คลังเก็บป้ายกำกับ: เสือใต้

ยังไม่ถึงเวลา!-ฟลิค-ชี้สนใจ-ฮัดสัน-โอดอย-จริงแต่ไม่ใช่ในซัมเมอร์นี้

ยังไม่ถึงเวลา! ฟลิค ชี้ เสือใต้ สนใจ ฮัดสัน-โอดอย จริงแต่ไม่ใช่ในซัมเมอร์นี้

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยินร์ มิวนิค ยอมรับสนใจ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกดาวรุ่งของ เชลซี จริงแต่ค่าตัวแพงไปจึงไม่มีทางที่จะย้ายในซัมเมอร์นี้


Sport Bild สื่อกีฬาชื่อดังของเยอรมัน เปิดเผยว่า บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรแห่ง บุนเดสลีกา มีความต้องการที่จะค้วตัว คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ปีกอนาคตไกลของเชลซีมาร่วมทีมแต่ติดที่ค่าตัวแพงเกินไปทำให้ไม่สามารถย้ายมาในช่วงตลาดนักเตะรอบนี้ได้

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือเสือใต้ ชื่นชอบในฝีเท้าของ โอดอย หลังจากที่มีโอกาสได้ดวลกับ เชลซี ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก โดยก่อนหน้านี้ บาเยิร์น เคยยื่นข้อเสนอให้เชลซีมาแล้วเมื่อปี 2018 แต่ถูก สิงโตน้ำเงินคราม ปฎิเสธไป

อย่างไรก็ตาม คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย มีความต้องการที่จะลงสนามให้มากกว่านี้เพื่อโกาสในการไปเล่นศึก ยูโร ในปีหน้า แต่ โอดอยได้รับโอกาสค่อนข้างน้อย และทำไม่ได้ดีนักเมื่อได้รับโอกาส และเชลซีได้เซ็นสัญญากับนักเตะใหม่เข้ามาทำให้เจ้าตัวมองหาโอกาสในการย้ายทีมเพื่อที่จะได้ลงเล่นมากขึ้น

โดยค่าตัวของ โอดอย อยู่ที่ประมาณ 31 ล้านยูโร แต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่ต้องการที่จะปล่อยนักเตะออกไปเพราะหากนับดูผู้เล่นในต่ำแหน่งปีกของเชลซีจริงๆ มีเพียงแค่ 3 รายเท่านั้นหลังจากที่ทีมได้ปล่อย เปโดร และ วิลเลี่ยน ออกจากทีมไป


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

ไอ้เด็กนี่มีของ! บาเยิร์น หวนล่าตัว ฮัดสัน-โอดอย เสริมแกร่งเกมรุก

ไอ้เด็กนี่มีของ! บาเยิร์น หวนล่าตัว คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เสริมแกร่งเกมรุก

บาเยิร์น มิวนิค กลับมาสนใจ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย อีกครั้ง หลังเคยถูกเชลซีปฎิเสธมาแล้ว แต่ต้องแข่งกับ แอร์แบ ไลป์ซิก และ ยูเวนตุส


โอดอย เป็นแข้งที่ เสือใต้ พยายามเซ็นมาร่วมทีมอยู่ตลอดแต่ยังไม่สำเร็จ โดยพวกเขาพยายามมาแล้วหลายครั้งตลอดช่วงปีที่ผ่านมา เพราะ บาเยิร์น ต้องการที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งปีกที่พวกเขามองว่ายังดีไม่พอ โดยยอดทีมแห่งเยอรมันเคยยื่นข้อเสนอมูลค่า 35 ล้านปอนด์ให้ เชลซี พิจารณามาแล้วแต่สุดท้ายก็ไมมีการย้ายตัวเกิดขึ้น

สิงโตน้ำเงินคราม เคยให้โอกาสเจ้าตัวได้พิสูจน์ฝีเท้าอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังเหมือนทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรแถมยังเจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง แถมในฤดูกาลนี้ สิงห์บลูส์ ได้ทุ่มเงินหลายล้านปอนด์เพื่อดึงผู้เล่นหน้าใหม่มาเสริมทัพทำให้โอกาสในการลงสนามของปีกสัญชาติอังกฤษนั้นน้อยลงตามไป

