คลังเก็บป้ายกำกับ: เชลซี

เชลซีทีมหญิง

เชลซีทีมหญิง คว้าแชมป์วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก สองสมัยซ้อน!

เชลซีทีมหญิง คว้าแชมป์วีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก สองสมัยซ้อน!

เชลซีทีมหญิง
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ทัพแม่เนื้ออ่อนของ เชลซีทีมหญิง ผงาดคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ และเป็นการคว้าแชมป์สองสมัยติดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ขุนทัพ เชลซีทีมหญิง ที่ก่อนเกมนัดสุดท้ายมีแต้มนำหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 คะแนนต้องการชัยชนะเพื่อการันตีการคว้าแชมป์ลีก และทำผลงานได้ตามคาดเปิดรังถล่มเรดดิ้ง 5-0 คว้าแชมป์ลีกไปครองเป็นสมัยที่สี่ในประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ ยังถือเป็นการคว้าแชมป์สองติดต่อกันครั้งแรกของสโมสร หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วลีกต้องถูกยกเลิกกลางคัน หลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งแม้ แมนฯ ซิตี้ จะมี 40 คะแนนนำเป็นจ่าฝูง ตามมาด้วยเชลศี 39 คะแนน แต่เมื่อวัดจากแต้มเฉลี่ยต่อเกม เชลซี มี 2.6 ส่วนแมนฯ ซิตี้มี 2.5 ทำให้สิงห์บลูส์สาวคว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วไปครองนั่นเอง

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ลูกากู

สื่อดังเผย เชลซี สนใจดึง โรเมลู ลูกากู ล่าตาข่ายให้กับทีมหลังจบซีซั่นนี้

สื่อดังเผย เชลซี สนใจดึง โรเมลู ลูกากู ล่าตาข่ายให้กับทีมหลังจบซีซั่นนี้

ลูกากู
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซี ยอดทีมแดนผู้ดี ตกเป็นข่าวเตรียม โรเมลู ลูกากู  มาล่าตาข่ายให้กับทีมหลังจบซีซั่นนี้

สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ทีมดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวเตรียมล่าหัวหอกจากลีกแดนมักกะโรนีอย่าง โรเมลู ลูกากู จากอินเตอร์ มิลาน มาล่าตาข่ายให้กับทีมหลังจบฤดูกาลนี้ จากการรายงานของ เดลี เมล์ สื่อชื่อดัง

แม้เชลซี จะเพิ่งคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ มาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมชั้นนำจาก บุนเดสลีกา เยอรมนี ด้วยค่าตัว 47.5 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,068 ล้านบาทมาช่วงซัมเมอร์ แต่ทว่าหัวหอกชาวเยอรมัน กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มรวมถึงยิงประตูได้ตามที่คาดหวังทำให้ทีมเริ่มมีข่าวกับกองหน้ารายใหม่แรงขึ้นเรื่อย

จึงเป็นสาเหตุทำให้ โธมัส ทูเคิล นายใหญ่ชาวเยอรมัน แสดงความสนใจในตัวอดีตกองหน้าของทีมวัย 27 กะรัต มาร่วมทีมได้สักระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งแรกพวกเขาพร้อมอัดเงิน 90 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,919 ล้านบาท แต่กระนั้นดูเหมือนพวกเขายินดีที่จะเพิ่มค่าตัวให้เป็น 105 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,574 ล้านบาท เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ตัวแข้งรายนี้มาร่วมทีมจริงๆ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

สิงโตน้ำเงินคราม

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พลพรรค สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ หลังเตะไปแล้วในเลกแรก เสมอราชันชุดขาว 1-1

ผลเสมอที่ออกมา ดูเหมือนว่า จะเป็นใจให้ สิงโตน้ำเงินคราม  พอสมควร เพราะได้อเวย์โกลว์ จากการไปเยือน เรอัล มาดริด เพราะเรารู้กันอยู่ว่า เรอัล มาดริด เป็นจ้าวยุโรป ประสบการณ์โชคโชนในรายการนี้ แถมมีกุนซือสมองเพชร อย่าง ซีเนดีน ซีดาน คุมทีมดับเลิ้ลความเขี้ยวลากดินไปอีก

ด้วยการพบเจอกัน ของทั้งสองทีม เชลซีและเรอัลมาดริด ย้อนกลับไปของการเจอกันทั้งหมด ก่อนหน้านี้ทั้งสองสโมสรเจอกันในเวทียุโรปมาแล้ว 3 หน ซึ่งปรากฏว่า เชลซี ไม่เคยปราชัยให้กับ เรอัล มาดริด เลย โดยเมื่อฤดูกาล 1970/71 เจอกันในรอบชิงฯ ถ้วย คัพ วินเนอร์ส คัพ ซึ่ง เชลซี คว้าชัย 2-1 ในนัดรีเพลย์ หลังเสมอกัน 1-1 ในเกมแรก หลังจากนั้นในปี 1998 สิงห์บลูส์ โค่น ราชันชุดขาว 1-0 ในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ

เชลซี

หากนับเฉพาะคู่แข่งในเวทียุโรป รวมทุกรายการที่ เรอัล มาดริด ไม่เคยเอาชนะได้ แน่นอนว่า เชลซี เป็นสโมสรที่ เรอัล มาดริด เจอบ่อยสุดและไม่เคยเก็บชัยได้เลย 3 ครั้ง, เสมอ 1 แพ้ 2

นับตั้งแต่การแข่งขันถ้วยใหญ่สุดของยุโรป เปลี่ยนชื่อจาก ยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 1992 เชลซี เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ 8 ครั้ง ซึ่งมากสุดในบรรดาสโมสรจากอังกฤษ

สำหรับประสบการณ์ในรอบรองฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก  7 หนที่ผ่านมาของ เชลซี นั้น พวกเขาปราชัยในการแข่งขันเลกแรกแค่หนเดียวเท่านั้น โดยชนะ 2 เสมอ 4  ซึ่งนั่นก็คือการบุกไปแพ้ อาแอส โมนาโก 1-3 เมื่อฤดูกาล 2003/04 ส่วนเกมเลกแรกอีก 6 นัดที่เหลือ พวกเขาไม่แพ้ใครเลยก็จริง แต่ทำได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น และเสียประตูเดียว

