คลังเก็บป้ายกำกับ: เลเวอร์คูเซ่น

การสร้างอาณาจักรของ-สิงห์บลูส์

การสร้างอาณาจักรของ ‘สิงห์บลูส์’ ภายใต้การนำทัพของ ‘แฟรงค์ แลมพาร์ด’

การสร้างอาณาจักรของ สิงห์บลูส์ ได้เริ่มขึ้นแล้วหลังทำลายสถิติในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ของ พรีเมียร์ลีก และเหมือนจะยังไม่จบเพียงเท่านี้


ชื่อของ มาริน่า กรานอฟสกาย่า กลายเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในวงการลูกหนังโดยเฉพาะเหล่าแฟนบอล สิงห์บลูส์ หลังเธอได้แสดงแสงยานุภาพในการเจรจาต่อรองเมื่อ เชลซี ปิดดีล ไค ฮาแวร์ทซ์ มาได้ในราคาเพียง 71 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกกว่าที่ เลเวอร์คูเซ่น ตั้งไว้ถึง 18 ล้านปอนด์

มาถึงตอนนี้ สิงโตน้ำเงินคราม ใช้เงินไปประมาณ 200 ล้านปอนด์ ในการคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม 6 ราย โดย 2 รายเป็นการเซ็นสัญญาแบบฟรีๆ ทำให้ สิงห์บลูส์ กลายเป็นทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาดนักเตะรอบนี้

แม้จะเสริมทัพมาแล้วเกือบครึ่งทีมแต่ดูเหมือนว่า พวกเขาจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้และเป้าหมายต่อไปคือตำแหน่งผู้รักษาประตูโดยเล็งไปที่ เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารจอมหนึบจาก แรนส์ สโมสรแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส

การซื้อขายในตลาดนักเตะรอบนี้ของ เชลซี ทำลายสถิติเดิมที่พวกเขาเคยทำเอาไว้เมื่อฤดูกาล 2017/18 โดยในตอนนั้นพวกเขาใช้เงินไปทั้งสิ้น 186 ล้านปอนด์ ซึ่งหนึ่งในดีลที่ทำลายสถิติสโมสรตอนนั้นคือ การดึงดาวยิงทีมชาติสเปนอย่าง อัลบาโร โมราต้า มาเสริมทัพในราคา 60 ล้านปอนด์

แพท เนวิน อดีตปีกของเชลซีกล่าวว่า “เชลซี ไม่ได้กำลังสร้างทีมให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่พวกเขากำลังสร้างยุคสมัยใหม่ขึ้นมา” โดยบททดสอบแรกของ ซูเปอร์ แฟรงค์ ในฤดูกาลที่ 2 คือการออกไปเยือน ไบร์ทตัน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

การทุ่มซื้อขนาดนี้แน่นอนว่าทำให้เกิดคำถามตามมาว่า สิงห์บลูส์ ใช้เงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรทั้งที่ทีมอื่นยังต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง และสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างจากการลงทุนในครั้งนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง : พรีวิว ไบร์ทตัน พบ เชลซี

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

มาริน่า กรานอฟสกาย่า ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากจากผลงานของเธอในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรได้รับประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่เธอได้ทำเอาไว้

จริงอยู่ที่ทีมอื่นๆ จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวังที่สุดหลังจากเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรน่า แต่จากกรณีที่ เชลซี ถูกแบนในตลาดนักเตะรอบที่แล้วทำให้พวกเขามีทุนให้ใช้ได้อย่างมหาศาลในซัมเมอร์นี้ แม้ว่าจะเสีย 40 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับการคว้าตัว มัตเตโอ โควาซิช มาจาก เรอัล มาดริด ก็ตาม

เสี่ยหมีไม่ได้ทำผิดกฎการเงินแต่อย่างใด แต่รายได้ทั้งหมดที่มีส่วนใหญ่ได้มาจากการขายนักเตะออกไปโดยเฉพาะในรายของ เอเด็น อาซาร์ ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด และ อัลบาโร โมราต้า ที่ย้ายไป แอตเลติโก มาดริด ซึ่งแข้งดัง 2 รายนี้ทำเงินให้กับสโมสรอย่างมหาศาล