แน่นอนว่าเจ้าตัวต้องการโอกาสลงสนามเพื่อพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นซึ่ง บาเยิร์น ก็พร้อมให้โอกาสนี้กับนักเตะ แต่ไม่ใช่  เสือใต้ เพียงทีมเดียวที่ต้องการเจ้าหนูโอดอยไปร่วมทีมยังมี แอร์เบ ไลป์ซิก กับ ยูเวนตุส ที่สนใจในตัวของแข้งรายนี้เช่นเดียวกัน


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

จากไปใจยังอยู่! 'อลาบา' เตรียมโบกมือลา 'บาเยิร์น' ซัมเมอร์นี้

จากไปใจยังอยู่! ‘อลาบา’ เตรียมโบกมือลา ‘บาเยิร์น’ ซัมเมอร์นี้

บิลด์ ตีข่าว ดาวิด อลาบา พร้อมอำลา บาเยิร์น มิวนิค ในซัมเมอร์นี้ทันที เพราะไม่อยากให้ เสือใต้ เสียตนไปแบบฟรีๆในช่วงตลาดนักเตะปีหน้า


สื่อชื่อดังเมืองเบียร์อย่าง บิลด์ ได้รายงานข่างว่า ดาวิด อลาบา แนวรับตัวเก่งของ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ตัดสินใจที่จะอำลาต้นสังกัดภายในซัมเมอร์นี้ทันที เพราะไม่อยากให้สโมสรต้องเสียตนไปแบบไม่ได้อะไรเลยในปีหน้า

ดาวิด อลาบา เหลือสัญญากับทีมเพียงแค่ปีเดียวและสามารถย้ายทีมแบบไร้ต่าตัวภายในปีหน้า แต่เจ้าตัวไม่ต้องการแบบนั้นเพราะอยากตอบแทนสโมสรที่อยู่มาอย่างยาวนาน จึงต้องการให้ เสือใต้ พิจารณาข้อเสนอที่ทีมต่างๆยื่นเข้ามาและขายตนออกไปภายในซัมเมอร์นี้ทันที โดยทีมที่มีข่าวให้ความสนใจในแข้งวัย 28 ปีรายนี้คือ 2 ทีมจากเมือง แมนเชสเตอร์ อย่าง เรือใบสีฟ้า และ ปีศาจแดง

ดาวเตะสารพัดประโยชน์ลงเล่นให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ไปทั้งสิ้น 386 นัด ยิงได้ 31 ประตูและยังเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมมาโดยตลอดนับตั้งแต่เดบิวต์กับทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2010


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค

แชมป์ 6 สมัยจ้า! ‘โกมัน’ โขกชัย ‘บาเยิร์น’ สามแชมป์ (เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค)

‘ฮันซี่ ฟลิค’ พา ‘เสือใต้’ จารึกประวัติศาสตร์ คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ หลังซิวถ้วย ‘ชปล.’ สมัย 6 มาครอง จบเกม เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค | สองทีมที่มีฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ ‘ปารีส แซงต์-แชร์กแมง’ ที่กวาดแชมป์ในประเทศได้ทุกรายการไม่ต่างกับ ‘บาเยิร์น มิวนิค’ ที่ทำได้เช่นกัน และในท้ายที่สุดก็เป็น ‘เสือใต้’ ที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์และเป็นแชมป์รายการนี้สมัยที่ 6 ไปครองได้สำเร็จโดยได้ประตูชัยจาก ‘คิงสลี่ย์ โกมัน’ อดีตนักเตะของ ‘เปแอสเช’

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้ทำประตู

บาเยิร์น มิวนิค : 0-1 คิงสลี่ย์ โกมัน 59′

สนาม : เอสตาดิโอ ดา ลุซ (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส – ธีโล่ เคห์เรอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต (เลย์แว็ง คูร์ซาว่า น.80) – อันเดร์ เอร์เรร่า (ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ น.72), มาร์กินญอส, เลอันโดร ปาเรเดส (มาร์โก แวร์รัตติ น.65) – อังเคล ดิ มาเรีย (เอริค ชูโป-โมติง น.80), เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.25), ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.86) – แซร์จ นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.68), โธมัส มุลเลอร์, คิงสลี่ย์ โกมัน (อิวาน เปริซิช น.68) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม : ฮันซี่ ฟลิค

