คลังเก็บป้ายกำกับ: แมนฯยูไนเต็ด

บรูโน่ แฟร์นันด์ส

ต้องดีกว่านี้! บรูโน่ แฟร์นันด์ส ฟอร์มแย่เมื่อเผชิญหน้าทีมบิ๊ก 6

บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางตัวแบกของ ผีแดง มักจะทำผลงานได้แย่ลงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบรรดาทีมในกลุ่มท็อป 6 ทั้งในเรื่องของเกมรุกและเกมรับ


บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีผลงานในการเจอกับทีมในกลุ่มท็อป 6 ของ พรีเมียร์ลีก แย่ลงกว่าเวลาเจอกับทีมอื่นๆ โดยล่าสุดเจ้าตัวไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ในเกมที่เสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา

แข้งชาวโปรตุกีสเป็นกำลังสำคัญในเกมรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวยิงไปแล้วถึง 27 ประตูพร้อมกับ 17 แอสซิสต์ จากการลงเล่นไป 49 นัดรวมทุกรายการ แต่เขามักจะเล่นไม่ออกในเกมที่ต้องดวลกับบรรดาทีมใหญ่ซึ่งพวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้เลยในฤดูกาลนี้

นับตั้งแต่ที่ บรูโน่ มาร่วมทีมผีแดง ได้โอกาสดวลกับทีมใหญ่ไป 8 นัด แต่ทำได้เพียง 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ โดยหากคิดเป็นค่าเฉลี่ย บรูโน่ต้องใช้เวลา 328 นาทีต่อ 1 ประตูในการเจอกับทีมใหญ่ หรือถ้าหากนับรวมค่าเฉลี่ยจำนวนนาทีที่ใช้ไปต่อการทำ 1 ประตูหรือ 1 แอสซิสต์ในการเจอกับทีมใหญ่ เขาใช้เวลาไป 164 นาทีด้วยกัน

อย่างไรก็ตามหากเจอกับทีมอื่นๆ บรูโน่ สามารถทำได้ 1 ประตูต่อทุกๆ 119 นาที และถ้านับรวมแอสซิสต์เข้าไปด้วยเขาจะทำประตูหรือแอสซิสต์ได้ในทุกๆ 70 นาที

บรูโน่ สร้างโอกาสทำประตูได้ 2.3 ครั้งต่อ 90 นาที และผ่านบอลเข้าเป้า 34 ครั้งต่อ 90 นาที เวลาเจอกับทีมในกลุ่มท็อป 6 ซึ่งด้อยกว่าเมื่อดวลกับทีมอื่นๆ โดยเขาจะทำได้ 3 ครั้งต่อ 90 นาทีด้วย ผ่านบอลเข้าเป้า 48 ครั้งต่อ 90 นาทีเลยทีเดียว


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์แมนฯยูไนเต็ด-0-0-เชลซี

(ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี) สิงห์บลู เสมอสามนัดติด บุกไปแบ่งแต้ม ผีแดง

แนวรับเชลซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ เชลซี บุกไปแบ่งแต้มมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ (ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี)


ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ | สิงโตน้ำเงินคราม เสมอกับคู่แข่งเป็นนัดที่ 3 รวมทุกรายการหลังบุกไปเสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนฯยู 0-0 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :
เชลซี :

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า , วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (เมสัน กรีนวู้ด น.83) – ฆวน มาต้า (ปอล ป็อกบา น.58), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ (เอดินสัน คาวานี่ น.58) – มาร์คัส แรชฟอร์ด
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ –  ไค ฮาแวร์ทซ์ (เมัน เมาน์ท น.72), คริสเตียน พูลิซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.81) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อบราฮัม น.72)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 – โอกาสยิงหนแรกในเกมนี้ต้องรอถึงนาทีที่ 18 จากจังหวะที่ คริสเตียน พูลิซิช ที่ได้ยิงนอกกรอบแต่บอลไปติดบล็อคผู้เล่น เจ้าบ้าน

นาทีที่ 26 – ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ได้รับบอลมาจาก เบน ชิลเวลล์ ก่อนแทงทะลุช่องไปให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่เจ้าตัวกลับทำบอลหลุดเท้าพลาดโอกาสลุ้นทำประตูไปแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 29 – เอดูอาร์ เมนดี้ เกือบปล่อยไก่ จากจังหวะที่แนวรับเคาะบอลกันอยู่บอลมาถึงเจ้าตัวและพยายามจะส่งให้ ซูม่าที่ยืนรอในกรอบเขตโทษแต่เตะผิดเหลี่ยมทำให้บอลเกือบเข้าประตูตัวเอง

นาทีที่ 36 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตัดบอลได้ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ มาคัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดด้วยขวา แต่ เมนดี้ ยืดขาป้องกันเอาไว้ได้ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ

เชลซี ครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าบ้านแต่โอกาสเข้าทำเป็นเจ้าถิ่นที่ดูดีกว่าจบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 58 –โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนผู้เล่นพร้อมกันถึงสองคน โดยส่ง เอดิสัน คาวานี่ ลงประเดิมสนามนัดแรก และ ปอล ป็อกบา ลงไปแทนที่ของ ฆวน มาต้า และ แดเนียล เจมส์

นาทีที่ 59 – เอดิสัน คาวานี่ ที่พึ่งลงมาโฉบมาสะกิดบอลด้วยปลายเท้าบอลพุ่งไปเข้าข้างตาข่ายแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 90 – เจ้าบ้านเกือบมาได้ประตูชัยช่วงท้ายเกม มาคัส แรชฟอร์ด ได้ปั่นบอลเน้นๆ หน้ากรอบเขตโทษบอลโค้งเข้าประตู แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์เซฟ ป้องกันเอาไว้ได้แบบสุดยอด

จบเกมทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

สถิติที่น่าสนใจพรีเมียร์ลีก

สถิติที่น่าสนใจ ของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 หลังจากผ่านไป 4 นัด

พรีเมียร์ลีก ปีนี้มันส์ตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการยิงประตูกันแบบถล่มทลายรวมไปถึงความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมใหญ่ มาย้อนดู สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 4 นัด


หลังจากการแข่งขันไปเพียงแค่ 4 นัด ศึก พรีเมียร์ลีก ปีนี้มี สถิติที่น่าสนใจ รวมไปถึงประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ไล่ตั้งแต่ วีเออาร์, ใบแดง, การยิงประตูในนาทีสุดท้าย หรือ ความพ่ายแพ้แบบเละเทะของบรรดาทีมบิ๊ก 6 มาย้อนดูสถิติต่างๆที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้กัน

ตารางคะแนน

ตารางคะแนน

หลังจากผ่านไป 4 นัดมีเพียง 2 ทีมเท่านั้นที่เก็บชัยได้ทั้งหมดที่ลงแข่งขัน ได้แก่ เอฟเวอร์ตัน ที่ชนะ 4 นัดรวด กับ แอสตัน วิลล่า ที่คว้า 9 แต้มเต็มจาก 3 นัดซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการเอาชนะ ลิเวอร์พูล แบบช็อคโลก 7-2 ในถิ่นวิลล่าพาร์ค ของพวกเขาเอง

การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมทำให้ คาร์โล อันเชล็อตติ พา ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ อย่างไรก็ตาม 4 นัดที่ผ่านมาคู่ต่อสู้ที่เจออาจจะยังไม่ใช่ของจริงแต่หลังจากนี้เราจะได้รู้กันว่า ทีมสีน้ำเงินจากเมอร์ซีไซด์ทีมนี้จะทำได้ดีแค่ไหนในฤดูกาลนี้

รองจ่าฝูงอย่างแอสตัน วิลล่า ทำผลงานได้อย่างสุดยอดเช่นกัน โดยเฉพาะเกมที่ สิงห์ผงาด ไล่ขย้ำ หงส์แดง แบบไม่เหลือความเป็นทีมแชมป์ด้วยสกอร์ 7-2 จริงอยู่ที่แข้งลิเวอร์พูล พร้อมใจกันฟอร์มหลุดแต่ต้องยอมรับว่าทั้งแท็กติกและความกระหาย แอสตัน วิลล่า ชนะขาดลอยเหมือนกับสกอร์ที่เกิดขึ้น

ด้าน ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาหลังจากห่างหายไปอย่างยาวนาน ภายใต้การนำทัพของ มาร์เชลโล่ บิเอลซ่า ผู้ที่ เป็บ กวาร์ดิโอล่า ยกให้เป็นอาจารย์ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกันด้วยการเก็บได้ 7 คะแนนเท่ากับ สเปอร์ส และ เชลซี เป็นรองแค่เพียงลูกได้เสียเท่านั้น

สองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเรือใบสีฟ้า เก็บได้เพียง 4 แต้มจาก 4 นัดส่วน ผีแดง นั้นหนักกว่าเก็บได้เพียงแค่ 3 แต้มและแพ้ไปถึง 2 นัดจมอยู่อันดับ 16 ของตาราง

ด้านโซนท้ายตาราง ฟูแล่ม ทีมน้องใหม่หน้าเก่าที่มี สก็อตต์ พาร์คเกอร์ เป็นกุนซือไม่สามารถเก็บแต้มได้เลย โดยแพ้รวดทั้ง 4 นัด และมีโอกาสสูงที่อดีตกองกลางเชลซีผู้นี้จะถูกเด้งออกจากตำแหน่งกุนซือในไม่ช้า เช่นเดียวกับ เบิร์นลีย์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่แพ้รวดจากทุกนัดที่ลงสนาม

