คลังเก็บป้ายกำกับ: สเปอร์ส

โธมัส ทูเคิล เผยลูกทีมเล่นได้สมบูรณ์แบบ หลังเปิดบ้านอัดเบิร์นลี่นัดล่าสุด

โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมคนใหม่ป้ายแดง เนื้อเต้น หลังลูกทีมทำผลงานได้ดีเยี่ยมเปิดบ้านไล่ต้อน เบิร์นลี่ย์ ในเกมลีกที่ผ่านมา


โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ เชลซี ให้สัมภาษณ์ในนัดที่สิงห์บลูส์จัดหนักใส่ เบิร์นลี่ย์ 2-0 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา

ทูเคิล เปิดใจหลังคว้าชัยชนะในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเกมแรก กล่าวว่า “มันเป็นการเล่นที่สมบูรณ์แบบ ทั้งเกมรุกและเกมรับ เราสามารถครองครองเกมได้ตลอดซึ่งมันสุดยอดมากๆ ในขณะเดียวกันเราไม่เคยสูญเสียความอดทนในการครองบอล พยายามที่จะครองเกม สร้างโอกาสได้มากมาย ดันเกมขึ้นสูงเพื่อช่วยกันชิงบอลกลับมาเล่นให้เร็วที่สุดได้ดีมากๆ”

มีหลายสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากมายในสนาม ผมมีความสุขมากๆ และเราสมควรที่จะได้ชัยชนะ ถ้าหากเรามี 11 ตัวจริงที่สามารถการันตีว่าเราจะเก็บชัยชนะ 20 เกมต่อเนื่องซึ่งเราจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้น เราต้องการทุกๆ คนในทีม

เรามีการเปลี่ยนแปลงในเกมรุก โดยใช้ผู้เล่นที่มีศักยภาพที่แตกต่างกัน ในขณะเดียวกันทุกๆ คนยังทุ่มเทอย่างเต็มที่ในเกมนี้ สำหรับตอนนี้นักเตะทุกคนเหมาะสมที่จะได้ลงตัวจริงให้กับเราเพราะผมมีความสุขมากๆ กับคุณภาพ, ความกระตือรือร้น และการเสียสละในช่วงฝึกซ้อม และเมื่อลงสนามของทุกคน ทูเคิ่ล กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ หลังเปิดบ้านเอาชนะ เบิร์นลี่ ไปได้ 2-0 ทำให้อันดับในตารางพรีเมียร์ ลีก ของเชลซี ขยับมาอยู่ที่ 7 ตามหลังจ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 10 และแข่งมากกว่า 1 นัด  สำหรับเกมต่อไป ลูกทีมของ ทูเคิล จะยกพลไปสเปอร์ส อันดับ 6 ในตารางพรีเมียร์ ลีก ที่สนามท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม เวลา 03.00 น.


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

 

ไฮไลท์เชลซี 0-0 สเปอร์ส

(ไฮไลท์เชลซี 0-0 สเปอร์ส) เชลซีเปิดบ้านเจ๊าไก่มู แบบไร้สกอร์

สองทีมที่ฟอร์มแรงที่สุดในลีก โคจรมาพบกันในยกแรกที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนจบลงไปแบบไร้สกอร์ แบ่งไปคนละ 1 แต้ม (ไฮไลท์เชลซี 0-0 สเปอร์ส)


ไฮไลท์เชลซี 0-0 สเปอร์ส ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ | การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 10 เชลซี เปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ ท็อตแน่มฮอท สเปอร์ส ของมูรินโญ่ไปแบบไร้สกอร์ 0-0

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี 0-0 สเปอร์ส

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์เชลซี 4-1 เชฟฯ ยูไนเต็ด

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี :
สเปอร์ส :

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, เคิร์ต ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, เบน ชิลเวลล์ – มัตเตโอ โควาซิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เมสัน เมาน์ท – ฮาคิม ซิเย็ค (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.83), แทมมี่ อับราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.79), ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.74)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

