คลังเก็บป้ายกำกับ: ไค ฮาแวร์ทซ์

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี | ลูกยิง 70 ล้าน! สิงห์บลู์โค่นเรือใบเถลิงบัลลังก์ ชปล.

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี | ลูกยิง 70 ล้าน! สิงห์บลูส์โค่นเรือใบเถลิงบัลลังก์ ชปล.

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซี ก้าวขึ้นมาสร้างประวัติศาสตร์ของสโมสรอีครั้งหลังคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ | ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี | ไค ฮาแวร์ทซ์ ซัดประตูโทนช่วยเชลซี คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ

ลูกยิง 70 ล้าน!! ไค ฮาแวร์ทซ์ สไลด์เข่าฉลองการซัดประตูชัยให้เชลซี

ข้อมูลการแข่งขัน

รายชื่อผู้ทำประตู

เชลซี : [0-1] ไค ฮาแวร์ทซ์ (42′)

สนาม : เอสตาดิโอ โด ดราเกา, ปอร์โต้ (สนามกลาง)
ผู้ชมในสนาม : 14,110 คน
ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาออซ (สเปน)
ถ่ายทอดสด : UEFA.tv

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอ๊าส, จอห์น สโตนส์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – เควิน เดอ บรอยน์ (กาเบรียล เชซุส น.60), อิลคาย กุนโดกัน, แบร์นาร์โด้ ซิลวา (แฟร์นันดินโญ่ น.64) – ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง (เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” น.77), ฟิล โฟเด้น

ผู้จัดการทีม :
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา (อันเดรียส คริสเตนเซ่น น.39), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เม้าน์ท (มาเตโอ โควาซิช น.80), ไค ฮาแวร์ทซ์ – ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.66)

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

เหตุการณ์สำคัญ

นาทีที่ 8 – เอแดร์ซอน วางบอลยาวจากแดนตัวเองไปถึง สเตอร์ลิ่ง ที่วิ่งตัดหลัง เจมส์ แต่ดาวรุ่งของเรายังตามมาแซะไว้ได้ สุดท้ายปีกชาวอังกฤษโดน เมนดี้ ออกมาบีบทำให้ไม่มีมุมยิง ซัดไปติดเซฟเป็นลูกเตะมุม

นาทีที่ 10 – เชลซี ฉวยจังหวะสวนกลับแล้วมาได้ลุ้นทำประตู โดย ฮาแวร์ตซ์ พาไปสุดเส้นหลังก่อนตบกลับมาให้ แวร์เนอร์ ได้ยิงด้วยซ้ายแต่ผิดเหลี่ยมติดเท้าขวาของตัวเอง

นาทีที่ 13 – เดอะ บลูส์ ได้โอกาสเหน่ง ๆ ต้องชม เมาท์ ที่พาบอลเข้ามาในเขตโทษด้านซ้าย ก่อนไหลเข้ากลางให้ แวร์เนอร์ ที่แปตามน้ำแต่ไปตรงตัว เอแดร์ซอน รับเอาไว้ได้ จังหวะถัดมา แวร์เนอร์ ได้จบอีกครั้ง โดยกระชากหนีกองหลังแล้วซัดด้วยเท้าซ้าย แต่บอลลอยเข้าหน้าต่าง

รีซ เจมส์ เบียดแย่งบอล ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

นาทีที่ 27 – เดอ บรอยน์ โชว์พิษสงถ่ายบอลให้ โฟเด้น ในกรอบเขตโทษ โดยดาวรุ่งชาวอังกฤษเกี่ยวแล้วยิงด้วยซ้ายทันที แต่ รูดิเกอร์ พุ่งเข้ามาบล็อคเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ บอลลอยโด่งแล้ว เมนดี้ กระโดดรับไว้ได้สบาย

นาทีที่ 39 – เกมรับของเรามีปัญหาแล้ว โดย ธิอาโก้ ซิลวา ได้รับบาดเจ็บจากจังหวะขึ้นโหม่งบอล ก่อนที่ ทูเคิ่ล จะส่ง คริสเตนเซ่น ลงมาประจำการแทน

ธิอาโก้ ซิลวา ต้องโดนเปลี่ยนตัวออกเพราะมีอาการบาดเจ็บ

นาทีที่ 42 (Goal) – และแล้ว “สิงห์บลูส์” ก็มาได้เฮกันสุดเสียง โดยเริ่มจาก เมนดี้ เตะยาวขึ้นหน้าไปถึง ชิลเวลล์ จ่ายต่อให้ เมาท์ ก่อนแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร เหลือบไปเห็น ฮาแวร์ตซ์ วิ่งทะลุกับดักล้ำหน้าไปเก็บบอล ก่อนแตะหนี เอแดร์ซอน เข้าไปจบสกอร์นิ่ม ๆ 1-0!

นาทีที่ 45 – ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก 3 นาที ไม่มีทีมใดทำอะไรได้ เชลซีกลับเข้าห้องแต่งตัวนักเตะพร้อมสกอร์นำในมือ

ไค ฮาแวร์ทซ์ แตะบอลหนี เอแดร์ซอน ก่อนยิงเข้าไปโล่งๆ

นาทีที่ 55 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียหายหนักเลย เพราะ เควิน เดอ บรอยน์ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวจากจังหวะเข้าปะทะกับ โทนี่ รูดิเกอร์ จน กวาร์ดิโอล่า ต้องส่ง กาเบรียล เชซุส ลงมาเล่นแทนมิดฟิลด์ชาวเบลเยี่ยมที่ออกจากสนามไปพร้อมน้ำตา

นาทีที่ 60 – ‘เรือใบสีฟ้า’ มาร้องเอาจุดโทษในจังหวะที่ สเตอร์ลิ่ง ยิงบอลไปโดนหน้าอกของ เจมส์ แล้วแฉลบไปโดนแขน แต่ผู้ตัดสินยืนกรานว่าไม่ได้เป็นการแฮนด์บอลแต่อย่างใด

ไค ฮาแวร์ทซ์ พาบอลหนี รูเบน ดิอาส

นาทีที่ 66 – ทูเคิ่ล ส่ง พูลิซิช ลงสนามแทน แวร์เนอร์

นาทีที่ 68 – โฟเด้น พาบอลขึ้นหน้ามาถึงกรอบเขตโทษ ก่อนไหลออกขวาให้ วอล์คเกอร์ เปิดเรียดเข้าในกำลังจะไปถึง เชซุส ได้จบสกอร์ แต่กัปตันเดฟวิ่งมาสกัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 73 – เชลซี ตอบโต้มาบ้างคราวนี้ ก็องเต้ ตัดบอลจากกลางสนาม ต่อด้วย ฮาแวร์ตซ์ กระชากพาขึ้นมาแล้วไหลไปให้ พูลิซิช เติมขึ้นมายิงแต่พยายามซัดหนี เอแดร์ซอน มากไปทำให้หลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 79 – เชลซี เปลี่ยนอีกหนึ่งคน โดยถอด เมาท์ ออกแล้วเป็น โควาซิช ลงมาช่วยคุมจังหวะในแดนกลาง

นาทีที่ 82 – จอร์จินโญ่ มาได้ลองยิงแบบไม่จับจากนอกกรอบในจังหวะต่อเนื่องจากการเล่นลูกเซ็ตพีซทางด้านซ้าย แต่บอลหลุดเสาออกไปอีก

ช่วงท้ายเกมที่มีการทดเวลาบาดเจ็บออกไป 7 นาที ซิตี้ พยายามโหมบุกหนัก แต่เกมรับของเชลซีประสานงานกันได้อย่างแข็งแกร่ง ป้องกันอันตรายเอาไว้ได้ทั้งหมด จนผู้ตัดสินเป่านกหวีด ส่งพวกเราคว้าแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 2!!!