แม้ว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกผิดหวังที่ทีมไม่ได้เสริมนักเตะแม้แต่รายเดียวในช่วงเดือน มกราคม ทั้งที่มีโอกาสแล้ว แต่เหตุการณ์โควิด-19 ทำให้ทีมอื่นๆก็จำเป็นต้องรัดเข็มขัดและใช้เงินอย่างระมัดระวัง นี่เองจึงทำให้เชลซีได้เปรียบทางด้านการเงินมากกว่าทีมอื่นในตลาดรอบนี้

แพท เนวิน ผู้ที่เคยข้าแข้งกับ สิงโตน้ำเงินครามตั้งแต่ปี 1983-1988 ได้แสดงความคิดเห็นอีกว่า “การซื้อขายนักเตะของเชลซีอาจดู เว่อร์วัง แต่แท้จริงแล้วมันคือ ความชาญฉลาด ในการวางแผนระยะยาวมากกว่า”

“ถ้าผลงานโดยรวมของทีมอยู่ในระดับที่ดีกว่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องควักเงินเพื่อเสริมทัพเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามการที่ทีมได้เล่น แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สองปีติดทำให้ทีมมีรายได้มากขึ้นและไม่น่าแปลกใจหากพวกเขาจะมีงบในการซื้อขายนักเตะมากมายขนาดนี้” เนวิน กล่าวเสริม

ซื้อเยอะขนาดนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกกดดันไหม?

แลมพาร์ด&โรมัน-อบราโมวิช

จริงอยู่ที่การจ่ายเงิน 71 ล้านปอนด์เพื่อคว้า ไค ฮาแวร์ทซ์ ในวัย 21 ปีมาร่วมทีมอาจเป็นความเสี่ยง แต่หากลองมองถึงอนาคตพวกเขาสามารถทำกำไรได้เหมือนในกรณีของ เอเด็น อาซาร์ ที่ซื้อมาร่วมทีมด้วยราคา 32 ล้านปอนด์แต่ขายออกไปได้มากกว่า 100 ล้านปอนด์

นโยบายของทีมที่ซื้อแข้งเยาวชนพรสวรรค์สูงในยุโรปมาร่วมทีมของแลมพาร์ดนั้น เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับสโมสรหากไล่ดูอายุของแต่ละคนทั้งที่พี่งซื้อเข้ามารวมถึงนักเตะที่มีอยู่ในทีมก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าแต่ละคนสามารถวาดลวดลายและสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมได้อีกหลายปี

จริงอยู่ที่ โรมัน อบราโมวิช อาจดูเป็นผู้ที่มีความอดทนต่อผู้จัดการทีมค่อนข้างน้อย แถมการลงทุนในตลาดนักเตะรอบนี้ค่อนข้างสูง แต่เสี่ยหมีก็ไม่ได้กดดันเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จได้ทันที อย่างน้อยผลงานโดยรวมของทีมในฤดูกาลหน้าต้องพัฒนาขึ้นจากฤดูกาลก่อนเป็นอย่างน้อย

ประเด็นนี้ แพท เนวิน ได้ให้ความเห็นว่า “แลมพาร์ด มีความกดดันน้อยกว่าผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ในยุคของ โรมัน อบราโมวิช ซึ่งเสริมทัพด้วยนักเตะระดับโลกและจะเป็นต้องประสบความสำเร็จทันที แต่ตอนนี้เสี่ยหมีต้องการสร้างทีมเพื่ออนาคตมากกว่าซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของซูเปอร์แฟรงค์ที่จะทำมัน

ความกดดันของสโมสรต่อแฟรงค์ แลมพาร์ดนั้นน้อยมาก แต่ความกดดันต่อตัวแลมพาร์ดเองนั้นสูงมา การที่จะประสบความสำเร็จได้แบบ เป็ป กวาร์ดิโอล่า หรือ เจอร์เก้น คล็อปป อาจทะให้เขารู้สึกแบบนั้น”

จะเกิดอะไรขึ้นกับเยาวชนของเชลซี?

