คลังเก็บป้ายกำกับ: แชมป์

แชมป์พรีเมียร์ลีก

แชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย จุดสูงสุดในประเทศของ สิงโตน้ำเงินคราม

เชลซี คว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก หรือ ลีกสูงสุดมาแล้วทั้งหมด 6 สมัย โดยครั้งแรกและครั้งที่ 2 เกิดขึ้นห่างกันถึง 50 ปีเลยทีเดียว

มาย้อนดูกันว่าการคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก ของ เชลซี ในแต่ละสมัยมีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง ตั้งแต่ต้นฤดูกาลไปจนถึงการชูถ้วยแชมป์

บทความที่เกี่ยวข้อง : ถ้วยรางวัลของทีมเชลซี

แชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1954/55

2

นี่คือฤดูกาลแห่งประวัติศาสตร์ของสโมสรอย่างแท้จริง แชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษที่เชลซีสามารถคว้ามาครองได้เป็นครั้งแรกของสโมสเกิดขึ้นหลังจากก่อตั้งทีมมาได้เกือบ 50 ปี

สิงโตน้ำเงินครามเริ่มต้นฤดูกาลได้ดี แต่แล้วเมื่อมาถึงช่วงเดือนกันยายน ฟอร์มของพลพรรคสิงห์บลูก็ดรอปลงไปจนทำให้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนพวกเขาหล่นลงไปอยู่ในอันดับที่ 12 ของตารางและการคว้าแชมป์แทบจะเป็นไปได้ยาก

แต่แล้วในช่วงคริสต์มาส พวกเขาก็กลับมาระเบิดฟอร์มได้อีกครั้ง เชลซีสามารถยิงประตูได้อย่างต่อเนื่องและเก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำในขณะที่ทีมอื่นๆ ยังคงทำแต้มหล่นหาย

9 เมษายน คือนัดสำคัญเมื่อเชลซีเปิดสแตมป์ฟอร์ด บริดจ์รับการมาเยือนของคู่แข่งแย่งแชมป์อย่าง ‘วูล์ฟแฮมป์ตัน’ และเป็นสิงห์บลูที่เปิดบ้านเฉือนชนะไปได้ 1-0 จากลูกจุดโทษของ ‘ปีเตอร์ ชิลเล็ทท์’ ต่อหน้าแฟนบอลถึง 75,000 คนในวันนั้น

ทุกอย่างยังคงเป็นใจให้เชลซีเมื่อ วูล์ฟ ทำได้แค่เสมอกับ พอร์ทสมัธ 0-0 และเพียงแค่เชลซีเอาชนะเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ สิงโตน้ำเงินครามจะสร้างประวัติศาสตร์ได้ทันที

‘เท็ด แดร็ก’ ผู้จัดการทีมในขณะนั้นนำลูกทีมลงเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลห้าหมื่นกว่าคน ก่อนพาเชลซีเอาชนะไปได้สำเร็จ 3-0 คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศได้เป็นครั้งแรกของสโมสรทิ้งห่างอันดับสองอย่าง วูล์ฟ ที่ 4 คะแนน

โดยในฤดูกาลนั้น ‘รอย เบนท์ลีย์’ คว้าดาวซัลโว มาครองได้สำเร็จโดยยิงไปทั้งหมด 21 ประตู ในขณะที่ ‘ดิเร็ก ซอนเดอร์’ และ ‘อิริค พาร์สัน’ คือนักเตะที่ลงสนามให้ทีมมากที่สุดถึง 42 นัดตลอดทั้งฤดูกาล

แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2004/05

3

ผ่านไป 50 ปีหลังจากที่จารึกประวัติศาสตร์สโมสร ดิวิชั่น 1 ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นพรีเมียร์ลีก คราวนี้พวกเขาทำได้อีกครั้งหลังจากการเข้ามาของ ‘โรมัน อบราโมวิช’ ที่ทำการปรับเปลี่ยนทีมมากมาย