ขณะที่ เรอัล มาดริด เข้ามาถึงรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นหนที่ 14 ซึ่งมากสุดเหนือทุกสโมสรในยุโรป  หากนับเฉพาะการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 10 ครั้งหลังสุดของ เรอัล มาดริด พวกเขาคว้าชัยในเกมเลกแรกได้ถึง 9 ครั้ง แพ้ 1 และมีถึง 8 ครั้ง ที่ทำประตูได้อย่างน้อย 2 ลูก

ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ช เรอัล มาดริด และ โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี เป็น 2 จาก 24 กุนซือ ที่มีประสบการณ์คุมทีมในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ 15 นัดขึ้นไป โดย ซีดาน เป็นกุนซือที่มีเปอร์เซนต์ชนะมากสุด เทียบเท่ากับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ที่ 67% ด้วยสถิติชนะ 18 จาก 27 เกม ขณะที่ ทูเคิ่ล มีเปอร์เซนต์ดีสุดอันดับเจ็ดที่ 53% ด้วยผลงานชนะ 8 จาก 15 เกม

แชมป์ยุโรป

นอกจากนี้ ทูเคิ่ล เคยคุมทีมเจอ เรอัล มาดริด มาแล้ว 4 หน และไม่เคยพบกับความปราชัยเลย ชนะ 1 เสมอ 3 โดยในหน้าประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากเขาแล้ว มี เชราร์ อุลลิเย่ร์ อีกคน ที่คุมทีมเจอ ‘ราชันชุดขาว’ 4 ครั้ง และไม่เคยแพ้เลย ชนะ 2 เสมอ 2 ข้อมูลจาก : siamsport

จากสถิติดังกล่าว จะบอกว่าเชลซีมีมุมเข้าชิงมากกว่า แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะทางด้านของซีเนดีน ซีดาน เขี้ยวยาวลากดิน สถิติการคุมราชันชุดขาว ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นรองเลย หากมองถึงประสบการณ์ในรายการยุโรปนี้

มาถึงนัดนี้แล้ว หากมัวสนใจสถิติ คงเป็นไปไม่ได้ เข้ารอบตัดเชือก ไม่มีทีมไหนอ่อนได้เปรียบเสียเปรียบมากกว่ากัน อยู่ที่การวางแผนของเฮดโค้ช รวมถึงการจัดทีมด้วย

พลพรรคสิงโตน้ำคราม เชลซีต่างรอแมตช์ระดับโลกนี้ เราหวังว่าทีมรักของเรา จะก้าวไปคว้าแชมป์มาครองได้ เรามีพร้อม ทั้งความกระหาย ความกล้า ความนิ่ง รวมถึงโค้ชที่กลยุทธสุดติ่งอย่างทูเคิ่ล

หาก สิงโตน้ำเงินคราม ผ่านราชันชุดขาวไปได้ หากจะมองถึงแชมป์ก็ผิด ในบรรดา 4 ทีมรอบรอบชนะเลิศ กระดูกชิ้นโต คือเรอัล มาดริด ไม่มีอะไรแน่นอนในโลกของลูกหนัง เมื่อเราเอาชนะยอดทีมจากสเปนได้ เท่ากับว่า สิงโตน้ำคราม เชลซี ผ่านทีมที่ดีที่สุดในโลกมาแล้ว จากนี้ไม่ต้องกลัวใคร  ใครก็ได้บอกเลยนาทีนี้ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

บทสรุปหลังเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ไค ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มแจ่ม กดสองตุงเกมปะทะ เจ้าสัวน้อย

บทสรุปหลังเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ไค ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มแจ่ม กดสองตุงเกมปะทะ เจ้าสัวน้อย

เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

สิงโตน้ำเงินคราม คว้าสามแต้มเต็มในเกมลอนดอนดาร์บี้แมทซ์กับ เจ้าสัวน้อย โดยเกมนี้ได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่เหมาสองประตู จบเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ผู้เล่นเชลซี วิ่งมาฉลองหลัง ฮาแวร์ทซ์ ยิงให้เชลซีขึ้นนำ 1-0

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุป เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | จบลงไปแล้วสำหรับ พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 34 สิงโตน้ำเงินคราม คว้าสามแต้มสำคัญได้สำเร็จเกมนี้ก่อนเกมการแข่งขันสื่อหลายสำนักต่างมองว่าทีมเยือนต้องมาเล่นตั้งรับและคอยสวนกลับตามสไตล์ เวลาทีมรองบ่อนต้องดวลกับทีมใหญ่ แต่ สก็อตต์ พาร์คเกอร์ กุนซือหนุ่มของ เจ้าสัวน้อย ไม่ได้ทำแบบนั้น อดีตแข้งเชลซี สั่งให้ลูกทีมเปิดเกมบุกแลกกับ สิงห์บลูส์ แบบไม่เกรงกลัวเจ้าถิ่นแม้แต่น้อย และที่สำคัญคือนักเตะทีมเยือนทำได้ค่อนข้างดี พวกเขาเปิดเกมบุกใส่เชลซีได้หลายจังหวะ และยังทำได้ดีกว่าเจ้าถิ่นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามด้วยคุณภาพและปัจจัยหลายๆอย่าง ทำให้เชลซี เด็ดขาดกว่าทีมเยือนในจังหวะจบสกอร์และได้ประตูออกนำไปก่อน จาก ไค ฮาแวร์ทซ์ ตั้งแต่นาทีที่ 10 ของเกม และมาได้ประตูปิดท้ายจาก ไค ฮาแวร์ทซ์ คนเดิม ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง

หลังจากนั้น โธมัส ทูเคิล ก็เปลี่ยนแผนลงมาตั้งรับทันทีเพื่อลดการใช้พลังงาน เพราะมีเกมสำคัญกลางสัปดาห์รออยู่ และนั่นเองทำให้รูปเกมดูจืดลงไป ความเหนียวแน่นในเกมรับของ เชลซี ทำให้ เจ้าสัวน้อย หาช่องเจาะเข้าไปทำประตูไม่ได้เลย จริงอยู่ที่พวกเขามีโอกาสได้ประตูหลายจังหวะ แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ก็โชว์ฟอร์มเทพเช่นเดียวกันจึงช่วยทีมรักษาคลีนชีตเอาไว้ได้อีกหนึ่งเกม