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต้องดูกันอีกยาวๆว่าสุดท้ายฤดูกาลนี้จะจบลงแบบไหน เราไม่มีทางรู้อนาคตได้แต่ที่รู้แน่ๆ คือ พรีเมียร์ลีกปีนี้มันส์แน่นอน

สถิติที่น่าสนใจ

สถิติที่น่าสนใจ

ค่าเฉลี่ยการยิงประตูแต่ละสัปดาห์

สัปดาห์ที่ 1
ยิงประตูรวม – 23 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – ลิเวอร์พูล 4-3 ลีดส์ 
สัปดาห์ที่ 2
ยิงประตูรวม – 46 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เอฟเวอร์ตัน 5-2 เวสต์บรอมวิช | ลีดส์ 4-3 ฟูแล่ม | เซาแธมป์ตัน 2-5 สเปอร์ส
สัปดาห์ที่ 3
ยิงประตูรวม – 36 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เวสต์บรอมวิช 3-3 เชลซี | แมนฯซิตี้ 2-5 เลสเตอร์ | ลิเวอร์พูล 3-1 อาร์เซนอล
สัปดาห์ที่ 4
ยิงประตูรวม – 41 ประตู
ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ – เชลซี 4-0 คริสตัล พาเลซ | แมนฯยูไนเต็ด 1-6 สเปอร์ส | วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล

ยิงประตูรวมทั้งหมด – 146 ประตู

ทีมที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด

เอฟเวอร์ตัน, เลสเตอร์, สเปอร์ส – 12 ประตู

ทีมที่เสียประตูเยอะที่สุด

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน – 13 ประตู

ทีมที่ลูกได้เสียดีที่สุด

แอสตัน วิลล่า – ยิง 11 เสีย 2 = +9

5 อันดับทีมที่ครองบอลเยอะที่สุด
1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 58.6%
2. ลิเวอร์พูล – 58.3%
3. เชลซี – 56.1%
4. เลสเตอร์ ซิตี้ – 55.2%
5. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 55.2%

5 อันดับทีมที่ได้รับใบเหลือง/แดง มากที่สุด
1. นิวคาสเซิ่ล – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
2. ฟูแล่ม – ใบแหลือง 11 ใบ / ใบแดง 0 ใบ
3. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
4. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ
5. ไบร์ทตัน แอนด์โฮฟ อัลเบี้ยน – ใบแหลือง 6 ใบ / ใบแดง 1 ใบ

5 อันดับทีมที่ชนะดวลอากาศมากที่สุด
1. เชลซี – 63%
2. เบิร์นลีย์ – 56.7%
3. อาร์เซนอล – 54.6%
4. แอสตัน วิลล่า – 53.7%
5. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – 53.1%

5 อันดับทีมที่ผ่านบอลแม่นยำที่สุด
1. เชลซี – 87.3%
2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 87.2%
3. เอฟเวอร์ตัน – 86.4%
4. อาร์เซนอล – 86.3%
5. ลิเวอร์พูล – 85.8%

5 อันดับทีมที่ดีที่สุด
1. แอสตัน วิลล่า – 7.35
2. เอฟเวอร์ตัน – 7.08
3. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด – 6.92
4. ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ส – 6.9
5. เชลซี – 6.85

สถิติผู้เล่นที่น่าสนใจ

10 อันดับผู้เล่นที่ยิงประตูได้เยอะที่สุด
1. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
2. โดมินิค คาลเวิท เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ยิงได้ 6 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
3. เจมี วาร์ดี้ (เลสเตอร์) ยิงได้ 5 ประตูจาก 12 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 42%
4. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) ยิงได้ 5 ประตูจาก 11 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 45%
5. คัลลัม วิลสัน (นิวคาสเซิ่ล) ยิงได้ 4 ประตูจาก 6 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 67%
6. นีล มัวเปย์ (ไบร์ทตัน) ยิงได้ 4 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
7. ลากาแซตต์ (อาร์เซนอล) ยิงได้ 3 ประตูจาก 8 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
8. จอร์จินโญ่ (เชลซี) ยิงได้ 3 ประตูจาก 10 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 50%
9. แดนนี่ อิงค์ (เซาแธมป์ตัน) ยิงได้ 3 ประตูจาก 5 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 60%
10. แพทริค แบมฟอร์ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด) ยิงได้ 3 ประตูจาก 9 ประตูที่ทีมยิงได้ คิดเป็น 33%

5 อันดับผู้เล่นที่มีโอกาสยิงมากที่สุดต่อเกม
1. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) – 4.8 ครั้ง
2. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 4.8 ครั้ง
3. ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล) – 4.3 ครั้ง
4. มิโตรวิช (ฟูแล่ม) – 4 ครั้ง
5. มิเกล อันโตนิโอ (เวสต์แฮม) – 3.8 ครั้ง