สเปอร์ส (4-3-3) : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โจ โรดอน, เอริก ดายเออร์, เซร์คิโอ เรกีล่อน – มูสซ่า ซิสโซโก้, ปิแอร์-เอมิล ฮอยจ์เบิร์ก – สตีเว่น เบิร์กไวจ์น (เบน เดวิส น.89), ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ (โจวานนี่ โล เซลโซ่ น.65), ซน ฮึง-มิน (ลูคัส มูร่า น.90+2) – แฮร์รี่ เคน
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 2 – เจ้าบ้านได้โอกาสทักทายก่อน ฮ่าคิม ซีเย็ค ซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลเบาเกินไป อูโก้ โยริส รับไว้ได้สบายๆ

นาทีที่ 15- ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นบ้าง แซร์ช โอริเย่ร์ ได้โอกาสกดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งเรียด แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์ความเหนียวพุ่งปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 36 – โจ โลดอน เซ็นเตอร์ดาวรุ่งของไก่เดือยทอง เคลียร์บอลมาเข้าทาง เบน ชิลเวลล์ ก่อนเจ้าตัวซัดซัดด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

ทั้งสองทีมผลัดกันบรุกรับแต่ยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 48 – เชลซีเริ่มจ้นครึ่งหลังได้อย่างดุดัน แทมมี่อับราฮัมได้โขกลูกเปิดของ รีซ เจมส์ แต่บอลหลุดกรอบไป หลังจากนั้นอีกสามนาที เจ้าตัวจะได้ซัดอีกครั้งแต่ก็ยังไม่เข้ากรอบ

นาทีที่ 81- เจ้าถิ่นพลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำแบบเหลือเชื่อ เมื่อ เมสัน เมาท์ ได้ซัดเต็มข้อด้วยขวา บอลติดไซร้ก้อยแต่ ยอริส พุ่งปัดออกไปได้แบบสุดยอด

นาทีที่ 90+3 – ทีมเยือนพลาดได้ประตูชัยจากลูกส้มหล่นที่ เคิร์ท ซูม่า จ่ายบอลพลาดโดนตัด และบอลมาถึง โล เซลโซ่ ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลข้ามคานไปแบบน่าผิดหวัง

จบเกมเชลซีทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 แบ่งแต้มกันไป


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

สถิติที่น่าสนใจพรีเมียร์ลีก

สถิติที่น่าสนใจ ของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 หลังจากผ่านไป 4 นัด

พรีเมียร์ลีก ปีนี้มันส์ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการยิงประตูกันแบบถล่มทลายรวมไปถึงความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมใหญ่ มาย้อนดู สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 4 นัด


หลังจากการแข่งขันไปเพียงแค่ 4 นัด ศึก พรีเมียร์ลีก ปีนี้มี สถิติที่น่าสนใจ รวมไปถึงประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ไล่ตั้งแต่ วีเออาร์, ใบแดง, การยิงประตูในนาทีสุดท้าย หรือ ความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมบิ๊ก 6 มาย้อนดูสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้กัน

ตารางคะแนน

ตารางคะแนน

หลังจากผ่านไป 4 นัดมีเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่เก็บชัยได้ทั้งหมดที่ลงแข่งขัน ได้แก่ เอฟเวอร์ตัน ที่ชนะ 4 นัดรวด กับ แอสตัน วิลล่า ที่คว้า 9 แต้มเต็มจาก 3 นัดซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการเอาชนะ ลิเวอร์พูล แบบช็อคโลก 7-2 ในถิ่นวิลล่าพาร์ค ของพวกเขาเอง

การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ พา ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ อย่างไรก็ตาม 4 นัดที่ผ่านมาคู่ต่อสู้ที่เจออาจจะยังไม่ใช่ของจริงแต่หลังจากนี้เราจะได้รู้กันว่า ทีมสีน้ำเงินจากเมอร์ซีไซด์ทีมนี้จะทำได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลนี้

