คลังเก็บป้ายกำกับ: แชมป์พรีเมียร์ลีก

โปรแกรมพรีเมียร์ลีก

คลอดแล้ว! โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ลิเวอร์พูลงานหนัก

โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ออกมาแล้วอย่างเป็นทางการ โดยมีคู่ที่น่าสนใจหลายคู่ โดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล ที่ต้อนรับการมาเยือนของน้องใหม่ ลีดส์ ยูไนเต็ด


ก่อนหน้าที่มีข่าวลือเรื่องของ โปรแกรมพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลออกมาให้แฟนบอลได้เห็นกัน ล่าสุด พรีเมียร์ลีก ออกมาสยบข่าวลือนั้นด้วยการปล่อย โปรแกรมการแข่งขันที่แท้จริงให้แฟนบอลได้ตื่นเต้นกัน โดยเฉพาะแฟนบอลลิเวอร์พูล

หงส์แดง แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดต้องเจอบททดสอบสุดหินตั้งแต่ต้นฤดูกาล เมื่อต้องปะทะกับ 3 ทีมแกร่ง ไล่ตั้งแต่การเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมน้องใหม่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และออกไปเยือน สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ก่อนกลับไปเล่นในบ้านพบกับ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ในนัดที่ 3 ของฤดูกาล

โปรกแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 5 นัดแรก

การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลจะมีคู่ที่ถูกเลื่อนไป 2 คู่นั่นก็คือ เบิร์นลี่ย์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลล่า เพราะทั้งสองทีมจาก แมนเชสเตอร์ พึ่งแข่งขันบอลถ้วยยุโรปเสร็จสิ้นไป

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2020 6 คู่

คริสตัล พาเลซ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ อาร์เซน่อล
ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พบ เอฟเวอร์ตัน
เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน พบ เลสเตอร์ ซิตี้
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2020 2 คู่

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน พบ เชลซี
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2020 10 คู่

อาร์เซน่อล พบ เวสต์แฮม
แอสตัน วิลล่า พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เชลซี พบ ลิเวอร์พูล
เอฟเวอร์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
ลีดส์ พบ ฟูแล่ม
เลสเตอร์ พบ เบิร์นลีย์
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ คริสตัล พาเลซ
นิวคาสเซิล พบ ไบรท์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2020 10 คู่

ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เบิร์นลีย์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ เอฟเวอร์ตัน
ฟูแล่ม พบ แอสตัน วิลล่า
ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ซิตี้ พบ เลสเตอร์
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์
สเปอร์ส พบ นิวคาสเซิล
เวสต์บรอมวิช พบ เชลซี
เวสต์แฮม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2020 10 คู่

อาร์เซน่อล พบ เลสเตอร์
แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์
ไบรท์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
เบิร์นลีย์ พบ สเปอร์ส
ฟูแล่ม พบ คริสตัล พาเลซ
ลิเวอร์พูล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เอฟเวอร์ตัน
เวสต์แฮม พบ แมนฯ ซิตี้
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิล

วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2020 10 คู่

แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เบิร์นลีย์ พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ เวสต์บรอมวิช
ลีดส์ พบ เลสเตอร์
ลิเวอร์พูล พบ เวสต์แฮม
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซน่อล
นิวคาสเซิล พบ เอฟเวอร์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ซิตี้
สเปอร์ส พบ ไบรท์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ

สามารถเข้าไปดู โปรแกรมพรีเมียร์ลีก แบบครบทั้งฤดูกาลได้ที่นี่ : https://www.premierleague.com/news/1754980 อ่านเพิ่มเติม คลอดแล้ว! โปรแกรมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ลิเวอร์พูลงานหนัก

แชมป์พรีเมียร์ลีก

แชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย จุดสูงสุดในประเทศของ สิงโตน้ำเงินคราม

เชลซี คว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก หรือ ลีกสูงสุดมาแล้วทั้งหมด 6 สมัย โดยครั้งแรกและครั้งที่ 2 เกิดขึ้นห่างกันถึง 50 ปีเลยทีเดียว

มาย้อนดูกันว่าการคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก ของ เชลซี ในแต่ละสมัยมีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง ตั้งแต่ต้นฤดูกาลไปจนถึงการชูถ้วยแชมป์