ไฮไลท์แมนฯซิตี้ 0-1 เชลซี

ไค ฮาแวร์ทซ์ ซัดประตูโทนช่วยเชลซี คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

บทสรุปหลังเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ไค ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มแจ่ม กดสองตุงเกมปะทะ เจ้าสัวน้อย

บทสรุปหลังเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ไค ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มแจ่ม กดสองตุงเกมปะทะ เจ้าสัวน้อย

เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

สิงโตน้ำเงินคราม คว้าสามแต้มเต็มในเกมลอนดอนดาร์บี้แมทซ์กับ เจ้าสัวน้อย โดยเกมนี้ได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่เหมาสองประตู จบเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ผู้เล่นเชลซี วิ่งมาฉลองหลัง ฮาแวร์ทซ์ ยิงให้เชลซีขึ้นนำ 1-0

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุป เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | จบลงไปแล้วสำหรับ พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 34 สิงโตน้ำเงินคราม คว้าสามแต้มสำคัญได้สำเร็จเกมนี้ก่อนเกมการแข่งขันสื่อหลายสำนักต่างมองว่าทีมเยือนต้องมาเล่นตั้งรับและคอยสวนกลับตามสไตล์ เวลาทีมรองบ่อนต้องดวลกับทีมใหญ่ แต่ สก็อตต์ พาร์คเกอร์ กุนซือหนุ่มของ เจ้าสัวน้อย ไม่ได้ทำแบบนั้น อดีตแข้งเชลซี สั่งให้ลูกทีมเปิดเกมบุกแลกกับ สิงห์บลูส์ แบบไม่เกรงกลัวเจ้าถิ่นแม้แต่น้อย และที่สำคัญคือนักเตะทีมเยือนทำได้ค่อนข้างดี พวกเขาเปิดเกมบุกใส่เชลซีได้หลายจังหวะ และยังทำได้ดีกว่าเจ้าถิ่นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามด้วยคุณภาพและปัจจัยหลายๆอย่าง ทำให้เชลซี เด็ดขาดกว่าทีมเยือนในจังหวะจบสกอร์และได้ประตูออกนำไปก่อน จาก ไค ฮาแวร์ทซ์ ตั้งแต่นาทีที่ 10 ของเกม และมาได้ประตูปิดท้ายจาก ไค ฮาแวร์ทซ์ คนเดิม ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง

หลังจากนั้น โธมัส ทูเคิล ก็เปลี่ยนแผนลงมาตั้งรับทันทีเพื่อลดการใช้พลังงาน เพราะมีเกมสำคัญกลางสัปดาห์รออยู่ และนั่นเองทำให้รูปเกมดูจืดลงไป ความเหนียวแน่นในเกมรับของ เชลซี ทำให้ เจ้าสัวน้อย หาช่องเจาะเข้าไปทำประตูไม่ได้เลย จริงอยู่ที่พวกเขามีโอกาสได้ประตูหลายจังหวะ แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ก็โชว์ฟอร์มเทพเช่นเดียวกันจึงช่วยทีมรักษาคลีนชีตเอาไว้ได้อีกหนึ่งเกม

ผู้เล่นอย่าง เมสัน เมาท์ พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนักเตะที่ เชลซี จะขาดไม่ได้ แข้งทีมชาติอังกฤษโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ เมาท์ รักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างคงเส้นคงวา จึงไม่แปลกหากหากเจ้าตัวจะขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ของทีมและวงการลูกหนังในอนาคต

ด้าน 2 แข้งชาวเยอรมันก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ยืนเป็นกองหน้าตัวหลอกในเกมนี้ ยิงได้ถึง 2 ประตูและเกือบทำแฮตทริกได้หากลูกที่ยิงเข้าไปในครึ่งแรกไม่ล้ำหน้าเสียก่อน สิ่งที่เห็นได้ชัดจากเกมนี้คือ ความเยือกเย็นในจังหวะจบสกอร์ ที่ทำได้เนียนตาทั้งสองประตูจนทำให้แฟนเริ่มเห็นฟอร์มร่างทองกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อยู่กลายๆ ไม่แน่เราอาจได้เห็นฟอร์มเทพของเจ้าตัวอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

เช่นเดียวกับ ติโม แวร์เนอร์ ที่ในเกมนี้จะไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตูแต่ดาวยิงความเร็วสูงยังมีชื่อแอสซิสต์มให้เพื่อนยิงประตูได้อีกครั้งนึง จนถึงตอนนี้เจ้าตัวทำได้แล้ว 11 ประตู กับอีก 10 แอสซิสต์ ถือเป็นตัวเลขที่ไม่เลวเลยกับฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีก แม้แฟนบอลหลายคนจะผิดหวังที่ไม่ได้เห็น แวร์เนอร์ ยิงประตูแบบถล่มทลาย แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีส่วนร่วมและเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้

จังหวะหนีห่าง 2-0 เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
3 นักเตะร่วมดีใจหลังเชลซีหนีห่าง 2-0

สถิติหลังจบเกม

เชลซี

สถิติสำคัญ

ฟูแล่ม

49%

การครองบอล

51%

9

จำนวนยิงทั้งหมด

10

1

ยิงออกนอกกรอบ

4

9

สร้างโอกาส

8

435

ความแม่นยำในการผ่านบอล

446

85%

ความสำเร็จในการผ่านบอล

86%

15

ฟาวล์

8

1

เตะมุม

8

7

ล้ำหน้า

1

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

11 ผู้เล่นตัวจริง

เอดูอาร์ เมนดี้ : 7.5
มีจังหวะเซฟสวยๆ หลายครั้งในเกมนี้ และช่วยทีมเก็บสถิติคลีนชีตเพิ่มอีกนัดได้สำเร็จ

อันเดรียส คริสเตนเซ่น : 7.5
นักเตะตอบแทนความไว้ใจของ ทูเคิ่ล ได้อย่างยอดเยี่ยม การมีเขายืนป้องกันในแนวรับช่วยให้แฟนบอลรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

ติอาโก้ ซิลวา : 7.5
ขาดไปไม่ได้จริงๆ สำหรับผู้นำในแนวรับอย่าง ซิลวา ความนิ่งในเกมนี้ช่วยทีมได้หลายจังหวะและไม่มีลูกผิดพลาดให้เห็น

เคร์ท ซูม่า : 7 
ช่วยเกมรับได้ตามมาตรฐานของตัวเอง แต่เกมรุกยังคงเป็นรอง รือดิเกอร์

รีซ เจมส์ : 7.5 
เกมรุกค่อนข้างเงียบในเกมนี้ แต่เกมรับทำได้ดีและมีจังหวะช่วยทีมหลายครั้ง

บิลลี่ กิลมอร์ : 7
แม้จะมีผิดพลาดทำเสียบอลอยู่หลายครั้งแต่ยังพอให้อภัยได้ ยังต้องพัฒนาฝีเท้าต่อไป

เมสัน เมาท์ : 7.5
สร้างสรรค์เกมรุกได้ยอดเยี่ยมและมีแอสซิสต์ในเกมนี้ด้วย นอกจากนี้ยังลงมาช่วยทีมเล่นเกมรับอีกด้วย 