5 อันดับผู้เล่นแอสซิสต์สูงสุด
1. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) – 6 ครั้ง
2. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
3. จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) – 3 ครั้ง
4. ริชาร์ริสัน (เอฟเวอร์ตัน) – 2 ครั้ง
5. มันเธอุส เปย์เรร่า (เวสต์บรอมวิช) – 2 ครั้ง

นักเตะที่ฟอร์มดีที่สุด
1. แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.54
2. ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.43
3. ฮาเมส โรดริเกซ (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.41
4. โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.32
5. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.31

ทีมยอดเยี่ยมหลังผ่านการแข่งขัน 4 นัด

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

ระบบ : 4-4-2
ผู้จัดการทีม : คาร์โล อันเชล็อตติ (เอฟเวอร์ตัน)

กองหลัง
รีซ เจมส์ (เชลซี)
ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ไทลอน มิงค์ (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
เอซรี่ คอนซ่า (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.6
ลูก้า ดีญ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 7.3

กองกลาง
ฮาเมส โรดริเกซ (เอเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4
จอห์น แม็คกิน (แอสตัน วิลล่า) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 8.1
เควิน เดอ บรอยด์ (แมนฯซิตี้) ลงเล่น 3 นัด คะแนน 7.7
ซอน เฮือง มิน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.4

กองหน้า
แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3
โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) ลงเล่น 4 นัด คะแนน 8.3

โปรแกรมการแข่งขันนัดถัดไป

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2020
18:30 น. เอฟเวอร์ตัน – ลิเวอร์พูล
21:00 น. เชลซี – เซาแธมป์ตัน
23:30 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – อาร์เซนอล
02:00 น. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2020
18:00 น. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ฟูแล่ม
20:00 น. คริสตัล พาเลซ – ไบร์ทตัน
22:30 น. สเปอร์ส – เวสต์แฮม
01:15 น. เลสเตอร์ – แอสตัน วิลล่า

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2020
23:30 น. เวสต์บรอมวิช – เบิร์นลีย์
02:00 น. ลีดส์ – วูลฟ์แฮมป์ตัน

ทั้งหมดนี้คือ สถิติที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากการแข่งขันเพียง 4 นัดเท่านั้น การแข่งขันยังอีกยาวไกลต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วทีมไหนที่จะได้ชูถ้วย พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 มาครอง


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

ข้อมูลสถิติจากเว็บ Whoscored

แลมพาร์ด

แลมพ์ติดโผ! บ่อนเมืองผู้ดีปรับราคากุนซือส่อโดนเด้งมากสุด แลมพาร์ด ติดท็อป 5

แลดโบรคส์ บ่อนรับพนันแบบถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษปรับราคาให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นเต็ง 2 ที่จะโดนเด้งส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้าวินเป็นเต็ง 5


แลดโบรคส์ บ่อนพนันของประเทศอังกฤษ ทำการปรับราคาให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 2 ที่จะโดนปลดหลังทำผลงานได้อย่าย่ำแย่ในฤดูกาลนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ไปแล้วถึง 2 นัดจากการลงเล่นไป 3 เกมในฤดูกาลนี้โดยเป็นการแพ้ในถิ่นของตัวเองทั้ง 2 นัดไล่ตั้งแต่แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 ตามด้วยแพ้ สเปอร์สเละเทะ 1-6 ทำให้โอกาสที่เจ้าตัวจะโดนปลดพุ่งสูงขึ้นทันที

โดยเต็ง 1 ที่มีโอกาสจะโดนปลดได้แก่ สก็อตต์ พาร์เกอร์ กุนซือหนุ่งของ ฟูแล่ม ที่ไม่สามารถเก็บได้แม้แต่แต้มเดียวส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี ถูกยกให้เป็นเต็ง 5 ของลิสต์นี้

5 อันดับกุนซือส่อโดนปลด
1. สกอตต์ พาร์เกอร์ ราคา 11/8 (แทง 8 จ่าย 11 ไม่รวมทุน)
2. โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ราคา 7/2 (แทง 2 จ่าย 7 ไม่รวมทุน)
3. ฌอน ไดซ์ ราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)
4. เดวิด มอยส์ ราคา 10/1 (แทง 1 จ่าย 10 ไม่รวมทุน)
5. แฟรงค์ แลมพาร์ด ราคา 14/1 (แทง 1 จ่าย 14 ไม่รวมทุน)


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ : https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : https://www.chelseafc.com/th

บิ๊กเนมรายแรก! 'แมนฯยู' คอนเฟิร์ม คว้า 'ฟาน เดอ เบ็ค' ร่วมทัพ

บิ๊กเนมรายแรก! ‘แมนฯยู’ คอนเฟิร์ม คว้า ‘ฟาน เดอ เบ็ค’ ร่วมทัพ

‘แฟนผี’ ได้เฮ หลังสโมสรประกาศคว้าตัว ‘ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค’ มิดฟิลด์ทีมชาติ ‘ฮอลแลนด์’ อย่างเป็นทางการด้วยค่าตัวราวๆ 40 ล้านยูโร


สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก ออกมาประกาศ คว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์อนาคตไกล มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดทีมแห่งลีกฮอนแลนด์ ด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปี พร้อมออปชั่นเสริมเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี

โดยเจ้าตัวได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “การได้ย้ายมาร่วมทีมที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่แบบนี้ มันไม่สามารถอธิบายได้เลยว่ามันวิเศษขนาดไหน ผมอยากขอบคุณ อาแจ็กซ์ ทีมที่ผมเติบโต และผมจะมีสัมพันธ์ที่พิเศษกับสโมสรตลอดไป”

“ผมต้องการก้วขึ้นไปอีกขั้นในฐานะนักฟุตบอลและได้ลงเล่นในระดับสูงสุด ซึ่งไม่มีระดับไหนสูงไปกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกแล้ว ทุกคนพูดถึงบรรยากาศที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ว่ามันยอดเยี่ยมขนาดไหน และผมก็ตั้งตารอที่จะได้สัมผัสบรรยากาศนั้น เมื่อสถานการณ์ทุกอย่างกลับไปเป็นปกติแล้ว”

ในส่วนของค่าตัว ทางสโมสรยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ทางด้านของ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวชื่อดังได้ออกมาเผยว่า ค่าตัวของดาวเตะรายนี้อยู่ที่ประมาณ 40 ล้านยูโร พร้อมโบนัสต่างๆอีก 5 ล้านยูโร

ฟาน เดอ เบ็ค มีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกับตลอดการค้าแข้งกับ อาแจ็กซ์ โดยเจ้าตัวลงเล่นไปทั้งสิ้น 175 นัด ยิงไปทั้งสิ้น 41 ประตู และในฤดูกาลล่าสุดเจ้าตัวทำได้ถึง 10 ประตูกับอีก 11 แอสซิสต์ จาการลงสนาม 37 นัดรวมทุกรายการ

อ่านเพิ่มเติม บิ๊กเนมรายแรก! ‘แมนฯยู’ คอนเฟิร์ม คว้า ‘ฟาน เดอ เบ็ค’ ร่วมทัพ

คนละชั้น! 'เอวร่า' ระบุ ขุมกำลังผีแดง ยังทาบชั้น 2 บิ๊กผู้ดีไม่ได้

คนละชั้น! ‘เอวร่า’ ระบุ แข้งแมนฯยู ยังทาบชั้น 2 บิ๊กผู้ดีไม่ได้

‘ปาทริซ เอวร่า’ อดีตแข้งผีแดง มองว่าตอนนี้ ‘แมนฯยูไนเต็ด’ ยังไม่สามารถเทียบชั้นกับ ลิเวอร์พูล และ ‘แมนฯซิตี้’ ได้ พร้อมขิงว่าตนมีส่วนช่วยคว้า ‘บรูโน่ แฟร์นันด์ส’


‘ปาทริซ เอวร่า’ อดีตแบ็กซ้ายของ ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ สโมสรยักษ์หลับแห่ง ‘พรีเมียร์ลีก อังกฤษ’ ออกมาแสดงทัศนะว่า แข้งปีศาจแดง ยังไม่สามารถแข็งแกร่งเทียบเท่า ‘ลิเวอร์พูล’ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ พร้อมบอกอีกว่าตนมีส่วนสำคัญในการคว้า บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมทีม

อดีตแข้งทีมชาติฝรั่งเศสออกมาให้สัมภาษณ์กับ สื่อชื่อดังของอังกฤษอย่าง ‘เดอะ การ์เดี้ยน’ โดยระบุว่า “ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับ ‘ลิเวอร์พูล’ หรือ ‘แมนฯซิตี้’ ได้ ตอนนี้พวกเขายังดีไม่พอ แต่เรากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง”

นออกจากนี้ เอวร่า ยังพูดถึงดีลของ ‘บรูโน่ แฟร์นันด์ส’ ที่ ‘แมนฯยูไนเต็ด’ คว้ามาร่วมทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยบอกว่าจริงๆแล้วตนมีมีส่วนช่วยในดีลนี้เหมือนกัน เอวร่าเผยว่า “ตอนที่พวกเขาอยากคว้าตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส น่ะ โอเล่ ส่งข้อความมาหาผม หลักจากนั้นผมจึงไปขอคำแนะนำจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่ง โรนัลโด้ ตอบกลับมาว่า บรูโน่ เป็นคนที่ดี และมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก”

“หลังจากนั้นผมก็ไปแนะนำกับ โอเล่ ว่าให้ไปล่าตัวดาวเตะโปรตุกีสมาร่วมทีมดีกว่า” หลังจากเข้ามาของ แฟร์นันด์ส แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นมากและสามารถจบอันดับที่ 3 ของตารางพร้อมคว้าตั๋ว ชปล. ได้สำเร็จ

