คลังเก็บป้ายกำกับ: เรอัล มาดริด

อาซาร์

เอเด็น อาซาร์ หวังรีเทิร์นกลับมาค้าแข้งกับเชลซี

เอเด็น อาซาร์ หวังรีเทิร์นกลับมาค้าแข้งกับเชลซี

อาซาร์
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เอเด็น อาซาร์ แนวรุกชาวเบลเยียมของ เรอัล มาดริด หวังจะย้ายกลับไปค้าแข้งกับ เชลซี อดีตต้นสังกัดอีกครั้ง

โดย อาซาร์ ย้ายจาก เชลซี ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2019 ด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร ถึงกระนั้นเขากลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาหลังมีอาการบาดเจ็บรบกวนต่อเนื่อง ขณะที่ในซีซั่นนี้เจ้าตัวลงสนามช่วยทีมไปเพียง 21 นัดทุกรายการทำได้ 4 ประตู

เอล ชิรินกุยโต สถานีโทรทัศน์ของสเปน เผยว่า อาซาร์ ก็ไม่มีความสุขกับการเล่นในกับ ราชันชุดขาว แล้วเช่นกัน และอยากจะย้ายกลับไปอยู่ เชลซี อดีตสโมสรเพื่อกลับสู่จุดฟอร์มเก่งอีกครั้ง และประเด็นที่ทำให้มีข่าวถาโถม หลังยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดที่ 2 กับเชลซี เจ้าตัวได้ไปหยอกล้อกัน เคิร์ท ซูม่า

จากผลงานที่เกิดขึ้นทำให้มีข่าวว่า เรอัล มาดริด ส่อโละดาวเตะดาวเตะวัย 30 ปีออกจากทีมในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้หากมีสโมสรใดยื่นคว้าตัวในข้อเสนอที่เหมาะสม

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ซีดาน-เรอัล มาดริด

ไม่ใช่ความจริง! ซีดาน ปัดข่าวลือแอบบอกลาลูกทีมไม่เป็นความจริง

ไม่ใช่ความจริง! ซีดาน ปัดข่าวลือแอบบอกลาลูกทีมไม่เป็นความจริง

ซีดาน-เรอัล มาดริด
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ซีเนดีน ซีดาน เผย ตนไม่ได้แอบอำลาลูกทีมตามที่มีรายงานออกมาเลย โดยบอกว่าตนจะทำอย่างนั้นได้ยังไงในเมื่อทีมกำลังมีลุ้นแชมป์ลีกอยู่

ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ปฏิเสธข่าวลือที่ระบุว่าตนบอกกับลูกทีมว่าจะอำลา “ราชันชุดขาว” หลังจบซีซั่นนี้

อนาคตของ ซีดาน ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องหลังจากลือกันว่าเขาเริ่มมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่กับ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานของทีม ซ้ำร้ายผลงานของทีมในซีซั่นนี้ยังไม่คงเส้นคงวาเท่าไหร่ด้วย และก่อนหน้านี้สื่อหลายเจ้าก็ตีข่าวว่า ซีดาน แอบบอกกับลูกทีมไปแล้วว่าจะก้าวลงจากตำแหน่ง

ตำนานมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า “ผมจะพูดกับลูกทีมได้ยังไงว่าผมจะแยกทางกับทีมแล้ว ? คุณจะบอกว่าเรากำลังทุ่มเทกันอย่างเต็มที่เพื่อที่จะได้แชมป์ลีกมาครอง แต่ผมกลับพูดว่า -เอ้อ จะว่าไปฉันจะไม่อยู่กับทีมแล้วนะ- อย่างงั้นเหรอ ? คนภายนอกสามารถพูดอะไรก็ได้ตามที่พวกเขาต้องการ แต่ผมจะไม่มีวันพูดอย่างนั้นกับนักเตะของผมแน่นอน”

ข้อมูล : siamsports

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

สิงโตน้ำเงินคราม

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พลพรรค สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ หลังเตะไปแล้วในเลกแรก เสมอราชันชุดขาว 1-1

ผลเสมอที่ออกมา ดูเหมือนว่า จะเป็นใจให้ สิงโตน้ำเงินคราม  พอสมควร เพราะได้อเวย์โกลว์ จากการไปเยือน เรอัล มาดริด เพราะเรารู้กันอยู่ว่า เรอัล มาดริด เป็นจ้าวยุโรป ประสบการณ์โชคโชนในรายการนี้ แถมมีกุนซือสมองเพชร อย่าง ซีเนดีน ซีดาน คุมทีมดับเลิ้ลความเขี้ยวลากดินไปอีก

ด้วยการพบเจอกัน ของทั้งสองทีม เชลซีและเรอัลมาดริด ย้อนกลับไปของการเจอกันทั้งหมด ก่อนหน้านี้ทั้งสองสโมสรเจอกันในเวทียุโรปมาแล้ว 3 หน ซึ่งปรากฏว่า เชลซี ไม่เคยปราชัยให้กับ เรอัล มาดริด เลย โดยเมื่อฤดูกาล 1970/71 เจอกันในรอบชิงฯ ถ้วย คัพ วินเนอร์ส คัพ ซึ่ง เชลซี คว้าชัย 2-1 ในนัดรีเพลย์ หลังเสมอกัน 1-1 ในเกมแรก หลังจากนั้นในปี 1998 สิงห์บลูส์ โค่น ราชันชุดขาว 1-0 ในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ

เชลซี

หากนับเฉพาะคู่แข่งในเวทียุโรป รวมทุกรายการที่ เรอัล มาดริด ไม่เคยเอาชนะได้ แน่นอนว่า เชลซี เป็นสโมสรที่ เรอัล มาดริด เจอบ่อยสุดและไม่เคยเก็บชัยได้เลย 3 ครั้ง, เสมอ 1 แพ้ 2

นับตั้งแต่การแข่งขันถ้วยใหญ่สุดของยุโรป เปลี่ยนชื่อจาก ยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 1992 เชลซี เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ 8 ครั้ง ซึ่งมากสุดในบรรดาสโมสรจากอังกฤษ

สำหรับประสบการณ์ในรอบรองฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก  7 หนที่ผ่านมาของ เชลซี นั้น พวกเขาปราชัยในการแข่งขันเลกแรกแค่หนเดียวเท่านั้น โดยชนะ 2 เสมอ 4  ซึ่งนั่นก็คือการบุกไปแพ้ อาแอส โมนาโก 1-3 เมื่อฤดูกาล 2003/04 ส่วนเกมเลกแรกอีก 6 นัดที่เหลือ พวกเขาไม่แพ้ใครเลยก็จริง แต่ทำได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น และเสียประตูเดียว

ขณะที่ เรอัล มาดริด เข้ามาถึงรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นหนที่ 14 ซึ่งมากสุดเหนือทุกสโมสรในยุโรป  หากนับเฉพาะการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 10 ครั้งหลังสุดของ เรอัล มาดริด พวกเขาคว้าชัยในเกมเลกแรกได้ถึง 9 ครั้ง แพ้ 1 และมีถึง 8 ครั้ง ที่ทำประตูได้อย่างน้อย 2 ลูก

ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ช เรอัล มาดริด และ โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี เป็น 2 จาก 24 กุนซือ ที่มีประสบการณ์คุมทีมในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ 15 นัดขึ้นไป โดย ซีดาน เป็นกุนซือที่มีเปอร์เซนต์ชนะมากสุด เทียบเท่ากับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ที่ 67% ด้วยสถิติชนะ 18 จาก 27 เกม ขณะที่ ทูเคิ่ล มีเปอร์เซนต์ดีสุดอันดับเจ็ดที่ 53% ด้วยผลงานชนะ 8 จาก 15 เกม

แชมป์ยุโรป

นอกจากนี้ ทูเคิ่ล เคยคุมทีมเจอ เรอัล มาดริด มาแล้ว 4 หน และไม่เคยพบกับความปราชัยเลย ชนะ 1 เสมอ 3 โดยในหน้าประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากเขาแล้ว มี เชราร์ อุลลิเย่ร์ อีกคน ที่คุมทีมเจอ ‘ราชันชุดขาว’ 4 ครั้ง และไม่เคยแพ้เลย ชนะ 2 เสมอ 2 ข้อมูลจาก : siamsport

จากสถิติดังกล่าว จะบอกว่าเชลซีมีมุมเข้าชิงมากกว่า แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะทางด้านของซีเนดีน ซีดาน เขี้ยวยาวลากดิน สถิติการคุมราชันชุดขาว ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นรองเลย หากมองถึงประสบการณ์ในรายการยุโรปนี้

มาถึงนัดนี้แล้ว หากมัวสนใจสถิติ คงเป็นไปไม่ได้ เข้ารอบตัดเชือก ไม่มีทีมไหนอ่อนได้เปรียบเสียเปรียบมากกว่ากัน อยู่ที่การวางแผนของเฮดโค้ช รวมถึงการจัดทีมด้วย

พลพรรคสิงโตน้ำคราม เชลซีต่างรอแมตช์ระดับโลกนี้ เราหวังว่าทีมรักของเรา จะก้าวไปคว้าแชมป์มาครองได้ เรามีพร้อม ทั้งความกระหาย ความกล้า ความนิ่ง รวมถึงโค้ชที่กลยุทธสุดติ่งอย่างทูเคิ่ล

หาก สิงโตน้ำเงินคราม ผ่านราชันชุดขาวไปได้ หากจะมองถึงแชมป์ก็ผิด ในบรรดา 4 ทีมรอบรอบชนะเลิศ กระดูกชิ้นโต คือเรอัล มาดริด ไม่มีอะไรแน่นอนในโลกของลูกหนัง เมื่อเราเอาชนะยอดทีมจากสเปนได้ เท่ากับว่า สิงโตน้ำคราม เชลซี ผ่านทีมที่ดีที่สุดในโลกมาแล้ว จากนี้ไม่ต้องกลัวใคร  ใครก็ได้บอกเลยนาทีนี้ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ซีดาน

