คลังเก็บป้ายกำกับ: แมนฯซิตี้

สถิติที่น่าสนใจพรีเมียร์ลีก

สถิติที่น่าสนใจ ของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 หลังจากผ่านไป 4 นัด

พรีเมียร์ลีก ปีนี้มันส์ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการยิงประตูกันแบบถล่มทลายรวมไปถึงความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมใหญ่ มาย้อนดู สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 4 นัด


หลังจากการแข่งขันไปเพียงแค่ 4 นัด ศึก พรีเมียร์ลีก ปีนี้มี สถิติที่น่าสนใจ รวมไปถึงประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ไล่ตั้งแต่ วีเออาร์, ใบแดง, การยิงประตูในนาทีสุดท้าย หรือ ความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมบิ๊ก 6 มาย้อนดูสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้กัน

ตารางคะแนน

ตารางคะแนน

หลังจากผ่านไป 4 นัดมีเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่เก็บชัยได้ทั้งหมดที่ลงแข่งขัน ได้แก่ เอฟเวอร์ตัน ที่ชนะ 4 นัดรวด กับ แอสตัน วิลล่า ที่คว้า 9 แต้มเต็มจาก 3 นัดซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการเอาชนะ ลิเวอร์พูล แบบช็อคโลก 7-2 ในถิ่นวิลล่าพาร์ค ของพวกเขาเอง

การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ พา ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ อย่างไรก็ตาม 4 นัดที่ผ่านมาคู่ต่อสู้ที่เจออาจจะยังไม่ใช่ของจริงแต่หลังจากนี้เราจะได้รู้กันว่า ทีมสีน้ำเงินจากเมอร์ซีไซด์ทีมนี้จะทำได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลนี้

รองจ่าฝูงอย่างแอสตัน วิลล่า ทำผลงานได้อย่างสุดยอดเช่นกัน โดยเฉพาะเกมที่ สิงห์ผงาด ไล่ขย้ำ หงส์แดง แบบไม่เหลือความเป็นทีมแชมป์ด้วยสกอร์ 7-2 จริงอยู่ที่แข้งลิเวอร์พูล พร้อมใจกันฟอร์มหลุดแต่ต้องยอมรับว่าทั้งแท็กติกและความกระหาย แอสตัน วิลล่า ชนะขาดลอยเหมือนกับสกอร์ที่เกิดขึ้น

ด้าน ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาหลังจากห่างหายไปอย่างยาวนาน ภายใต้การนำทัพของ มาร์เชลโล่ บิเอลซ่า ผู้ที่ เป็บ กวาร์ดิโอล่า ยกให้เป็นอาจารย์ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกันด้วยการเก็บได้ 7 คะแนนเท่ากับ สเปอร์ส และ เชลซี เป็นรองแค่เพียงลูกได้เสียเท่านั้น

สองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเรือใบสีฟ้า เก็บได้เพียง 4 แต้มจาก 4 นัดส่วน ผีแดง นั้นหนักกว่าเก็บได้เพียงแค่ 3 แต้มและแพ้ไปถึง 2 นัดจมอยู่อันดับ 16 ของตาราง

ด้านโซนท้ายตาราง ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่หน้าเก่าที่มี สก็อตต์ พาร์คเกอร์ เป็นกุนซือไม่สามารถเก็บแต้มได้เลย โดยแพ้รวดทั้ง 4 นัด และมีโอกาสสูงที่อดีตกองกลางเชลซีผู้นี้จะถูกเด้งออกจากตำแหน่งกุนซือในไม่ช้า เช่นเดียวกับ เบิร์นลีย์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่แพ้รวดจากทุกนัดที่ลงสนาม

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต้องดูกันอีกยาวๆว่าสุดท้ายฤดูกาลนี้จะจบลงแบบไหน เราไม่มีทางรู้อนาคตได้แต่ที่รู้แน่ๆ คือ พรีเมียร์ลีกปีนี้มันส์แน่นอน