เบน ชิลเวลล์ : 7
วันนี้ค่อนข้างเงียบสำหรับ ชิลเวลล์ แต่ยังเติมขึ้นไปเล่นเกมรุกได้หลายครั้ง

ฮาคิม ซีเย็ค : 6
เป็นอีกเกมที่ ซีเย็ค ทำได้ไม่ค่อยดีนัก มีส่วนร่วมกับทีมค่อนข้างน้อยก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกไป

ติโม แวร์เนอร์ : 7 
ยังมีจังหวะขาดๆเกินๆ อยู่หลายครั้ง แต่ก้ไม่มีจังหวะพลาดแบบไม่น่าให้อภัย แถมยังมีแอสซิสต์อีกด้วย

ไค ฮาแวร์ทซ์ : 8
ความนิ่งในการจบสกอร์ ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมในเกมนี้ 2 ประตูในวันนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ ฮาแวร์ทซ์ มากขึ้น

ตัวสำรอง

เอ็นโกโล ก็องเต้ (แทน ซีเย็ค น. 66) : 6.5 
ลงมาช่วยทีมเล่นเกมรับ และช่วยทีมรักษาคลีนชีตไว้ได้ 

แทมมี่ อับราฮัม (แทน เมาท์ น. 76) : 5
ถูกเปลี่ยนลงสนามมาแต่มีส่วนร่วมกับทีมค่อนข้างน้อย

มาร์กอส อลอนโซ่ (แทน ชิลเวลล์ น. 81) : N/A 

ชิลเวลล์ พาบอลหนีผู้เล่น ฟูแล่ม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
เบน ชิลเวลล์ พาบอลหนีผู้เล่น ฟูแล่ม

บทสรุป

เชลซี ภายใต้การนำทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล กำลังเล่นได้อย่างมั่นใจและดีวันดีคืน พวกเขาไม่เกรงกลัวทีมใดและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นทีมไหนก็ตาม ด้วยคุณภาพนักเตะที่ไม่เป็นรองใครแถมยังมีงบในการเสริมทีมค่อนข้างเยอะ ไม่แน่ว่าทูเคิ่ล อาจจะสร้าง เชลซี ให้กลายเป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอเหมือนที่เขาเคยพูดเอาไว้ตอนเปิดตัวกับสโมสรก็ได้ใครจะไปรู้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มเหมาคนเดียวสองตุง เกมลอนดอนดาร์บี้

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มเหมาคนเดียวสองตุง เกมลอนดอนดาร์บี้

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ไค ฮาแวร์ทซ์ งัดฟอร์มเก่งหลังซัดคนเดียว 2 ประตูช่วย เชลซี คว้าสามแต้มเต็ม จี้ เลสเตอร์ เหลือเพียง 2 คะแนน | ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ไฮไลท์เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | เชลซีได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ เหมา 2 ประตูพาทีมคว้า 3 แต้มเกมลอนดอนดาร์บี้แมทซ์ คืนวันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมาทำแต้มไล่จี้ เลสเตอร์ ซิตี้ เหลือ 2 คะแนน

รายชื่อผู้ทำประตู

เชลซี : [1-0] ไค ฮาแวร์ทซ์ (10′) // [2-0] ไค ฮาแวร์ทซ์ (49′)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, คัวร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, บิลลี่ กิลมัวร์, เมสัน เมาน์ท (แทมมี่ อบราฮัม น.76) , เบน ชิลเวลล์ (มาร์กอส อลอนโซ่ น.81) – ฮาคิม ซิเย็ค (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.66), ติโม แวร์เนอร์ – ไค ฮาแวร์ทซ์ 

ผู้จัดการทีม :
โธมัส ทูเคิ่ล

ฟูแล่ม (4-4-2) : อัลฟงส์ อเรโอล่า – โอล่า ไอน่า, โยอาคิม อันเดอร์เซ่น, โทซิน อดาราบิโอโย่, แอนโทนี โรบินสัน – บ็อบบี้ รีด (ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ น.78), อ็องเดร ฟร้องค์ ซ็องโบ อ็องกิสซ่า, มาริโอ เลมิน่า, อเดโมล่า ลุคแมน – จอช มาจา (อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช น.81), อิวาน กาวาเลยโร่ (โจชัว โอโนมาห์ น.78

ผู้จัดการทีม :
สกอตต์ พาร์เกอร์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 10 (Goal) – เชลซี ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ ติอาโก้ ซิลวา วางบอลยาวจากแดนตัวเองมาให้ เมสัน เมาน์ท ดูดบอลลงอย่างนิ่มนวล ก่อนจะแทงบอลทะลุช่องให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อัลฟงส์ อเรโอล่า เข้าไป เป็นประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ของดาวยิงทีมชาติเยอรมัน

นาทีที่ 22 – ทีมเยือนเกือบได้ลุ้นตีเสมอหลัง แอนโทนี โรบินสัน กระดกบอลหนุนเข้าไปในกรอบให้ อเดโมล่า ลุคแมน วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลพุ่งแรงจน เอดูอาร์ เมนดี้ ต้องปัดบอลพ้นออกไปก่อนที่ รีซ เจมส์ จะโขกทิ้งออกหลังไปได้ทัน

นาทีที่ 39  – โอกาสเป็นของเจ้าบ้านอีกครั้ง หลัง ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปในกรอบทางขวาก่อนปาดมาหน้าประตูให้ ฮาคิม ซิเย็ค วิ่งมาซัดด้วยซ้ายแต่ยังไปติดมือ อัลฟงส์ อเรโอล่า

จบครึ่งแรก เชลซี ออกนำทีมเยือนไปก่อน 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 – สิงโตน้ำเงินคราม นำห่าง 2-0 อย่างรวดเร็ว บอลแทงทะลุช่องของ ติโม แวร์เนอร์ ให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดสวนตัว อเรโอล่า เข้าไป วีเออาร์ เช็กแล้วไม่ล้ำหน้ากลายเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ และมีลุ้นแฮตทริกอีกด้วย

นาทีที่ 87 – ฟูแล่ม ทีทีมเยือนได้โต้กลับขึ้นมา อ็องเดร อ็องกิสซ่า ไหลออกซ้ายให้ แอนโทนี โรบินสัน เติมขึ้นสูงก่อนลากเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลลอยข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ ฟูแล่ม ไป 2-0 รั้งอันดับ 4 ต่อไปในสัปดาห์นี้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซี ฟีฟ่า 21 Fifa 21

ค่าพลังนักเตะเชลซี ในเกม FIFA 21 ใครเก่งสุดในทีม?

ค่าพลังนักเตะเชลซี ในเกม FIFA 21 ใครเก่งสุดในทีม?

