเกือบขึ้นนำจากจังหวะที่ ซูโซ่ เปิดบอลไปเสาไกลให้ มานย่า กูเดลจ์ โขกบอลไปแฉลบ คูร์ท ซูม่า เกือบเข้าประตู แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ยังควักลูกออกมาได้ทัน

นาทีที่ 43 – มาร์กอส อากุนญ่า พาบอลหนี คริสเตียน พูลิซิช ก่อนเปิดไปเสาไกลให้ ซูโซ่ ขึ้นโขกแต่บอลหลุดออกไปแบบหวาดเสียว

ทีมเยือนได้ลุ้นประตูก่อนหมดเวลาแต่ เมนดี้ สามารถป้องกันไว้ได้จบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47 – เจ้าบ้านได้ลูกเตะมุม เบน ชิลเวลล์ เปิดไปให้ ซูม่า ขึ้นโขกแต่บอลไปตรงตัว ยัสซีน บูนู พลาดได้ประตูขึ้นนำ

นาทีที่ 55 – ติโม แวร์เนอร์ ได้ปั่นบอลบริเวณ แต่ไม่ผ่านมือนายทวารทีมเยือน

นาทีที่ 58 – ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลให้ รีซ เจมส์ ตักบอลไปให้ ชิลเวลล์ ขึ้นโหม่งแต่ไปตัวตัว ยัสซีน บูนู รับไวได้

นาทีที่ 68 – ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นอีกครั้งอิวาน ราคิติช เปิดลูกเตะมุมเข้าไปให้  โจน จอร์ดาน ยิงตามน้ำบอลเหินข้ามคานออกไป

ช่วงท้ายเกมค่อนข้างอึดอัดและทำอะไรกันไม่ได้จบเกมเสมอกันไป 0-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : www.chelseafc.com/th

เชลซี ฟีฟ่า 21 Fifa 21

ค่าพลังนักเตะเชลซี ในเกม FIFA 21 ใครเก่งสุดในทีม?

ค่าพลังนักเตะเชลซี ในเกม FIFA 21 ใครเก่งสุดในทีม?

เชลซี ฟีฟ่า 21 Fifa 21
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

มาดูค่าพลังนักเตะ เชลซี ในเกม FIFA 21 เกมฟุตบอลยอดนิยมของแฟนบอลทั่วโลก ที่พึ่งเปิดให้แฟนเกมได้เล่นกันไม่กี่วันก่อน ใครคือแข้งที่ค่าพลังสูงสุดในทีม

FIFA 21 เกมฟุตบอลชื่อดังได้เปิดให้แฟนบอลทั่วโลกได้เล่นกันเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาหลังจากที่ตลาดนักเตะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยในภาคนี้เชลซีคือทีมระดับ 4.5 ดาว ซึ่งเป็นปีที่ 2 แล้วที่ทีมถูกจัดให้อยู่ในระดับนี้ ลองมาดูกันว่าเหล่านักเตะของ เชลซี จะมีค่าพลังเท่าไหร่กันบ้างในภาคนี้ แข้งใหม่แต่ละคนจะมีค่าพลังเท่าไหร่ และใครคือคนที่มีค่าพลังเยอะที่สุดในทีมเชลซี ไปดูกัน

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : ผู้รักษาประตู

Edouard Mendy FIFA 21

สิงโตน้ำเงินคราม ทุ่มเงินซื้อผู้เล่นมาเสริมทัพมากมายในซีซั่นนี้และหนึ่งในนั้นเป็นผู้รักษาประตูอย่าง เอดูอาร์ เมนดี้ ที่เชลซีดึงมาจาก แรนส์ ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ โดย เมนดี้ เข้ามาเพื่ออุดรอยรั่วหลังจากที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ฟอร์มหลุดจนทำให้ทีมเสียประตูแบบไม่น่าเสียอยู่บ่อยครั้ง