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เปแอสเช ภายใต้การนำทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล คว้าแชมปไปถึง 4 รายการได้แก่ แชมป์ลีก เอิง (ที่ถูกตัดจบ), เฟร้นช์ คัพ, ลีก คัพ และโทรเฟ่ส์ เดส์ ช็องปิยงส์ ซึ่งเป็นแชมป์ในประเทศทั้งหมด

โดยก่อนที่จะทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศ พวกเขาเขี่ยทีมจาก เยอรมัน ตกรอบมาแล้วถึง 2 ทีมในรอบก่อนหน้า โดยในรอบ 16 ทีมสุดท้ายพวเขาเอาชนะ ดอร์ทมุนด์ เข้ารอบมาได้ ในขณะที่ แอร์เบ ไลป์ซิก คือทีมล่าสุดที่ถูกทีมดังเมืองน้ำหอมเขี่ยตกรอบรองชนะเลิศไป

ด้าน เสื้อใต้ ของ ฮันซี่ ฟลิค สร้างสถิติสุดโหดด้วยการเอาชนะแบบ 100% แถมยิงคู่แข่งแบบขาดลอยอีกหลายนัด เรียกได้ว่านี่คือ บาเยิร์น มิวนิคที่แท้จริง และยังคว้าแชมป์ได้ทุกรายการที่ลงแข่งขันในฤดูกาลนี้ นี่คือทีมที่ลงตัวและสมบูรณ์แบบสุดๆ

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายบอลให้ เนย์มาร์ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟ มานูเอล นอยเออร์ บอลเด้งมาให้ยิงซ้ำแต่ นอยเออร์ ยังเอาขาบล็อกไว้ได้

นาทีที่ 21 – อัลฟอนโซ่ เดวิส เติมเกมรุกมาเปิดบอลเข้าเขตโทษบอลเลยไปถึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หมุนตัวยิงด้วยขวาไปติดปลายมือ เกย์ลอร์ นาวาส แล้วไปชนเสา

นาทีที่ 22 – เนย์มาร์ เลี้ยงแหวกผู้เล่น เสือใต้ ก่อนจ่ายให้ อังเคล ดิ มาเรีย ทำชิ่งกับ อันเดร์ เอร์เรร่า หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาบอลข้ามคานออกไป

นาทีที่ 28 – แนวรับเสือใต้ เคลียร์ลูกเปิดของเนย์มาร์ไปเข้าทาง อันเดร์ เอร์เรร่า ซัดเต็มข้อแต่บอลไปโดน เลออน โกเร็ทซ์ก้า ออกหลังไป

นาทีที่ 44 – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ได้หลุดเข้าไปยิงจ่อ แต่บอลไปเข้ามือ มานูเอล นอยเออร์ แบบเหลือเชื่อ

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสูสี แต่ยังทำไรกันไม่ได้ เสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 59 (Goal) – บาเยิร์น มิวนิค มาขึ้นนำได้สำเร็จ แซร์จ นาบรี้ เปิดบอลจากเส้นหลังไปติดบล็อกมาเข้าทาง โยชัว คิมมิช ตักบอลไปเสาสองให้ คิงสลี่ย์ โกมัน โขกง่ายๆเข้าประตูไป เสือใต้นำ 1-0

นาทีที่ 66 – อังเคล ดิ มาเรีย ครอสบอลจากฝั่งขวา แต่บอลเลยไปเข้ามือ นอยเออร์ รับไว้ได้สบาย

นาทีที่ 69 – อังเคล ดิ มาเรีย ที่รับบอลจาก มาร์โก แวร์รัตติ ตวัดบอลลอดขา ดาวิด อลาบา มาถึง มาร์กินญอส ยังไปติดเซฟ มือกาวชาวเยอรมันเหลือเชื่อ

นาทีที่ 90+ – ปารีส เล่นเกมสวนกลับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายบอลตัดแนวรับให้ เนย์มาร์ ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนจ่ายให้ เอริค ชูโป-โมติง แต่ยิงไม่โดนบอลออกหลังไป