เชลซี ฟีฟ่า 21 Fifa 21
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

มาดูค่าพลังนักเตะ เชลซี ในเกม FIFA 21 เกมฟุตบอลยอดนิยมของแฟนบอลทั่วโลก ที่พึ่งเปิดให้แฟนเกมได้เล่นกันไม่กี่วันก่อน ใครคือแข้งที่ค่าพลังสูงสุดในทีม

FIFA 21 เกมฟุตบอลชื่อดังได้เปิดให้แฟนบอลทั่วโลกได้เล่นกันเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมาหลังจากที่ตลาดนักเตะปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยในภาคนี้เชลซีคือทีมระดับ 4.5 ดาว ซึ่งเป็นปีที่ 2 แล้วที่ทีมถูกจัดให้อยู่ในระดับนี้ ลองมาดูกันว่าเหล่านักเตะของ เชลซี จะมีค่าพลังเท่าไหร่กันบ้างในภาคนี้ แข้งใหม่แต่ละคนจะมีค่าพลังเท่าไหร่ และใครคือคนที่มีค่าพลังเยอะที่สุดในทีมเชลซี ไปดูกัน

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : ผู้รักษาประตู

Edouard Mendy FIFA 21

สิงโตน้ำเงินคราม ทุ่มเงินซื้อผู้เล่นมาเสริมทัพมากมายในซีซั่นนี้และหนึ่งในนั้นเป็นผู้รักษาประตูอย่าง เอดูอาร์ เมนดี้ ที่เชลซีดึงมาจาก แรนส์ ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ โดย เมนดี้ เข้ามาเพื่ออุดรอยรั่วหลังจากที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ฟอร์มหลุดจนทำให้ทีมเสียประตูแบบไม่น่าเสียอยู่บ่อยครั้ง

สำหรับค่าพลังที่ดีที่สุดของผู้รักษาประตูของเชลซีได้แก่ นายด่านค่าตัวแพงสุดในโลกอย่างเกปา โดยมีค่าพลังที่ 82 ซึ่งลดลงมา 2 คะแนนจากภาคก่อนหน้านี้ ในขณะที่ เมนดี้ มีค่าพลังอยู่ที่ 79 มากกว่า วิลลี่ กาบาเยโร่ มือสามของทีมอยู่ 4 คะแนน

ค่าพลังผู้รักษาประตูเชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า – 82 // เอดูอาร์ เมนดี้ – 79 // วิลลี่ กาบาเยโร่ – 75

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองหลัง

Ben Chilwell FIFA 21

เชลซี แก้ไขจุดอ่อนในเกมรับด้วยการเซ็น ติอาโก้ ซิลวา มาร่วมทีมแบบฟรีๆหลังหมดสัญญาจาก เปแอสเช แม้เจ้าตัวจะอายุถึง 36 ปีแต่สภาพร่างกายยังสมบูรณ์และประสบการณ์โชกโชน โดย ซิลวา มีค่าพลังอยู่ที่ 85 ซึ่งสุดที่สุดในบรรดาแนวรับเชลซี

เบน ชิลเวลล์ คืออีกหนึ่งแข้งใหม่ที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ไปคว้าตัวมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางฝั่งซ้ายของทีมซึ่ง ชิลเวลล์ ทำได้ดีทั้งในเกมรุกและทำได้ยอดเยี่ยมในเกมรับ โดยแบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษมีค่าพลังอยู่ที่ 81

ค่าพลังกองหลังเชลซี : ติอาโก้ ซิลวา – 85 // เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – 84 // มาร์กอส อลอนโซ่ – 81 // เบน ชิลเวลล์ – 81 // อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – 81 // เคิร์ต ซูม่า – 80 // เอเมอร์สัน – 79 // อันเดรียส คริสเตนเซ่น – 79 // รีซ เจมส์ – 77 // ฟิกาโย่ โทโมริ – 76 // บาบาห์ รามันห์ – 75

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองกลาง

Hakim-Ziyech-FIFA-21

ฮาคิม ซีเย็ค หนึ่งในนักเตะชั้นยอดของ เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ดาวรุ่งอนาคตไกลของทีมชาติเยอรมันได้ย้ายเข้าสู่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยยกระดับทีมให้ขึ้นไปเบียดลุ้นแชมป์กับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่นนี้

โดยทั้งสองคนมีค่าพลังรวมเท่ากันอยู่ที่ 85 ซึ่งน้อยกว่า เอ็นโกโล่ ก้องเต้ ผู้ที่มีค่าพลังสูงที่สุดในทีมที่ 88 คะแนน ส่วน เมสัน เมาท์ เด็กปั้นผู้เป็นกำลังสำคัญของ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีค่าพลังอยู่ที่ 80

ค่าพลังกองกลางเชลซี : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ – 88 // ฮาคิม ซีเย็ค – 85 // ไค ฮาแวร์ทซ์ – 85 // มัตเตโอ โควาซิช – 83 // จอร์จินโญ่ – 83 // เมสัน เมาท์ – 80 // วิคเตอร์ โมเซส – 78 // แดนนี่ ดริงวอเตอร์ – 73 // บิลลี่ กิลมอร์ – 71

ค่าพลังนักเตะเชลซีใน FIFA 21 : กองหน้า

การเซ็น ติโม แวร์เนอร์ เข้ามาเสริมทัพถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยม เพราะ แวร์เนอร์ เล่นได้หลากหลายตำแหน่งในเกมรุก ซึ่งเจ้าตัวมาพร้อมกับตำแหน่งรองดาวซัลโวของ บุนเดสลีกา เยอรมัน เป็นรองเพียง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เพียงคนเดียวเท่านั้น

โดย แวร์เนอร์ ถูกจัดให้เป็นแข้งที่มีพลังรวมสูงสุดในแดนหน้าที่ 85 คะแนน ส่วน คริสเตียน พูลิซิช เบอร์ 10 คนล่าสุดของทีมมีค่าพลังอยู่ที่ 81

ค่าพลังกองหน้าเชลซี : ติโม แวร์เนอร์ – 85 // คริสเตียน พูลิซิช – 81 // โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 79 // แทมมี่ อับราฮัม – 78 // คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย – 74

จัดอันดับผู้เล่นเชลซี ในเกม FIFA 21

1. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ – 88
2. ฮาคิม ซีเย็ค – 85
3. ไค ฮาแวร์ทซ์ – 85
4. ติอาโก้ ซิลวา – 85 
5. ติโม แวร์เนอร์ – 85
6. เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า – 84
7. มัตเตโอ โควาซิช – 83
8. จอร์จินโญ่ – 83
9. เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – 82
10. มาร์กอส อลอนโซ่ – 81
11. เบน ชิลเวลล์ – 81
12. คริสเตียน พูลิซิช – 81
13. อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – 81
14. เมสัน เมาท์ – 80
15. เคิร์ต ซูม่า – 80
16. เอเมอร์สัน – 79
17. โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 79
18. อันเดรียส คริสเตนเซ่น – 79
19. เอดูอาร์ เมนดี้ – 79
20. วิคเตอร์ โมเซส – 77
21. แทมมี่ อับราฮัม – 78
22. รีซ เจมส์ – 77
23. ฟิกาโย่ โทโมริ – 76
24. บาบาห์ รามานห์ – 75
25. วิลลี่ กาบาเยโร่ – 75
26. คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย – 74
27. แดนนี่ ดริงวอเตอร์ – 73
28. บิลลี่ กิลมอร์ – 71

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ฮาแวร์ทซ์

นี่แหล่ะของจริง! ฮาแวร์ทซ์ ยอมรับ พรีเมียร์ลีก หินกว่า บุนเดสลีกา

นี่แหล่ะของจริง! ฮาแวร์ทซ์ ยอมรับ พรีเมียร์ลีก หินกว่า บุนเดสลีกา

ฮาแวร์ทซ์
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ไค ฮาแวร์ทซ์ ออกมายอมรับ พรีเมียร์ลีก ยากกว่า บุนเดสลีกา พร้อมตั้งเป้าโชว์ฟอร์มเทพ กับ เชลซี และเป็นกำลังสำคัญในทีมชาติ เยอรมัน