การจากไปของเฮ้ดโค้ชชาวอิตาเลียน อย่าง ‘คลาดิโอ รานิเอรี’ ถูกแทนที่ด้วยการเข้ามาของ ‘โชเซ่ มูรินโญ่’ โค้ชหนุ่มไฟแรงชาวโปรตุกีสที่มาพร้อมกับดีกรี แชมป์ยุโรปกับปอร์โต้พร้อมวลีที่ติดหูแฟนบอลทั่วโลก “เดอะ สเปเชียล วัน”

มูรินโญ่ พาเชลซีเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง โดยเอาชนะคู่แข่งแย่งแชมป์ได้ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล พาทีมขึ้นไปอยู่หัวตารางได้สำเร็จ

‘แมนเชสเตอร์ ซิตี้’ คือทีมแรกที่ยัดเยียดความปราชัยให้กับเชลซีหลักจากที่ นิโกล่าส์ เอนลก้า ยิงจุดโทษเข้าไป อย่างไรก็ตามสิงห์บลูก็กลับมาเก็บชัยชนะได้ถึง 6 นัดรวดทำแต้มหนีห่างอันดับ 2 สองคะแนน

มูรินโญ่ทำให้เชลซีชุดนั้นไร้เทียมทานสุดๆ พวกเขาเดินหน้าเก็บแต้มจากคู่แข่งอย่างต่อเนื่องและทำแต้มทิ้งห่างอันดับสองไปถึง 13 คะแนนเมื่อถึงเดือนเมษายน

จนเมื่อวันที่ 30 เมษายน สิงโตน้ำเงินครามมีคิวบุกไปเยือน ‘โบลตัน วันเดอร์เรอส์’ โดยมี ‘แฟรงค์ แลมพาร์ด’ รับบทเป็นพระเอกในวันนั้นด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตูส่งให้เชลซีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกได้สำเร็จ

ฤดูกาลนั้น แลมพาร์ด ที่เล่นในตำแหน่งกองกลาง ซัดไปถึง 20 ประตูและเชลซีก็สร้างสถิติเป็นทีมแรกที่เก็บแต้มต่อหนึ่งฤดูกาลได้มากที่สุดถึง 95 แต้มโดยพวกเขาแพ้ไปเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นในเกมลีกตลอดทั้งฤดูกาล

แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2005/2006

4

เชลซีชุดเดิมที่ยังนำทัพด้วยโชเซ่ มูรินโญ่ยังคงแข็งแกร่ง พวกเขาเปิดฤดูกาลด้วยการไปเยือนวีแกน แต่ไม่ใช่งานง่ายเท่าไหร่นักที่เก็บสามแต้มได้เพราะต้องรอถึงช่วงท้ายเกมกว่าเฮอร์นัน เครสโปจะยิงประตูสุดสวยช่วยให้เชลซีคว้าสามแต้มมาได้อย่างหืดจับ

เชลซีโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรูด้วยการเก็บชัยชนะได้ถึง 6 เกมรวดโดยไม่เสียประตูเลย ก่อนจะมาเสียประตูในสามนัดถัดมาด้วยการพลิกชนะแอสตัน วิลล่า ถล่ม ลิเวอร์พูลและโบตันด้วยสกอร์ 4-1 และ 5-1 ตามลำดับ

มาถึงช่วงเดือนตุลาคม สิงโตน้ำเงินครามสะดุดเสมอนัดแรกด้วยน้ำมือของเอฟเวอร์ตัน และพ่ายต่อผีแดงเป็นทีมแรกแต่สิงห์บลูยังนำเป็นจ่าฝูงด้วยการมีแต้มห่างอันดับ 2 ถึง 9 คะแนน

เดอะ บลูส์ยังมีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมพวกเขาเก็บแต้มได้มากมายจนถึงเดือนมกราคมพวกเขาทำแต้มทิ้งห่างอันดับ 2 ไปถึง 14 คะแนน