ผมแฮปปี้มาก! ซีดาน ยอมรับมีความสุขหลัง เรอัล มาดริด เปิดบ้านสอย โอซาซูน่า

ผมแฮปปี้มาก! ซีดาน ยอมรับมีความสุขหลัง เรอัล มาดริด เปิดบ้านสอย โอซาซูน่า

ซีดาน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ซีเนดีน ซีดาน ผู้จัดการทีม เรอัล มาดริด แฮปปี้สุดๆ หลังทีมเปิดบ้านเอาชนะ โอซาซูน่า 2-0 ชี้ไม่ใช่เกมที่ง่าย พร้อมชม เอแดร์ มิลิเตา ฟอร์มแจ่ม

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด เปิดเผยว่า ตนพอใจมากๆ ที่ทีมสามารถเก็บชัยชนะในเกมที่ยากลำบากได้ หลังจากที่  ราชันชุดขาว  เปิดรัง เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เอาชนะ โอซาซูน่า 2-0 ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อวันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา 

เกมนี้ เรอัล มาดริด ได้สองประตูในช่วงท้ายเกม จาก เอแดร์ มิลิเตา นาทีที่ 76 และ กาเซมิโร่ นาทีที่ 80 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้พวกเขาที่รั้งอันดับ 2 มีคะแนนเพิ่มเป็น 74 แต้ม หลังลงแข่ง 34 นัด ตามหลัง แอตเลติโก มาดริด จ่าฝูงเพียง 2 แต้ม

โดย ซีดาน กล่าวหลังเกมว่า “ผมแฮปปี้มากๆ กับผลการแข่งขัน เพราะมันไม่ง่ายเลยสำหรับเกมวันนี้ พวกเขาตั้งรับกันได้ดีมาก เรามีโอกาสเพียบในช่วงครึ่งแรก แต่ทำไม่ได้ ช่วงพักครึ่งผมบอกกับลูกทีมว่า ต้องเล่นด้วยความอดทน และพวกเขาก็ทำได้ในครึ่งหลัง ผมขอแสดงความยินดีกับลูกทีมทุกคน” 

“ผมแฮปปี้กับ มิลิเตา ตอนที่เขาไม่ได้ลงเล่น เขาก็มุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก และเฝ้ารอโอกาส ตอนนี้เขาได้รับทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว” นายใหญ่ เรอัล มาดริด กล่าวเสริม
 
สำหรับช่วงนี้ มิลิเตา ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง จากการขาดหายไปของ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีม ซึ่งเจอปัญหาบาดเจ็บรบกวน โดย ซีดาน กล่าวชื่นชม ดาวเตะเลือดแซมบ้าวัย 23 ปี ว่า เป็นนักเตะที่รู้จักอดทนรอคอยโอกาสจนได้ดี และทำประตูในเกมนี้ได้ด้วย 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ทูเคิล

ยังไม่คม! ทูเคิล เปิดใจหลังเกมสิงห์บลูส์บุกยันเสมอราชันชุดขาว

ยังไม่คม! ทูเคิล เปิดใจหลังเกมสิงห์บลูส์บุกยันเสมอราชันชุดขาว

ทูเคิล
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

โธมัส ทูเคิล ยอมรับลูกทีมทำผลงานได้ดี แต่ยิงประตูได้เพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น แม้สร้างโอกาสได้เยอะในเกมนี้

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของ เชลซี เปิดใจหลังนำทัพ “สิงโตน้ำเงินคราม” บุกไปยันเสมอ เรอัล มาดริด 1-1 ที่สนาม เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิส นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา

ทีมเยือนเล่นแบบไม่เกรงใจเจ้าของแชมป์ถ้วยใบโต 13 สมัย ด้วยการเดินหน้าบุกเต็มที่และมาได้ประตูตั้งแต่นาทีที่ 14 จาก คริสเตียน  พูลิซิช แต่น่าเสียดายที่ คาริม เบนเซม่า ซัดตีเสมอในนาทีที่ 29 ขณะที่ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรเพิ่มได้จบเกมเสมอกันไปแบบสุดมัน แต่ เชลซี ได้เปรียบนิดหน่อยจากการที่พวกเขายิงประตูนอกบ้านได้

ทูเคิ่ล กล่าวว่า “เราเริ่มต้นเกมได้ดีเยี่ยม เล่นเกมรุกที่ดุดันและเต็มไปด้วยคุณภาพ เราสมควรที่จะชนะในครึ่งแรก เรามีโอกาสมากมาย โดยโอกาสครึ่งนึงที่เราพลาดเพราะขาดความแม่นยำ เรามีโอกาสเยอะมากที่จะทำประตูจริงๆ”
    
“โชคร้ายของเราที่พวกเขามาได้ประตูจากการเล่นลูกตั้งเตะ แต่ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งนั้น เราไม่ได้ปล่อยให้พวกเขามีโอกาสมากนัก แน่นอนว่าผลการแข่งขันมันน่าผิดหวังในช่วงพักครึ่ง และสิ่งสำคัญก็คือเรายังรู้สึกสงบ และไม่ได้เสียความมั่นใจ ความรวดเร็วและพละกำลังอาจจะดร็อปลงไปบ้าง แต่คุณรู้สึกได้ว่าเรามีอาการเหนื่อยล้าจริงๆ และเราต้องพยายามรักษาผลเสมอ 1-1 ให้ได้”