จากกรณีดราม่าของ เมสัน เมาท์ ซึ่งคุณพ่อของเจ้าตัวได้ออกมาเคลียร์ปัญหาเรียบร้อยแล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่นั้นก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าแล้วแข้งดาวรุ่งรายอื่นๆ ในทีมจะเป็นอย่างไร

ดาวรุ่งหลายคนได้รับประสบการณ์เป็นอย่างมากในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถ้าหากคุณพิสูจน์ว่าคุณคู่ควรคุณก็จะได้รับโอกาสนั้น

หากพวกเขาอยากเป็นตัวเลือกแรกๆของทีม ก็จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคู่ควรและทำการแข่งขันเหมือนกับที่เคยทำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แข้งใหม่ในเกมรุกที่เสริมมาสามารถเล่นได้หลายหลายต่ำแหน่งและสามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นข้อดีที่จะเกิดการแข่งขันภายในทีมหรือกรณีที่มีนักเตะบาดเจ็บพวกเขาก็สามารถลงทดแทนกันได้แบบไร้ปัญหา

บทสรุปของการซื้อขายในตลาดนักเตะของเชลซี

ฤดูกาลแรกของแลมพาร์ดกับเชลซีถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ยิ่งมีปัญหาอีกหลายจุดที่ต้องได้รับการแก้ไข แน่นอนว่าเกมรุกในซีซั่นหน้าของเชลซีต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ปัญหาในเกมรับที่เป็นปัญหาหลักนั้นจะเป็นอย่างไร การคว้า ติอาโก้ ซิลวา ในวัย 36 ปีมาร่วมทีมนั้นสามารถแก้ปัญหาแนวรับที่รั่วแบบสุดๆเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้หรือไม่ ซึ่งจุดนี้มองได้สองแง่

หนึ่งคือ แม้ว่าอายุจะปาเข้าไปถึง 36 ปีก็ตามแต่ผลงานโดยรวมในฤดูกาลที่แล้วกับ เปแอสเช ถือว่ายอดเยี่ยมหากย้อนดูสถิติต่างๆ การได้เจ้าตัวมาร่วมทีมอาจช่วยให้แข้งเกมรับของเชลซีที่อายุน้อยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเขา

สอง แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ซิลวา จะไม่สามารถช่วยให้เกมรับดีขึ้นมากนัก สิ่งที่เชลซีต่องทำคือทุ่มเงินเพื่อซื้อกองหลังดีๆคนใหม่เข้ามาเสริมทัพในตลาดรอบต่อไป เพียงเท่านั้น เดแคลน ไรซ์ อดีตเด็กปั้นของทีมและเป็นเพื่อนสนิทของ เมสัน เมาท์ คืออีกหนึ่งเป้าหมายที่เชลซีต้องการคว้ามาเสริมทัพให้ได้

สุดท้ายแม้ว่าจะทุ่มเงินมากมายมหาศาลแต่เสี่ยหมีเข้าใจดีว่านี้เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับทีม ไม่ใช่ว่าจะต้องประสบความสำเร็จแบบทันทีเหมือนที่ผ่านๆ มา แฟนบอล สิงห์บลูส์ รู้แบบนี้ก็คงรู้สึกได้ว่า โรมัน อบราโมวิช นั้นรักทีมแค่ไหน ต่อจากนี้ก็มาช่วยกันลุ้นกันเชียร์ทีมรักของเราให้กลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหนึ่ง


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com
บทความต้นฉบับ : bbc.com

แฟนสิงห์เตรียมเฮ! 'ไค ฮาแวร์ทซ์' ไม่เข้าตรวจร่างกายกับ 'เลเวอร์คูเซ่น'

แฟนสิงห์เตรียมเฮ! ‘ไค ฮาแวร์ทซ์’ ไม่เข้าตรวจร่างกายกับ ‘เลเวอร์คูเซ่น’

สื่อดังเยอรมัน เผย ‘ไค ฮาแวร์ทซ์’ ดาวโรจน์อนาคตไกล ของ ‘เลเวอร์คูเซ่น’ ไม่ได้เข้าเช็คความฟิตกับต้นสังกัด ท่ามกลางกระแสเตรียมย้ายซบ ‘เชลซี’