สถิติที่น่าสนใจ

สถิติที่น่าสนใจ

ค่าเฉลี่ยการยิงประตูแต่ละสัปดาห์

สัปดาห์ที่ 1
ยิงประตูรวม – 23 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – ลิเวอร์พูล 4-3 ลีดส์ 
สัปดาห์ที่ 2
ยิงประตูรวม – 46 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เอฟเวอร์ตัน 5-2 เวสต์บรอมวิช | ลีดส์ 4-3 ฟูแล่ม | เซาแธมป์ตัน 2-5 สเปอร์ส
สัปดาห์ที่ 3
ยิงประตูรวม – 36 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เวสต์บรอมวิช 3-3 เชลซี | แมนฯซิตี้ 2-5 เลสเตอร์ | ลิเวอร์พูล 3-1 อาร์เซนอล
สัปดาห์ที่ 4
ยิงประตูรวม – 41 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เชลซี 4-0 คริสตัล พาเลซ | แมนฯยูไนเต็ด 1-6 สเปอร์ส | วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล

ยิงประตูรวมทั้งหมด – 146 ประตู

ทีมที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด

เอฟเวอร์ตัน, เลสเตอร์, สเปอร์ส – 12 ประตู

ทีมที่เสียประตูเยอะที่สุด

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน – 13 ประตู

ทีมที่ลูกได้เสียดีที่สุด

แอสตัน วิลล่า – ยิง 11 เสีย 2 = +9

5 อันดับทีมที่ครองบอลเยอะที่สุด
1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 58.6%
2. ลิเวอร์พูล – 58.3%
3. เชลซี – 56.1%
4. เลสเตอร์ ซิตี้ – 55.2%
5. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 55.2%

5 อันดับทีมที่ได้รับใบเหลือง/แดง มากที่สุด
1. นิวคาสเซิ่ล – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
2. ฟูแล่ม – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
4. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
5. ไบร์ทตัน แอนด์โฮฟ อัลเบี้ยน – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ

5 อันดับทีมที่ชนะดวลอากาศมากที่สุด
1. เชลซี – 63%
2. เบิร์นลีย์ – 56.7%
3. อาร์เซนอล – 54.6%
4. แอสตัน วิลล่า – 53.7%
5. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – 53.1%

5 อันดับทีมที่ผ่านบอลแม่นยำที่สุด
1. เชลซี – 87.3%
2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 87.2%
3. เอฟเวอร์ตัน – 86.4%
4. อาร์เซนอล – 86.3%
5. ลิเวอร์พูล – 85.8%

5 อันดับทีมที่ดีที่สุด
1. แอสตัน วิลล่า – 7.35
2. เอฟเวอร์ตัน – 7.08
3. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – 6.92
4. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 6.9
5. เชลซี – 6.85

สถิติผู้เล่นที่น่าสนใจ

10 อันดับผู้เล่นที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด
1. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
2. โดมินิค คาลเวิท เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
3. เจมี วาร์ดี้ (เลสเตอร์) ยิงได้ 5 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 42%
4. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) ยิงได้ 5 ประตูจาก 11 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 45%
5. คัลลัม วิลสัน (นิวคาสเซิ่ล) ยิงได้ 4 ประตูจาก 6 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 67%
6. นีล มัวเปย์ (ไบร์ทตัน) ยิงได้ 4 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
7. ลากาแซตต์ (อาร์เซนอล) ยิงได้ 3 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
8. จอร์จินโญ่ (เชลซี) ยิงได้ 3 ประตูจาก 10 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
9. แดนนี่ อิงค์ (เซาแธมป์ตัน) ยิงได้ 3 ประตูจาก 5 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 60%
10. แพทริค แบมฟอร์ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด) ยิงได้ 3 ประตูจาก 9 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 33%

5 อันดับผู้เล่นที่มีโอกาสยิงมากที่สุดต่อเกม
1. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) – 4.8 ครั้ง
2. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 4.8 ครั้ง
3. ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล) – 4.3 ครั้ง
4. มิโตรวิช (ฟูแล่ม) – 4 ครั้ง
5. มิเกล อันโตนิโอ (เวสต์แฮม) – 3.8 ครั้ง

5 อันดับผู้เล่นแอสซิสต์สูงสุด
1. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 6 ครั้ง
2. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
3. จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
4. ริชาร์ริสัน (เอฟเวอร์ตัน) – 2 ครั้ง
5. มันเธอุส เปย์เรร่า (เวสต์บรอมวิช) – 2 ครั้ง