“ในช่วงเวลานั้นเราเสียบอลเยอะมาก เราทำผิดพลาดด้านเทคนิคบ่อยเกินไป (เซซ่าร์) อัซปิลิกวยต้า มีอาการเหนื่อยล้า (คริสเตียน) พูลิซิช ก็เริ่มหมดแรง เช่นเดียวกับ ติโม (แวร์เนอร์) เราตัดสินใจตามสิ่งที่เราได้เห็น และสิ่งที่จำเป็นในช่วงระหว่างเกม”

“บอกตามตรงเรานน่าจะได้ประตูอย่างน้อยอีกลูกเมื่อดูจากโอกาสที่มี เราเอาชนะในการแย่งบอลได้หลายครั้ง เกมรุกก็ดี และมีการสลับเปลี่ยนการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม เราเต็มไปด้วยความมั่นใจและแข็งแกร่ง แต่เราไม่น่าเสียประตูง่ายๆ เรื่องแบบนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการสู้กับนักเตะที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงที่อยู่ในทีมเรอัล มาดริด”

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | พูลิซิช โชว์เทพ เบนเซม่า โชว์เก๋า จบเจ๊ากันไป

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | พูลิซิช โชว์เทพ เบนเซม่า โชว์เก๋า จบเจ๊ากันไป

เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซี กุมความได้เปรียบเล็กน้อยหลังจบเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี คว้าอเวย์โกล์สำคัญกลับบ้าน ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ยกแรก

Pulisic
คริสเตียน พูลิซิช ดีใจแบบสุดเหวี่ยงหลังซัดประตูขึ้นนำแบบเหนือชั้น

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

เกมนี้ เรอัล มาดริด ใช้ระบบ ‘หลังสาม’ โดยได้ ราฟาเอล วาราน ที่หายจากอาการโควิดกลับมายืนประจำการในแดนหลัง โดยมี ดานี่ คาบาฆาล กับ มาร์เซโล่ ลงเล่นเป็น ‘วิงแบ็ค’ ด้านกองกลางใช้ 3 นักเตะตัวเก๋ายืนเป็นตัวจริงทั้งหมด ซึ่งการปรับหมากมายืนหลัง 3 ของซีดานในเกมนี้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ต้องการเสียประตูในเกมนี้

ด้านทีมเยือนเล่นระบบหลังสามอยู่แล้วนับตั้งแต่การเข้ามาทำหน้าที่กุนซือของ โธมัส ทูเคิ่ล แม้ในผังจะเป็น 3-4-3 แต่ความจริงแล้ว ทูเคิ่ล ใช้ จอร์จินโญ่ เป็นตัวโฮลบอลยืนอยู่ด้านหน้าของแผงหลังในเกมนี้ และดัน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ขึ้นไปเล่นในระนาบเดียวกับเมสันเมาน์ทและ คริสเตียน พูลิซิช โดยมี ติโม แวร์เนอร์ ยืนค้ำในแดนหน้า 

ทูเคิ่ลวางหมากมาในเกมนี้เพื่อทำลายการทำเกมจากแดนกลางที่เป็นจุดเด่นของทางเจ้าบ้าน ทำให้ ลูก้า โมดริช กับ โทนี่ โครส ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมตามที่ตัวเองถนัดมากนัก ในขณะเดียงกันผู้เล่นวิงแบ็คทั้งสองฝั่งของเชลซีก็ดันขึ้นมาเล่นเกมรุกสูฃเหมือนกับพวกเขาเล่นเป็นปีกในเกมนี้ทำให้เกมบุกเชลซีดูไหลลื่นและทำเกมบุกได้อย่างวูวาบโดยเฉพาะในครึ่งแรก

สิงโตน้ำเงินคราม เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ต้นเกม พวกเขาเดินหน้าบุกโดยไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีและความยิ่งใหญ่ของราชันชุดขาว และมีโอกาสได้ลุ้นประตูจาก ติโม แวร์เนอร์ ที่ยิงจ่อๆไปติดเซฟอดีตนายทวารเชลซีแบบเหลือเชื่อและอีกไม่กี่นาทีต่อมาเจ้าตัวก็มีโอกาสได้ส่องประตูอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ดีพอ

อย่างไรก็ตามทีมเยือนก็มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ จากความนิ่งของ คริสเตียน พูลิซิช ที่เลี้ยงบอลหนี กูร์กตัวส์ ก่อนยิงเข้าไปง่ายๆ ส่งเชลซีออกนำไปก่อน 1-0 กุมความได้เปรียบในฐานะทีมเยือนตั้งแต่ต้นเกม

เชลซียังดูเหนือกว่าจริงหากมองภาพรวมในครึ่งแรกแต่ เรอัล มาดริด ที่เก๋าเกมสุดๆในรายการนี้ก็ยังมาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จจาก เบนเซม่า ที่กลายเป็นเดอะ แบก ของ โลสบลังโกส ชุดนี้อย่างแท้จริงหลังต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของ CR7 มาอย่างยาวนาน 