รองจ่าฝูงอย่างแอสตัน วิลล่า ทำผลงานได้อย่างสุดยอดเช่นกัน โดยเฉพาะเกมที่ สิงห์ผงาด ไล่ขย้ำ หงส์แดง แบบไม่เหลือความเป็นทีมแชมป์ด้วยสกอร์ 7-2 จริงอยู่ที่แข้งลิเวอร์พูล พร้อมใจกันฟอร์มหลุดแต่ต้องยอมรับว่าทั้งแท็กติกและความกระหาย แอสตัน วิลล่า ชนะขาดลอยเหมือนกับสกอร์ที่เกิดขึ้น

ด้าน ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาหลังจากห่างหายไปอย่างยาวนาน ภายใต้การนำทัพของ มาร์เชลโล่ บิเอลซ่า ผู้ที่ เป็บ กวาร์ดิโอล่า ยกให้เป็นอาจารย์ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกันด้วยการเก็บได้ 7 คะแนนเท่ากับ สเปอร์ส และ เชลซี เป็นรองแค่เพียงลูกได้เสียเท่านั้น

สองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเรือใบสีฟ้า เก็บได้เพียง 4 แต้มจาก 4 นัดส่วน ผีแดง นั้นหนักกว่าเก็บได้เพียงแค่ 3 แต้มและแพ้ไปถึง 2 นัดจมอยู่อันดับ 16 ของตาราง

ด้านโซนท้ายตาราง ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่หน้าเก่าที่มี สก็อตต์ พาร์คเกอร์ เป็นกุนซือไม่สามารถเก็บแต้มได้เลย โดยแพ้รวดทั้ง 4 นัด และมีโอกาสสูงที่อดีตกองกลางเชลซีผู้นี้จะถูกเด้งออกจากตำแหน่งกุนซือในไม่ช้า เช่นเดียวกับ เบิร์นลีย์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่แพ้รวดจากทุกนัดที่ลงสนาม

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต้องดูกันอีกยาวๆว่าสุดท้ายฤดูกาลนี้จะจบลงแบบไหน เราไม่มีทางรู้อนาคตได้แต่ที่รู้แน่ๆ คือ พรีเมียร์ลีกปีนี้มันส์แน่นอน

สถิติที่น่าสนใจ

สถิติที่น่าสนใจ

ค่าเฉลี่ยการยิงประตูแต่ละสัปดาห์

สัปดาห์ที่ 1
ยิงประตูรวม – 23 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – ลิเวอร์พูล 4-3 ลีดส์ 
สัปดาห์ที่ 2
ยิงประตูรวม – 46 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เอฟเวอร์ตัน 5-2 เวสต์บรอมวิช | ลีดส์ 4-3 ฟูแล่ม | เซาแธมป์ตัน 2-5 สเปอร์ส
สัปดาห์ที่ 3
ยิงประตูรวม – 36 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เวสต์บรอมวิช 3-3 เชลซี | แมนฯซิตี้ 2-5 เลสเตอร์ | ลิเวอร์พูล 3-1 อาร์เซนอล
สัปดาห์ที่ 4
ยิงประตูรวม – 41 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เชลซี 4-0 คริสตัล พาเลซ | แมนฯยูไนเต็ด 1-6 สเปอร์ส | วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล

ยิงประตูรวมทั้งหมด – 146 ประตู

ทีมที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด

เอฟเวอร์ตัน, เลสเตอร์, สเปอร์ส – 12 ประตู

ทีมที่เสียประตูเยอะที่สุด

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน – 13 ประตู

ทีมที่ลูกได้เสียดีที่สุด

แอสตัน วิลล่า – ยิง 11 เสีย 2 = +9

5 อันดับทีมที่ครองบอลเยอะที่สุด
1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 58.6%
2. ลิเวอร์พูล – 58.3%
3. เชลซี – 56.1%
4. เลสเตอร์ ซิตี้ – 55.2%
5. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 55.2%