ไค ฮาแวร์ทซ์ ดาวรุ่งพรสวรรค์สูง ของ เชลซี ออกมาให้สัมภาษณ์ระหว่างโปรแกรมทีมชาติ โดยเจ้าตัวมองว่า พรีเมียร์ลีก นั้นยากกว่า บุนเดสลีกา ในเรื่องของการเข้าปะทะและการวิ่ง

มิลฟิลด์ทีมชาติเยอรมันกล่าวว่า “มันเป็นเรื่องยากสำหรับผม โดยเฉพาะกับการที่พรีเมียร์ลีกมีความแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ที่นี่มีความดุดัน ช่วงที่ผ่านมาถือว่าโอเคสำหรับผมนะ แต่ผมคิดว่าศักยภาพของการพัฒนาให้สูงขึ้นยังมีอยู่อีกเยอะเลย”

“ความหนักในการเข้าปะทะและการวิ่งเยอะกว่ามาก มันเป็นลีกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เหนื่อยกว่ามาก บุนเดสลีกา ไม่ได้เลวร้ายอะไรแต่ผมเห็นความแตกต่าง ที่นี่ไม่มีนักเตะที่มาตรฐานกลางๆหรือแย่เลย ทุกคนเล่นอยู่ในระดับที่สูง” ฮาแวร์ทซ์ อธิบาย

นับตั้งแต่ฟุตบอลกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง ฮาแวร์ทซ์ ลงสนามไปแล้ว 17 นัดให้กับ เลเวอร์คูเซ่น, เชลซี และทีมชาติเยอรมัน โดยยิงไปแล้ว 11 ประตูรวมทุกรายการ และตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเชลซี เจ้าตัวทำแอสซิสต์ไปแล้ว 4 ครั้งและยิงแฮตทริคได้แล้วในเกม คาราบาวคัพ กับ บาร์นสลีย์

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

บทสรุปหลังเกม-เชลซี-6-0-บาร์นสลีย์

บทสรุปหลังเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์ | ฮาแวร์ทซ์ แฮตทริก – ซิลวา,ชีลเวลล์ ประเดิม

สิงโตน้ำเงินคราม ผ่านเข้าสู่รอบ 4 คาราบาวคัพ หลังคืนฟอร์มเก่งในเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์ โดย ไค ฮาแวร์ทซ์ กดแฮตทริกพร้อมคว้า MOM ในเกมนี้


การแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการ คาราบาวคัพ รอบ 3 เชลซีเปิดบ้านรับการมาเยือนของ บาร์นสลีย์ โดยเกมนี้ แฟรง แลมพาร์ด ส่งผู้เล่นตัวจริงลงผสมกับผู้เล่นสำรองหลายต่ำแหน่ง แต่ด้วยความต่างชั้นทำให้จบเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

บทสรุปหลังเกม-เชลซี-บาร์นสลีย์
ฮาแวร์ทซ์ และ อบราแฮม ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้

เกมนี้ เชลซี มาในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตูใช้ วิลลี่ กาบาเยโร่ ลงสนามเป็นตัวจริงในขณะที่ เกปา อาริซาบาลาก้า ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง

ในขณะที่แผงแบ็คโฟร์ เซ็นเตอร์คู่กลางเป็น ติอาโก้ ซิลวา ลงประเดิมสนามเป็นเกมแรก จับคู่กับ ฟิคาโย่ โทโมรี่ แบ็คขวากัปตันเดฟลงเป็นตัวจริงในเกมนี้ ขณะที่แบ็คซ้ายเป็น เอเมอร์สัน ลงตัวจริงในขณะที่ เบน ชีลเวลล์ มีชื่อเป็นตัวสำรอง

แดนกลางสามคนใช้ มาเตโอ โควาซิช ยืนคู่กับ รอสส์ บาร์คลีย์ คอยสนับสนุน ไค ฮาแวร์ทซ์ ในเกมรุก

ส่วนสามประสามในแนวรุกใช้ แทมมี่ อบราฮัม ยืนเป็นหน้าเป้าโดยมี เมสัน เมาท์น กับ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ยืนขนาบสองข้าง

ก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น เชลซี ได้ใช้นักเตะใหม่ที่จะเข้ามาเป็นแกนหลักในฤดูกาลนี้เพียงแค่ 2 รายเท่านั้นนั่นก็คือ ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ซึ่ง แวร์เนอร์ ทำผลงานได้ค่อนข้างน่าพอใจในขณะที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ย้ายทีมมาด้วยค่าระดับสถิติสโมสรจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ ซึ่งจากฟอร์มการเล่นใน 2 นัดแรกที่ลงเป็นตัวจริง เขาทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักจนถูกวิจารณ์อย่างหนัก

อย่างไรก็ตามผู้เป็นกุนซืออย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่ได้นิ่งดูดายออกมาปกป้องลูกน้องด้วยการให้เหตุผลว่า ไค มีเวลาให้ซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมค่อนข้างน้อย จึงทำให้ความฟิตกับฟอร์มการเล่นยังดูไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ แน่นอนว่า ป๋าแฟรงค์ รู้ดีว่า ฮาแวร์ทซ์ คือยอดนักเตะและจะกลายเป็นแข้งระดับโลกได้แน่นอนแต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือเวลาในการปรับตัวเท่านั้น

ในขณะที่คนอื่นๆ ยังมีอาการบาดเจ็บและยังไม่ผ่านความฟิตทำให้พลาดลงสนามไป จนมาถึงเกมนี้ ป๋าแลมพ์ ได้โอกาสใช้แข้งใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 ราย นั่นก็คือ ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชีลเวลล์

เกมเมื่อคืนนี้ ไค ลงสนามเป็นตัวจริงเป็นนัดที่ 3 ในต่ำแหน่งที่เจ้าตัวถนัดมากที่สุดคือผู้เล่นหมายเลข 10 แม้เจ้าตัวจะสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในเกมรุกแต่นี้คือตำแหน่งที่ดีที่สุดของ ฮาแวร์ทซ์ อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งนี่คือตำแหน่งที่แฟนบอลอยากให้ ซูเปอร์แฟรงค์ ส่ง หนูไค ลงเล่นมากที่สุด ซึ่งมันก็เกิดขึ้นแล้วในเกมนัดนี้

มาถึงผู้เล่นมากประสบการณ์ที่ได้มาแบบฟรีๆ จาก เปแอสเช อย่าง ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งมีโอกาสได้ประเดิมสนามในเกมนี้เป็นนัดแรกหลังจากรอมานาน นี่คือผู้เล่นที่ สาวกเชลซี คาดหวังว่าจะช่วยยกระดับเกมรับของเชลซีให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ แม้อายุจะปาเข้าไปถึง 36 ปีแล้วแต่สภาพร่างกายโดยรวมยังดูดีกว่าผู้เล่นคนอื่นๆในวัยเดียวกัน

การเข้ามาของ ซิลวา เป็นที่ถกเถียงในหมู่แฟนบอลในช่วงแรก แต่ ณ ตอนนี้ทุกคนเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือดีลที่ยอดเยี่ยมของเชลซี ประสบการณ์ของเจ้าตัวจะสามารถช่วยเหลือผู้เล่นเกมรับรุ่นน้องที่มีอยู่ได้อย่างแน่นอน และไม่จำเป็นต้องไปทุ่มเงินมหาศาลเพื่อที่จะซื้อเซ็นเตอร์เกรดเอ ซึ่งไม่รู้ว่าจะสามารถเล่นได้คุ้มกับเม็ดเงินที่ลงทุนไปหรือไม่