บทความที่เกี่ยวข้อง : ถ้วยรางวัลของทีมเชลซี

แชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1954/55

2

นี่คือฤดูกาลแห่งประวัติศาสตร์ของสโมสรอย่างแท้จริง แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษที่เชลซีสามารถคว้ามาครองได้เป็นครั้งแรกของสโมสเกิดขึ้นหลังจากก่อตั้งทีมมาได้เกือบ 50 ปี

สิงโตน้ำเงินครามเริ่มต้นฤดูกาลได้ดี แต่แล้วเมื่อมาถึงช่วงเดือนกันยายน ฟอร์มของพลพรรคสิงห์บลูก็ดรอปลงไปจนทำให้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนพวกเขาหล่นลงไปอยู่ในอันดับที่ 12 ของตารางและการคว้าแชมป์แทบจะเป็นไปได้ยาก

แต่แล้วในช่วงคริสต์มาส พวกเขาก็กลับมาระเบิดฟอร์มได้อีกครั้ง เชลซีสามารถยิงประตูได้อย่างต่อเนื่องและเก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำในขณะที่ทีมอื่นๆ ยังคงทำแต้มหล่นหาย

9 เมษายน คือนัดสำคัญเมื่อเชลซีเปิดสแตมป์ฟอร์ด บริดจ์รับการมาเยือนของคู่แข่งแย่งแชมป์อย่าง ‘วูล์ฟแฮมป์ตัน’ และเป็นสิงห์บลูที่เปิดบ้านเฉือนชนะไปได้ 1-0 จากลูกจุดโทษของ ‘ปีเตอร์ ชิลเล็ทท์’ ต่อหน้าแฟนบอลถึง 75,000 คนในวันนั้น

ทุกอย่างยังคงเป็นใจให้เชลซีเมื่อ วูล์ฟ ทำได้แค่เสมอกับ พอร์ทสมัธ 0-0 และเพียงแค่เชลซีเอาชนะเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ สิงโตน้ำเงินครามจะสร้างประวัติศาสตร์ได้ทันที

‘เท็ด แดร็ก’ ผู้จัดการทีมในขณะนั้นนำลูกทีมลงเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลห้าหมื่นกว่าคน ก่อนพาเชลซีเอาชนะไปได้สำเร็จ 3-0 คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้เป็นครั้งแรกของสโมสรทิ้งห่างอันดับสองอย่าง วูล์ฟ ที่ 4 คะแนน

โดยในฤดูกาลนั้น ‘รอย เบนท์ลีย์’ คว้าดาวซัลโว มาครองได้สำเร็จโดยยิงไปทั้งหมด 21 ประตู ในขณะที่ ‘ดิเร็ก ซอนเดอร์’ และ ‘อิริค พาร์สัน’ คือนักเตะที่ลงสนามให้ทีมมากที่สุดถึง 42 นัดตลอดทั้งฤดูกาล

แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2004/05

3

ผ่านไป 50 ปีหลังจากที่จารึกประวัติศาสตร์สโมสร ดิวิชั่น 1 ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นพรีเมียร์ลีก คราวนี้พวกเขาทำได้อีกครั้งหลังจากการเข้ามาของ ‘โรมัน อบราโมวิช’ ที่ทำการปรับเปลี่ยนทีมมากมาย

การจากไปของเฮ้ดโค้ชชาวอิตาเลียน อย่าง ‘คลาดิโอ รานิเอรี’ ถูกแทนที่ด้วยการเข้ามาของ ‘โชเซ่ มูรินโญ่’ โค้ชหนุ่มไฟแรงชาวโปรตุกีสที่มาพร้อมกับดีกรี แชมป์ยุโรปกับปอร์โต้พร้อมวลีที่ติดหูแฟนบอลทั่วโลก “เดอะ สเปเชียล วัน”

มูรินโญ่ พาเชลซีเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง โดยเอาชนะคู่แข่งแย่งแชมป์ได้ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล พาทีมขึ้นไปอยู่หัวตารางได้สำเร็จ

‘แมนเชสเตอร์ ซิตี้’ คือทีมแรกที่ยัดเยียดความปราชัยให้กับเชลซีหลักจากที่ นิโกล่าส์ เอนลก้า ยิงจุดโทษเข้าไป อย่างไรก็ตามสิงห์บลูก็กลับมาเก็บชัยชนะได้ถึง 6 นัดรวดทำแต้มหนีห่างอันดับ 2 สองคะแนน

มูรินโญ่ทำให้เชลซีชุดนั้นไร้เทียมทานสุดๆ พวกเขาเดินหน้าเก็บแต้มจากคู่แข่งอย่างต่อเนื่องและทำแต้มทิ้งห่างอันดับสองไปถึง 13 คะแนนเมื่อถึงเดือนเมษายน