5 อันดับทีมที่ได้รับใบเหลือง/แดง มากที่สุด
1. นิวคาสเซิ่ล – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
2. ฟูแล่ม – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
4. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
5. ไบร์ทตัน แอนด์โฮฟ อัลเบี้ยน – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ

5 อันดับทีมที่ชนะดวลอากาศมากที่สุด
1. เชลซี – 63%
2. เบิร์นลีย์ – 56.7%
3. อาร์เซนอล – 54.6%
4. แอสตัน วิลล่า – 53.7%
5. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – 53.1%

5 อันดับทีมที่ผ่านบอลแม่นยำที่สุด
1. เชลซี – 87.3%
2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 87.2%
3. เอฟเวอร์ตัน – 86.4%
4. อาร์เซนอล – 86.3%
5. ลิเวอร์พูล – 85.8%

5 อันดับทีมที่ดีที่สุด
1. แอสตัน วิลล่า – 7.35
2. เอฟเวอร์ตัน – 7.08
3. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – 6.92
4. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 6.9
5. เชลซี – 6.85

สถิติผู้เล่นที่น่าสนใจ

10 อันดับผู้เล่นที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด
1. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
2. โดมินิค คาลเวิท เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
3. เจมี วาร์ดี้ (เลสเตอร์) ยิงได้ 5 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 42%
4. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) ยิงได้ 5 ประตูจาก 11 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 45%
5. คัลลัม วิลสัน (นิวคาสเซิ่ล) ยิงได้ 4 ประตูจาก 6 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 67%
6. นีล มัวเปย์ (ไบร์ทตัน) ยิงได้ 4 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
7. ลากาแซตต์ (อาร์เซนอล) ยิงได้ 3 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
8. จอร์จินโญ่ (เชลซี) ยิงได้ 3 ประตูจาก 10 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
9. แดนนี่ อิงค์ (เซาแธมป์ตัน) ยิงได้ 3 ประตูจาก 5 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 60%
10. แพทริค แบมฟอร์ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด) ยิงได้ 3 ประตูจาก 9 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 33%

5 อันดับผู้เล่นที่มีโอกาสยิงมากที่สุดต่อเกม
1. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) – 4.8 ครั้ง
2. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 4.8 ครั้ง
3. ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล) – 4.3 ครั้ง
4. มิโตรวิช (ฟูแล่ม) – 4 ครั้ง
5. มิเกล อันโตนิโอ (เวสต์แฮม) – 3.8 ครั้ง

5 อันดับผู้เล่นแอสซิสต์สูงสุด
1. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 6 ครั้ง
2. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
3. จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
4. ริชาร์ริสัน (เอฟเวอร์ตัน) – 2 ครั้ง
5. มันเธอุส เปย์เรร่า (เวสต์บรอมวิช) – 2 ครั้ง

นักเตะที่ฟอร์มดีที่สุด
1. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.54
2. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.43
3. ฮาเมส โรดริเกซ (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.41
4. โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.32
5. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.31

ทีมยอดเยี่ยมหลังผ่านการแข่งขัน 4 นัด

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

ระบบ : 4-4-2
ผู้จัดการทีม : คาร์โล อันเชล็อตติ (เอฟเวอร์ตัน)

กองหลัง
รีซ เจมส์ (เชลซี)
ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ไทลอน มิงค์ (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
เอซรี่ คอนซ่า (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.6
ลูก้า ดีญ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 7.3

กองกลาง
ฮาเมส โรดริเกซ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4
จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.1
เควิน เดอ บรอยด์ (แมนฯซิตี้) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4

กองหน้า
แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3
โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3