นักเตะที่ฟอร์มดีที่สุด
1. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.54
2. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.43
3. ฮาเมส โรดริเกซ (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.41
4. โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.32
5. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.31

ทีมยอดเยี่ยมหลังผ่านการแข่งขัน 4 นัด

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

ระบบ : 4-4-2
ผู้จัดการทีม : คาร์โล อันเชล็อตติ (เอฟเวอร์ตัน)

กองหลัง
รีซ เจมส์ (เชลซี)
ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ไทลอน มิงค์ (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
เอซรี่ คอนซ่า (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.6
ลูก้า ดีญ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 7.3

กองกลาง
ฮาเมส โรดริเกซ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4
จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.1
เควิน เดอ บรอยด์ (แมนฯซิตี้) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4

กองหน้า
แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3
โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3

โปรแกรมการแข่งขันนัดถัดไป

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2020
18:30 น. เอฟเวอร์ตัน – ลิเวอร์พูล
21:00 น. เชลซี – เซาแธมป์ตัน
23:30 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – อาร์เซนอล
02:00 น. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2020
18:00 น. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ฟูแล่ม
20:00 น. คริสตัล พาเลซ – ไบร์ทตัน
22:30 น. สเปอร์ส – เวสต์แฮม
01:15 น. เลสเตอร์ – แอสตัน วิลล่า

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2020
23:30 น. เวสต์บรอมวิช – เบิร์นลีย์
02:00 น. ลีดส์ – วูลฟ์แฮมป์ตัน

ทั้งหมดนี้คือ สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากการแข่งขันเพียง 4 นัดเท่านั้น การแข่งขันยังอีกยาวไกลต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วทีมไหนที่จะได้ชูถ้วย พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 มาครอง


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

ข้อมูลสถิติจากเว็บ Whoscored

ไฮไลท์วูล์ฟส์-1-3-แมนฯซิตี้

(วูล์ฟส์ 1-3 แมนฯซิตี้) เดอ บรอยน์ เดอะแบก! เรือใบสีฟ้า บุกขยี้ หมาป่า คารัง

เรือใบสีฟ้า ได้ เดอ บรอยน์ เป็นเดอะ แบก ก่อนโชว์ฟอร์มได้สมราคาเต็งแชมป์หลังบุกไปล้างแค้น เอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ได้ถึงถิ่น (วูล์ฟส์ 1-3 แมนฯซิตี้)


ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วูล์ฟส์ 1-3 แมนฯซิตี้ | เควิน เดอ บรอยน์ โชว์ฟอร์มเทพเหมาคนเดียว 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ พา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปคว้าสามแต้มในเกมนัดแรกของพวกเขาได้สำเร็จ

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วูล์ฟส์ แพ้ แมนฯซิตี้

รายชื่อผู้ทำประตู

วูล์ฟ : 0-1 ซาดิโอ มาเน่ 23′ // 0-2 ซาดิโอ มาเน่ 56′

แมนฯ ซิตี้ : 0-1 ซาดิโอ มาเน่ 23′ // 0-2 ซาดิโอ มาเน่ 56′

สนาม : โมลินิวซ์ กราวนด์

ฺผู้ตัดสิน : อังเดร มาริเนอร์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – อดาม่า ตราโอเร่, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่ (เลอันโดร เดนด็องเกอร์ น.78), แฟร์นานโด มาร์ชาล (รูเบน วินาเกร น.8) – ดาเนียล โปเดนเซ่, ราอูล ฮิเมเนซ, เปรโด เนโต้ (ฟาบิโอ ซิลวา น.78)

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต

แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นาธาน อาเก้, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – แฟร์นานดินโญ่, โรดรี้ เอร์นานเดซ – ฟิล โฟเด้น, เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง (เฟร์ราน ตอร์เรส น.81) – กาเบรียล เชซุส

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ลูกทีมของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในนัดเปิดฤดูกาลด้วยการบุกไปคว้า 3 แต้มจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มาได้ด้วยสกอร์ 2-0 โดยนัดนี้ส่ง ราอูล ฮิเมเนซ เป็นหน้าเป้า