จนเมื่อวันที่ 30 เมษายน สิงโตน้ำเงินครามมีคิวบุกไปเยือน ‘โบลตัน วันเดอร์เรอส์’ โดยมี ‘แฟรงค์ แลมพาร์ด’ รับบทเป็นพระเอกในวันนั้นด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตูส่งให้เชลซีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกได้สำเร็จ

ฤดูกาลนั้น แลมพาร์ด ที่เล่นในตำแหน่งกองกลาง ซัดไปถึง 20 ประตูและเชลซีก็สร้างสถิติเป็นทีมแรกที่เก็บแต้มต่อหนึ่งฤดูกาลได้มากที่สุดถึง 95 แต้มโดยพวกเขาแพ้ไปเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นในเกมลีกตลอดทั้งฤดูกาล

แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2005/2006

4

เชลซีชุดเดิมที่ยังนำทัพด้วยโชเซ่ มูรินโญ่ยังคงแข็งแกร่ง พวกเขาเปิดฤดูกาลด้วยการไปเยือนวีแกน แต่ไม่ใช่งานง่ายเท่าไหร่นักที่เก็บสามแต้มได้เพราะต้องรอถึงช่วงท้ายเกมกว่าเฮอร์นัน เครสโปจะยิงประตูสุดสวยช่วยให้เชลซีคว้าสามแต้มมาได้อย่างหืดจับ

เชลซีโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูด้วยการเก็บชัยชนะได้ถึง 6 เกมรวดโดยไม่เสียประตูเลย ก่อนจะมาเสียประตูในสามนัดถัดมาด้วยการพลิกชนะแอสตัน วิลล่า ถล่ม ลิเวอร์พูลและโบตันด้วยสกอร์ 4-1 และ 5-1 ตามลำดับ

มาถึงช่วงเดือนตุลาคม สิงโตน้ำเงินครามสะดุดเสมอนัดแรกด้วยน้ำมือของเอฟเวอร์ตัน และพ่ายต่อผีแดงเป็นทีมแรกแต่สิงห์บลูยังนำเป็นจ่าฝูงด้วยการมีแต้มห่างอันดับ 2 ถึง 9 คะแนน

เดอะ บลูส์ยังมีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมพวกเขาเก็บแต้มได้มากมายจนถึงเดือนมกราคมพวกเขาทำแต้มทิ้งห่างอันดับ 2 ไปถึง 14 คะแนน

การพ่ายแพ้ที่ย่อยยับที่สุดของมูรินโญ่ต่อมิดเดิลสโบรห์ 3-0 ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนักเพราะพลพรรคสิงห์บลูยังคงเก็บแต้มจากเกมอื่นๆได้อย่างต่อเนื่องทำให้มีแต้มทิ้งห่างแมนฯยูถึง 18 แต้มในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้การคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 เริ่มเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

แม้จะแพ้มากกว่าฤดูกาลก่อนแต่เกมนัดสำคัญก็เดินทางมาถึงเมื่อเชลซีเปิดบ้านถล่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแบบขาดลอยถึง 3-0 การันตีแชมป์ฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน ก่อนปิดฤดูกาลด้วยการเอาชนะนิวคาสเซิล 1-0 เก็บแต้มไปได้ 91 คะแนนเหนืออันดับ 2 อย่างผีแดง 8 คะแนน

มูรินโญ่และลูกทีมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 2 สมัยติดเป็นครั้งแรกแถมเก็บแต้มได้อย่างมากมายทำให้เชลซีในยุคนั้นไร้เทียมทานสุดๆ และเชลซีคือคู่แข่งที่หลายๆ ทีมไม่อยากเจอ

แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2009/10

5

แชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 4 ของเชลซีต้องรอนานถึง 4 ปีหลังจากการคว้าแชมป์ครั้งหลังสุด มูรินโญ่ต้องจากทีมไปและมีโค้ชเข้ามาทำงานที่สแตมฟอร์ด บริดจ์หลายรายจนมาถึงยอดโค้ชที่ประสบความสำเร็จมาอย่างมากมายกับเอซี มิลานมา เขาคนนั้นคือคาร์โล อันเชลอตติ

เชลซีใช้แผลการเล่น 4-4-2 โดยใช้หน้าคู่อย่างดร็อกบาและอเนลกา ทั้งสองคนช่วยกันยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำช่วยให้เชลซีเก็บชัยชนะได้อย่างถล่มทลาย