โปรแกรมการแข่งขันนัดถัดไป

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2020
18:30 น. เอฟเวอร์ตัน – ลิเวอร์พูล
21:00 น. เชลซี – เซาแธมป์ตัน
23:30 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – อาร์เซนอล
02:00 น. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2020
18:00 น. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ฟูแล่ม
20:00 น. คริสตัล พาเลซ – ไบร์ทตัน
22:30 น. สเปอร์ส – เวสต์แฮม
01:15 น. เลสเตอร์ – แอสตัน วิลล่า

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2020
23:30 น. เวสต์บรอมวิช – เบิร์นลีย์
02:00 น. ลีดส์ – วูลฟ์แฮมป์ตัน

ทั้งหมดนี้คือ สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากการแข่งขันเพียง 4 นัดเท่านั้น การแข่งขันยังอีกยาวไกลต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วทีมไหนที่จะได้ชูถ้วย พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 มาครอง


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

ข้อมูลสถิติจากเว็บ Whoscored

มูรินโญ่ แลมพาร์ด

ไม่ดราม่านะจ้ะ! มูรินโญ่ ควง แลมพาร์ด ยืนยันความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม

จากเหตุการณ์ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ตะคอกใส่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ระหว่างเกมเมื่อคืนนี้จนเหมือนจะกระทบความสัมพันธ์ แต่หลังจบเกมทั้งคู่ยืนยันความสัมพันธ์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง


ศึกคาราบาวคัพระหว่าง สเปอร์ส กับ เชลซี เมื่อคืนนี้ได้มีดราม่าเกิดขึ้นเมื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส ได้ตะคอกใส่ แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี ผู้เคยเป็นอดีตลูกน้อง ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงว่า “ไอ้เวร แฟรงค์ ทีทีมแกกำลังจะแพ้ 0-3 แกไม่เห็นออกมายืนอย่างนี้เลย”

อย่างไรก็ตามหลังจากจบการแข่งขัน มูรินโญ่ ได้ออกมาอธิบายถึงเหตุผลที่พูดแบบนั้นว่า “ความรู้สึกที่ผมมีต่อเขามีความสำคัญมากกว่าสิ่งที่เราพูดใส่กัน สิ่งเดียวที่ผมพยายามจะบอก แฟรงค์ก็คือเวลาที่นักเตะมากที่สุดคือตอนที่พวกเขากำลังจะแพ้ มันเป็นความเห็นของโค้ชแก่ๆที่มีให้โค้ชหนุ่ม พรสวรรค์สูงเท่านั้น”

“ในเกมที่ทีมของเขาตามหลัง 0-3 ผมเห็นใจเขามากเพราะเขาเศร้าสุดๆ และนั่งเฉยๆอยู่ที่เก้าอี้ ผมไม่สามารถสอนอะไรเขาได้ เขารู้เรื่องฟุตบอลเป็นอย่างดี มันเป็นเพียงความคิดเห็นของผมเท่านั้น คุณควรจะมายืนพูดที่ข้างสนามในขณะที่ทีมกำลังจะแพ้ และอยู่นิ่งๆ เมื่อทีมกำลังจะชนะ” มูรินโญ่ กล่าว

ในขณะที่แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้เป็นดั่งลูกศิษย์สุดที่รักของ มูรินโญ่ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ โชเซ่ ผมแค่แสดงความเห็นถึงเรื่องที่เขาจะคุยกับกรรมการมากกว่าคุยกับลูกทีมของเขาเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ผมก็นับถือ โชเซ่ มากๆ สุดท้ายแล้วเรายังรู้สึกดีต่อกัน และสิ่งนั้นจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป”


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์สเปอร์ส-1-1-เชลซี

(ไฮไลท์สเปอร์ส 1-1 เชลซี) ไก่เดือยทอง เขี่ย สิงห์บลูส์ กระเด็นตกรอบคาราบาวคัพ

เชลซี ต้องมาจอดป้ายเพียงแค่รอบ 4 ของศึก คาราบาวคัพ จากการพ่ายแพ้การดวลจุดโทษหลังทั้งสองทีมเสมอกันในช่วง 90 นาที (ไฮไลท์สเปอร์ส 1-1 เชลซี)