มหากาพย์ระหว่าง สิงโตน้ำเงินคราม และ ไค ฮาแวร์ทซ์ กำลังจะถึงจุดสิ้นสุด เมื่อล่าสุด บิลด์ สื่อชั้นนำของประเทศเยอรมัน ได้ออกมารายงฃานข่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ได้เรียกนักเตะเพื่อทดสอบความฟิตก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่ม แต่ไร้วี่แววของ ฮาแวร์ทซ์

แม้ก่อนหน้านี้ ไค ฮาแวร์ทซ์ จะเดินทางมายัง สำนักงานใหญ่ของสโมสรเมื่อวันที่ 28 และ 29 สิงหาคมที่ผ่านมาแต่นั่นเป็นการเข้าไปเพื่อตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำหรับการรับใช้ชาติเยอรมันที่จะลงแข่งขันในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในช่วงต้นเดือดกันยายนเพียงเท่านั้น

แม้ว่าจะตกเป็นข่าวมาอย่างยาวนาน แต่ทางเชลซีเองยังไม่ได้มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด แต่สื่อส่วนใหญ่คาดว่าทุกอย่างได้เสร็จสิ้นหมดแล้ว เหลือเพียงการยืนยันจากทั้งสโมสรเพียงเท่านั้น และเมื่อข่าวนี้หลุดออกมาก็สร้างความมั่นใจได้เป็นอย่างดีว่า ดีลนี้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว

อ่านเพิ่มเติม แฟนสิงห์เตรียมเฮ! ‘ไค ฮาแวร์ทซ์’ ไม่เข้าตรวจร่างกายกับ ‘เลเวอร์คูเซ่น’

here we go! 'โรมาโน่' คอนเฟิร์ม เชลซีปิดดีลไค ฮาแวร์ทซ์ ร่วมทีมแล้ว

here we go! ‘โรมาโน่’ คอนเฟิร์ม เชลซีปิดดีลไค ฮาแวร์ทซ์ ร่วมทีมแล้ว

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวชื่อดังเจ้าของวลี here we go! ได้ทวีตข้อความผ่านบัญชีส่วนตัว ยืนยัน เชลซีปิดดีลไค ฮาแวร์ทซ์ มาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว


หลังจากตกเป็นข่าวมาอย่างยาวนานตลอดซัมเมอร์นี้ ล่าสุดเหล่า สาวกเชลซี ได้เฮเสียทีเมื่อ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้ชื่อข่าวชื่อดัง และน่าเชื่อถือ ได้ทวีตข้อความลงบัญชีส่วนตัว ยืนยันว่า ทั้งสองสโมสรได้มีการตกลงค่าตัวของ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งเรียบร้อยแล้ว

โดย โรมาโน่ ได้ ทวีตข้อความว่า เลเวอร์คูเซ่น ได้ตอบรับข้อเสนอล่าสุดของเชลซีที่ยื่นไป 80 ล้านยูโร + แอดออน 20 ล้านยูโร ทำให้ค่าตัว ฮาแวร์ทซ์ จะอยูที่ 100 ล้านยูโรตามที่ต้นสังกัดเจ้าตัวต้องการ และเขาจะกลายเป็นแข้งแพงสุดของเชลซีทันที

ไค ฮาแวร์ทซ์ คือแข้งรายที่ 4 ที่เชลซีดึงมาร่วมทีมในตลาดหน้าร้อนนี้ต่อจาก ฮาคิม ชีเย็ก,ติโม แวร์เนอร์ และ ชาเวียร์ เอ็มบูยัมบ้า กองหลังดาวรุ่งที่เซ็นฟรีมาจาก บาร์เซโลน่า

การเสริมทีมของเชลซียังไม่จบลงเท่านี้อย่างแน่นอน ยังมีนักเตะที่เชลซีต้องการคว้าตัวเพื่อสร้างทีมแย่งแแชมป์กับ 2 บิ๊กทีมอย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อ่านเพิ่มเติม here we go! ‘โรมาโน่’ คอนเฟิร์ม เชลซีปิดดีลไค ฮาแวร์ทซ์ ร่วมทีมแล้ว

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก อินเตอร์ มิลาน 2-1 เลเวอร์คูเซ่น

อำลาฮาแวร์ทซ์? งูใหญ่เฉือนห้างยาเข้ารอบรอง (อินเตอร์ มิลาน 2-1 เลเวอร์คูเซ่น)