เกมในครึ่งหลังเป็นเรอัล มาดริด ที่ดูดีขึ้นและเล่นได้เหนือกว่าเชลซี แต่เกมรับที่เหนียวแน่นบวกกับความสุดยอดของ เอ็นโกโล่ ก้องเต้ บุรุษที่สื่อรวมไปถึงแข้งดังมากมายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาคือชายผู้มี 15 ปอด เจ้าตัววิ่งพล่านไปทั่วทั้งสนาม ทำได้ดีเยี่ยมทั้งรุกและรับจนคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมทซ์ ในเกมนี้ไปครอง

สถิติหลังจบเกม

เรอัล มาดริด

สถิติสำคัญ

เชลซี

51%

การครองบอล

49%

9

จำนวนยิงทั้งหมด

11

6

ยิงออกนอกกรอบ

2

10

สร้างโอกาส

10

506

ความแม่นยำในการผ่านบอล

502

87%

ความสำเร็จในการผ่านบอล

89%

11

ฟาวล์

9

4

เตะมุม

6

2

ล้ำหน้า

2

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

11 ผู้เล่นตัวจริง

เอดูอาร์ เมนดี้ : 6
แม้ว่าตลอดทั้ง เมนดี้ จะไม่ได้โชว์ฟอร์มซักเท่าไหร่ และเสียประตูในเกมนี้อีกด้วยแต่ก็ต้องยอมรับว่าประตูที่เสียนั้น จนปัญญาที่จะป้องกันเอาไว้จริงๆ

อันเดรียส คริสเตนเซ่น : 7
กลายเป็นแนวรับตัวหลักของทีมไปแล้วในระยะหลัง ความนิ่งที่มีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดช่วยให้เชลซีเก็บคลีนชีตได้มากมายยามมี คริสเตนเซ่นยืนเป็นตัวจริงในแดนหลัง เกมนี้เจ้าตัวก็เล่นได้โดดเด่นเช่นกัน โดยตัดบอลได้ 3 ครั้ง และไม่มีข้อผิดพลาดอะไร

ติอาโก้ ซิลวา : 7.5
ความเก๋าเกมของ ซิลวา ช่วยเกมรับเชลซีได้เยอะมากในเกมนี้ ช่วยป้องกันไม่ให้ทีมต้องเจอกับจังหวะอันตรายหลายครั้ง

อันโตนิโอ รือดิเกอร์ : 7.5 
ช่วยเกมรับได้แข็งแกร่ง ยืนตำแหน่งเยี่ยม สปีดไม่มีตก แถมมีส่วนร่วมกับประตูขึ้นนำ 1-0 ที่วางบอลยาวให้กับ พูลิซิช

เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า : 6 
ช่วงแรกๆ รับมือกับ วินิซิอุส จูเนียร์ ได้ดี แต่หลังจากนั้นเริ่มเอาไม่อยู่ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกกลางครึ่งหลัง

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ : 8
แทบจะโผล่ทุกที่ในสนาม ช่วยตัดเกมได้ดี แถมวิ่งบุกตะลุยได้มันส์หยด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ที่มีสถิติพาบอลผ่านนักเตะทีมคู่แข่งถึง 6 ครั้ง ซึ่งมากสุดในเกมนี้

จอร์จินโญ่ : 7.5
ประสานงานแดนกลางกับ ก็องเต้ ได้ดี ตัดบอลได้ 3 ครั้ง ซึ่งมากสุดในทีมเท่ากับ คริสเตนเซ่น 

เบน ชิลเวลล์ : 7
ช่วยทีมได้ดีพอสมควรทั้งรับและรุก สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตู 2 หน ซึ่งมากสุดอันดับสองของทีม  (รองจาก พูลิซิช ที่ทำได้ 3 ครั้ง)

เมสัน เมาท์ : 7 
เป็นเกมที่สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูไม่ได้เลยแม้แต่หนเดียว ทว่ามีความแม่นยำในการผ่านบอลเข้าเป้าสูงถึง 96% โดยเฉพาะการผ่านบอลในพื้นที่สุดท้าย และมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความแตกต่าง

คริสเตียน พูลิซิช : 8 
ร้ายและนิ่งมากๆ กับประตูขึ้นนำ 1-0 ที่เจ้าตัวพาบอลหลบ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ก่อนยิงเข้าไป เล่นได้อันตรายมากๆ ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก สร้างโอกาสให้เพื่อนได้หลายครั้งด้วย แต่ค่อยๆ ดร็อปลงไป ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

ติโม แวร์เนอร์ : 6
ช่วงต้นเกมมีโอกาสยิงจ่อๆ แต่ดันไปตรงตัวนายทวารทีมเจ้าถิ่น รวมแล้วทั้งเกมมีโอกาสยิง 4 หน ซึ่งมากสุดในทีม แต่ก็ไม่ดีพอเป็นประตู ถือเป็นเกมที่ค่อนข้างหน้าผิดหวังสำหรับเจ้าตัว แม้มีความทุ่มเทเพื่อทีมเต็มที่ก็ตาม