สำหรับค่าพลังที่ดีที่สุดของผู้รักษาประตูของเชลซีได้แก่ นายด่านค่าตัวแพงสุดในโลกอย่างเกปา โดยมีค่าพลังที่ 82 ซึ่งลดลงมา 2 คะแนนจากภาคก่อนหน้านี้ ในขณะที่ เมนดี้ มีค่าพลังอยู่ที่ 79 มากกว่า วิลลี่ กาบาเยโร่ มือสามของทีมอยู่ 4 คะแนน

ค่าพลังผู้รักษาประตูเชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – 82 // เอดูอาร์ เมนดี้ – 79 // วิลลี่ กาบาเยโร่ – 75

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองหลัง

Ben Chilwell FIFA 21

เชลซี แก้ไขจุดอ่อนในเกมรับด้วยการเซ็น ติอาโก้ ซิลวา มาร่วมทีมแบบฟรีๆหลังหมดสัญญาจาก เปแอสเช แม้เจ้าตัวจะอายุถึง 36 ปีแต่สภาพร่างกายยังสมบูรณ์และประสบการณ์โชกโชน โดย ซิลวา มีค่าพลังอยู่ที่ 85 ซึ่งสุดที่สุดในบรรดาแนวรับเชลซี

เบน ชิลเวลล์ คืออีกหนึ่งแข้งใหม่ที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไปคว้าตัวมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางฝั่งซ้ายของทีมซึ่ง ชิลเวลล์ ทำได้ดีทั้งในเกมรุกและทำได้ยอดเยี่ยมในเกมรับ โดยแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษมีค่าพลังอยู่ที่ 81

ค่าพลังกองหลังเชลซี : ติอาโก้ ซิลวา – 85 // เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – 84 // มาร์กอส อลอนโซ่ – 81 // เบน ชิลเวลล์ – 81 // อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – 81 // เคิร์ต ซูม่า – 80 // เอเมอร์สัน – 79 // อันเดรียส คริสเตนเซ่น – 79 // รีซ เจมส์ – 77 // ฟิกาโย่ โทโมริ – 76 // บาบาห์ รามันห์ – 75

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองกลาง

Hakim-Ziyech-FIFA-21

ฮาคิม ซีเย็ค หนึ่งในนักเตะชั้นยอดของ เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ดาวรุ่งอนาคตไกลของทีมชาติเยอรมันได้ย้ายเข้าสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยยกระดับทีมให้ขึ้นไปเบียดลุ้นแชมป์กับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่นนี้

โดยทั้งสองคนมีค่าพลังรวมเท่ากันอยู่ที่ 85 ซึ่งน้อยกว่า เอ็นโกโล่ ก้องเต้ ผู้ที่มีค่าพลังสูงที่สุดในทีมที่ 88 คะแนน ส่วน เมสัน เมาท์ เด็กปั้นผู้เป็นกำลังสำคัญของ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีค่าพลังอยู่ที่ 80

ค่าพลังกองกลางเชลซี : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ – 88 // ฮาคิม ซีเย็ค – 85 // ไค ฮาแวร์ทซ์ – 85 // มัตเตโอ โควาซิช – 83 // จอร์จินโญ่ – 83 // เมสัน เมาท์ – 80 // วิคเตอร์ โมเซส – 78 // แดนนี่ ดริงวอเตอร์ – 73 // บิลลี่ กิลมอร์ – 71

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองหน้า

การเซ็น ติโม แวร์เนอร์ เข้ามาเสริมทัพถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยม เพราะ แวร์เนอร์ เล่นได้หลากหลายตำแหน่งในเกมรุก ซึ่งเจ้าตัวมาพร้อมกับตำแหน่งรองดาวซัลโวของ บุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นรองเพียง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เพียงคนเดียวเท่านั้น

โดย แวร์เนอร์ ถูกจัดให้เป็นแข้งที่มีพลังรวมสูงสุดในแดนหน้าที่ 85 คะแนน ส่วน คริสเตียน พูลิซิช เบอร์ 10 คนล่าสุดของทีมมีค่าพลังอยู่ที่ 81