ผู้เล่นอย่าง เมสัน เมาท์ พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนักเตะที่ เชลซี จะขาดไม่ได้ แข้งทีมชาติอังกฤษโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ เมาท์ รักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างคงเส้นคงวา จึงไม่แปลกหากหากเจ้าตัวจะขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ของทีมและวงการลูกหนังในอนาคต

ด้าน 2 แข้งชาวเยอรมันก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ยืนเป็นกองหน้าตัวหลอกในเกมนี้ ยิงได้ถึง 2 ประตูและเกือบทำแฮตทริกได้หากลูกที่ยิงเข้าไปในครึ่งแรกไม่ล้ำหน้าเสียก่อน สิ่งที่เห็นได้ชัดจากเกมนี้คือ ความเยือกเย็นในจังหวะจบสกอร์ ที่ทำได้เนียนตาทั้งสองประตูจนทำให้แฟนเริ่มเห็นฟอร์มร่างทองกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อยู่กลายๆ ไม่แน่เราอาจได้เห็นฟอร์มเทพของเจ้าตัวอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

เช่นเดียวกับ ติโม แวร์เนอร์ ที่ในเกมนี้จะไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตูแต่ดาวยิงความเร็วสูงยังมีชื่อแอสซิสต์มให้เพื่อนยิงประตูได้อีกครั้งนึง จนถึงตอนนี้เจ้าตัวทำได้แล้ว 11 ประตู กับอีก 10 แอสซิสต์ ถือเป็นตัวเลขที่ไม่เลวเลยกับฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีก แม้แฟนบอลหลายคนจะผิดหวังที่ไม่ได้เห็น แวร์เนอร์ ยิงประตูแบบถล่มทลาย แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีส่วนร่วมและเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้

จังหวะหนีห่าง 2-0 เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
3 นักเตะร่วมดีใจหลังเชลซีหนีห่าง 2-0

สถิติหลังจบเกม

เชลซี

สถิติสำคัญ

ฟูแล่ม

49%

การครองบอล

51%

9

จำนวนยิงทั้งหมด

10

1

ยิงออกนอกกรอบ

4

9

สร้างโอกาส

8

435

ความแม่นยำในการผ่านบอล

446

85%

ความสำเร็จในการผ่านบอล

86%

15

ฟาวล์

8

1

เตะมุม

8

7

ล้ำหน้า

1

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

11 ผู้เล่นตัวจริง

เอดูอาร์ เมนดี้ : 7.5
มีจังหวะเซฟสวยๆ หลายครั้งในเกมนี้ และช่วยทีมเก็บสถิติคลีนชีตเพิ่มอีกนัดได้สำเร็จ

อันเดรียส คริสเตนเซ่น : 7.5
นักเตะตอบแทนความไว้ใจของ ทูเคิ่ล ได้อย่างยอดเยี่ยม การมีเขายืนป้องกันในแนวรับช่วยให้แฟนบอลรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

ติอาโก้ ซิลวา : 7.5
ขาดไปไม่ได้จริงๆ สำหรับผู้นำในแนวรับอย่าง ซิลวา ความนิ่งในเกมนี้ช่วยทีมได้หลายจังหวะและไม่มีลูกผิดพลาดให้เห็น

เคร์ท ซูม่า : 7 
ช่วยเกมรับได้ตามมาตรฐานของตัวเอง แต่เกมรุกยังคงเป็นรอง รือดิเกอร์

รีซ เจมส์ : 7.5 
เกมรุกค่อนข้างเงียบในเกมนี้ แต่เกมรับทำได้ดีและมีจังหวะช่วยทีมหลายครั้ง

บิลลี่ กิลมอร์ : 7
แม้จะมีผิดพลาดทำเสียบอลอยู่หลายครั้งแต่ยังพอให้อภัยได้ ยังต้องพัฒนาฝีเท้าต่อไป

เมสัน เมาท์ : 7.5
สร้างสรรค์เกมรุกได้ยอดเยี่ยมและมีแอสซิสต์ในเกมนี้ด้วย นอกจากนี้ยังลงมาช่วยทีมเล่นเกมรับอีกด้วย 

เบน ชิลเวลล์ : 7
วันนี้ค่อนข้างเงียบสำหรับ ชิลเวลล์ แต่ยังเติมขึ้นไปเล่นเกมรุกได้หลายครั้ง

ฮาคิม ซีเย็ค : 6
เป็นอีกเกมที่ ซีเย็ค ทำได้ไม่ค่อยดีนัก มีส่วนร่วมกับทีมค่อนข้างน้อยก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกไป

ติโม แวร์เนอร์ : 7 
ยังมีจังหวะขาดๆเกินๆ อยู่หลายครั้ง แต่ก้ไม่มีจังหวะพลาดแบบไม่น่าให้อภัย แถมยังมีแอสซิสต์อีกด้วย

ไค ฮาแวร์ทซ์ : 8
ความนิ่งในการจบสกอร์ ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมในเกมนี้ 2 ประตูในวันนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ ฮาแวร์ทซ์ มากขึ้น

ตัวสำรอง

เอ็นโกโล ก็องเต้ (แทน ซีเย็ค น. 66) : 6.5 
ลงมาช่วยทีมเล่นเกมรับ และช่วยทีมรักษาคลีนชีตไว้ได้ 

แทมมี่ อับราฮัม (แทน เมาท์ น. 76) : 5
ถูกเปลี่ยนลงสนามมาแต่มีส่วนร่วมกับทีมค่อนข้างน้อย

มาร์กอส อลอนโซ่ (แทน ชิลเวลล์ น. 81) : N/A 

ชิลเวลล์ พาบอลหนีผู้เล่น ฟูแล่ม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
เบน ชิลเวลล์ พาบอลหนีผู้เล่น ฟูแล่ม