ไฮไลท์สเปอร์ส 1-1 เชลซี (5-4) ศึกฟุตบอลคาราบาวคัพ รอบ 4 | ติโม แวร์เนอร์ ประเดิมลูกแรกอย่างเป็นทางการให้กับทีมได้สำเร็จหลังย้ายมาจาก แอร์แบ ไลป์ซิก อย่างไรก็ตาม สิงโตน้ำเงินคราม ต้องมาตกรอบจากการพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษกับ สเปอร์ส ในท้ายที่สุด

ไฮไลท์บอลคาราบาวคัพ รอบ 4 สเปอร์ส 1(5) – 1(4) เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
สเปอร์ส : เอริค ลาเมล่า 84′
เชลซี : ติโม แวร์เนอร์ 19′

ผลการดวลจุดโทษ
สเปอร์ : เอริก ดายเออร์ : เข้า // เอริค ลาเมล่า : เข้า // ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก : เข้า // ลูคัส มูร่า : เข้า //แฮร์รี่ เคน : เข้า
เชลซี : แทมมี่ อับราฮัม : เข้า // เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า : เข้า // เจอร์จินโญ่ : เข้า // เอเมอร์สัน : เข้า // เมสัน เมาน์ท : ไม่เข้า

สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (3-5-2) : อูโก้ โยริส – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เอริก ดายเออร์, จาเฟต ทานกานก้า (แฮร์รี่ เคน น.70), แซร์ช โอริเย่ร์ ,ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่, เจดสัน แฟร์นันด์ส (ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก น.63), มุสซ่า ซิสโซโก้, เซร์คิโอ เรกีลอน- สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ (ลูคัส มูร่า น.76), เอริค ลาเมล่า
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ด เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ฟิคาโย่ โทโมรี่, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ (เอเมอร์สัน น.66), – มาเตโอ โควาซิช (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.70), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท, ติโม แวร์เนอร์ – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อับราฮัม น.76)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส พึ่งโดน นิวคาสเซิ่ล บุกมาแบ่งแต้มไปแบบน่าเจ็บปวดในเกม พรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ เชลซี พึ่งโกงความตายได้สำเร็จ หลังโดน เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ทิ้งห่าง 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกก่อนกลับมาตีเสมอ 3-3 ได้อย่างเหลือ

โชเซ่ มูรินโญ่ จัดทัพโดยใช้ระบบ 3-5-2 โดยส่งผู้เล่นสำรองลงสนามหลายราย แข้งใหม่อย่าง เซร์คิโอ เรกีลอน ลงตัวจริงในเกมนี้ และเกมรุกใช้ เอริค ลาเมล่า จับคู่กับ สตีเฟ่น เบิร์กไวน์

แฟรงค์ แลมพาร์ด มาในระบบ 4-2-3-1 โดยผู้รักษาประตูสีส่ง เอดูอาร์ด เมนดี้ ลงเป็นตัวจริงเกมแรก เช่นเดียวกับ เบน ชีลเวลล์ ในขณะที่สามประสานในแดนหน้าใช้ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท และ ติโม แวร์เนอร์ ลงล่าตาข่าย

ครึ่งแรก
นาทีที่ 15 – ทีมเยือนได้โอกาสยิงครั้งแรกจากการสับไกลกว่า 30 หลาของ เมสัน เมาท์น แต่บอลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 17 เชลซีเกือบออกนำอีกครั้ง จาเฟต ทานกานก้า สกัดบอลไม่ดีเข้าทาง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ตัดหน้า เรกีลอน แต่ยิงไปตรงตัว อูโก้ โยริส

นาทีที่ 19 (Goal) – ทีมเยือนขึ้นนำได้สำเร็จ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เปิดบอลมาให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนยิงเข้าไปให้เชลซีออกนำ 1-0