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะเปแอสเช 1-0 คว้าแชมป์ ชปล. สมัยที่ 6 มาครองและสร้างประวัติศาสตร์ทีมแรกที่ชนะทุกเกมที่ลงแข่งขันและคว้าแชมป์ได้ในที่สุด
อ่านเพิ่มเติม แชมป์ 6 สมัยจ้า! ‘โกมัน’ โขกชัย ‘บาเยิร์น’ สามแชมป์ (เปแอสเช 0-1 บาเยิร์น มิวนิค)

ไฮไลท์บอล-ยูฟ่า-แชมป์เปี้ยนส์-ลีก-โอลิมปิก-ลียง-0-3-บาเยิร์น-มิวนิค

ไม่พลิกโผ! บาเยิร์น ไล่ต้อน ลียง ลิ่วรอบชิง ชปล. (โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค)

เสือใต้ ยังคงฟอร์มแจ่มหลัง โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค โดยเกมนี้ แซร์ช นาบรี้ โชว์ฟอร์มเทพซัดคนเดียว 2 ประตูก่อนปิดกล่องด้วย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค เสือใต้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จตามคาดหลังเอาชนะ โอลิมปิก ลียง แบบขาดลอย แม้ว่าจะดูเหมือนทีมจากแดนน้ำหอมจะพอสู้ได้แต่ความแตกต่างระหว่างทั้งสองทีมคือความเฉียบคม ซึ่งจุดนี้ เสือใต้ ทำได้ดีกว่าพอสมควรทำให้เป็นผู้ชนะในเกมนี้ไปในที่สุด

สนาม:  เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน: อันโตนิโอ มาเตว (สเปน)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์,มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล (มาติส ไรอัน แชร์กี น.73),เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.67),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาไรช์ (ติอาโก้ เมนเดส น.46),อูสเซ็ม อาอูอาร์,มักซ์เวล กอร์เน่ต์,เมมฟิส เดอปาย (มุสซ่า เดมเบเล่ น.58),คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.67)

ผู้จัดการทีม: รูดี้ การ์เซีย

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1): มานูเอล นอยเออร์,โยชัว คิมมิช,เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.46),ดาวิด อลาบา,อัลฟอนโซ่ เดวิส,ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.82),เลออน โกเร็ทซ์ก้า (แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ น.82),อิวาน เปริชิช (คิงสเล่ย์ โกมัน น.63),โธมัส มุลเลอร์,แซร์ช นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75),โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม: ฮันซี่ ฟลิค

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ คู่ที่สอง บาเยิร์น มิวนิค เต็งแชมป์ของรายการนี้โคจรมาพบกับ ลียง ที่ทะลุมาถึงรอบตัดเชือกแบบไม่มีใครคาดคิดด้วยการเขี่ยเต็งแชมป์ อย่าง แมนฯซิตี้ ตกรอบไปแบบพลิกล็อค

รูดี้ การ์เซีย ส่งผู้เล่นตัวหลักลงสนามครบทักตำแหน่ง โดยดร็อป มุสซ่า เดมเบเล่ ฮีโร่จากนัดที่แล้วเป็นตัวสำรองและส่ง เมมฟิส เดอปาย ดาวยิงกัปตันทีมยืนจับคู่กับ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ในแดนหน้า ในส่วนของ เสือใต้ ฮันซี่ ฟลิก ใส่ชื่อ แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ที่พึ่งสลัดอาการบาดเจ็บมาเป็นตัวสำรองส่วนตัวจริงยังคงเป็นผู้เล่นชุดเดิมที่ดีที่สุดลงสนามครบครัน

ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 – ลียง เริ่มต้มเกมได้อย่างดุดัน เมมฟิส เดอปาย ลากบอลหนีผู้เล่นแนวรับและ มานูเอล นอยเออร์ ก่อนยิงด้วยขวาบอลไปเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 18 (Goal) – แซร์ช นาบรี้ ลากบอลมาจากริมเส้นตัดเข้ามากลางสนามบริเวณ กรอบเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม 1-0

นาทีที่ 25 – เสือใต้เกือบหนีห่างเป็น 2-0 อิวาน เปริชิช เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ แฟร์นานโด มาร์ซาล โหม่ดสกัดแต่ไม่พ้นอันตรายบอลไปเข้าทาง แซร์ช นาบรี้ ที่ยืนโล่งได้ยิงแต่ไปติดเซฟผู้รักษาประตู