อ่านเพิ่มเติม คนละชั้น! ‘เอวร่า’ ระบุ แข้งแมนฯยู ยังทาบชั้น 2 บิ๊กผู้ดีไม่ได้

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก เซบีย่า 2-1 แมนฯยูไนเต็ด

ร่วงรอบรอบ! ผีช้ำโดนเซบีย่าแซงดับ ตกรอบยูโรป้า (เซบีย่า 2-1 แมนฯยูไนเต็ด)

ยอดทีมแดนกระทิงดุ ดับฝัน ปีศาจแดง ในเกม เซบีย่า 2-1 แมนฯยูไนเต็ด แม้ว่าจะนำไปก่อนจากจุดโทษแต่เซบีย่ากลับพลิกมาชนะไปได้ 2-1


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก เซบีย่า 2-1 แมนฯยูไนเต็ด แฟนปีศาจแดงต้องน้ำตาตกอีกครั้งหลังพ่ายให้กลับ เซบีย่า แบบเหลือเชื่อทั้งที่บุกอย่างหนักและสร้างโอกาสได้หลายครั้งแต่สุดท้ายเป็นทีมจากสเปนที่เฉียบคมกว่าและเอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด ไปได้ 2-1 เข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

สนาม: ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง,เยอรมัน)

ผู้ตัดสิน: เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เซบีย่า (4-3-3) : ยาสซีน บูนู, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้, เซร์คิโอ เรกีลอน, เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นันโด, โจน จอร์ดาน (เนมานย่า กูเดลจ์ น.87), ซูโซ่ (ฟรังโก้ บาซเกซ น.75), ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี (ลุค เดอ ยอง น.56), ลูกัส โอกัมโปส (มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ น.56)

ผู้จัดการทีม: จูเลน โลเปเตกี

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-1-4-1) : ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า (ดาเนี่ยล เจมส์ น.87), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ (ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ น.87), เฟร็ด, เมสัน กรีนวู้ด (โอเดียน อิกาโล่ น.90+3), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด (ฆวน มาต้า น.87), อองโตนี่ มาร์กซิยาล

ผู้จัดการทีม: โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศึก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด ตัวแทนจากอังกฤษทีมสุดท้ายที่เหลืออยู่ในถ้วยยุโรป พบกับ เซบีย่า ยอดทีมจากสเปนที่เขีย วูลฟ์ ตกรอบ 8 ทีมไปและถูกโฉลกกับถ้วยใบนี้แบบสุดๆ

เป็นอีกครั้งที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ตัดสินใจส่ง ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสาแทน เซร์คิโอ โรเมโร่ ในรอบรองชนะเลิศบอลถ้วย และส่วนอีกราย วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ลงตัวจริงแทนที่ เอริค ไบยี่ แนวรุกยังคงเป็นชุดเดิมนำโดย อองโตนี่ มาร์กซิยาล ยืนเป็นหน้าเป้าโดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และมาร์คัส แรชฟอร์ด คอยสนับสนุน ส่วน เซบีย่า ส่ง เอเวร์ บาเนก้า คอยปั้นเกมให้ ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี และลูกัส โอกัมโปส ที่เล่นเป็นสามประสานในเกมรุก

ครึ่งแรก

นาทีที่ 7 (Goal) – ปีศาจแดงมาได้จุดโทษและเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส สังขารอย่างเฉียบขาดเข้าไป แมนฯยูไนเต็ด ออกนำเร็ว 1-0

นาทีที่ 14 – แมนฯยู เกือบได้ลูกสองเมื่อ เฟร็ด ที่ได้รับบอลมาก บรูโน่ ได้ยิงเสาแรกแต่บอลเข้าข้างตาข่ายแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 16 – เซบีย่าเกือบตีเสมอจากจังหวะที่ ลูกัส โอกัมโปส ได้ยิงยัดเสาแรกแต่บอลไปเข้ามือ ดาบิด เด เคอา รับไว้ได้

นาทีที่ 26 (Goal) – ทีมแดนกระทิงดุมาไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็คซ้ายตัวเก่งเปิดบอลเรียดมาให้ ซูโซ่ วิ่งมายิงด้วยซ้ายบอลเบียดเสาแรกเข้าไปเป็น 1-1

นาทีที่ 39 – แรชฟอร์ด วิ่งมาซัดด้วยขวาเต็มแรงบอลลอยข้ามกำแพงแต่ ยาสซีน บูนู บินปัดออกไปได้

ท้ายครึ่งแรก แมนฯยู พลาดโอกาสขึ้นนำทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ที่ 1-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 46 – ผีแดง บุกอย่างหนักและเกือบขึ้นนำอีกครั้ง เมสัน กรีนวู้ด รับบอลจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส หลุดเข้าไปยิงแต่ติดเซฟ ยาสซีน บูนู