ค่าพลังกองหน้าเชลซี : ติโม แวร์เนอร์ – 85 // คริสเตียน พูลิซิช – 81 // โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 79 // แทมมี่ อับราฮัม – 78 // คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย – 74

จัดอันดับผู้เล่นเชลซี ในเกม FIFA 21

1. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ – 88
2. ฮาคิม ซีเย็ค – 85
3. ไค ฮาแวร์ทซ์ – 85
4. ติอาโก้ ซิลวา – 85 
5. ติโม แวร์เนอร์ – 85
6. เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – 84
7. มัตเตโอ โควาซิช – 83
8. จอร์จินโญ่ – 83
9. เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – 82
10. มาร์กอส อลอนโซ่ – 81
11. เบน ชิลเวลล์ – 81
12. คริสเตียน พูลิซิช – 81
13. อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – 81
14. เมสัน เมาท์ – 80
15. เคิร์ต ซูม่า – 80
16. เอเมอร์สัน – 79
17. โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 79
18. อันเดรียส คริสเตนเซ่น – 79
19. เอดูอาร์ เมนดี้ – 79
20. วิคเตอร์ โมเซส – 77
21. แทมมี่ อับราฮัม – 78
22. รีซ เจมส์ – 77
23. ฟิกาโย่ โทโมริ – 76
24. บาบาห์ รามานห์ – 75
25. วิลลี่ กาบาเยโร่ – 75
26. คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย – 74
27. แดนนี่ ดริงวอเตอร์ – 73
28. บิลลี่ กิลมอร์ – 71

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

บทสรุป ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี

บทสรุป ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี ในช่วงตลาดซัมเมอร์ปี 2020

ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ทำให้ สิงห์บลูส์ กลายเป็นทีมที่ใช้จ่ายเงินช็อปนักเตะสูงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ


สิงโตน้ำเงินคราม ใช้เงินไปมากกว่า 226.1 ล้านปอนด์ในตลาดซื้อขายเตะรอบนี้ โดยเป็นการเสริมผู้เล่นตัวหลักมากถึง 6 รายและผู้เล่นเพื่ออนาคตอีก 2 ราย มาดูบทสรุป ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี กันว่าจะคุ้มค่ากับที่ลงทุ่นไปหรือไม่

รายจ่ายทีมใน พรีเมียร์ลีก ในตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์ ปี 2020

  1. เชลซี ใช้เงินไป 226.1 ล้านปอนด์
  2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้เงินไป 147.0 ล้านปอนด์
  3. แอสตัน วิลล่า ใช้เงินไป 85.0 ล้านปอนด์
  4. ลีดส์ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 84.5 ล้านปอนด์
  5. วูลฟส์แฮมป์ตัน วันเดอร์เรอส์ ใช้เงินไป 83.6 ล้านปอนด์
  6. ลิเวอร์พูล ใช้เงินไป 81.7 ล้านปอนด์
  7. อาร์เซนอล ใช้เงินไป 81.5 ล้านปอนด์
  8. เอฟเวอร์ตัน ใช้เงินไป 65.0 ล้านปอนด์
  9. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ใช้เงินไป 62.0 ล้านปอนด์
  10. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 54.4 ล้านปอนด์
  11. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 53.0 ล้านปอนด์
  12. เลสเตอร์ ซิตี้ ใช้เงินไป 51.5 ล้านปอนด์
  13. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 35.0 ล้านปอนด์
  14. เซาธ์แฮมป์ตัน ใช้เงินไป 34.9 ล้านปอนด์
  15. เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ใช้เงินไป 27.3 ล้านปอนด์
  16. ฟูแล่ม ใช้เงินไป 23.0 ล้านปอนด์
  17. คริสตัล พาเลซ ใช้เงินไป 20.0 ล้านปอนด์
  18. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 20.0 ล้านปอนด์
  19. ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ใช้เงินไป 4.4 ล้านปอนด์
  20. เบิร์นลีย์ ใช้เงินไป 0.0 ล้านปอนด์