การพ่ายแพ้ที่ย่อยยับที่สุดของมูรินโญ่ต่อมิดเดิลสโบรห์ 3-0 ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนักเพราะพลพรรคสิงห์บลูยังคงเก็บแต้มจากเกมอื่นๆได้อย่างต่อเนื่องทำให้มีแต้มทิ้งห่างแมนฯยูถึง 18 แต้มในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้การคว้าแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 เริ่มเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

แม้จะแพ้มากกว่าฤดูกาลก่อนแต่เกมนัดสำคัญก็เดินทางมาถึงเมื่อเชลซีเปิดบ้านถล่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแบบขาดลอยถึง 3-0 การันตีแชมป์ฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน ก่อนปิดฤดูกาลด้วยการเอาชนะนิวคาสเซิล 1-0 เก็บแต้มไปได้ 91 คะแนนเหนืออันดับ 2 อย่างผีแดง 8 คะแนน

มูรินโญ่และลูกทีมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 2 สมัยติดเป็นครั้งแรกแถมเก็บแต้มได้อย่างมากมายทำให้เชลซีในยุคนั้นไร้เทียมทานสุดๆ และเชลซีคือคู่แข่งที่หลายๆ ทีมไม่อยากเจอ

แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2009/10

5

แชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 4 ของเชลซีต้องรอนานถึง 4 ปีหลังจากการคว้าแชมป์ครั้งหลังสุด มูรินโญ่ต้องจากทีมไปและมีโค้ชเข้ามาทำงานที่สแตมฟอร์ด บริดจ์หลายรายจนมาถึงยอดโค้ชที่ประสบความสำเร็จมาอย่างมากมายกับเอซี มิลานมา เขาคนนั้นคือคาร์โล อันเชลอตติ

เชลซีใช้แผลการเล่น 4-4-2 โดยใช้หน้าคู่อย่างดร็อกบาและอเนลกา ทั้งสองคนช่วยกันยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำช่วยให้เชลซีเก็บชัยชนะได้อย่างถล่มทลาย

สิงโตน้ำเงินครามเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างดีแต่ต้องมาแพ้นัดแรกต่อวีแกนหลังเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 9 คนในเกมนั้น และมาแพ้นัดที่สองให้กับแอสตัน วิลล่า แต่พวกเขาก็กลับมาได้สำเร็จด้วยการชนะ 5 เกมรวด ซึ่งเป็นการชนะทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและอาร์เซนอล แต่ต้องมาแพ้อีกครั้งให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้หลังจากนั้น

เข้าสู่ช่วงปีใหม่เชลซียังคงร้อนแรงด้วยการยิงซันเดอร์แลนด์ไปถึง 7 ลูกและยังนำเป็นจ่าฝูงหลังจากจบเดือนมกราคม

มาถึงเดือนกุมภาพันธ์เชลซีเอาชนะอาร์เซนอลได้แต่ต้องมาแพ้คาบ้านให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกครั้งแต่อย่างไรก้ตามการเจอกับปอร์ทสมัธและแอสตัน วิลล่าแสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันเหลือเชื่อของทีมด้วยการยิงรวมกันสองเกมไปมากถึง 12 ประตูและเสียเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น

เชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขับเคี่ยวกันอย่างสูสีและแมนฯยูขึ้นเป็นจ่าฝูงเหนือเชลซี 1 คะแนนและจุดเปลี่ยนก็มาถึงเมื่อทั้งสองทีมต้องโคจรมาพบกันและเป็นเชลซีที่บุกมาเอาชนะไปได้ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดทำให้เชลซีกลับไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

แม้ว่าจะพลาดแพ้ให้กับคู่แข่งร่วมกรุงลอนดอนอย่างสเปอร์สในช่วงกลางเดือนเมษายนแต่เชลซีแสดงถึงความเป็นแชมป์ให้ได้เห็นเมื่อพวกเขาเดินหน้ายิงประตูคู่แข่งอย่างถล่มทลายหลังจากนั้น