ด้านทีมเยือนลงเล่นนัดนี้เป็นนัดแรกของฤดูกาลหลังจากที่ได้ลงแข่งขันศึก ชปล. ทำให้ได้พักยาวกว่าทีมอื่น โดย เป็ป ส่ง กาเบรียล เชซุส ลงล่าตาข่ายในเกมนี้

ครึ่งแรก

นาทีที่ 2 – สเตอร์ลิง โดน คอร์เนอร์ เคาดี้ พุ่งเสียบในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่า เป็นการพุ่งล้มของปีกทีมชาติอังกฤษ

นาทีที่ 8 – นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ส่ง รูเบน วินาเกร ลงมาแทน แฟร์นานโด มาร์ชาล ที่บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

นาทีที่ 10 – ทีมเยือนได้ลุ้นประตูครั้งแรกจากลูกฟรีคิก เควิน เดอ บรอยน์ ปั่นฟรีคิกกำลังจะเข้าไปประตูแต่ รุย ปาตริซิโอ เซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 19 (Goal) – แมนฯ ซิตี้ ออกนำจากการยิงจุดโทษของ เดอ บรอยน์ 

นาทีที่ 32 (Goal) – ทีมเยือนมาหนีห่างเป็น 2-0 ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ได้บอลจาก เดอ บรอยน์ ก่อนปาดให้ ฟิล โฟเด้น แปลบอลเข้าประตูไป

จบครึ่งแรกทีมเยือนหนีห่าง 2-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 78 (Goal) – เจ้าบ้านมาตีไข่แตกได้สำเร็จ ดาเนียล โปเดนเซ่ หยอดบอลให้ ราอูล ฮิเมเนซ โขกเปลี่ยนทางไล่มาเป็น 1-2 

นาทีที่ 90+5 (Goal) – เรือใบสีฟ้า มาได้ประตูปิดท้าย กาเบรียล เชซุส ได้บอลจาก เดอ บรอยน์ ก่อนยิงไปแฉลบ เคาดี้ เข้าประตูไป

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บสามแต้มด้วยสกอร์ 3-1


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th

เรือใบเล่นใหญ่! วางแผนดึง ลีโอเนล เมสซี่ ร่วมทัพ แบบถูกกฎในซัมเมอร์นี้

เรือใบเล่นใหญ่! วางแผนดึง ลีโอเนล เมสซี่ ร่วมทัพ แบบถูกกฎในซัมเมอร์นี้

ESPN สื่อดังต่างประเทศ ตีข่าว ‘แมนฯ ซิตี้’ รองแชมป์ ‘พรีเมียร์ลีก’ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะดึง ‘ลีโอเนล เมสซี่’ ลงเรือในซัมเมอร์นี้ แบบถูกกฎควบคุมการเงิน


ความผิดหวังรวมไปถึงปัญหาต่างๆ นาๆ มากมายที่เกิดขึ้นกับ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาลนี้ทำให้ ลิโอเนล เมสซี่ ที่เหลือสัญญากับ อาซูกราน่า เพียง 1 ปีตกเป็นข่าวว่าเจ้าตัวต้องการย้ายทีมเพราะไม่มีความสุขในการเล่นให้กับทีมอีกแล้ว รวมไปถึงมีปัญหาภายในกับเหล่าบอร์ดบริหารอีกด้วย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ต้องการทวงคืนความยิ่งใหญ่จาก ลิเวอร์พูล และคว้าแชมป์ยุโรปมาครองให้ได้ จึงเริ่มพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะคว้ายอดดาวยิงชาวต่างดาวมาร่วมทีม โดยที่ไม่ละเมิดกฎควบคุมทางการเงิน

ความเป็นไปได้ของดีลนี้ถูกพูดถึงมากขึ้นจาการที่ สถานีวิทยุ อาร์ซี 1 ของแคว้นคาตาลุนย่า ได้ประโคมข่าวใหญ่ว่า เมสซี่ ได้มีการพูดคุยกับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของเจ้าบุญทุ่มว่า “ตอนนี้มองอนาคตที่สดใสของทีมไม่เห็นเลย” ความเป็นไปได้ที่เจ้าตัวจะลงจากยานแม่จึงเพิ่มมากขึ้นไปอีก แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือค่าฉีกสัญญามูลค่า 700 ล้านยูโร