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ ของเชลซี

ตลาดซื้อขายนักเตะของเชลซี (Skysports)

นักเตะที่ย้ายเข้า

เอดูอาร์ เมนดี้ ย้ายมาจาก แรนส์ ค่าตัว 22 ล้านปอนด์
ติโม แวร์เนอร์ ย้ายมาจาก แอร์แบ ไลป์ซิก ค่าตัว ไม่เปิดเผย
ฮาคิม ซีเย็ค ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ค่าตัว 33.3 ล้านปอนด์
ติอาโก้ ซิลวา ย้ายมาจาก เปแอสเช ค่าตัว ฟรี
เซเวียร์ เอมบูยัมบา ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า ค่าตัว ไม่เปิดเผย
เบน ชิลเวลล์ ย้ายมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ค่าตัว ไม่เปิดเผย
มาล็อง ซาร์ ย้ายมาจาก นีซ ค่าตัว ฟรี
ไค ฮาแวร์ทซ์ ย้ายมาจาก เลเวอร์คูเซ่น ค่าตัว 71 ล้านปอนด์

นักเตะที่ย้ายออก

วิลเลี่ยน ย้ายไป อาร์เซนอล ค่าตัว ฟรี
ลูวิส เบเกอร์ ย้ายไป แทร็ปชอนสปอร์ ยืมตัว
โจช แกรนท์ ย้ายไป บริสตอล โรเวอร์ ค่าตัว ฟรี
เจมีย์ คัมมิ่ง ย้ายไป สตีฟเนจ ยืมตัว
นาธาน ย้ายไป แอตเลติโก มิเนโร่ ค่าตัว 2.7 ล้านปอนด์
ดานิโล่ พานติช ย้ายไป คูการิคกิ ยืมตัว
อิซซี่ บราวน์ ย้ายไป เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ยืมตัว
จามาล แบล็กมาน ย้ายไป ร็อตเธอร์แฮม ยืมตัว
เปโดร ย้ายไป โรม่า ค่าตัว ฟรี
ทาริค อูเวกว์ ย้ายไป แอคคริงตัน สแตนลีย์ ยืมตัว
เอธาน อัมพาดู ย้ายไป เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัว
คอร์เนอร์ กัลลาเกอร์ ย้ายไป เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ยืมตัว
ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ย้ายไป เจนัว ยืมตัว
ลุค แมคคอมิค ย้ายไป บริสตอล โรเวอร์ ยืมตัว
จอน รัสเซลล์ ย้ายไป แอคคริงตัน สแตนลีย์ ยืมตัว

ย้ายเข้า 8 ราย
ย้ายออก 4 ราย
ปล่อยยืม 12 ราย

ยอดกำไร/ขาดทุนสุทธิ

รายจ่าย 226.1 ล้านปอนด์ (ค่าตัวของ ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์ ราวคนละ 50 ล้านปอนด์)
รายรับ 13.5 ล้านปอนด์

สรุป ขาดทุน 212.6 ล้านปอนด์

เชลซีไม่ได้ใช้เงินแม้แต่ปอนด์เดียวจากตลาดนักเตะ 2 รอบก่อนหน้าแต่สร้างรายรับได้อย่างมหาศาลจากการขาย เอเด็น อาซาร์ และ อัลบาโร่ โมราต้า ทำให้เชลซีมีงบให้ใช้ในตลาดซัมเมอร์ปีนี้ราวๆ 200 ล้านปอนด์ ซึ่งถ้าหากหักลบดูแล้วเชลซีลงทุนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อย่างไรก็ตามถ้าหากถามว่าคุ้มค่าไหมกับเม็ดเงินที่เสียไปก็ต้องบอกว่า ถ้านักเตะใหม่แต่ละรายสามารถปรับตัวและเล่นกันได้อย่างเข้าขาเมื่อไหร่รับรองว่าจะคุ้มค้าทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปได้อย่างแน่นอน


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com