บทสรุป

เชลซี ภายใต้การนำทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล กำลังเล่นได้อย่างมั่นใจและดีวันดีคืน พวกเขาไม่เกรงกลัวทีมใดและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นทีมไหนก็ตาม ด้วยคุณภาพนักเตะที่ไม่เป็นรองใครแถมยังมีงบในการเสริมทีมค่อนข้างเยอะ ไม่แน่ว่าทูเคิ่ล อาจจะสร้าง เชลซี ให้กลายเป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอเหมือนที่เขาเคยพูดเอาไว้ตอนเปิดตัวกับสโมสรก็ได้ใครจะไปรู้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ทูเคิ่ล ฟูแล่ม

ไม่ใช่งานง่าย! ทูเคิ่ล เผยไม่ง่ายกว่าจะชนะ ฟูแล่ม ชี้เป็นชัยชนะสำคัญ

ไม่ใช่งานง่าย! ทูเคิ่ล เผยไม่ง่ายกว่าจะชนะ ฟูแล่ม ชี้เป็นชัยชนะสำคัญ

ทูเคิ่ล ฟูแล่ม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ เชลซี ชี้ไม่ใช่งานง่ายแม้ลูกทีมจะเปิดบ้านเอาชนะ ฟูแล่ม 2-0 พร้อมระบุนี่คือชัยชนะที่สำคัญมากๆ สำหรับ สิงโตน้ำเงินคราม

โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี เผยว่า ทีมตนต้องพบกับความยากลำบากไม่น้อยกว่าจะได้ชัยชนะ หลังจากที่ทัพ สิงห์บลูส์ เปิดถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะ ฟูแล่ม ไปได้ 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

โดย เชลซี ได้ทั้งสองประตูจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ ในนาทีที่ 10 และ 49 ทำให้พวกเขาที่ตอนนี้รั้งอันดับ 4 มีคะแนนเพิ่มเป็น 61 แต้ม หลังลงแข่ง 34 นัด ตาม เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 เหลือแค่ 2 แต้มเท่านั้น พร้อมกับหนี เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับห้า ที่ลงเตะน้อยกว่าหนึ่งนัด เป็น 6 แต้ม

โดยกุนซือชาวเยอรมันเผยว่า “เรารู้อยู่แล้วว่า ฟูแล่ม สร้างความยากลำบากให้กับทุกคน พวกเขาจะทำให้คุณเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน คุณไม่ต้องงงกับอันดับในตารางคะแนนหรอก (ฟูแล่ม อยู่ที่ 18) นั่นแหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงยกย่องผลงานของเราในวันนี้มากๆ จริงๆ แล้วเราน่าจะปิดเกมได้เร็วด้วยซ้ำ แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นเกมที่ยากสำหรับเรา และนี่คือชัยชนะที่สำคัญมากๆ”

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มเหมาคนเดียวสองตุง เกมลอนดอนดาร์บี้

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มเหมาคนเดียวสองตุง เกมลอนดอนดาร์บี้

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ไค ฮาแวร์ทซ์ งัดฟอร์มเก่งหลังซัดคนเดียว 2 ประตูช่วย เชลซี คว้าสามแต้มเต็ม จี้ เลสเตอร์ เหลือเพียง 2 คะแนน | ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ไฮไลท์เชลวี 2-0 ฟูแล่ม | เชลซีได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ เหมา 2 ประตูพาทีมคว้า 3 แต้มเกมลอนดอนดาร์บี้แมทซ์ คืนวันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมาทำแต้มไล่จี้ เลสเตอร์ ซิตี้ เหลือ 2 คะแนน

รายชื่อผู้ทำประตู

เชลซี : [1-0] ไค ฮาแวร์ทซ์ (10′) // [2-0] ไค ฮาแวร์ทซ์ (49′)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, คัวร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, บิลลี่ กิลมัวร์, เมสัน เมาน์ท (แทมมี่ อบราฮัม น.76) , เบน ชิลเวลล์ (มาร์กอส อลอนโซ่ น.81) – ฮาคิม ซิเย็ค (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.66), ติโม แวร์เนอร์ – ไค ฮาแวร์ทซ์ 

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

ฟูแล่ม (4-4-2) : อัลฟงส์ อเรโอล่า – โอล่า ไอน่า, โยอาคิม อันเดอร์เซ่น, โทซิน อดาราบิโอโย่, แอนโทนี โรบินสัน – บ็อบบี้ รีด (ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ น.78), อ็องเดร ฟร้องค์ ซ็องโบ อ็องกิสซ่า, มาริโอ เลมิน่า, อเดโมล่า ลุคแมน – จอช มาจา (อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช น.81), อิวาน กาวาเลยโร่ (โจชัว โอโนมาห์ น.78

ผู้จัดการทีม :
สกอตต์ พาร์เกอร์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 10 (Goal) – เชลซี ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ ติอาโก้ ซิลวา วางบอลยาวจากแดนตัวเองมาให้ เมสัน เมาน์ท ดูดบอลลงอย่างนิ่มนวล ก่อนจะแทงบอลทะลุช่องให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อัลฟงส์ อเรโอล่า เข้าไป เป็นประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของดาวยิงทีมชาติเยอรมัน

นาทีที่ 22 – ทีมเยือนเกือบได้ลุ้นตีเสมอหลัง แอนโทนี โรบินสัน กระดกบอลหนุนเข้าไปในกรอบให้ อเดโมล่า ลุคแมน วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลพุ่งแรงจน เอดูอาร์ เมนดี้ ต้องปัดบอลพ้นออกไปก่อนที่ รีซ เจมส์ จะโขกทิ้งออกหลังไปได้ทัน

นาทีที่ 39  – โอกาสเป็นของเจ้าบ้านอีกครั้ง หลัง ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปในกรอบทางขวาก่อนปาดมาหน้าประตูให้ ฮาคิม ซิเย็ค วิ่งมาซัดด้วยซ้ายแต่ยังไปติดมือ อัลฟงส์ อเรโอล่า