สิงห์บลูและผีแดงขับเคี่ยวจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล เชลซีจะเป็นแชมป์ทันทีถ้าชนะนัดสุดท้าย และพวกเขาก้ไม่ทำให้สาวกเชลซีต้องผิดหวังเมื่อพวกเขาเดินหน้าถล่ม     วีแกน แบบไม่ไว้หน้า 8-0 และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 4 มาครองได้แบบยิ่งใหญ่

อันเชลอตติ พาเชลซีเป็นแชมป์ได้อย่างสวยงานพวกเขาเดินหน้ายิงประตูคู่แข่งแบบถล่มทลายและจบด้วยการยิงเป็นสถิติของพรีเมียร์ลีกที่ 103 ประตู ส่วนปีเตอร์ เช็คคว้ารางวัลถุงมือทองคำมาครองหลังจากเก็บคลีนชีตได้ถึง 17 นัดในฤดูกาลนั้น

แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2014/15

6

การกลับมาคุมทีมเป็นคำรบที่สองของ มูรินโญ่ และพาเชลซีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 5 ได้สำเร็จ

หลังจากต้องแยกทางกับเรอัล มาดริด เชลซีที่ในขณะนั้นต้องการผู้จัดการทีมเช่นเดียวกันจึงไม่รอช้ารีบติดต่อจ่ามูทันที จนในที่สุดหนึ่งในผู้จัดการทีมที่สาวกเชลซีรักก็ได้กลับมาสู่รั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์อีกครั้ง

การกลับมาครั้งนี้ของน้ามูได้มีเรื่องขำเกิดขึ้นเล็กน้อยนั่นก็คือเขาได้บอกกับแฟนบอลและสื่อว่าตอนนี้เขาไม่ใช่เดอะ สเปเชียลวันอีกแล้ว แต่เขาคือเดอะ แฮปปี้วันต่างหาก

เชลซีเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเก็บชัยชนะได้ 4 นัดรวดโดยหนึ่งในนั้นเป็นการบุกไปถล่มเอฟเวอร์ตันถึงกู๊ดดิสัน พาร์คถึง 6-3

เชลซีไม่แพ้ใครเลยจนกระทั่งต้องโคจรมาพบกับนิวคาสเซิล ซึ่งเป็นทีมที่เชลซีแพ้ทางเหลือเกินและก็เป็นอีกครั้งที่ สาลิกาดง หยุดความร้อนแรงของเชลซีเอาไว้ได้ในเดือนธันวาคม

ในวันปีใหม่นั้นเองเชลซีต้องมาเจอกับแมนเชวเตอร์ ซิตี้และก็เป็นอีกครั้งที่เรือใบสีฟ้าสร้างรอยแผลและความเจ็บปวดให้กับเชลซีและแฟนสิงห์บลู แม้ว่าจะถูกขัดขาแต่หลังจากนั้นอีก 15 เกมเชลซีแสดงศัลกยภาพที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการคว้าชัยไปถึง 11 นัดและไม่แพ้ใครเลยส่งให้พวกเขาทำแต้มห่างอันดับ 2 ถึง 16 คะแนน

ไม่มีทีมไหนหยุดความร้อนแรงของเชลซีได้อีกแล้วพวกเขาเดินหน้าคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่องและคว้าแชมป์มาครองได้ในที่สุดแบบม้วนเดียวจบ

บรรดาแข้งสิงห์บลูพาเหรดกันติดทีมยอดเยี่ยมเกือบครบทั้งทีมและนักเตะแต่ละคนก็รักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้เชลซีคว้าแชมป์แบบรวดเดียวจบด้วยการขึ้นนำเป็นจ่าฝูงตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาลจนถึงวันที่คว้าแชมป์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความสุดยอดของเชลซีชุดนั้น

แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016/17

7

เป็นอีกครั้งที่มูรินโญ่ต้องอำลาทีมไปและเชลซีก็ตอบสนองด้วยการดึงกุนซือมากฝีมือที่ฝากผลงานอันยอดเยี่ยมไว้กับยูเวนตุสรวมไปถึงทีมชาติอิตาลีอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้