นาทีที่ 33 (Goal) – อิวาน เปริชิช รับบอลจาก แซร์ช นาบรี้ ก่อนเปิเข้าเขตโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ สไลด์ยิงไปติดเซฟนายทวารลียงแต่บอลหลุดไปเข้าทาง แซร์ช นาบรี้ ยิงซ้ำจ่อๆเป็นประตูที่ 2 ของทีมและเจ้าตัว

นาทีที่ 38 – แซร์ช นาบรี้ เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษแต่บอลเลย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ออกข้างเสาแบบเฉียดฉิว

จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิค นำห่าง ลียง แบบสบายๆ 2-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 51 – อิวาน เปริชิช ได้หลุดมาดวลกับผู้รักษาประตูแต่ยิงไม่ดีบอลเรียดไปเข้ามือ แอนโธนี่ โลเปส ล้มตัวรับไว้ได้

นาทีที่ 56 –  มาร์เซโล่ ขึ้นโหม่งลูกเตะมุมของ เมมฟิส เดอปาย แต่บอลไปตรงตัว มานูเอล นอยเออร์ รับไว้ได้แบบไม่ยากเย็นนัก

นาทีที่ 60 – แนวรับ บาเยิร์น เล่นกันพลาดบอลไปเข้าทาง มุสซ่า เดมเบเล่ ส่งต่อ อูสเซ็ม อาอูอาร์ ลากบอลก่อนจ่ายให้ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ได้ยิงเน้นๆแต่ มานูเอล นอยเออร์ ออกมาเซฟได้อย่างสุดยอด

นาทีที่ 88 (Goal) – เสือใต้ มาได้ประตูตอกฝาโรงจากลูกฟรีคิก โยชัว คิมมิช บบรจงเปิดไปในกรอบเขตโทษ บริเวณกลางประตูและเป้น เลวานดอฟสกี้ ขึ้นโขกเต็มศรีษะบอลลอยเข้าประตูไปเป็น 3-0

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ โอลิมปิก ลียง 3-0 เข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 กับ เปแอสเช ในวันที่ 23 สิงหาคม

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้ทำประตู

บาเยิร์น มิวนิค: 0-1 แซร์ช นาบรี้ 18′ // 0-2 แซร์ช นาบรี้ 33′ // 0-3 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 88′ อ่านเพิ่มเติม ไม่พลิกโผ! บาเยิร์น ไล่ต้อน ลียง ลิ่วรอบชิง ชปล. (โอลิมปิก ลียง 0-3 บาเยิร์น มิวนิค)

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค

คนละชั้น! บาเยิร์น ไล่ถล่ม บาซ่า เละเทะลิ่วรอบรอง (บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค)

เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นที่โปรตุเกสเมื่อ ‘เสือใต้’ โชว์ฟอร์มระดับพระกาฬไล่ถล่ม บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค โดย คูตินโญ่ ลงมาเป็นสำรองมายิง 2 จ่าย 1 ใส่ทีมต้นสังกัดที่แท้จริง


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค หนึ่งในแมตซ์ที่แฟนบอลทั่วโลกจะจดจำไปตลอดกาลหลักจากจบการแข่งขัน หนึ่งในสองทีมที่สุดในโลกต้องโคจรมาพบกันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก และในท้ายที่สุดเป็นยอดทีมจากเยอรมันอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ที่เข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จด้วยสกอร์ที่ไม่มีใครคาดคิด

สนาม: เอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน: ดามีร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า (4-3-1-2) : มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลสัน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (อันซู ฟาติ น.70), เซร์จี โรแบร์โต้ (อองตวน กรีซมันน์ น.46) – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ

ผู้จัดการทีม: กีเก้ เซเตียน

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซือเล่ น.76), ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส (ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ น.84) – เลออน โกเร็ทซ์ก้า (โกแร็งแต็ง โตลิสโซ่ น.84), ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์จ นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75), โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริชิช (คิงสลี่ย์ โกมัน น.67) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม: ฮันซี่ ฟลิค

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ โดยจะแข่งกันแบบนัดเดียวจบ โดยเป็นการพบกันระหว่างสองสโมสรที่ดีที่สุดในโลก เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ตัวแทนจากสเปนปะทะกับตัวแทนจากเยอรมัน เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค

บาร์เซโลน่า ที่วันนี้มาในระบบ 4-4-2 ที่ไม่คุ้นเคยเท่าไหร่นักโดยให้สองคู่หูประสบการณ์สูง ลิโอเนล เมสซี่ ยืนคู่กับหลุยซ์ ซัวเรซ ทางด้าน บาเยิร์น มิวนิค จัดผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามนำโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวซัลโวของรายการและตัวทีเด็ดอย่าง อัลฟอนโซ่ เดวิส ลงเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงเช่นกัน

ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 (Goal) – มุลเลอร์ ทำชิ่งหนึ่งสองกับ เลวานดอฟสกี้ และเป็น โธมัส มุลเลอร์ ยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้าตาข่าย บาเยิร์น ออกนำอย่างรวดเร็ว 

นาทีที่ 7 (Goal) – จอร์ดี้ อัลบา ปาดบอลเข้าไปหน้าประตุบอลไปแฉลบ ดาวิด อลาบา บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไป บาร์เซโลน่าตามตีเสมอได้สำเร็จ

นาทีที่ 22 (Goal) – หลังโดน บาซ่าร์ บุกอย่างหนักแต่กลับเป็น บาเยิร์นที่ขึ้นนำ 2-1 แซร์จ นาบรี้ เลี้ยงเดี่ยวเข้าไปก่อนจ่ายให้ เปริซิช ยิงด้วยซ้ายเข้าไป

นาทีที่ 27 (Goal) – เสือใต้ มาหนีเป็น 3-1 เลออน โกเร็ทซ์ก้า ตวัดบอลให้ แซร์จ นาบรี้ วิ่งเบียด ล็องเล่ต์ ก่อนยิงด้วยขวาบอลพุ่งเข้าประตูไป

นาทีที่ 31 (Goal) – เจ้าบุญทุ่ม มาเสียประตูที่ 4 จากจังหวะที่ โยชัว คิมมิช ครอสบอลเข้ากรอบเขตโทษ โธมัส มุลเลอร์ สอดเข้ามายิงบอลผ่าน แทร์ ชเตเก้น เข้าประตูไป

จบครึ่งแรกสกอร์ขาดลอยแบบช็อกแฟนบอล 4-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 57 (Goal) – หลุยส์ ซัวเรซ ที่รับบอลมาจาก จอร์ดี้ อัลบา เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษก่อนล็อคหลบ เยโรม บัวเต็ง แล้วยิงด้วยซ้ายบอลผ่านมือ นอยเออร์ เข้าไป บาซ่าร์ ไล่มา 4-2

นาทีที่ 63 (Goal) – อัลฟอนโซ่ เดวิส โชว์ทักษะอันเหนือชั้นเลี้ยงบอลหนีผู้เล่นบาซ่าร์ และเลี้ยงหนี เนลสัน เซเมโด้ เข้าไปในกรอบ 6 หลาแล้วไหลมาให้ โยชัว คิมมิช จิ้มบอลเข้าไปง่ายๆ เสื้อใต้หนีไปเป็น 5-2 

นาทีที่ 82 (Goal) – สกอร์เริ่มเละเทะ เมื่อ คูตินโญ่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ตักบอลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โขกประตูที่ 14 เข้าไป หนีห่างเป็น 6-2

นาทีที่ 85 (Goal) – โธมัส มุมเลอร์ จ่ายบอลให้ คูตินโญ่ จับบอลไม่เชื่องเท้าแต่ยังได้ยิงและบอลก้เข้าประตูไปเป็น 7-2

นาทีที่ 89 (Goal) – ยังไม่จบเพียงเท่านั้น บาเยิร์น มายิงประตูส่งท้ายจากนักเตะที่บาซ่าร์ปล่อยยืมไปทำให้จบเกม บาเยิร์นเอาชนะไปอย่างท่วมท้น 8-2