จบครึ่งแรก เชลซี ออกนำทีมเยือนไปก่อน 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 – สิงโตน้ำเงินคราม นำห่าง 2-0 อย่างรวดเร็ว บอลแทงทะลุช่องของ ติโม แวร์เนอร์ ให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดสวนตัว อเรโอล่า เข้าไป วีเออาร์ เช็กแล้วไม่ล้ำหน้ากลายเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ และมีลุ้นแฮตทริกอีกด้วย

นาทีที่ 87 – ฟูแล่ม ทีทีมเยือนได้โต้กลับขึ้นมา อ็องเดร อ็องกิสซ่า ไหลออกซ้ายให้ แอนโทนี โรบินสัน เติมขึ้นสูงก่อนลากเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลลอยข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ ฟูแล่ม ไป 2-0 รั้งอันดับ 4 ต่อไปในสัปดาห์นี้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ทูเคิล

ยังไม่คม! ทูเคิล เปิดใจหลังเกมสิงห์บลูส์บุกยันเสมอราชันชุดขาว

ยังไม่คม! ทูเคิล เปิดใจหลังเกมสิงห์บลูส์บุกยันเสมอราชันชุดขาว

ทูเคิล
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

โธมัส ทูเคิล ยอมรับลูกทีมทำผลงานได้ดี แต่ยิงประตูได้เพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น แม้สร้างโอกาสได้เยอะในเกมนี้

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของ เชลซี เปิดใจหลังนำทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” บุกไปยันเสมอ เรอัล มาดริด 1-1 ที่สนาม เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิส นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา

ทีมเยือนเล่นแบบไม่เกรงใจเจ้าของแชมป์ถ้วยใบโต 13 สมัย ด้วยการเดินหน้าบุกเต็มที่และมาได้ประตูตั้งแต่นาทีที่ 14 จาก คริสเตียน  พูลิซิช แต่น่าเสียดายที่ คาริม เบนเซม่า ซัดตีเสมอในนาทีที่ 29 ขณะที่ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรเพิ่มได้จบเกมเสมอกันไปแบบสุดมัน แต่ เชลซี ได้เปรียบนิดหน่อยจากการที่พวกเขายิงประตูนอกบ้านได้

ทูเคิ่ล กล่าวว่า “เราเริ่มต้นเกมได้ดีเยี่ยม เล่นเกมรุกที่ดุดันและเต็มไปด้วยคุณภาพ เราสมควรที่จะชนะในครึ่งแรก เรามีโอกาสมากมาย โดยโอกาสครึ่งนึงที่เราพลาดเพราะขาดความแม่นยำ เรามีโอกาสเยอะมากที่จะทำประตูจริงๆ”
    
“โชคร้ายของเราที่พวกเขามาได้ประตูจากการเล่นลูกตั้งเตะ แต่ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งนั้น เราไม่ได้ปล่อยให้พวกเขามีโอกาสมากนัก แน่นอนว่าผลการแข่งขันมันน่าผิดหวังในช่วงพักครึ่ง และสิ่งสำคัญก็คือเรายังรู้สึกสงบ และไม่ได้เสียความมั่นใจ ความรวดเร็วและพละกำลังอาจจะดร็อปลงไปบ้าง แต่คุณรู้สึกได้ว่าเรามีอาการเหนื่อยล้าจริงๆ และเราต้องพยายามรักษาผลเสมอ 1-1 ให้ได้”

“ในช่วงเวลานั้นเราเสียบอลเยอะมาก เราทำผิดพลาดด้านเทคนิคบ่อยเกินไป (เซซ่าร์) อัซปิลิกวยต้า มีอาการเหนื่อยล้า (คริสเตียน) พูลิซิช ก็เริ่มหมดแรง เช่นเดียวกับ ติโม (แวร์เนอร์) เราตัดสินใจตามสิ่งที่เราได้เห็น และสิ่งที่จำเป็นในช่วงระหว่างเกม”

“บอกตามตรงเรานน่าจะได้ประตูอย่างน้อยอีกลูกเมื่อดูจากโอกาสที่มี เราเอาชนะในการแย่งบอลได้หลายครั้ง เกมรุกก็ดี และมีการสลับเปลี่ยนการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เราเต็มไปด้วยความมั่นใจและแข็งแกร่ง แต่เราไม่น่าเสียประตูง่ายๆ เรื่องแบบนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการสู้กับนักเตะที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงที่อยู่ในทีมเรอัล มาดริด”

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | พูลิซิช โชว์เทพ เบนเซม่า โชว์เก๋า จบเจ๊ากันไป

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | พูลิซิช โชว์เทพ เบนเซม่า โชว์เก๋า จบเจ๊ากันไป

เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซี กุมความได้เปรียบเล็กน้อยหลังจบเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี คว้าอเวย์โกล์สำคัญกลับบ้าน ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ยกแรก

Pulisic
คริสเตียน พูลิซิช ดีใจแบบสุดเหวี่ยงหลังซัดประตูขึ้นนำแบบเหนือชั้น

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

เกมนี้ เรอัล มาดริด ใช้ระบบ ‘หลังสาม’ โดยได้ ราฟาเอล วาราน ที่หายจากอาการโควิดกลับมายืนประจำการในแดนหลัง โดยมี ดานี่ คาบาฆาล กับ มาร์เซโล่ ลงเล่นเป็น ‘วิงแบ็ค’ ด้านกองกลางใช้ 3 นักเตะตัวเก๋ายืนเป็นตัวจริงทั้งหมด ซึ่งการปรับหมากมายืนหลัง 3 ของซีดานในเกมนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ต้องการเสียประตูในเกมนี้

ด้านทีมเยือนเล่นระบบหลังสามอยู่แล้วนับตั้งแต่การเข้ามาทำหน้าที่กุนซือของ โธมัส ทูเคิ่ล แม้ในผังจะเป็น 3-4-3 แต่ความจริงแล้ว ทูเคิ่ล ใช้ จอร์จินโญ่ เป็นตัวโฮลบอลยืนอยู่ด้านหน้าของแผงหลังในเกมนี้ และดัน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ขึ้นไปเล่นในระนาบเดียวกับเมสันเมาน์ทและ คริสเตียน พูลิซิช โดยมี ติโม แวร์เนอร์ ยืนค้ำในแดนหน้า 