สิงโตน้ำเงินครามเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างดีแต่ต้องมาแพ้นัดแรกต่อวีแกนหลังเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 9 คนในเกมนั้น และมาแพ้นัดที่สองให้กับแอสตัน วิลล่า แต่พวกเขาก็กลับมาได้สำเร็จด้วยการชนะ 5 เกมรวด ซึ่งเป็นการชนะทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซนอล แต่ต้องมาแพ้อีกครั้งให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้หลังจากนั้น

เข้าสู่ช่วงปีใหม่เชลซียังคงร้อนแรงด้วยการยิงซันเดอร์แลนด์ไปถึง 7 ลูกและยังนำเป็นจ่าฝูงหลังจากจบเดือนมกราคม

มาถึงเดือนกุมภาพันธ์เชลซีเอาชนะอาร์เซนอลได้แต่ต้องมาแพ้คาบ้านให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกครั้งแต่อย่างไรก้ตามการเจอกับปอร์ทสมัธและแอสตัน วิลล่าแสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันเหลือเชื่อของทีมด้วยการยิงรวมกันสองเกมไปมากถึง 12 ประตูและเสียเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น

เชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขับเคี่ยวกันอย่างสูสีและแมนฯยูขึ้นเป็นจ่าฝูงเหนือเชลซี 1 คะแนนและจุดเปลี่ยนก็มาถึงเมื่อทั้งสองทีมต้องโคจรมาพบกันและเป็นเชลซีที่บุกมาเอาชนะไปได้ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดทำให้เชลซีกลับไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

แม้ว่าจะพลาดแพ้ให้กับคู่แข่งร่วมกรุงลอนดอนอย่างสเปอร์สในช่วงกลางเดือนเมษายนแต่เชลซีแสดงถึงความเป็นแชมป์ให้ได้เห็นเมื่อพวกเขาเดินหน้ายิงประตูคู่แข่งอย่างถล่มทลายหลังจากนั้น

สิงห์บลูและผีแดงขับเคี่ยวจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล เชลซีจะเป็นแชมป์ทันทีถ้าชนะนัดสุดท้าย และพวกเขาก้ไม่ทำให้สาวกเชลซีต้องผิดหวังเมื่อพวกเขาเดินหน้าถล่ม     วีแกน แบบไม่ไว้หน้า 8-0 และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 4 มาครองได้แบบยิ่งใหญ่

อันเชลอตติ พาเชลซีเป็นแชมป์ได้อย่างสวยงานพวกเขาเดินหน้ายิงประตูคู่แข่งแบบถล่มทลายและจบด้วยการยิงเป็นสถิติของพรีเมียร์ลีกที่ 103 ประตู ส่วนปีเตอร์ เช็คคว้ารางวัลถุงมือทองคำมาครองหลังจากเก็บคลีนชีตได้ถึง 17 นัดในฤดูกาลนั้น

แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014/15

6

การกลับมาคุมทีมเป็นคำรบที่สองของ มูรินโญ่ และพาเชลซีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 5 ได้สำเร็จ

หลังจากต้องแยกทางกับเรอัล มาดริด เชลซีที่ในขณะนั้นต้องการผู้จัดการทีมเช่นเดียวกันจึงไม่รอช้ารีบติดต่อจ่ามูทันที จนในที่สุดหนึ่งในผู้จัดการทีมที่สาวกเชลซีรักก็ได้กลับมาสู่รั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์อีกครั้ง

การกลับมาครั้งนี้ของน้ามูได้มีเรื่องขำเกิดขึ้นเล็กน้อยนั่นก็คือเขาได้บอกกับแฟนบอลและสื่อว่าตอนนี้เขาไม่ใช่เดอะ สเปเชียลวันอีกแล้ว แต่เขาคือเดอะ แฮปปี้วันต่างหาก

เชลซีเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเก็บชัยชนะได้ 4 นัดรวดโดยหนึ่งในนั้นเป็นการบุกไปถล่มเอฟเวอร์ตันถึงกู๊ดดิสัน พาร์คถึง 6-3

เชลซีไม่แพ้ใครเลยจนกระทั่งต้องโคจรมาพบกับนิวคาสเซิล ซึ่งเป็นทีมที่เชลซีแพ้ทางเหลือเกินและก็เป็นอีกครั้งที่ สาลิกาดง หยุดความร้อนแรงของเชลซีเอาไว้ได้ในเดือนธันวาคม