นาทีที่ 75 – ยาสซีน บูนู โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อเวฟเรื่องยิงของ มาร์กซิยาล เอาไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 78 (Goal) – เซบีย่า ทำช็อกแฟนผีเมื่อพลิกขึ้นนำ 2-1 เฆซุส นาบาส ครอสบอลมาให้ ลุค เดอ ยอง ที่ลงมาเป็นตัวสำรองแปบอลเข้าประตูไป

ผีแเดงที่พยายามโหมบุกมาตลอดทั้งเกมแต่ไม่สามารถทำประตูได้ จบเกม เซบีย่าเอาชนะไปได้ 2-1

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก เซบีย่า 2-1 แมนฯยูไนเต็ด

รายชื่อผู้ทำประตู

เซบีย่า: 1-1  ซูโซ่  26′ // 1-2 ลุค เดอ ยอง 78′

แมนฯ ยูไนเต็ด: 1-0 บรูโน่ แฟร์นันเดส 8′

อ่านเพิ่มเติม ร่วงรอบรอบ! ผีช้ำโดนเซบีย่าแซงดับ ตกรอบยูโรป้า (เซบีย่า 2-1 แมนฯยูไนเต็ด)

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก แมนฯยู 1-0 โคเปนเฮเกน

ลุ้นจนเหนื่อย! บรูโน่ ซัดโทษเฉือนหวิว โคเปนเฮเกน (แมนฯยู 1-0 โคเปนเฮเก้น)

แฟนผีแดง ต้องลุ้นจนเหนื่อย หลังทีมรักต้องเล่นถึง 120 นาทีกว่าที่จะเอาชนะ โคเปนเฮเก้น ได้สำเร็จ โดยได้ประตูชัยจากจุดโทษ ของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในช่วงต่อเวลาพิเศษ


ไฮไลท์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก แมนฯยู 1-0 โคเปนเฮเก้น การแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่จะเล่นแบบน็อคเอ้าท์ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศโดย ปีศาจแดง ต้องออกแรงจนเหนื่อยกว่าที่จะได้ประตูชัยซึ่งเกิดขึ้นในช่วงต่อเวลาพิเศษจากจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สังหารเข้าไปเป็นประตูโทนประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ส่ง ผีแดง เข้าไปเล่นรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

สนาม: ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง,เยอรมัน)

ผู้ตัดสิน: คลิเมนต์ เทอร์ปิน (ฝรั่งเศส)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่ (วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ น.71), แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – ปอล ป็อกบา, เฟร็ด (เนมานย่า มาติช น.70) – เมสัน กรีนวู้ด (ฆวน มาต้า น.91), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด (เจสซี่ ลินการ์ด น.113) – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ น.120+1)

ผู้จัดการทีม: โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เอฟซี โคเปนเฮเกน (4-3-3) : คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน – กีเยร์โม่ วาเรล่า (คาร์โล บาร์โตเล็ค น.105), อันเดรียส บีเยลลันด์, วิคเตอร์ เนลส์สัน, นิโคลาย โบเลเซ่น (ปิแอร์ เบงก์สสัน น.15) – เป๊ป บรีล (ไบรอัน โอเบียโด้ น.58), เยนส์ สเตจ (โรเบิร์ต มูดราซิย่า น.105), เซก้า – โมฮาเหม็ด ดารามี (มิคเคล เคาฟ์มันน์ น.57) ,โยนาส วินด์, ราสมุส ฟัลค์ (วิลเลี่ยม วิค น.111)

ผู้จัดการทีม: สตาเล่ โซลบัคเค่น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ผู้ชนะในเกมนี้จะเข้าไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน กับ เซบีย่า โดยจะแข่งขันกับแบบนัดเดียวจบ ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยจะเตะกันที่ประเทศเยอรมันตลอดทัวร์นาเมนต์

ผีแดง ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากนัดที่แล้วที่เอาชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ ถึง 6 ตำแหน่งโดยมีปอล ป็อกบา,บรูโน่ แฟร์นันด์ส คอยสนับสนุน เมสัน กรีนวู้ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ในเกมรุก

ในส่วน โคเปนเฮเก้น ของ สตาเล่ โซลบัคเค่น ได้ โยนาส วินด์ และราสมุส ฟัลค์ ลงลาตาข่ายให้กับทีม

ครึ่งแรก

นาทีที่ 16 – โคเปนเฮเก้น ได้ลุ้นขึ้นนำจาก ราสมุส ฟัลค์ ที่เปิดบอลมาให้ โมฮาเหม็ด ดารามี ยิงด้วยเท้าขวาไม่ดีทำให้บอลออกข้างไป แต่ในอีกนาทีถัดมา เยนส์ สเตจ มีโอกาสซัดด้วยซ้ายไปติดบล็อค เอริก ไบยี่ ช่วยสกัดบอลออกไป