อย่างไรก็ตาม หาก เมสซี่ ต้องการที่จะย้ายทีมจริงๆ สโมสรเองก็ให้สิทธิ์เจ้าตัวในการตัดสินใจด้วยตัวเอง ในขณะที่ เรือใบสีฟ้า ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าตัวด้วยราคาสูงขนาดนั้นด้วย และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็ให้ความสนใจในตัวของ เมสซี่ เช่นเดียวกัน

อ่านเพิ่มเติม เรือใบเล่นใหญ่! วางแผนดึง ลีโอเนล เมสซี่ ร่วมทัพ แบบถูกกฎในซัมเมอร์นี้

คนละชั้น! 'เอวร่า' ระบุ ขุมกำลังผีแดง ยังทาบชั้น 2 บิ๊กผู้ดีไม่ได้

คนละชั้น! ‘เอวร่า’ ระบุ แข้งแมนฯยู ยังทาบชั้น 2 บิ๊กผู้ดีไม่ได้

‘ปาทริซ เอวร่า’ อดีตแข้งผีแดง มองว่าตอนนี้ ‘แมนฯยูไนเต็ด’ ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับ ลิเวอร์พูล และ ‘แมนฯซิตี้’ ได้ พร้อมขิงว่าตนมีส่วนช่วยคว้า ‘บรูโน่ แฟร์นันด์ส’


‘ปาทริซ เอวร่า’ อดีตแบ็กซ้ายของ ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ สโมสรยักษ์หลับแห่ง ‘พรีเมียร์ลีก อังกฤษ’ ออกมาแสดงทัศนะว่า แข้งปีศาจแดง ยังไม่สามารถแข็งแกร่งเทียบเท่า ‘ลิเวอร์พูล’ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ พร้อมบอกอีกว่าตนมีส่วนสำคัญในการคว้า บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมทีม

อดีตแข้งทีมชาติฝรั่งเศสออกมาให้สัมภาษณ์กับ สื่อชื่อดังของอังกฤษอย่าง ‘เดอะ การ์เดี้ยน’ โดยระบุว่า “ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับ ‘ลิเวอร์พูล’ หรือ ‘แมนฯซิตี้’ ได้ ตอนนี้พวกเขายังดีไม่พอ แต่เรากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง”

นออกจากนี้ เอวร่า ยังพูดถึงดีลของ ‘บรูโน่ แฟร์นันด์ส’ ที่ ‘แมนฯยูไนเต็ด’ คว้ามาร่วมทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยบอกว่าจริงๆแล้วตนมีมีส่วนช่วยในดีลนี้เหมือนกัน เอวร่าเผยว่า “ตอนที่พวกเขาอยากคว้าตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส น่ะ โอเล่ ส่งข้อความมาหาผม หลักจากนั้นผมจึงไปขอคำแนะนำจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่ง โรนัลโด้ ตอบกลับมาว่า บรูโน่ เป็นคนที่ดี และมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก”

“หลังจากนั้นผมก็ไปแนะนำกับ โอเล่ ว่าให้ไปล่าตัวดาวเตะโปรตุกีสมาร่วมทีมดีกว่า” หลังจากเข้ามาของ แฟร์นันด์ส แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นมากและสามารถจบอันดับที่ 3 ของตารางพร้อมคว้าตั๋ว ชปล. ได้สำเร็จ

อ่านเพิ่มเติม คนละชั้น! ‘เอวร่า’ ระบุ แข้งแมนฯยู ยังทาบชั้น 2 บิ๊กผู้ดีไม่ได้

ไฮไลท์บอล-ยูฟ่า-แชมป์เปี้ยนส์-ลีก-แมนฯซิตี้-1-2-โอลิมปิก-ลียง

ซิตี้ฝันสลาย! เด็มเบเล่ ปล่อยของเขี่ยเรือตกรอบ (แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง)

เรือใบสีฟ้า ไปไม่ถึงฝันอีกครั้งเมื่อ แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง ตกรอบ 8 ทีม สุดท้ายจากทีเด็ดของ มุสซา เด็มเบเล่ หอกตัวสำรองเหมาคนเดียว 2 ตุงในเกมนี้