โรเมลู ลูกากู ยังคงฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่องหลังพา งูใหญ่ เข้ารอบตัดเชือกฟุตบอลยุโรปในรอบ 10 ปี ด้วยการยิงประตูชัยในเกมที่ อินเตอร์ มิลาน 2-1 เลเวอร์คูเซ่น


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก อินเตอร์ มิลาน 2-1 เลเวอร์คูเซ่น การแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะเล่นกันที่สนามกลางในประเทศเยอรมันซึ่งจะเป็นแบบนี้ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยเกมนี้เป็นฝั่ง อินเตอร์ ที่ออกนำไปก่อน 2-0 จาก นิโกโล่ บาเรลล่า และ โรเมลู ลูกากู ส่วน ห้างขายยา มาได้ประตูตีตื้นจาก ไค ฮาแวร์ทซ์ มิลฟิลด์อนาคตไกลว่าที่นักเตะใหม่ของ เชลซี เวลาที่เหลือทำอะไรกันได้จบเกมด้วยสกอร์ 2-1 อินเตอร์ มิลานทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

สนาม: เมอร์เคอร์ สปีล อารีน่า (สนามกลาง,เยอรมัน)

ผู้ตัดสิน: การ์ลอส เดล เซร์โร่ (สเปน)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซามีร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ (มิลาน สคริเนียร์ น.84) – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเซส น.59), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.59), แอชลี่ย์ ยัง – เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (อเล็กซิส ซานเชซ น.64), โรเมลู ลูกากู

ผู้จัดการทีม: อันโตนิโอ คอนเต้

 เลเวอร์คูเซ่น (4-2-3-1) : ลูคัส ฮราเด็คกี้ – ลาร์ส เบนเดอร์ (ลูคัส อลาริโอ น.86), โจนาธาน ทาห์, เอ็ดมอนด์ ทัปโซบา, ดาลี่ย์ ซิงค์กราเวน (เวนเดลล์ น.68) – ยูเลี่ยน บอมการ์ทลิงเกอร์ (นาดีเอม อามีรี น.68), เอเชเกล ปาลาซิออส (เลออน ไบลี่ย์ น.59) – ไค ฮาแวร์ทซ์, เคเรม เดเมียร์บาย, มูสซ่า ดิยาบี้ – เควิน โฟลลันด์ (คาริม เบลลาราบี้ น.86)

ผู้จัดการทีม: ปีเตอร์ บอสซ์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

รองแชมป์ เซเรีย อา ฤดูกาลล่าสุดทะลุเข้ามาถึงรอบนี้จาการที่เอาชนะ เกตาเฟ่ ด้วยสกอร์ 2-0 ทางด้าน ห้างขายยาเอาชนะ เรนเจอร์ ได้ทั้งเหย้า-เยือน โดยเกมแรกบุกไปชนะมา 3-1 ส่วนนัดที่ 2 ก็สามารถเฉือนชนะไปได้อีก 1-0 โดยต้องมาเจอคู่แข่งสุดหินในรอบ 8 ทีมนี้อย่าง เนรัซซูรี่ ภายใต้การคุมบังเหียนของ อันโตนิโอ คอนเต้

ทั้งสองทีมไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บหรือถูกแบน จึงจัดตัวจริงลงสนามอย่างพร้อมหน้า งูใหญ่ ส่งหน้าคู่เป็น เลาตาโร่ มาร์ติเนซ และ โรเมลู ลูกากู

ส่วน เลอเวอร์คูเซ่น ส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์, เคเรม เดเมียร์บาย และ มูสซ่า ดิยาบี้ คอยสนับสนุน เควิน โฟลลันด์ ที่ยืนเป็นหน้าเป้าในเกมนี้

ครึ่งแรก

นาทีที่ 15 (Goal) – อินเตอร์ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 แอชลีย์ ยัง ได้รับบอลมาจากการตอกส้นของ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ก่อนลากเลี้ยงเข้ามาในกรอบเขตโทษและส่งต่อให้ โรเมลู ลูกากู พลิกตัวยิง แต่โดนไม่เต็ม ไปติดบล็อคกองหลังไหลมาเข้าทาง นิโกโล่ บาเรลล่า วิ่งมายิงไซด์ก้อยบอลพุ่งเสียบเสาสองสุดสวย