นาทีที่ 20 – ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษให้กีบ ปีศาจแดง จากจังหวะที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนพลักล้มในเขตโทษ แต่หลังจากดู วีเออาร์ ผู้ตัดสินเปลี่ยนใจไม่ให้จุดโทษ เนื่องจากมีจังหวะที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

นาทีที่ 28 – ผีแดง ได้ลุ้นประตูจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ได้ยิงแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 45 – มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้ซัดเต็มข้อนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งไปตรงตัว คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน รับไม่อยู่ในจังหวะแรกแต่ยังเคลียร์ทิ้งไปได้

จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0 

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 55 – แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ไหลบอลเข้ากลางให้ เฟร็ด วิ่งมายิงแบบไม่จับด้วยซ้ายข้างถนัดแต่น้ำหนักไม่ดีพอทำให้บอลพุ่งเข้ามือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน รับสบาย

นาทีที่ 61 – ไบรอัน โอเบียโด้ ที่เพิ่งลงมาไหลเข้ากลางให้ โยนาส วินด์ ยิงด้วยซ้ายแต่บอลไม่ห่างตัวทำให้ โรเมโร่ ล้มตัวรับไว้ได้แบบง่ายๆ

นาทีที่ 90+3 – โคเปนเฮเก้น พยายามทำประตู เยนส์ สเตจ ยิงด้วยเท้าซ้ายนอกกรอบบอลเหินคานออกไปไกล และผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดจบเกม แมนฯยูไนเต็ด เสมอกับ โคเปนเฮเก้น 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ต่อเวลาพิเศษ

นาทีที่ 93 (Goal) – แมนฯยูไนเต็ด  ได้จุดโทษจากจังหวะที่ มาร์กซิยาล โดน อันเดรียส บีเยลลันด์ ทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันทีและเป็น บรูโน่ แฟร์นันเดส ซัดเข้าไปเข้าไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 เป็นประตูที่ 7 ของเจ้าตัวในรายการนี้ ขึ้นนำดาวซัลโวแบบเดี่ยวๆ

นาทีที่ 105+3 – เรดเดวิลล์ เกือบได้ประตูที่ 2 จากจังหวะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงเต็มข้อไปติดเซฟของ ยอห์นส์สัน

ท้านเกมโคเปนเฮเก้น พยายามบุกแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ จบเกม แมนฯยูไนเต็ด ชนะ โคเปนเฮเก้น 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก แมนฯยู 1-0 โคเปนเฮเก้น

รายชื่อผู้ทำประตู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด: 1-0  บรูโน่ แฟร์นันเดส 93′ อ่านเพิ่มเติม ลุ้นจนเหนื่อย! บรูโน่ ซัดโทษเฉือนหวิว โคเปนเฮเกน (แมนฯยู 1-0 โคเปนเฮเก้น)

ซานโช่-แมนฯยู

อยากได้ให้ไว! ดอร์ทมุนด์ แจ้ง แมนยู ดีลซานโช่ เส้นตายตามเดิม

ดอร์ทมุนด์ แจ้งกับ แมนฯยูไนเต็ด ว่าจำเป็นต้องปิด ดีลซานโช่ ภายในวันที่ 10 สิงหาคมเท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็เลิกหวังที่จะคว้าตัวไปได้เลย

เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของอังกฤษ รายงานว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดทีมจากศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้ออกมากำหนดเส้นตายให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับ ดีลซานโช่ ว่าถ้าอยากได้ตัว ปีกชาวอังกฤษ ไปเสริมทัพ จะต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 10 เมษายนนี้เท่านั้น

เจดอน ซานโซ่ ตกเป็นข่าวกับ แมนฯยูไนเต็ด มาอย่างต่อเนื่อง แข้งวัย 20 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา จนถูกจับตามองและยกให้เป็นแข้งดาวรุ่งที่ดีที่สุดของยุคเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ผีแดง มองว่าค่าตัวที่ เสือเหลือง ตั้งเอาไว้ 110 ล้านปอนด์ นั้นสูงเกินไปที่จะจ่ายไหว

โดยวันที่ 10 สิงหาคม คือวันที่ ดอร์ทมุนด์ จะต้องเดินทางไปเก็บตัวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่ง ซานโช่ จะต้องเดินทางมารายงานตัวกับสโมสรในวันที่ 30 กรกฎาคมเพื่อซ้อมในช่วงปรีซีซั่น ในขณะที่ศึก บุนเดสลีกา จะกลับมาแข่งขันอีกครั้งในช่วง เดือนกันยายน

อ่านเพิ่มเติม อยากได้ให้ไว! ดอร์ทมุนด์ แจ้ง แมนยู ดีลซานโช่ เส้นตายตามเดิม