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง เรือใบ มีอันต้องชอกช้ำเมื่อหมดสิทธิ์ลุ้นถ้วยใบสุดท้ายที่มีลุ้นในฤดูกาลนี้ จากการโดนทีเด็ดของยอดทีมจาก ลีก ชาวนา เขี่ยตกรอบไปอย่างชอกช้ำ โดย ลียง ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในรายการนี้เป็นหนที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร

สนาม: เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง,โปรตุเกส)

ผู้ตัดสิน: Danny Makkelie (เนเธอร์แลนด์)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯซิตี้ (4-3-3): เอแดร์ซอน,ไคล์ วอล์คเกอร์,เอริค การ์เซีย,อายเมริค ลาปอร์กต์,ชูเอา กานเซโล่,แฟร์นันดินโญ่ (ริยาด มาห์เรซ น.56),อิลคาย กุนโดกัน,โรดรี (ดาบิด ซิลบา น.84),เควิน เดอ บรอยน์,กาเบรียล เชซุส,ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้จัดการทีม: เป็ป กวาดิโอล่า

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์,มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล,เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.75),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาเรส (ติอาโก้ เมนเดส น.70),อุสเซม อาอูอาร์,มักซ์เวล กอร์กเน่ต์,เมมฟิส เดอปาย (มุสซา เด็มเบเล่ น.75),คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.87)

ผู้จัดการทีม: รูดี้ การ์เซีย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยจะแข่งกันแบบนัดเดียวจบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด พบกับ โอลิมปิก ลียง ที่จบ อันดับ 7 ใน ลีก เอิง

เรือใบสีฟ้า ของ เป็ป กวาดิโอล่า แม้จะไม่มี กุน อเกวโร่ แต่ไม่มีปัญหา ส่งผู้เล่นตัวจริงลงเต็มสูบเกมรุกนำโดย เดอ บรอยน์, สเตอร์ริ่ง และ กาเบรียล เชซุส ทางด้านทีมจาก ฝรั่งเศส ส่ง เมมฟิส เดอปาย ดาวยิงกัปตันทีมลงเป็นหน้าคู่กับ คาร์ล โตโก เอก็อมบี้

ครึ่งแรก

นาทีที่ 3 – แฟร์นานโด มาร์ซาล กองหลังได้จังหวะสับไกล บอลเรียดไปเข้ามือ เอแดร์ซอน รับเอาไว้ได้

นาทีที่ 24 (Goal) – เอริค การ์เซีย สไลด์ดักบอล คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ แต่บอลกลิ้งมาเข้าทาง มักซ์เวล กอร์กเน่ต์ ปั่นบอลโค้งเสียบเสาแรก ลียงออกนำ 1-0

นาทีที่ 31 – ซิตี้ พยายามยิงตีเสมอ แอนโธนี่ โลเปส ปัดลูกเปิดของ ชูเอา กานเซโล่ ไปเข้าทาง อิลคาย กุนโดกัน ได้ยิงแต่มือกาวลียง บล็อกเอาไว้ได้

นาทีที่ 39 – เควิน เดอ บรอยน์ ปั่นฟรีคิกฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษบอลพุ่งเข้ากรอบ แอนโธนี่ โลเปส ป้องกันเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 43 – ราฮีม สเตอร์ลิง ล็อกหลบแนวรับ ลียง ก่อนไหลให้ โรดรี้ วิ่งมายิงแบบเน้นๆ แต่บอลไม่ผ่านมือนายทวารคู่แข่งป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

จบครึ่งแรก ลียง ออกนำไปก่อน 1-0 ลุ้นต่อในครึ่งหลัง

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 60 – เควิน เดอ บรอยน์ ปั่นฟรีคิกข้ามกำแพงบอลพุ่งเข้ากรอบและเป็น แอนโธนี่ โลเปส ที่ป้องกันไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 69 (Goal) – ความพยายามของ เรือใบ ประสบผลสำเร็จ เมื่อราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลย้อนมาให้ เควิน เดอ บรอยน์ เอียงตัวแปบอลเข้าประตูไปตามตีเสมอ 1-1