การแข่งขันนัดนี้เปรียบเสมือนการเล่นเกมปรีซีซั่นซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จะให้ผู้เล่นได้เรียกฟอร์มและความฟิต

บทความที่เกี่ยวข้อง : บทสรุปตลาดซื้อขายนักเตะ

หลังเสียงนกหวีดดังขึ้น เชลซีได้โอกาสทำเกมบุกทันทีแต่ยังไม่ได้ลุ้นอะไรมาก การต่อบอลยังดูตะกุกตะกักไปบ้างและทำเสียบอลกันเองอยู่หลายจังหวะเช่นเดียวกับทีมเยือน ช่วงต้นเกม เกมรุกยังดูไม่ดีเท่าไหร่โดนทีมเยือนบุกมากกว่าด้วยซ้ำและได้โอกาสยิงไกลบ่อย เนื่องมาจากการขาดกองกลางตัวตัดเกมแบบธรรมชาติอย่าง ก็องเต้

ติอาโก้ ซิลวา เกมนี้ดูนิ่งแม้จะมีจังหวะพลาดให้เห็น แต่ภาพรวมแล้วเขาทำได้ดีในระดับที่น่าพอใจ ส่วน ไค มีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้นแม้จะดูมีบางจังหวะที่ทำเสียบอลไปบ้าง แต่ดูมีความนิ่งและกล้าเล่นมากขึ้นและมีโอกาสได้ยิงด้วยแต่บอลเบาเกินไป

หลังจากขึ้นนำได้สำเร็จเหมือนเป็นการคลายความกดดันและทำให้ทีมเล่นได้สบายขึ้นก่อนมาได้ประตูที่ 2 จาก ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่โดดเด่นมาตลอดและเป็นการยิงประตูแรกในสีเสื้อเชลซีได้สำเร็จ ในช่วงครึ่งแรกทีมเยือนมีโอกาสได้ส่องไกลหลายครั้งแต่ วิลลี่ กาบาเยโร่ ก็โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบรับไว้ได้ทั้งหมด

โอดอย ที่ได้รับโอการลงเป็นตัวจริงแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยดีแต่ก็ไม่ถึงน่าเกลียด ก่อนจบครึ่งแรกเชลซีนำไปก่อน 2-0 แต่ฟอร์มโดยรวมยังไม่ได้ดีมากหากดูจากคู่แข่งที่เจออยู่

ครึ่งหลังเชลซี เล่นได้ดีมากขึ้น อบราฮัม มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมหากเทียบกับฤดูกาลก่อน เขาพยายามเล่นเพื่อทีมมากขึ้นและโดดเด่นมากในเกมนี้ การจับคู่กับ ไค ทำให้ดูเหมือนทั้งคู่เล่นด้วยกันมาอย่างยาวนาน

เชลซีบวกเพิ่มอีกถึง 4 ประตู ซึ่งเป็นการยิงแฮตทริกของ ไค ฮาแวร์ทซ์ อีกด้วยแน่นอนว่าแฟนบอลคงรู้สึกสบายใจที่ได้เห็นฟอร์มของ ไค เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว

ในขณะที่ อบราฮัมที่ยิงประตูในเกมนี้ได้และยังแอสซิสต์อีก 2 ลูก ทำให้เห็นแล้วว่าการเข้ามาของ ติโม แวร์เนอร์ มีผลกระทบในทางบวกกับ อบราฮัม และทีมอย่างชัดเจน

เบน ชีลเวลล์ ได้โอกาสลงสนามมาในครึ่งหลังก็มีส่วนร่วมกับการทำประตูได้เลยจากลูกครอสจากริมเส้นที่เป็นลูกเก่งของเขา ไปให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองเช่นเดียวกับ โขกประตูปิดท้ายให้เชลซีเอาชนะบาร์นสลีย์ไปแบบขาดลอย 6-0

สถิติหลังจบเกม (Whoscored)

สถิติ เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม (Sky Sports)

ตัวจริง : วิลลี่ กาบาเยโร่ (7), เซซาร์ อัซปิริกวยต้า (6), ฟิคาโย่ โทโมรี่ (6), ติอาโก้ ซิลวา (6), เอเมอร์ซัน พัลไมรี่ (6), รอสส์ บาร์คลีย์ (7), มาเตโอ โควาซิช (7), ไค ฮาแวร์ทซ์ (8), เมสัน เมาท์ (7), คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (7), แทมมี่ อบราฮัม (7)

ตัวสำรอง : เคิร์ต ซูม่า (6), เบน ชีลเวลล์ (7),โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (7)

บทสรุป

จากความผิดหวังในการพ่ายแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล เมื่อนัดที่แล้วถูกลืมไปทันทีหลังจบการแข่งขันนัดนี้ ฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีมดีขึ้นกว่าสองนัดที่ผ่านมา จริงอยู่ที่คู่แข่งอาจจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าแต่เชลซีก็ทำได้อย่างที่ควรจะเป็น

ไค ฮาแวร์ทซ์ เรียกความมั่นใจได้อย่างมากจากการยิงแฮตทริกและเล่นได้อย่างโดดเด่นจนคว้า แมน ออฟ เดอะ แมทซ์ ไปครอง เป็นการเรียกความมั่นใจรวมไปถึงฟอร์มการเล่นแบบที่ควรจะเป็นกลับมาได้สำเร็จ

อบราฮัม มีความพัฒนาที่ดีอย่างเห็นได้ชัด ความกระหายในการทำประตูรวมไปถึงความขยันและวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้นส่งผลดีอย่างมากกับเจ้าตัวและทีมซึ่งถ้าหากเล่นได้ดีแบบดีอย่างต่อเนื่องรับรองว่า ติโม แวร์เนอร์ ไม่ได้สบายอย่างที่ใครคิดแน่นอน

ติอาโก้ ซิลวา มีความนิ่งและมีคว่มเป็นผู้นำที่ดี แฟนบอลส่วนใหญ๋เริ่มมั่นใจในเกมรับของทีมว่าดีขึ้นแน่นอนหลังจากนี้

เบน ชีเวลล์ ที่ถึงแม้จะมีเวลาลงเล่นไม่มากนักแต่ก็สามารถแสดงศักยภาพของตัวเองจนทำแอสซิสต์ให้กับ ชิรูด์ ได้อีก 1 ประตูซึ่งเกมรุกในปีนี้ของเชลซีจะต้องมีการแข่งขันที่สูงขึ้นและส่งผลดีขึ้นต่อทีมแน่นอนหากไม่หลุดฟอร์มกันไปก่อน

โดยรวมแล้วทุกอย่างในเกมนี้ถือว่ายอดเยี่ยมและหวังว่าหากแข้งตัวหลักๆลงสนามกันพร้อมหน้า โอกาสได้แชมป์สักรายการในฤดูกาลนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

ไฮไลท์เชลซี-6-0-บาร์นสลีย์

(เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์) ฮาแวร์ทซ์มาแว้ว! สิงห์บลูส์ เดินหน้าไลฆ่า บาร์นสลีย์

หลังแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล มา ล่าสุด เชลซี เรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้งหลังเปิดบ้านไล่ถล่มคู่แข่งจากลีกรองแบบขาดลอย เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์


ไฮไลท์บอล คาราบาวคัพ รอบ 3 เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์ | ไค ฮาแวร์ทซ์ กลับมาโชว์ฟอร์มเทพอีกครั้งหลัง ยิงประตูแรกในสีเสื้อเชลซีพร้อมกดแฮตทริคครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งในเกมเปิดบ้านเอาชนะคู่แข่งจาก แชมป์เปี้ยนชิพ เรียกความมั่นใจคืนมา