ตัวสำรอง

ฮาคิม ซิเย็ค (แทน พูลิซิช น. 66) : 6.5 
ได้ลุ้นยิง 2 หน มีส่วนร่วมกับเกมไม่น้อย ช่วยยกระดับเกมขึ้นมาได้ แต่ยังขาดในจังหวะสุดท้าย 

ไค ฮาแวร์ตซ์ (แทน แวร์เนอร์ น. 66) : 5.5
ใช้ความเร็วป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้บ้าง แต่ไม่มีทีเด็ดทีขาด

รีซ เจมส์ (แทน อัซปิลิกวยต้า น. 66) : 6
อย่างน้อยช่วยให้เกมรุกตรงริมเส้นดูมีชีวิตชีวามากกว่าตอน อัซปิลิกวยต้า อยู่ในสนาม 

เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุป

 แม้จะไม่สามารถรักษาสกอร์นำได้ตลอดรอดฝั่งก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วผลเสมอแบบมีสกอร์ทำให้ เชลซี กลับไปเล่นเกมเลกสองที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมกับความได้เปรียบที่สำคัญมากๆ นั่นก็คือการได้ประตูทีมเยือนหรืออเวย์โกล

เพียงแค่พวกเขาเสมอแบบไร้สกอร์ในเกมนัดต่อไป นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ เชลซี ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ทูเคิ่ล คงไม่คิดที่จะมาเล่นเกมรับใน “เดอะ บริดจ์” แน่นอน เพราะการทำแบบนั้นกับ แชมป์ถ้วยใบโตยุโรป  13 สมัยถือเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ 

แต่แน่นอนว่าพวกเขาคงเล่นแบบรัดกุมซึ่ง กุนซือเลือดด๊อยท์ช ก็มักจะทำได้ดีเวลาวางหมากเพื่อเน้นผลการแข่งขัน ยิ่งไปกว่านั้นเกมหน้า เรอัล มาดริด ต้องเดินหน้ายิงประตูให้เร็วที่สุด งานนี้อาจจะได้เห็นทีเด็ดจากพวกแข้งความเร็วสูงของ “สิงห์บลูส์” ก็ได้ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | สิงห์ บุกเจ๊า ราชัน คว้าอเวย์โกล์กลับบ้าน

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | สิงห์ บุกเจ๊า ราชัน คว้าอเวย์โกล์กลับบ้าน

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

คริสเตียน พูลิซิช ซัดประตูเบิกร่องให้สิงห์สุดโหด ก่อนโดนทีเด็ด เบนเซม่า ยิงตีเสมอ จบเกมแรกเจ๊ากันไปสุดมันส์ | ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

ไฮไลท์เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี | สิงโตน้ำเงินคราม กุมความได้เปรียบเล็กน้อยหลังจบเกมที่บุกไปยันเสมอ เรอัล มาดริด ได้ถึงถิ่น ลุ้นต่อนัด 2

รายชื่อผู้ทำประตู

เรอัล มาดริด : [1-1] คาริม เบนเซม่า (29′)
เชลซี :
[0-1] คริสเตียน พูลิซิช (14′)

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่
ผู้ตัดสิน : ดานนี มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เรอัล มาดริด (3-5-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, นาโช่ เฟร์นานเดซ – ดานี่ การ์บาฆัล (อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า น.77), โทนี่ โครส, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช, มาร์เชโล่ (มาร์โก อเซนซิโอ น.77) – คาริม เบนเซม่า (โรดรีโก้ น.90+2), วินิซิอุส จูเนียร์ (เอแดน อาซาร์ น.66)

ผู้จัดการทีม :
ซีเนอดีน ซีดาน

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรีย คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.67), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เม้าน์ท, คริสเตียน พูลิซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.66) – ติโม แวร์เนอร์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.66)

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 10 – เชลซี พลาดโอกาสได้ประตูออกนำอย่างเหลือเชื่อ จากจังหวะที่ เมสัน เมาน์ท ยิงไปแฉลบแนวรับเจ้าบ้านบอลลอยมาถึง คริสเตียน พูลิซิช โหม่งตั้งให้ ติโม แวร์เนอร์ ได้ยิงจ่อๆหน้าปากประตูแต่บอลไปตรงตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ ป้องกันเอาไว้ได้

นาทีที่ 14 (Goal) – ทีมเยือนทำได้ดีกว่าชัดเจนในช่วงต้นเกมและมาได้ประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากการวางยาวของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ บอลลอยมาถึง พูลิซิช หลุดกับดักลำหน้าเข้ากรอบเขตโทษก่อนพาบอลหนีนายทวารเจ้าถิ่นและยิงเข้าไปแบบเหนือชั้น เชลซีบุกนำ 1-0