ในวันปีใหม่นั้นเองเชลซีต้องมาเจอกับแมนเชวเตอร์ ซิตี้และก็เป็นอีกครั้งที่เรือใบสีฟ้าสร้างรอยแผลและความเจ็บปวดให้กับเชลซีและแฟนสิงห์บลู แม้ว่าจะถูกขัดขาแต่หลังจากนั้นอีก 15 เกมเชลซีแสดงศัลกยภาพที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการคว้าชัยไปถึง 11 นัดและไม่แพ้ใครเลยส่งให้พวกเขาทำแต้มห่างอันดับ 2 ถึง 16 คะแนน

ไม่มีทีมไหนหยุดความร้อนแรงของเชลซีได้อีกแล้วพวกเขาเดินหน้าคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่องและคว้าแชมป์มาครองได้ในที่สุดแบบม้วนเดียวจบ

บรรดาแข้งสิงห์บลูพาเหรดกันติดทีมยอดเยี่ยมเกือบครบทั้งทีมและนักเตะแต่ละคนก็รักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้เชลซีคว้าแชมป์แบบรวดเดียวจบด้วยการขึ้นนำเป็นจ่าฝูงตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลจนถึงวันที่คว้าแชมป์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความสุดยอดของเชลซีชุดนั้น

แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016/17

7

เป็นอีกครั้งที่มูรินโญ่ต้องอำลาทีมไปและเชลซีก็ตอบสนองด้วยการดึงกุนซือมากฝีมือที่ฝากผลงานอันยอดเยี่ยมไว้กับยูเวนตุสรวมไปถึงทีมชาติอิตาลีอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้

ช่วงแรกหลังเปิดฤดูกาลเชลซียังมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยสู้ดีนักเหมือนกับว่าพวกเขายังหาจุดลงตัวของทีมยังไม่เจอ

จนเมื่อคอนเต้ตัดสินใจใช้แผนการเล่นเป็น 3-4-3 เรียกได้ว่าเป็นที่ฮือฮามากๆ ในช่วงนั้นเพราะหลังจากที่เปลี่ยนมาใช้แผนการเล่นนี้เหมือนกับเชลซีติดปีกพวกเขาเดินหน้าเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง

การบุกไปชนะเรือใบสีฟ้าได้ 3-1 ภายใต้การกุมบังเฮียนของโครตกุนซืออย่างเป็บ กวาดิโอลา คือหนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงของเชลซี

พวกเขาเดินหน้าเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่องจนสร้างสถิติสำคัญเอาไว้ได้ด้วยการเก็บสามแต้ม 13 นัดติดต่อกันก่อนจะถูกสเปอร์หยุดเอาไว้ได้

สิงห์บลูเอาชนะอาร์เซนอลได้ในลอนดอนดาร์บี้แมตซ์แต่มาพ่ายให้กับ คริสตัน พาเลซแบบพลิกล็อก 1-2 แต่พวกเขาก็กลับมาได้ด้วยการเอาชนะ เรือใบสีฟ้า 2-1

ผีแดงสร้างความหวั่นใจให้กับสวกเชลซีอีกครั้งหลังจากที่เอาชนะเชลซีไปได้ 2-0 ซึ่งนี่เป็นการแพ้ในลีกนัดสุดท้ายของเชลซีในฤดูกาลนั้น โดยโปแกรมการแข่งขันนัดที่เหลือพวกเขาเก็บสามแต้มได้ทั้งหมด รวมไปถึงการบุกไปชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-0 จากประตูโทนของตัวสำรองอย่าง มิชี่ บัตชูอายี่ และความแชมป์ไปครองในขณะที่เหลือโปรแกรมอีก 2 นัด

สิงโตน้ำเงินครามฉลองแชมป์ในบ้านได้อย่างสวยงามด้วยการเอาชนะในบ้านต่อซันเดอร์แลนด์ 5-1

ทั้งหมดนี้คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัยของเชลซี ซึ่งแต่ละฤดูกาลก็มีเรื่องราวและความทรงจำดีๆมากมาย นี่แหล่ะความสวยงามของฟุตบอลมีสุขมีทุกข์ปะปนกันไป แม้ว่าจะเป็นเวลาหลายปีแล้วที่เชลซีไม่สามารถกลับมายืนณ. จุดสูงสุดได้ แต่เชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาจะกลับมาเขย่าบัลลังก์ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน


อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่ : https://chelsea-th.com/
เว็บไซต์หลักของสโมสร : https://www.chelseafc.com/th