ช่วงแรกหลังเปิดฤดูกาลเชลซียังมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยสู้ดีนักเหมือนกับว่าพวกเขายังหาจุดลงตัวของทีมยังไม่เจอ

จนเมื่อคอนเต้ตัดสินใจใช้แผนการเล่นเป็น 3-4-3 เรียกได้ว่าเป็นที่ฮือฮามากๆ ในช่วงนั้นเพราะหลังจากที่เปลี่ยนมาใช้แผนการเล่นนี้เหมือนกับเชลซีติดปีกพวกเขาเดินหน้าเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง

การบุกไปชนะเรือใบสีฟ้าได้ 3-1 ภายใต้การกุมบังเฮียนของโครตกุนซืออย่างเป็บ กวาดิโอลา คือหนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงของเชลซี

พวกเขาเดินหน้าเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่องจนสร้างสถิติสำคัญเอาไว้ได้ด้วยการเก็บสามแต้ม 13 นัดติดต่อกันก่อนจะถูกสเปอร์หยุดเอาไว้ได้

สิงห์บลูเอาชนะอาร์เซนอลได้ในลอนดอนดาร์บี้แมตซ์แต่มาพ่ายให้กับ คริสตัน พาเลซแบบพลิกล็อก 1-2 แต่พวกเขาก็กลับมาได้ด้วยการเอาชนะ เรือใบสีฟ้า 2-1

ผีแดงสร้างความหวั่นใจให้กับสวกเชลซีอีกครั้งหลังจากที่เอาชนะเชลซีไปได้ 2-0 ซึ่งนี่เป็นการแพ้ในลีกนัดสุดท้ายของเชลซีในฤดูกาลนั้น โดยโปแกรมการแข่งขันนัดที่เหลือพวกเขาเก็บสามแต้มได้ทั้งหมด รวมไปถึงการบุกไปชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-0 จากประตูโทนของตัวสำรองอย่าง มิชี่ บัตชูอายี่ และความแชมป์ไปครองในขณะที่เหลือโปรแกรมอีก 2 นัด

สิงโตน้ำเงินครามฉลองแชมป์ในบ้านได้อย่างสวยงามด้วยการเอาชนะในบ้านต่อซันเดอร์แลนด์ 5-1

ทั้งหมดนี้คือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัยของเชลซี ซึ่งแต่ละฤดูกาลก็มีเรื่องราวและความทรงจำดีๆมากมาย นี่แหล่ะความสวยงามของฟุตบอลมีสุขมีทุกข์ปะปนกันไป แม้ว่าจะเป็นเวลาหลายปีแล้วที่เชลซีไม่สามารถกลับมายืนณ. จุดสูงสุดได้ แต่เชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาจะกลับมาเขย่าบัลลังก์ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน


อ่านบทความอื่นๆได้ที่นี่ : https://chelsea-th.com/
เว็บไซต์หลักของสโมสร : https://www.chelseafc.com/th

ถ้วยรางวัลของทีมเชลซี

ถ้วยรางวัลของทีมเชลซี ที่เคยคว้ามาครองนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร

เชลซีคว้าแชมป์มาอย่างมากมายนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา บทความนี้จะเป็นการรวม ถ้วยรางวัลของทีมเชลซี ทั้งหมดที่เคยคว้ามาครองได้สำเร็จ


ถ้วยรางวัลของทีมเชลซี

ทั้งทีมหลักรวมไปถึงเยาวชนของสโมสรต่างประสบความสำเร็จกันมาแล้วทั้งสิ้น นอกจากนี้ฟุตบอลหญิงในยุคปัจจุบันได้ถูกยอมรับมากขึ้นทำให้มีการเปิดลีกอาชีพของทีมหญิงอีกด้วย ซึ่งเชลซีเองก็สามารถทำทีมให้ประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน มาไล่ไทม์ไลน์กันว่านับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร สิงโตน้ำเงินครามคว้าแชมป์มาแล้วกี่ครั้งและ ถ้วยรางวัลของทีมเชลซี มีอะไรบ้าง โดยแบ่งยุคสมัยทั้งหมดเป็น 5 ยุคดังนี้บทความที่เกี่ยวข้อง : ประวัติความเป็นมาทีมเชลซี