ทูเคิ่ลวางหมากมาในเกมนี้เพื่อทำลายการทำเกมจากแดนกลางที่เป็นจุดเด่นของทางเจ้าบ้าน ทำให้ ลูก้า โมดริช กับ โทนี่ โครส ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมตามที่ตัวเองถนัดมากนัก ในขณะเดียงกันผู้เล่นวิงแบ็คทั้งสองฝั่งของเชลซีก็ดันขึ้นมาเล่นเกมรุกสูฃเหมือนกับพวกเขาเล่นเป็นปีกในเกมนี้ทำให้เกมบุกเชลซีดูไหลลื่นและทำเกมบุกได้อย่างวูวาบโดยเฉพาะในครึ่งแรก

สิงโตน้ำเงินคราม เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นเกม พวกเขาเดินหน้าบุกโดยไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีและความยิ่งใหญ่ของราชันชุดขาว และมีโอกาสได้ลุ้นประตูจาก ติโม แวร์เนอร์ ที่ยิงจ่อๆไปติดเซฟอดีตนายทวารเชลซีแบบเหลือเชื่อและอีกไม่กี่นาทีต่อมาเจ้าตัวก็มีโอกาสได้ส่องประตูอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ดีพอ

อย่างไรก็ตามทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากความนิ่งของ คริสเตียน พูลิซิช ที่เลี้ยงบอลหนี กูร์กตัวส์ ก่อนยิงเข้าไปง่ายๆ ส่งเชลซีออกนำไปก่อน 1-0 กุมความได้เปรียบในฐานะทีมเยือนตั้งแต่ต้นเกม

เชลซียังดูเหนือกว่าจริงหากมองภาพรวมในครึ่งแรกแต่ เรอัล มาดริด ที่เก๋าเกมสุดๆในรายการนี้ก็ยังมาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จจาก เบนเซม่า ที่กลายเป็นเดอะ แบก ของ โลสบลังโกส ชุดนี้อย่างแท้จริงหลังต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของ CR7 มาอย่างยาวนาน 

เกมในครึ่งหลังเป็นเรอัล มาดริด ที่ดูดีขึ้นและเล่นได้เหนือกว่าเชลซี แต่เกมรับที่เหนียวแน่นบวกกับความสุดยอดของ เอ็นโกโล่ ก้องเต้ บุรุษที่สื่อรวมไปถึงแข้งดังมากมายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาคือชายผู้มี 15 ปอด เจ้าตัววิ่งพล่านไปทั่วทั้งสนาม ทำได้ดีเยี่ยมทั้งรุกและรับจนคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมทซ์ ในเกมนี้ไปครอง

สถิติหลังจบเกม

เรอัล มาดริด

สถิติสำคัญ

เชลซี

51%

การครองบอล

49%

9

จำนวนยิงทั้งหมด

11

6

ยิงออกนอกกรอบ

2

10

สร้างโอกาส

10

506

ความแม่นยำในการผ่านบอล

502

87%

ความสำเร็จในการผ่านบอล

89%

11

ฟาวล์

9

4

เตะมุม

6

2

ล้ำหน้า

2

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

11 ผู้เล่นตัวจริง

เอดูอาร์ เมนดี้ : 6
แม้ว่าตลอดทั้ง เมนดี้ จะไม่ได้โชว์ฟอร์มซักเท่าไหร่ และเสียประตูในเกมนี้อีกด้วยแต่ก็ต้องยอมรับว่าประตูที่เสียนั้น จนปัญญาที่จะป้องกันเอาไว้จริงๆ

อันเดรียส คริสเตนเซ่น : 7
กลายเป็นแนวรับตัวหลักของทีมไปแล้วในระยะหลัง ความนิ่งที่มีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดช่วยให้เชลซีเก็บคลีนชีตได้มากมายยามมี คริสเตนเซ่นยืนเป็นตัวจริงในแดนหลัง เกมนี้เจ้าตัวก็เล่นได้โดดเด่นเช่นกัน โดยตัดบอลได้ 3 ครั้ง และไม่มีข้อผิดพลาดอะไร

ติอาโก้ ซิลวา : 7.5
ความเก๋าเกมของ ซิลวา ช่วยเกมรับเชลซีได้เยอะมากในเกมนี้ ช่วยป้องกันไม่ให้ทีมต้องเจอกับจังหวะอันตรายหลายครั้ง

อันโตนิโอ รือดิเกอร์ : 7.5 
ช่วยเกมรับได้แข็งแกร่ง ยืนตำแหน่งเยี่ยม สปีดไม่มีตก แถมมีส่วนร่วมกับประตูขึ้นนำ 1-0 ที่วางบอลยาวให้กับ พูลิซิช

เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า : 6 
ช่วงแรกๆ รับมือกับ วินิซิอุส จูเนียร์ ได้ดี แต่หลังจากนั้นเริ่มเอาไม่อยู่ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกกลางครึ่งหลัง

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ : 8
แทบจะโผล่ทุกที่ในสนาม ช่วยตัดเกมได้ดี แถมวิ่งบุกตะลุยได้มันส์หยด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ที่มีสถิติพาบอลผ่านนักเตะทีมคู่แข่งถึง 6 ครั้ง ซึ่งมากสุดในเกมนี้

จอร์จินโญ่ : 7.5
ประสานงานแดนกลางกับ ก็องเต้ ได้ดี ตัดบอลได้ 3 ครั้ง ซึ่งมากสุดในทีมเท่ากับ คริสเตนเซ่น 

เบน ชิลเวลล์ : 7
ช่วยทีมได้ดีพอสมควรทั้งรับและรุก สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตู 2 หน ซึ่งมากสุดอันดับสองของทีม  (รองจาก พูลิซิช ที่ทำได้ 3 ครั้ง)

เมสัน เมาท์ : 7 
เป็นเกมที่สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูไม่ได้เลยแม้แต่หนเดียว ทว่ามีความแม่นยำในการผ่านบอลเข้าเป้าสูงถึง 96% โดยเฉพาะการผ่านบอลในพื้นที่สุดท้าย และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความแตกต่าง