ไฮไลท์บอล คาราบาวคัพ รอบ 3 เชลซี ชนะ บาร์นสลีย์

รายชื่อผู้ทำประตู

เชลซี : แทมมี่ อบราฮัม 19′ // ไค ฮาแวร์ทซ์ 28′ 55′ 65′ // รอสส์ บาร์คลี่ย์ 49′ // โอลิวิเย่ร์ ชิรูด 83′

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-3-3): วิลลี่ กาบาเยโร่,เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,ฟิคาโย่ โทโมรี่,ติอาโก้ ซิลวา (เคิร์ต ซูม่า น.61),เอเมอร์สัน,รอสส์ บาร์คลี่ย์,มาเตโอ โควาซิซ,เมสัน เมาน์ท,ไค ฮาแวร์ทซ์ (เบน ชิลเวลล์ น.66),แทมมี่ อบราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด น.72),คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย

ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

บาร์นสลี่ย์ (4-3-3): แบรดลีย์ คอลลินส์,คิเลียน ลูเดวิค,มิชาเอล โซลเบาเออร์,อาโป ฮัลเม่,จอร์แดน วิลเลี่ยมส์,มาร์แซล ริตซ์ไมเออร์ (คล๊าร์ค โอดออร์ น.57),อเล็กซ์ โมวัตต์,คัลลัม สไตลส์,โดมินิก เฟรเซอร์ (คอเนอร์ แชปลิน น.58),พาทริค ชมิดท์,คอลลีย์ วูดโรว์ (ลุค โธมัส น.46)

ผู้จัดการทีม : เกอร์ฮาร์ด สตรูเบอร์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เชลซี ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ส่งผู้เล่นชุดผสมผสานลงสนามโดย ผู้รักษาประตูเป็น วิลลี่ กาบาเยโร่ เกมรับใช้ ติอาโก้ ซิลวา ลงสนามนัดแรกยืนคู่กับ ฟิคาโย่ โทโมรี่ เกมรุกใช้ ไค ฮาแวร์ทซ์ คอยปั้นเกมโดยมี รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ มาเตโอ โควาซิซ คอยสนับสนุน

สามประสานแดนหน้าใช้ แทมมี่ อบราฮัม โดยมี เมสัน เมาน์ท กับ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ขนาบด้านข้าง

ทีมเยือนที่ผลงานในลีกค่อนข้างแย่หลังแพ้มาสองนัดติดมี โดมินิก เฟรเซอร์ เป็นตัวความหวังของทีม

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 – แทมมี่ อบราฮัม ใช้ความขยันลงไปล้วงบอลก่อนจ่ายต่อให้ เมสัน เมาท์น แทงต่อให้ ฮาแวร์ทซ์ หลุดไปยิงแต่เบาเกินไป ผู้รักษาประตูรับไว้ได้

นาทีที่ 19 (Goal) – เชลซีได้ประตูออกนำ 1-0 จากความผิดพลาดของแนวรับทีมเยือนที่โดน แทมมี่ อบราฮีม ฉกบอลได้ก่อนดวลกับ แบรดลีย์ คอลลินส์ และยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 29 (Goal) – เมสัน เมาท์น จ่ายบอลเข้ากลางให้ อบราฮัม กระโดดหลบทำให้บอลหลุดไปถึง ฮาแวร์ทซ์ ได้ยิงจ่อๆเข้าไปหนีห่างเป็น 2-0

จบครึ่งแรกแม้จะมีหลายครั้งที่ผิดพลาดแต่โดยรวมแล้วเชลซียังดีกว่าและออกนำไปก่อน 2-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 – ไค ฮาแวร์ทซ์  สไลด์แย่งบอลมาจาก อเล็กซ์ โมวัตต์ บอลหลุดมาถึง รอสส์ บาร์คลีย์ ก่อนซัดเข้าไปเน้นๆ เชลซีทำห่าง 3-0

นาทีที่ 53 (Goal) – มาเตโอ โควาซิซ ฉกบอลมาจาก จอร์แดน วิลเลี่ยมส์ ก่อนเปิดให้ แทมมี่ อบราฮัม ตอกส้นให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ วิ่งมายิงลูกที่สองหนีห่างเป็น 4-0 

นาทีที่ 65 (Goal) – อบราฮัม ที่ได้บอลมาจาก เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จ่ายให้ ฮาแวร์ทซ์ หลุดเดี่ยวก่อนแตะบอลลอดขาผู้รักษาประตู ก่อนยิงเข้าไปโล่งเป็นแฮตทริคแรกในชีวิตค้าแข้งของเจ้าตัว

นาทีที่ 83 (Goal) – เจ้าบ้านมาได้ประตูปิดท้ายจ่าย เบน ชิลเวลล์ ที่โยนบอลมาให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด ทิ้งตัวโหม่งเข้าไปเป็น 6-0

จบเกมเชลซีคืนฟอร์มเก่งไลถล่มบาร์นสลีย์ขาดลอย 6-0


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th

การสร้างอาณาจักรของ-สิงห์บลูส์

การสร้างอาณาจักรของ ‘สิงห์บลูส์’ ภายใต้การนำทัพของ ‘แฟรงค์ แลมพาร์ด’

การสร้างอาณาจักรของ สิงห์บลูส์ ได้เริ่มขึ้นแล้วหลังทำลายสถิติในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ของ พรีเมียร์ลีก และเหมือนจะยังไม่จบเพียงเท่านี้


ชื่อของ มาริน่า กรานอฟสกาย่า กลายเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในวงการลูกหนังโดยเฉพาะเหล่าแฟนบอล สิงห์บลูส์ หลังเธอได้แสดงแสงยานุภาพในการเจรจาต่อรองเมื่อ เชลซี ปิดดีล ไค ฮาแวร์ทซ์ มาได้ในราคาเพียง 71 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกกว่าที่ เลเวอร์คูเซ่น ตั้งไว้ถึง 18 ล้านปอนด์

มาถึงตอนนี้ สิงโตน้ำเงินคราม ใช้เงินไปประมาณ 200 ล้านปอนด์ ในการคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม 6 ราย โดย 2 รายเป็นการเซ็นสัญญาแบบฟรีๆ ทำให้ สิงห์บลูส์ กลายเป็นทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาดนักเตะรอบนี้

แม้จะเสริมทัพมาแล้วเกือบครึ่งทีมแต่ดูเหมือนว่า พวกเขาจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้และเป้าหมายต่อไปคือตำแหน่งผู้รักษาประตูโดยเล็งไปที่ เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารจอมหนึบจาก แรนส์ สโมสรแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส

การซื้อขายในตลาดนักเตะรอบนี้ของ เชลซี ทำลายสถิติเดิมที่พวกเขาเคยทำเอาไว้เมื่อฤดูกาล 2017/18 โดยในตอนนั้นพวกเขาใช้เงินไปทั้งสิ้น 186 ล้านปอนด์ ซึ่งหนึ่งในดีลที่ทำลายสถิติสโมสรตอนนั้นคือ การดึงดาวยิงทีมชาติสเปนอย่าง อัลบาโร โมราต้า มาเสริมทัพในราคา 60 ล้านปอนด์