ยุคที่หนึ่งปี 1905-1967 คว้าแชมป์ 4 รายการ

ยุคที่หนึ่งปี 1905-1967

  1. แชมป์ดิวิชั่นหนึ่ง 1 สมัย ฤดูกาล 1954/55
  2. แชมป์เอฟเอ ชาริตี้ ชิลด์ 1 สมัย ปี 1955
  3. แชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ 2 สมัย ปี 1960, 61 (ทีมเยาวชน)
  4. แชมป์ลีก คัพ 1 สมัย ฤดูกาล 1964/65

นี่คือช่วงยุคแรกหลังจากการก่อตั้งสโมสร เชลซีใช้เวลาเกือบห้าสิบปีก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วยการคว้าแชมป์ใบแรกมาประดับตู้โชว์ของทีมได้เมื่อฤดูกาล 1654/55

หลังจากการคว้าแชมป์ลีก เชลซีก็คว้าถ้วยใบที่สองได้ต่อเนื่องจากการแข่งขัน เอฟเอ ชาริตี้ ชิลด์ ด้วยการเอาชนะแชมป์เอฟเอ คัพอย่างนิวคาสเซิล ด้วยสกอร์ 3-0

หลังทีมชุดใหญ่ประสบความสำเร็จไปแล้ว ทีมเยาวชนก็ไม่ยอมน้อยหน้าด้วยการคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ซึ่งเป็นรายการสำหรับเยาวชนของสโมสรต่างๆ สิงห์บลูน้อยสามารถคว้าแชมป์ได้สองสมัยติดในปี 1960 และ 1961

ผ่านไปสิบปีเชลซีชุดใหญ่สร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ด้วยการคว้าแชมป์ลีก คัพเป็นสมัยแรกของสโมสรด้วยการเอาชนะเลสเตอร์ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-2

ยุคที่สองปี 1970-1989 คว้าแชมป์ 4 รายการ

Chelsea Trophy Gen.2

  1. ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย ฤดูกาล 1970/71
  2. เอฟเอ คัพ 1 สมัย ปี 1970
  3. แชมป์ดิวิชั่น 2 2 สมัย ฤดูกาล 1983/84,1988-89
  4. ฟูล เมมเบอร์ คัพ 2 สมัย ฤดูกาล 1985/86,1989/90

มาถึงช่วงยุคที่สองของสโมสรเชลซี แม้จะไม่ได้แชมป์มากมายนักแต่พวกเขาก็เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วยการคว้าแชมป์รายการต่างๆ เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ

เริ่มด้วยถ้วยแชมป์เอฟเอ คัพใบแรกของสโมสรโดยพวกเขาทำได้สำเร็จในปี 1970 ด้วยการเอาชนะลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 จากการแข่งขันสองนัด

ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกันนั้นเองเชลซีได้จารึกประวัติของสโมสรอีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์ยุโรปใบแรกได้เร็จในรายการ ยูฟ่า คัพ วินเนิร์ส คัพด้วยการเอาชนะยักษ์ใหญ่จากสเปนอย่าง เรอัล มาดริดไป 2-1 หลังจากที่เสมอกันมา 1-1 ในนัดแรก

แม้ว่าจะเคยคว้าแชมป์ยุโรปแต่เชลซีต้องร่วงลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 ถึงสองครั้งแต่พวกเขาก็ใช้เวลาไม่นาน คว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 มาครองและเลื่อนชั้นกลับมาเล่นบนลีกสูงสุดได้อีกครั้งในฤดูกาล 1983/84 และ 1988/89