นาทีที่ 73 – กาเบรียล เชซุส ทำชิ่งกับ ริยาด มาห์เรซ หลุดเข้าเขตโทษไปยิงยัดเสาแรกแต่ติดเซฟผู้รักษาประตูอีกครั้ง

นาทีที่ 79 (Goal) – มุสซา เด็มเบเล่ รับบอลทะลุช่องของ อุสเซม อาอูอาร์ วิ่งเบียด อายเมริค ลาปอร์กต์ ล้มลงก่อนยิงบอลไปติดขา เอแดร์ซอน รับไว้ไม่อยู่ ลียงขึ้นนำ 2-1

นาทีที่ 87 (Goal) – ลียงมายิงประตูตอกฝาโรง มุสซา เด็มเบเล่ ยิงซ้ำลูกปั่นของ อุสเซม อาอูอาร์ บอลผ่านมือ เอแดร์ซอน เข้าประตูไป

จบเกม ลียง พลิกล็อคเขี่ยเรือใบตกรอบด้วยสกอร์ 3-1 เข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ บาเยิร์น มิวนิค 

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง

รายชื่อผู้ทำประตู

แมนฯซิตี้: 1-1  เควิน เดอ บรอยน์ 69′ //

โอลิมปิก ลียง: 0-1 มักซ์เวล กอร์กเน่ต์ 24’ // 1-2 มุสซา เด็มเบเล่ 79′ // 1-3 มุสซา เด็มเบเล่ 87′ อ่านเพิ่มเติม ซิตี้ฝันสลาย! เด็มเบเล่ ปล่อยของเขี่ยเรือตกรอบ (แมนฯซิตี้ 1-3 โอลิมปิก ลียง)

แมนฯซิตี้ 2-1 เรอัล มาดริด

วารานโชว์เหวอ! แมนฯซิตี้ เปิดบ้านเขี่ย ราชัน ตกรอบ (แมนฯซิตี้ 2-1 เรอัล มาดริด)

ราฟาเอล วาราน ปราการหลังตัวเก่ง เรอัล มาดริด ปล่อยไก่ในเกมนี้ หลังทำพลาดสองครั้งทำให้ทีมเสีย 2 ประตู ส่งผลให้ แมนฯซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ ราชันชุดขาว 2-1


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก แมนฯซิตี้ 2-1 เรอัล มาดริด เกมนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาได้ 2 ประตูจากความผิดพลาดของ ราฟาเอล วาราน ทั้งสองครั้ง โดย ราฮีม สเตอร์ริ่ง ซัดประตูขึ้นนำ ก่อนทีมเยือนจะมาตามตีเสมอ จาก คาริม เบนเซม่า ในช่วงครึ่งแรก ส่วนประตูชัยของเจ้าบ้านได้มาจาก กาเบรียล เชซุส ในครึ่งหลัง จบเกม เรือบใบสีฟ้า เอาชนะ ราชันชุดขาว 2-1 (ประตูรวม 4-2) เข้ารอบไปพบกับ โอลิมปิก ลียง ที่เอาชนะ ยูเวนตุส มาได้

สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม (อังกฤษ)

ผู้ตัดสิน: เฟลิกซ์ บรีช (เยอรมัน)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, แฟร์นันดินโญ่, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, ชูเอา กานเซโล่ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ (นิโกลัส โอตาเมนดี้ น.89), อิลคาย กุนโดอัน – ฟิล โฟเด้น (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.67), กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง (ดาบิด ซิลบา น.81)

ผู้จัดการทีม: เป๊บ กวาร์ดิโอล่า

เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล (ลูคัส บาซเกซ น.83), เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – ลูก้า โมดริช (เฟเด้ บัลเบร์เด้ น.83), กาเซมิโร่, โทนี่ โครส – โรดรีโก้ (มาร์โค อเซนซิโอ น.61), คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (ลูก้า โยวิช น.83)