คริสเตียน พูลิซิช : 8 
ร้ายและนิ่งมากๆ กับประตูขึ้นนำ 1-0 ที่เจ้าตัวพาบอลหลบ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ก่อนยิงเข้าไป เล่นได้อันตรายมากๆ ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก สร้างโอกาสให้เพื่อนได้หลายครั้งด้วย แต่ค่อยๆ ดร็อปลงไป ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

ติโม แวร์เนอร์ : 6
ช่วงต้นเกมมีโอกาสยิงจ่อๆ แต่ดันไปตรงตัวนายทวารทีมเจ้าถิ่น รวมแล้วทั้งเกมมีโอกาสยิง 4 หน ซึ่งมากสุดในทีม แต่ก็ไม่ดีพอเป็นประตู ถือเป็นเกมที่ค่อนข้างหน้าผิดหวังสำหรับเจ้าตัว แม้มีความทุ่มเทเพื่อทีมเต็มที่ก็ตาม

ตัวสำรอง

ฮาคิม ซิเย็ค (แทน พูลิซิช น. 66) : 6.5 
ได้ลุ้นยิง 2 หน มีส่วนร่วมกับเกมไม่น้อย ช่วยยกระดับเกมขึ้นมาได้ แต่ยังขาดในจังหวะสุดท้าย 

ไค ฮาแวร์ตซ์ (แทน แวร์เนอร์ น. 66) : 5.5
ใช้ความเร็วป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้บ้าง แต่ไม่มีทีเด็ดทีขาด

รีซ เจมส์ (แทน อัซปิลิกวยต้า น. 66) : 6
อย่างน้อยช่วยให้เกมรุกตรงริมเส้นดูมีชีวิตชีวามากกว่าตอน อัซปิลิกวยต้า อยู่ในสนาม 

เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุป

 แม้จะไม่สามารถรักษาสกอร์นำได้ตลอดรอดฝั่งก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วผลเสมอแบบมีสกอร์ทำให้ เชลซี กลับไปเล่นเกมเลกสองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมกับความได้เปรียบที่สำคัญมากๆ นั่นก็คือการได้ประตูทีมเยือนหรืออเวย์โกล

เพียงแค่พวกเขาเสมอแบบไร้สกอร์ในเกมนัดต่อไป นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ เชลซี ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ทูเคิ่ล คงไม่คิดที่จะมาเล่นเกมรับใน “เดอะ บริดจ์” แน่นอน เพราะการทำแบบนั้นกับ แชมป์ถ้วยใบโตยุโรป  13 สมัยถือเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ 

แต่แน่นอนว่าพวกเขาคงเล่นแบบรัดกุมซึ่ง กุนซือเลือดด๊อยท์ช ก็มักจะทำได้ดีเวลาวางหมากเพื่อเน้นผลการแข่งขัน ยิ่งไปกว่านั้นเกมหน้า เรอัล มาดริด ต้องเดินหน้ายิงประตูให้เร็วที่สุด งานนี้อาจจะได้เห็นทีเด็ดจากพวกแข้งความเร็วสูงของ “สิงห์บลูส์” ก็ได้ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | สิงห์ บุกเจ๊า ราชัน คว้าอเวย์โกล์กลับบ้าน

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | สิงห์ บุกเจ๊า ราชัน คว้าอเวย์โกล์กลับบ้าน

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

คริสเตียน พูลิซิช ซัดประตูเบิกร่องให้สิงห์สุดโหด ก่อนโดนทีเด็ด เบนเซม่า ยิงตีเสมอ จบเกมแรกเจ๊ากันไปสุดมันส์ | ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | สิงโตน้ำเงินคราม กุมความได้เปรียบเล็กน้อยหลังจบเกมที่บุกไปยันเสมอ เรอัล มาดริด ได้ถึงถิ่น ลุ้นต่อนัด 2

รายชื่อผู้ทำประตู

เรอัล มาดริด : [1-1] คาริม เบนเซม่า (29′)
เชลซี :
[0-1] คริสเตียน พูลิซิช (14′)

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่
ผู้ตัดสิน : ดานนี มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เรอัล มาดริด (3-5-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, นาโช่ เฟร์นานเดซ – ดานี่ การ์บาฆัล (อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า น.77), โทนี่ โครส, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช, มาร์เชโล่ (มาร์โก อเซนซิโอ น.77) – คาริม เบนเซม่า (โรดรีโก้ น.90+2), วินิซิอุส จูเนียร์ (เอแดน อาซาร์ น.66)

ผู้จัดการทีม :
ซีเนอดีน ซีดาน

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรีย คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.67), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เม้าน์ท, คริสเตียน พูลิซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.66) – ติโม แวร์เนอร์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.66)

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 10 – เชลซี พลาดโอกาสได้ประตูออกนำอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ เมสัน เมาน์ท ยิงไปแฉลบแนวรับเจ้าบ้านบอลลอยมาถึง คริสเตียน พูลิซิช โหม่งตั้งให้ ติโม แวร์เนอร์ ได้ยิงจ่อๆหน้าปากประตูแต่บอลไปตรงตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ป้องกันเอาไว้ได้

นาทีที่ 14 (Goal) – ทีมเยือนทำได้ดีกว่าชัดเจนในช่วงต้นเกมและมาได้ประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากการวางยาวของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ บอลลอยมาถึง พูลิซิช หลุดกับดักลำหน้าเข้ากรอบเขตโทษก่อนพาบอลหนีนายทวารเจ้าถิ่นและยิงเข้าไปแบบเหนือชั้น เชลซีบุกนำ 1-0

นาทีที่ 29 (Goal)  – ราชันชุดขาว มาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะลูกเตะมุม โทนี่ โครส เล่นสั้นกับ โมดริช ก่อนไหลต่อให้ มาร์เซโล่ ตักบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ ราฟาแอล วาราน โขกตั้งให้ คาริม เบนเซม่า พักบอลด้วยศรีษะ ก่อนตะบันเต็มข้อด้วยเท้าขวา แสกหน้า เมนดี้ เข้าไปแบบเหนือชั้น สกอร์เสมอกัน 1-1