ฟูล เมมเบอร์ คัพ คือรายการพิเศษที่ถูกจัดขึ้นเนื่องจากทีมสโมสรจากอังกฤษไม่สามารถเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลยุโรปได้ โดยสิงห์บลูสามารถคว้ามาครองได้ถึงสองสมัยในฤดูกาล 1985/86 และ 1989/90

ยุคที่สามปี 1990-1999 คว้าแชมป์ 4 รายการ

Chelsea Trophy Gen.3

  1. แชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัยฤดูกาล 1997/98
  2. แชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย ปี 1997
  3. แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ปี 1998
  4. แชมป์ลีก คัพ 1 สมัย ปี 1997/98

เข้าสู่ยุคที่สามของสิงห์บลู ซึ่งเป็นยุคที่รุ่งเรืองสุดๆ พวกเขาเดินหน้าคว้าแชมป์รายการต่างๆ มาประดับตู้โชว์ได้ต่อเนื่องในช่วงระหว่างปี 1997/98 ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของสโมสรเลยก็ว่าได้เพราะสิงโตน้ำเงินครามคว้าแชมป์ได้อย่างต่อเนื่องทำให้ชื่อเสียงของทีมเป็นที่รู้จักมากขึ้น

สาวกเชลซีได้เฉลิมฉลองกันอีกครั้งเมื่อทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 2 หลังห่างหายไปนานเกือบ 30 ปี โดยในเกมนั้น รุด กุลลิท พาลูกทีมเอาชนะ มิดเดิ้ลส์โบรห์ ด้วยสกอร์ 2-0 จาก ดิ มัตเตโอ และ เอ็ดดี้ นิวตัน

ตามมาด้วยถ้วยยุโรปใบที่สองของสโมสรนั่นคือแชมป์ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยการเอาชนะ สตุ๊ตการ์ต 1-0

โดยหลังจากคว้าแชมป์สองรายการที่กล่าวไปตอนต้น เชลซียังคว้าถ้วยมาไว้ในอ้อมกอดได้อีกถึงสองรายการนั่นก็คือ แชมป์ลีก คัพ และแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ถ้วยยุโรปใบที่สามของทีม

ยุคที่สี่ปี 2000-2009 คว้าแชมป์ 4 รายการ

Chelsea Trophy Gen.4

  1. แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย ฤดูกาล 2004/05, 2005/06, 2009/10
  2. แชมป์เอฟเอ คัพ 3 สมัย ปี 2000, 2007, 2009
  3. แชมป์ลีก คัพ 2 สมัย ฤดูกาล 2004/05, 2006/07
  4. แชมป์เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 สมัย ปี 2000, 2005, 2009

มาถึงยุคที่ 4 ยุครุ่งเรืองของสโมสรอย่างแท้จริงหลังจากการเข้ามาของโรมัน อราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ผู้เข้ามาพลิกโฉมและส่งให้เชลซีกลายเป็นทีมแถวหน้าของอังกฤษด้วยการคว้าแชมป์มากมาย

เม็ดเงินจากเสี่ยหมีทำให้เชลซีมีซุปเปอร์สตาร์เข้ามาร่วมทัพอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับผู้จัดการทีมก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปหลายคน เพราะถ้าหากใครไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จก็เท่ากับหมดหน้าที่ในสแตมป์ฟอร์ด บริดจ์ ด้วยเช่นกัน

ระยะเวลาตั้งแต่ปี 2000-2009 เชลซีคว้าแชมป์มาประดับบารมีได้มากมายไล่ตั้งแต่แชมป์ลีกสูงสุดอย่างพรีเมียร์ ลีก ที่คว้ามาครองได้ถึง 3 สมัย เอฟเอ คัพ 3 สมัย ลีก คัพ อีก 2 สมัย และคอมมูนิตี้ ชิลด์อีก 2 สมัย