ผู้จัดการทีม: ซีเนดีน ซีดาน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

กุน อเกวโร่ ไม่มีชื่อในเกมนี้เนื่องจากบาดเจ็บยาว แต่ทีมของ เป๊บ กวาร์ดิโอล่า ก็ไม่มีปัญหาในการจัดตัวโดย เป๊ป จัดผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามนำโดยสามประสานในเกมรุก ราฮีม สเตอร์ริ่ง, กาเบรียล เชซุส และ ฟิล โฟเด้น ดาวรุ่งอนาคตไกล ในส่วนของทีมเยือน ขาดผู้เล่นตัวหลักอย่าง เซอร์จิโอ รามอส กองหลังกัปตันที่มทีติดโทษแบน จากการโดนใบแดงในเกมนัดแรกที่ ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว โดย ซีดาน วางแนวรุกเป็น เอเด็น อาซาร์, คาริม เบนเซม่า และ โรดรีโก้ โกเอส

ครึ่งแรก

นาทีที่ 7 – เรือใบสีฟ้า ได้โอกาสทักทายก่อน จากลูกยิงของ เควิน เดอ บรอยน์ แต่บอลไปแฉลบ เอแดร์ มิลิเตา ออกหลังกลายเป็นลูกเตะมุม

นาทีที่ 9 (Goal) – เจ้าถิ่นมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากความผิดพลาดของ ราฟาเอล วาราน ที่พลาดโดน กาเบรียล เชซุส แย่งบอลในกรอบเขตโทษก่อนส่งให้ ราฮีม สเตอร์ริ่ง ยิงโล่งๆ เข้าไปแบบง่ายดาย

นาทีที่ 21 – ทีมเยือนได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะที่ อาซาร์ ส่งบอลให้ เบนเซม่า พลิกยิงด้วยขวาเต็มข้อแต่ติดเซฟของ เอแดร์ซอน หลังจากนั้นไม่กี่นาที อาซาร์ ได้โอกาสกดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ แต่ก็ไม่ผ่านมือผู้รักษาประตู

นาทีที่ 28 (Goal) – ราชันชุดขาว มาตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โรดรีโก้ เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษและเป็น เบนเซม่า ขึ้นโขกเน้นๆ ทำให้ทีมเยือนกลับมามีหวังอีกครั้ง

นาทีที่ 37 – แมนฯซิตี้ เกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากการลากตัดเข้ามายิงของ ชูเอา กานเซโล่ แต่ ธิโบต์ กรู์กตัวส์ ปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 42 – ซิตี้ ได้ลุ้นขึ้นนำอีกครั้งจากการยิงด้วยซ้ายของ ฟิล โฟเด้น แต่บอลถากเสาออกหลังไป

จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1 สกอร์รวม แมนฯซิตี้ นำ เรอัล มาดริด 3-2

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47 – เจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้งจากการยิงด้วยเท้าซ้ายของ สเตอร์ริ่ง แต่บอลไปติดบล็อกออกหลังไป

นาทีที่ 57 – เรือใบสีฟ้า ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวะนี้เป็น เดอ บรอยน์ ที่ล็อกหลบ มิลิเตา ก่อนกดด้วยขวาบอลพุ่งไปติดบล็อก ดานี่ การ์บาฆาล

นาทีที่ 68 (Goal) – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำ 2-1 โดยประตูขึ้นเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของ วาราน อีกครั้งที่โหม่งบอลคืนผู้รักษาประตูไม่ดี โดน กาเบรียล เชซุส โฉบไปยิงง่ายๆ

นาทีที่ 86 – เจ้าบ้านได้เสียวอีกครั้ง จาก ดาบิด ซิลบา ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ปั่นฟรีคิก บอลลอยข้ามกำแพงไปตกหลังตาข่าย

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมด้วยสกอร์รวม 4-2

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก แมนฯซิตี้ 2-1 เรอัล มาดริด

รายชื่อผู้ทำประตู

แมนเชสเตอร์ ซิตี้: 1-0  ราฮีม สเตอร์ริ่ง 9′ // 2-1 กาเบรียล เชซุส 68′

เรอัล มาดริด: 1-1 คาริม เบนเซม่า 28′

อ่านเพิ่มเติม วารานโชว์เหวอ! แมนฯซิตี้ เปิดบ้านเขี่ย ราชัน ตกรอบ (แมนฯซิตี้ 2-1 เรอัล มาดริด)