นาทีที่ 20 – งูใหญ่ได้ลุ้นอีกครั้ง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เลี้ยงจี้กองหลังเข้ากรอบเขตโทษไปจดสุดเส้นหลังก่อนตวัดกลับไปที่กลางประตูให้เพื่อนร่วมทีมซัดแบบโล่งแต่บอลไปติดกองกลังที่ยืนขวางประตูอยู่ ทำให้ ห้างขายยา เคลียร์บอลทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 21 (Goal) – เนรัซซูรี่ มาหนีห่างเป็น 2-0 จาก โรเมลู ลูกากู ที่ได้บอลจากการจ่ายยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษของ แอชลีย์ ยัง เจ้าตัวใช่ความแกร่งเบียดกองหลังก่อนพลิกตัวยิงแบบ แป่กๆ บอลค่อยๆไหลเข้าประตูไป

นาทีที่ 23 – อินเตอร์ ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เป็น ลูกากู ที่หลุดเดี่ยวและได้ยิงเต็มข้อ แต่บอลไปตรงตัว ลูคัส ฮราเด็คกี้ ทำให้บอลกระเด้งออกข้างไป

นาทีที่ 24 (Goal) – เลอเวอร์คูเซ่น มาได้ประตูตีไข่แตกจาก ไค ฮาแวร์ทซ์  ที่ได้บอลมาจากจังหวะที่เคลียร์บอลไม่ขาดของกองหลังอินเตอร์ โดยเลี้ยงแหวก 2 ผู้เล่นงูใหญ่แต่ไปติดขาทำให้บอลเด้งมาเข้าทาง เควิน โฟลลันด์ จ่ายคืนมาให้ ฮาแวร์ทซ์ ยิงด้วยขวาบอลลอดขาผู้รักษาประตูเข้าไป

จบครึ่งแรก เนรัซซูรี่ ออกนำ 2-1 

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 – งูใหญ่ ได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ แอชลีย์ ยัง ได้บอลทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษก่อนจ่ายยัดเข้าไปบอลแฉลบกองหลังไปเข้าทาง โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ ล้มตัวยิงไปติด ลูกากู ที่ยืนขวางอยู่พลาดโอกาสทำประตูไป

นาทีที่ 60 – อินเตอร์ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง กองหลังห้างขายยา เคลียร์บอลไปเข้าทาง อีริคเซ่น จับบอลและซัดด้วยซ้ายแต่ไม่ดีพอ บอลพุ่งไปเข้ามือผู้รักษาประตูรับสบายๆ

นาทีที่ 61 – เคเรม เดเมียร์บาย ของเลเวอร์คูเซ่น ได้สับด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งไปตรงตัว ซามีร์ ฮันดาโนวิช ชกออกหลังไป

นาทีที่ 66 – คริสเตียน อีริคเซ่น จ่ายทะลุช่องมาให้ อเล็กซิส ซานเชซ ที่พึ่งเปลี่ยนตัวลงมา จับบอลหนึ่งจังหวะก่อนยิงด้วยขวา แต่ทิศทางไม่ดีไปตรงตัวผู้รักษาประตูกระเด้งกลับไป

นาทีที่ 76 – วิคเตอร์ โมเซส เล่นชิ่งกับ คริสเตียน อีริคเซ่น ก่อนหลุดไปซัดด้วยซ้าย แต่ ลูคัส ฮราเด็คกี้ ป้องกันไว้ได้

จบเกม อินเตอร์ มิลาน ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในรอบ 10 ปี 

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก อินเตอร์ มิลาน 2-1 เลเวอร์คูเซ่น

รายชื่อผู้ทำประตู

อินเตอร์ มิลาน: 1-0  นิโกโล่ บาเรลล่า 15′ // 2-0 โรเมลู ลูกากู 21′

เลเวอร์คูเซ่น: 1-1 ไค ฮาแวร์ทซ์ 25′

อ่านเพิ่มเติม อำลาฮาแวร์ทซ์? งูใหญ่เฉือนห้างยาเข้ารอบรอง (อินเตอร์ มิลาน 2-1 เลเวอร์คูเซ่น)