นาทีที่ 29 (Goal)  – ราชันชุดขาว มาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะลูกเตะมุม โทนี่ โครส เล่นสั้นกับ โมดริช ก่อนไหลต่อให้ มาร์เซโล่ ตักบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ ราฟาแอล วาราน โขกตั้งให้ คาริม เบนเซม่า พักบอลด้วยศรีษะ ก่อนตะบันเต็มข้อด้วยเท้าขวา แสกหน้า เมนดี้ เข้าไปแบบเหนือชั้น สกอร์เสมอกัน 1-1

แม้เชลซีจะดูเหนือกว่าในครึ่งแรก แต่ทั้งสองทีมก็ทำไรเพิ่มเติมไม่ได้จบครึ่งแรก เสมอกัน 1-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 – เจ้าถิ่นได้จังหวะสวนกลับเร็ว วินิซิอุส จูเนียร์ กระชากบอลขึ้นมาก่อนส่งต่อให้ เบนเซม่า ลากตัดเข้าในแล้วยิงด้วยขวาแต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

นาทีที่ 78 – ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองเรียกจุดโทษให้เชลซีได้บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น ฮาคิม ซีเย็ค ที่ปั่นบอลลอยข้างกำแพงแต่นำหนักเบาไปทำให้ กูร์กตัวส์ รับเอาไว้ได้สบายๆ

นาทีที่ 88 – เรอัล มาดริด เกือบได้ประตูขึ้นนำช่วงท้ายเกมจากลูกเตะมุมที่ โทนี่ โครส เปิดเข้ามาให้ วาราน ขึ้นโขก บอลไปแฉลบ เบน ชิลเวลล์ บอลออกหลังออกไป

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรไม่ได้ทำให้เชลซีบุกมาเสมอ เรอัล มาดริด 1-1 กุมความได้เปรียบเล็กน้อยก่อนกลับไปเล่นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในสัปดาห์หน้า

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เรอัล มาดริด พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง เรอัล มาดริด พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ระหว่าง เรอัล มาดริด พบ เชลซี

เรอัล มาดริด พบ เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ คืนวันอังคารที่ 27 เมษายน 2021 เวลา 02.00 น. เรอัล มาดริด พบ เชลซี

ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เรอัล มาดริด พบ เชลซี มาดูพรีวิวและเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เรอัล มาดริด พบ เชลซี

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่  
ผู้ตัดสิน : ดานนี มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)
วันที่ : วันอังคารที่ 27 เมษายน 2021
Kick off : 02:00 น.
ถ่ายทอดสด : UEFA.tv

เรอัล มาดริด

ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือเรอัล มาดริด พาทีมเข้ารอบนี้ หลังฝ่าด่านลิเวอร์พูลด้วยประตูรวม 3-1 ก่อนเสมอเรอัล เบติสแบบโนสกอร์ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 17 เกมรวมทุกรายการ 

ความพร้อมเกมนี้ “ซิซู” ยังไม่มีทั้งลูกัส บาสเกซ, เซร์คิโอ รามอส และ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว เช่นเดียวกับเฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ที่ติดโควิด 

ส่วนโทนี่ โครส ที่มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อจนพลาดเกมล่าสุด แต่ ซีดาน ออกมายืนยันแล้วว่าฟิตทันพร้อมมีชื่อในเกมนี้ อีกข่าวดีก็คือ เอแด็น อาซาร์ ที่ฟิตกลับมาเป็นสำรองได้แล้ว ก็มีลุ้นเจอทีมเก่าด้วย แต่น่าจะเริ่มต้นบนม้านั่งสำรองไปก่อน

ขณะที่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช, คาริม เบนเซม่า และ วินิซิอุส จูเนียร์ ยังพร้อมบู๊เหมือนเดิม 

เชลซี

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือคนเก่งของเชลซี พาทีมเข้ารอบนี้มาแบบหวุดหวิด หลังเอาชนะปอร์โต้ด้วยประตูรวม 2-1 ก่อนเชือดเวสต์แฮม 1-0 ในเกมล่าสุด ทำให้เชลซีไม่แพ้มา 3 เกมแล้ว  

สภาพทีมเกมนี้ทีมเยือนไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม มีเพียง มาเตโอ โควาซิช ที่ยังไม่หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าเพียงแค่รายเดียว   

การจัดทัพคาดว่าน่าจะมีการปรับบ้างเล็กน้อย ในรายของรีซ เจมส์ และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เป็นแค่สำรองในเกมก่อน ก็มีลุ้นสลับมาออกสตาร์ท  

ส่วนแข้งขาประจำอย่างติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, จอร์จินโญ่, เมสัน เม้าน์ท และ ติโม แวร์เนอร์ ยังพร้อมช่วยทีมตามปกติ 

สถิติเรอัล มาดริด พบ เชลซี 5 นัดหลังสุด

เรอัล มาดริด : ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 1
เชลซี : ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 2

31/07/16 ไอซีซี เรอัล มาดริด 3 – 2เชลซี
08/08/13 ไอซีซี เรอัล มาดริด 3 – 1เชลซี
28/08/98 ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ เรอัล มาดริด 0 – 1 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เรอัล มาดริด