ไม่น่าแปลกใจทำไม่สาวกเชลซีถึงได้รักเสี่ยหมีขนาดนี้ การทำทีมด้วยใจรักและไม่ได้หวังผลทางธุรกิจแต่อย่างใด แม้อาจจะดูดุดันเกินไปในบางครั้งจนทำให้ต้องมีการเปลี่ยนมือของผู้จัดการทีมหลายคน แต่นั่นก็ไม่ทำให้แฟนบอลเชลซีจะรู้สึกเกลียดเสี่ยหมีเลยแม้แต่น้อย

ยุคที่ห้าปี 2010-2019 คว้าแชมป์ 10 รายการ

Chelsea Trophy Gen.5

  1. แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย ฤดูกาล 2014/15, 2016/17
  2. แชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย ฤดูกาล 2011/12
  3. แชมป์ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก2 สมัย ฤดูกาล 2012/13, 2018/19
  4. แชมป์เอฟเอ คัพ 3 สมัย ปี 2010, 2012, 2018
  5. แชมป์ลีก คัพ 1 สมัย ฤดูกาล 2014/15
  6. แชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ 7 สมัย ปี 2010, 2012, 2014, 2015, 2016, 2017, 2018 (ทีมเยาวชน)
  7. แชมป์ยูฟ่า ยูธ ลีก 2 สมัย ปี 2015, 2016 (ทีมเยาวชน)
  8. แชมป์เอฟเอ วีเม่นส์ ซูเปอร์ ลีก 2 สมัย ปี 2015, 2018 (ทีมหญิง)
  9. แชมป์เอฟเอ วีเม่นส์ ซูเปอร์ ลีก สปริง ซีรี่ย์ 1 สมัย ปี 2017 (ทีมหญิง)
  10. แชมป์วีเม่นส์ เอฟเอ คัพ 2 สมัย ปี 2015, 2018 (ทีมหญิง)

มาถึงในช่วงยุคปัจจุบันของสิงโตน้ำเงินคราม พวกเขาเดินหน้าคว้าแชมป์มาครองได้ในทุกระดับของสโมสร ไล่ตั้งแต่ทีมชุดใหญ่และทีมเยาวชนไปจนถึงทีมหญิง

สโมสรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เน้นระบบเยาวชนมากขึ้นแม้อาจจะใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่แฟนบอลหลายคนคงเห็นแล้วว่าทีมกำลังมีแนวโน้นไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

จริงอยู่ที่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกคือเป้าหมายหลักของทีมแต่ความฝันสูงสุดนับตั้งแต่การเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรของอบราโมวิชคือถ้วยบิ๊กเอียร์หรือยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก

สิงห์บลูใช้เวลาอยู่หลายปีก่อนจะทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้ในปี 2012 แม้ว่าในปีนั้นผลงานโดยรวมของทีมจะค่อนข้างแย่ แต่พวกเขาก็สร้างเซอร์ไพร์สได้แบบเหลือเชื่อหลังเอาชนะทั้งบาร์เซโลน่าในรอบรองและดวลจุดโทษเอาชนะยอดทีมจากเยอรมันอย่างบาเยินร์ มิวนิคได้ถึงถิ่นอีกด้วย

นอกจากทีมชุดใหญ่ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีกรวมถึงรายการอื่นๆได้มากมาย ทีมเยาวชนและทีมหญิงก็ไม่น้อยหน้าเช่นเดียวกัน ทั้งหมดคว้าแชมป์มาประดับตู้โชว์ในพิพิธภัณฑ์ของสโมสรได้เป็นกอบเป็นกำ ทำให้แฟนบอลเชลซีมีความสุขและภูมิใจที่ได้เชียร์ทีมนี้อยู่เสมอ

ทั้งหมดนี้คือ ถ้วยรางวัลของทีมเชลซี ที่สามารถคว้ามาครองได้ทั้งหมดนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร มาจนถึงปี 2019 เห็นได้ว่าทีมยังคงพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอาจจะมีขัดใจแฟนบอลบ้างในบางครั้งแต่สุดท้ายสาวกเชลซีก็ยังคงรักและเชียร์ทีมนี้อยู่เสมอ


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com