แม้เชลซีจะดูเหนือกว่าในครึ่งแรก แต่ทั้งสองทีมก็ทำไรเพิ่มเติมไม่ได้จบครึ่งแรก เสมอกัน 1-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 – เจ้าถิ่นได้จังหวะสวนกลับเร็ว วินิซิอุส จูเนียร์ กระชากบอลขึ้นมาก่อนส่งต่อให้ เบนเซม่า ลากตัดเข้าในแล้วยิงด้วยขวาแต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

นาทีที่ 78 – ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองเรียกจุดโทษให้เชลซีได้บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น ฮาคิม ซีเย็ค ที่ปั่นบอลลอยข้างกำแพงแต่นำหนักเบาไปทำให้ กูร์กตัวส์ รับเอาไว้ได้สบายๆ

นาทีที่ 88 – เรอัล มาดริด เกือบได้ประตูขึ้นนำช่วงท้ายเกมจากลูกเตะมุมที่ โทนี่ โครส เปิดเข้ามาให้ วาราน ขึ้นโขก บอลไปแฉลบ เบน ชิลเวลล์ บอลออกหลังออกไป

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรไม่ได้ทำให้เชลซีบุกมาเสมอ เรอัล มาดริด 1-1 กุมความได้เปรียบเล็กน้อยก่อนกลับไปเล่นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในสัปดาห์หน้า

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เรอัล มาดริด พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง เรอัล มาดริด พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง เรอัล มาดริด พบ เชลซี

เรอัล มาดริด พบ เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ คืนวันอังคารที่ 27 เมษายน 2021 เวลา 02.00 น. เรอัล มาดริด พบ เชลซี

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เรอัล มาดริด พบ เชลซี มาดูพรีวิวและเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เรอัล มาดริด พบ เชลซี

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่  
ผู้ตัดสิน : ดานนี มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)
วันที่ : วันอังคารที่ 27 เมษายน 2021
Kick off : 02:00 น.
ถ่ายทอดสด : UEFA.tv

เรอัล มาดริด

ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือเรอัล มาดริด พาทีมเข้ารอบนี้ หลังฝ่าด่านลิเวอร์พูลด้วยประตูรวม 3-1 ก่อนเสมอเรอัล เบติสแบบโนสกอร์ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 17 เกมรวมทุกรายการ 

ความพร้อมเกมนี้ “ซิซู” ยังไม่มีทั้งลูกัส บาสเกซ, เซร์คิโอ รามอส และ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว เช่นเดียวกับเฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ที่ติดโควิด 

ส่วนโทนี่ โครส ที่มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อจนพลาดเกมล่าสุด แต่ ซีดาน ออกมายืนยันแล้วว่าฟิตทันพร้อมมีชื่อในเกมนี้ อีกข่าวดีก็คือ เอแด็น อาซาร์ ที่ฟิตกลับมาเป็นสำรองได้แล้ว ก็มีลุ้นเจอทีมเก่าด้วย แต่น่าจะเริ่มต้นบนม้านั่งสำรองไปก่อน

ขณะที่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช, คาริม เบนเซม่า และ วินิซิอุส จูเนียร์ ยังพร้อมบู๊เหมือนเดิม 

เชลซี

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือคนเก่งของเชลซี พาทีมเข้ารอบนี้มาแบบหวุดหวิด หลังเอาชนะปอร์โต้ด้วยประตูรวม 2-1 ก่อนเชือดเวสต์แฮม 1-0 ในเกมล่าสุด ทำให้เชลซีไม่แพ้มา 3 เกมแล้ว  

สภาพทีมเกมนี้ทีมเยือนไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม มีเพียง มาเตโอ โควาซิช ที่ยังไม่หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าเพียงแค่รายเดียว   

การจัดทัพคาดว่าน่าจะมีการปรับบ้างเล็กน้อย ในรายของรีซ เจมส์ และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เป็นแค่สำรองในเกมก่อน ก็มีลุ้นสลับมาออกสตาร์ท  

ส่วนแข้งขาประจำอย่างติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, จอร์จินโญ่, เมสัน เม้าน์ท และ ติโม แวร์เนอร์ ยังพร้อมช่วยทีมตามปกติ 

สถิติเรอัล มาดริด พบ เชลซี 5 นัดหลังสุด

เรอัล มาดริด : ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 1
เชลซี : ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 2

31/07/16 ไอซีซี เรอัล มาดริด 3 – 2เชลซี
08/08/13 ไอซีซี เรอัล มาดริด 3 – 1เชลซี
28/08/98 ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ เรอัล มาดริด 0 – 1 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เรอัล มาดริด

25/04/21 เสมอ เรอัล เบติส 0-0 (เหย้า) ลา ลีกา
22/04/21 ชนะ กาดิซ 3-0 (เยือน) ลา ลีกา
19/04/21 เสมอ เคตาเฟ่ 0-0 (เยือน) ลา ลีกา
15/04/21 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เยือน) ชปล.
11/04/21 ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 (เหย้า) ลา ลีกา

เชลซี

24/04/21 ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/04/21 เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
17/04/21 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
13/04/21 แพ้ ปอร์โต้ 0-1 (เหย้า) ชปล.
10/04/21 ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

เรอัล มาดริด (4-3-3)

ผู้รักษาประตู : ติโบต์ กูร์กตัวส์
กองหลัง : ดานี่ การ์บาฆัล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, นาโช่ เฟร์นานเดซ
กองกลาง : โทนี่ โครส, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช
กองหน้า : มาร์โก อเซนซิโอ, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

ผู้จัดการทีม : ซีเนอดีน ซีดาน 

เชลซี (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้
กองหลัง : เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์
กองกลาง : รีซ เจมส์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์
กองหน้า : เมสัน เม้าน์ท, ติโม แวร์เนอร์ – ไค ฮาแวร์ทซ์  

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

ข้อมูลสถิติจาก : Whoscored

สกอร์ที่คาด : เรอัล มาดริด 0-1 เชลซี

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th