25/04/21 เสมอ เรอัล เบติส 0-0 (เหย้า) ลา ลีกา
22/04/21 ชนะ กาดิซ 3-0 (เยือน) ลา ลีกา
19/04/21 เสมอ เคตาเฟ่ 0-0 (เยือน) ลา ลีกา
15/04/21 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เยือน) ชปล.
11/04/21 ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 (เหย้า) ลา ลีกา

เชลซี

24/04/21 ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/04/21 เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
17/04/21 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
13/04/21 แพ้ ปอร์โต้ 0-1 (เหย้า) ชปล.
10/04/21 ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

เรอัล มาดริด (4-3-3)

ผู้รักษาประตู : ติโบต์ กูร์กตัวส์
กองหลัง : ดานี่ การ์บาฆัล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, นาโช่ เฟร์นานเดซ
กองกลาง : โทนี่ โครส, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช
กองหน้า : มาร์โก อเซนซิโอ, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

ผู้จัดการทีม : ซีเนอดีน ซีดาน 

เชลซี (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้
กองหลัง : เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์
กองกลาง : รีซ เจมส์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์
กองหน้า : เมสัน เม้าน์ท, ติโม แวร์เนอร์ – ไค ฮาแวร์ทซ์  

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

ข้อมูลสถิติจาก : Whoscored

สกอร์ที่คาด : เรอัล มาดริด 0-1 เชลซี

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

วาราน

ผี-ปารีสฯ ถอยไป !เชลซีพร้อมทุ่มเงินก้อนโตล่า วาราน

ผี-ปารีสฯ ถอยไป !เชลซีพร้อมทุ่มเงินก้อนโตล่า วาราน

วาราน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซี โผล่มากลายเป็นเต็งจ๋าที่จะได้ ราฟาแอล วาราน หลังจากพร้อมให้ค่าตัวตามที่ เรอัล มาดริด ต้องการ

เชลซี สุดยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นตัวเต็งจ๋า ที่จะได้ ราฟาแอล วาราน กองหลังเรอัล มาดริด ไปร่วมทีม หลังจากที่บอร์ดบริหารเชลซี พร้อมจะจ่ายค่าตัว 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,590 ล้านบาท) ตามที่ ราชันชุดขาว ต้องการ จากการรายงานของ มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

หลายวันที่ผ่านมามีกระแสข่าวลือว่า เรอัล มาดริด พร้อมที่จะขาย วาราน ออกจากทีมไป อีกทั้ง วาราน เหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้านี้เท่านั้น แถมก่อนหน้านี้มีรายงานอีกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือ 2 ทีมที่กำลังให้ความสนใจในตัวดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสเช่นกัน

ทั้งนี้ เรอัล มาดริด กำลังต้องการเงินก้อนโตสำหรับการจ่ายค่าตัวในการดึง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ มาร่วมทีม นอกจากนี้ การเสีย วาราน ก็ไม่น่าจะส่งผลเสียกับทีมมากนักเพราะว่าพวกเขาได้ตัว ดาวิด อลาบา แนวรับ  บาเยิร์น มิวนิค มาเสริมแกร่งแบบฟรีๆ แล้ว

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ราฟาแอล วาราน

พี่ใหญ่จะเดิน! เชลซี เตรียมทุ่มเงินปาดหน้า แมนฯยู-เปแอสเช คว้า ราฟาแอล วาราน

พี่ใหญ่จะเดิน! เชลซี เตรียมทุ่มเงินปาดหน้า แมนฯยู-เปแอสเช คว้า ราฟาแอล วาราน

ราฟาแอล วาราน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อดังแคว้นกาตาลุญญ่า เผย เชลซี กลายเป็นตัวเต็งที่จะได้ ราฟาแอล วาราน หลังพร้อมให้ค่าตัวตามที่ เรอัล มาดริด ต้องการ

มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อชื่อดังของแคว้นกาตาลุญญ่า รายงานว่า เชลซี ยอดสโมสรแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าตัว ราฟาแอล วาราน เซ็นเตอร์ตัวเก่ง เรอัล มาดริด ไปร่วมทัพ หลังพวกเขาพร้อมจ่ายค่าตัว 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,590 ล้านบาท) ตามที่ “ราชันชุดขาว” ต้องการ

ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมามีกระแสข่าวลือว่า มาดริด พร้อมที่จะโละ วาราน ออกจากทีมแล้ว โดยเขาเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น โดยมีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คือ 2 ทีมที่กำลังให้ความสนใจดึงตัวดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสไปเสริมทัพ

สำหรับ มาดริด นั้น กำลังต้องการเงินก้อนโตสำหรับการเสริมทัพพอดี หลังจากพวกเขาน่าจะต้องจ่ายค่าตัวสูงสุดๆ ในการดึง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ มาร่วมทีม นอกจากนี้ การเสีย วาราน ก็ไม่น่าจะส่งผลเสียกับทีมมากนักเพราะลือกันว่าพวกเขาเตรียมได้ตัว ดาวิด อลาบา แนวรับตัวเก่ง  บาเยิร์น มิวนิค มาเสริมแกร่งแบบฟรีๆ ด้วย

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th