เสือใต้ เข้าสู่รอบรองชนะเลิศ รอพบผู้ชนะระหว่าง แมนฯซิตี้ กับ โอลิมปิก ลียง

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้ทำประตู

บาร์เซโลน่า: 1-1  ดาวิด อลาบา 51′ (เข้าประตูตัวเอง) // 2-4 หลุยส์ ซัวเรซ 57′

แอต.มาดริด: 0-1 โธมัส มุลเลอร์ 4’ // 1-2 อิวาน เปริชิช 22′ // 1-3 แซร์จ นาบรี้ 27’// 1-4 โธมัส มุลเลอร์ 31′ // 2-5 โยชัว คิมมิช 63’// 2-6 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 82’// 2-7 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 85′ // 2-8 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ 89′ อ่านเพิ่มเติม คนละชั้น! บาเยิร์น ไล่ถล่ม บาซ่า เละเทะลิ่วรอบรอง (บาร์เซโลน่า 2-8 บาเยิร์น มิวนิค)

ไฮไลท์บอล-ยูฟ่า-แชมป์เปี้ยน-ลีก-บาเยิร์น-4-1-เชลซี

ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง! บาเยิร์น โชว์โหดไล่ตะปบ เชลซี (บาเยิร์น มิวนิค 4-1 เชลซี)

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โชว์ฟอร์มระดับเวิลด์คลาสพาเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถล่ม เชลซี แบบไม่ไว้หน้า 4-1 ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 7-1 ไปพบกับ บาร์เซโลน่า


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก บาเยิร์น มิวนิค 4-1 เชลซี ทีมเยือนแพ้คาบ้านมาก่อนในนัดแรกถึง 0-3 ทำให้โอกาสในการเข้ารอบนั้นริบหรี่ แถมยังไม่มีผู้เล่นตัวหลักหลายคนที่บาดเจ็บและติดโทษแบน ต้องพึ่ง ปาฏิหาริย์ เท่านั้น แต่สุดท้ายก็ต้านไม่อยู่โดนเจ้าถิ่นไล่ยิงแบบไม่ไว้หน้า 4-1 โดยได้สองประตูจาก เลวานดอฟสกี้ นอกจากนี้เจ้าตัวยังแอสซิสต์อีก 2 ลูกช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแบบไม่ยากเย็นมากนัก

สนาม: อัลลิอันซ์ อารีน่า (เยอรมัน)

ผู้ตัดสิน: Ovidiu Hațegan (โรมาเนีย)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช (อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า น.71), เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซือเล่  น.63), ดาวิด อบาลา, อัลฟงโซ่ เดวิส – ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.70), เลออน โกเร็ทซ์ก้า – แซร์จ นาร์บี้ (ฆาบี มาร์ติเนซ น.81), โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.64) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ผู้จัดการทีม: ฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค

เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – รีซ เจมส์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, คูร์ท ซูม่า, เอเมอร์สัน พัลไมรี่ – มาเตโอ โควาซิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รอสส์ บาร์คลี่ย์ – เมสัน เมาน์ท, แทมมี่ อบราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.81), คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย

ผู้จัดการทีม: แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

การบุกไปถล่ม เชลซี ที่แสตมป์ฟอร์ด บริดจ์ ในนัดแรก 3-0 สร้างความได้เปรียบให้ เสือใต้ อย่างมหาศาล แฟนบอลส่วนมากก็มองว่ายังไงเชลซีก็ไม่น่าจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้เพราะด้วยสภาพทีมที่เป็นรองอยู่เยอะ ทำให้การเข้ารอบแบบเหลือเชื่อนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้

เจ้าบ้านภายใต้การคุมทัพของ ฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค นั้นไร้เทียมทานสุดๆ พวกเขาไม่แพ้ให้ทีมใดเลยนับตั้งแต่ปี 2020 ส่วนผู้เล่นก็แทบบจะสมบูรณ์ในทุกตำแหน่ง การจัดทัพสามารถทำได้เต็มที่ โดยกุนซือเจ้าบ้านส่ง แซร์จ นาร์บี้, โธมัส มุลเลอร์ และอิวาน เปริซิช คอยสนับสนุนให้กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ยืนเป็นหน้าเป้าในเกมนี้

ทีมเยือนที่สภาพทีมค่อนข้างแย่ แม้จะได้ ก็องเต้และวิลเลี่ยนที่ฟิตสมบูรณ์กลับมาลงเล่นอีกครั้ง แต่ยังมีนักเตะตัวแบกทีมอีกหลายคนที่พลาดลงสนามในนัดนี้ โดยแฟรงค์ แลมพาร์ด ส่ง เมสัน เมาน์ท, แทมมี่ อบราฮัม และ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เป็นสามประสานในเกมรุก