จบครึ่งแรกทีมเยือนที่ดูดีกว่าเจ้าบ้านและออกนำไปก่อน 1-0

ครึ่งหลัง
นาทีที่ 49เซร์คิโอ เรกีลอน สอดขึ้นมาซัดลูกเปิดของ แซร์ช โอริเย่ร์ แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ปัดปลายมือเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 77คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย รับบอลมาจาก จอร์จินโญ่ ก่อนตัดเข้าขวาแต่ยิงข้ามคานออกไป

นาทีที่ 80แฮร์รี่ เคน หลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนล็อกหลบ ฟิกาโย่ โทโมรี่ ซัดเฉี่ยวคานออกหลังไป

นาทีที่ 84 (Goal) – เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอได้สำเร็จ เซร์คิโอ เรกีลอน ที่เล่นได้โดดเด่นในครึ่งหลัง เปิดบอลมาให้ เอริค ลาเมล่า แปลบอลเข้าไปง่ายๆ ตีเสมอเป็น 1-1

จบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th

ช่วยหน่อยนะครับ! ชุดขาวขอยืม 1 แข้งดังแลกปล่อย แกเร็ธ เบล คืนถิ่น

ช่วยหน่อยนะครับ! ชุดขาวขอยืม 1 แข้งดังแลกปล่อย แกเร็ธ เบล คืนถิ่น

อนาคตของ แกเร็ธ เบล ยังคงไม่แน่นอน โดยล่าสุด สเปอร์ส คือทีมทีมเต็งที่จะได้เจ้าตัวไปร่วมทีมแต่ เรอัล มาดริด ต้องการ 1 นักเตะเป็นการแลกเปลี่ยน


เรอัล มาดริด แชมป์ ลา ลีกา สมัยล่าสุด ยื่นข้อเสนอให้ ไก่เดือยทองพิจารณา โดยต้องการยืม เดเล่ อัลลี่ กองกลางตัวเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นเวลา 1 ฤดูกาล แลกกับการปล่อย แกเร็ธ เบล กลับมายังถิ่น ไวท์ อาร์ท เลน ด้วยสัญญายืมตัวเช่นกัน พร้อมจ่ายค่าเหนื่อยครึ่งหน่งของโปรเบลให้ด้วย

เบล กลายเป็นแข้งส่วนเกินไปแล้วสำหรับ เรอัล มาดริด ในปัจจุบันและมีข่าวการย้ายทีมมาโดยตลอด แม้ก่อนหน้านี้จะตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ล่าสุด ท็อตแน่ม ฮอท สเปอร์ส คือทีมเต็งที่จะได้ แข้งเทรินโปร กลับมามาค้าแข้งเป็นคำรบที่ 2

โดย โจนาธาน บาร์เน็ตต์ เอเยนต์ของปีกวัย 31 กะรัต บอกเองว่า เบล ต้องการกลับไปค้าแข้งยังสโมสรเก่าที่เจ้าตัวเคยจากมาและทางด้าน แดเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรของ สเปอร์ส ถึงกับลงมาเจรจาดีลนี้ด้วยตนเอง

โดยสื่อชื่อดังอย่าง เทเลกราฟ เผยว่า เรอัล มาดริด ต้องการยืม เดเล่ อัลลี่ เป็นเวลา 1 ฤดูกาล แลกกับการปล่อยยืมแกเร็ธ เบล 1 ฤดูกาล โดยราชันชุดขาวจะเป็นผ่ายจ่ายค่าเหนื่อยของ อัลลี่ เองและยังจะช่วย สเปอร์ส จ่ายค่าเหนื่อยครึ่งหนึ่งของ แข้งชาวเวลล์อีกด้วย

ซึ่งหากทั้งสองทีมตกลงกันได้ เท่ากับว่า เรอัลมาดริดจะต้องจ่ายค่าเหนื่อยของ อัลลี่ที่ 150,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ และจ่ายค่าเหนื่อยอีกครึ่งหนึ่งของ เบล ที่สัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th