ครึ่งแรก

นาทีที่ 8 (Goal)  – เชลซีต้องมาเสียจุดโทษจากจังหวะหลุดเดี่ยวของเลวานดอฟสกี้ที่โดน กาบาเยโร่รวบล้มลงไป ผู้ตัดสินเช็ควีเออาร์แล้วให้จุดโทษกับเจ้าบ้านพร้อมแจกใบเหลืองให้ผู้รักษาประตูทีมเยือน เลวานดอฟสกี้ ลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาด เจ้าถิ่นนำ 1-0

นาทีที่ 18  – เจ้าถิ่นลุ้นประตุอีกครั้ง คราวนี้เป็น แซร์จ นาบรี้ ครอสบอลมาให้ เลวานดอฟสกี้ ดีดบอลด้วยเท้าขวาแต่บอลพุ่งออกเสาไกลไป

นาทีที่ 24 (Goal)จากความผิดพลาดของ มัตเตโอ โควาซิช ทำให้ เลวานดอฟกี้ได้บอลก่อนจ่ายไปให้ อีวาน เปริซิช แปลบอลเข้าประตูแบบง่ายๆ เจ้าถิ่นหนีเป็น 2-0

นาทีที่ 28 – เชลซีเกือบได้เฮจากจังหวะที่ อัดสัน-โอดอย รับบอลมาจาก แทมมี่ อบราฮัม ก่อนปั่นเข้าประตูไปอย่างสุดสวย แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องจาก อบราฮัม กลับมาจากตำแหน่งล้ำหน้า

นาทีที่ 44 (Goal)เชลซียิงประตูตีไข่แตกได้สำเร็จ จากจังหวะเปิดบอลของ เอเมอร์สัน แต่นอยเออร์ ทำบอลหลุดมือ ทำให้บอลไปเข้าทาง อบราฮัม ที่ยืนอยู่แปลบอลเข้าไปง่ายๆ เชลซีไล่มา 2-1

จบครึ่งแรกเสือใต้นำ สิงโตน้ำเงินคราม 2-1 สกอร์รวม 5-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 – ทีมเยือนมีโอกาสได้ลุ้นประตูอีกครั้งจากจังหวะที่ เมสัน เมาน์ท กระชากบอลขึ้นทางซ้ายก่อนจะยิงไปเข้ามือของ นอยเออร์

นาทีที่ 67 – เสือใต้ เกือบได้ประตูอีกครั้งจากลูกเตะมุมของ โยชัว คิมมิช เปิดบอลเข้ามาให้ ติอาโก้ ขึ้นโหม่งแต่บอลติดบล็อคกระเด้งไปเข้าทางของ อลาบา ยิงด้วยขวาแต่บอลพุ่งเข้ามือ กาบาเยโร่

นาทีที่ 76 (Goal) – บาเยิร์น มิวนิค มาหนีเป็น 3-1 ได้สำเร็จ เลวานดอฟสกี้เปิดบอลจากด้านข้างมาให้ โตลิโซ่ ที่พึ่งลงมา แปลบอลเข้าประตูไปแบบง่ายๆ

นาทีที่ 84 (Goal) – เจ้าบ้านยังไม่หยุดเกมรุกและมาบวกประตูเพิ่มได้อีกหนึ่งลุก จาก เลวานดอฟสกี้ ที่ขึ้นโขกลูกเปิดของ โอดริโอโซล่า เข้าไปเป็นประตูที่ 2 ของเจ้าตัวในเกมนี้พร้อมขึ้นนำดาวซัลโว ชปล. ที่ 13 ประตู

จบเกม บาเยิร์น มิวนิค ชนะ เชลซี 4-1  ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมด้วยสกอร์รวม 7-1

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก บาเยิร์น มิวนิค 4-1 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู

บาเยิร์น มิวนิค: 1-0  โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 8′ (จุดโทษ) // 2-0 อีวาน เปริซิช 24′ // 3-1 โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ 76’ // โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 84′

เชลซี: 2-1 แทมมี่ อบราฮัม 44’ อ่านเพิ่มเติม ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง! บาเยิร์น โชว์โหดไล่ตะปบ เชลซี (บาเยิร์น มิวนิค 4-1 เชลซี)