แพท เนวิน อดีตปีกของเชลซีกล่าวว่า “เชลซี ไม่ได้กำลังสร้างทีมให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่พวกเขากำลังสร้างยุคสมัยใหม่ขึ้นมา” โดยบททดสอบแรกของ ซูเปอร์ แฟรงค์ ในฤดูกาลที่ 2 คือการออกไปเยือน ไบร์ทตัน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

การทุ่มซื้อขนาดนี้แน่นอนว่าทำให้เกิดคำถามตามมาว่า สิงห์บลูส์ ใช้เงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรทั้งที่ทีมอื่นยังต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง และสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างจากการลงทุนในครั้งนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง : พรีวิว ไบร์ทตัน พบ เชลซี

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

มาริน่า กรานอฟสกาย่า ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากจากผลงานของเธอในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรได้รับประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่เธอได้ทำเอาไว้

จริงอยู่ที่ทีมอื่นๆ จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวังที่สุดหลังจากเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรน่า แต่จากกรณีที่ เชลซี ถูกแบนในตลาดนักเตะรอบที่แล้วทำให้พวกเขามีทุนให้ใช้ได้อย่างมหาศาลในซัมเมอร์นี้ แม้ว่าจะเสีย 40 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับการคว้าตัว มัตเตโอ โควาซิช มาจาก เรอัล มาดริด ก็ตาม

เสี่ยหมีไม่ได้ทำผิดกฎการเงินแต่อย่างใด แต่รายได้ทั้งหมดที่มีส่วนใหญ่ได้มาจากการขายนักเตะออกไปโดยเฉพาะในรายของ เอเด็น อาซาร์ ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด และ อัลบาโร โมราต้า ที่ย้ายไป แอตเลติโก มาดริด ซึ่งแข้งดัง 2 รายนี้ทำเงินให้กับสโมสรอย่างมหาศาล

แม้ว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกผิดหวังที่ทีมไม่ได้เสริมนักเตะแม้แต่รายเดียวในช่วงเดือน มกราคม ทั้งที่มีโอกาสแล้ว แต่เหตุการณ์โควิด-19 ทำให้ทีมอื่นๆก็จำเป็นต้องรัดเข็มขัดและใช้เงินอย่างระมัดระวัง นี่เองจึงทำให้เชลซีได้เปรียบทางด้านการเงินมากกว่าทีมอื่นในตลาดรอบนี้

แพท เนวิน ผู้ที่เคยข้าแข้งกับ สิงโตน้ำเงินครามตั้งแต่ปี 1983-1988 ได้แสดงความคิดเห็นอีกว่า “การซื้อขายนักเตะของเชลซีอาจดู เว่อร์วัง แต่แท้จริงแล้วมันคือ ความชาญฉลาด ในการวางแผนระยะยาวมากกว่า”

“ถ้าผลงานโดยรวมของทีมอยู่ในระดับที่ดีกว่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องควักเงินเพื่อเสริมทัพเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามการที่ทีมได้เล่น แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สองปีติดทำให้ทีมมีรายได้มากขึ้นและไม่น่าแปลกใจหากพวกเขาจะมีงบในการซื้อขายนักเตะมากมายขนาดนี้” เนวิน กล่าวเสริม

ซื้อเยอะขนาดนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกกดดันไหม?

แลมพาร์ด&โรมัน-อบราโมวิช

จริงอยู่ที่การจ่ายเงิน 71 ล้านปอนด์เพื่อคว้า ไค ฮาแวร์ทซ์ ในวัย 21 ปีมาร่วมทีมอาจเป็นความเสี่ยง แต่หากลองมองถึงอนาคตพวกเขาสามารถทำกำไรได้เหมือนในกรณีของ เอเด็น อาซาร์ ที่ซื้อมาร่วมทีมด้วยราคา 32 ล้านปอนด์แต่ขายออกไปได้มากกว่า 100 ล้านปอนด์

นโยบายของทีมที่ซื้อแข้งเยาวชนพรสวรรค์สูงในยุโรปมาร่วมทีมของแลมพาร์ดนั้น เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับสโมสรหากไล่ดูอายุของแต่ละคนทั้งที่พี่งซื้อเข้ามารวมถึงนักเตะที่มีอยู่ในทีมก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าแต่ละคนสามารถวาดลวดลายและสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมได้อีกหลายปี

จริงอยู่ที่ โรมัน อบราโมวิช อาจดูเป็นผู้ที่มีความอดทนต่อผู้จัดการทีมค่อนข้างน้อย แถมการลงทุนในตลาดนักเตะรอบนี้ค่อนข้างสูง แต่เสี่ยหมีก็ไม่ได้กดดันเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จได้ทันที อย่างน้อยผลงานโดยรวมของทีมในฤดูกาลหน้าต้องพัฒนาขึ้นจากฤดูกาลก่อนเป็นอย่างน้อย

ประเด็นนี้ แพท เนวิน ได้ให้ความเห็นว่า “แลมพาร์ด มีความกดดันน้อยกว่าผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ในยุคของ โรมัน อบราโมวิช ซึ่งเสริมทัพด้วยนักเตะระดับโลกและจะเป็นต้องประสบความสำเร็จทันที แต่ตอนนี้เสี่ยหมีต้องการสร้างทีมเพื่ออนาคตมากกว่าซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของซูเปอร์แฟรงค์ที่จะทำมัน

ความกดดันของสโมสรต่อแฟรงค์ แลมพาร์ดนั้นน้อยมาก แต่ความกดดันต่อตัวแลมพาร์ดเองนั้นสูงมา การที่จะประสบความสำเร็จได้แบบ เป็ป กวาร์ดิโอล่า หรือ เจอร์เก้น คล็อปป อาจทะให้เขารู้สึกแบบนั้น”

จะเกิดอะไรขึ้นกับเยาวชนของเชลซี?

จากกรณีดราม่าของ เมสัน เมาท์ ซึ่งคุณพ่อของเจ้าตัวได้ออกมาเคลียร์ปัญหาเรียบร้อยแล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่นั้นก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าแล้วแข้งดาวรุ่งรายอื่นๆ ในทีมจะเป็นอย่างไร

ดาวรุ่งหลายคนได้รับประสบการณ์เป็นอย่างมากในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถ้าหากคุณพิสูจน์ว่าคุณคู่ควรคุณก็จะได้รับโอกาสนั้น

หากพวกเขาอยากเป็นตัวเลือกแรกๆของทีม ก็จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคู่ควรและทำการแข่งขันเหมือนกับที่เคยทำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แข้งใหม่ในเกมรุกที่เสริมมาสามารถเล่นได้หลายหลายต่ำแหน่งและสามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นข้อดีที่จะเกิดการแข่งขันภายในทีมหรือกรณีที่มีนักเตะบาดเจ็บพวกเขาก็สามารถลงทดแทนกันได้แบบไร้ปัญหา

บทสรุปของการซื้อขายในตลาดนักเตะของเชลซี

ฤดูกาลแรกของแลมพาร์ดกับเชลซีถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ยิ่งมีปัญหาอีกหลายจุดที่ต้องได้รับการแก้ไข แน่นอนว่าเกมรุกในซีซั่นหน้าของเชลซีต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ปัญหาในเกมรับที่เป็นปัญหาหลักนั้นจะเป็นอย่างไร การคว้า ติอาโก้ ซิลวา ในวัย 36 ปีมาร่วมทีมนั้นสามารถแก้ปัญหาแนวรับที่รั่วแบบสุดๆเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้หรือไม่ ซึ่งจุดนี้มองได้สองแง่

หนึ่งคือ แม้ว่าอายุจะปาเข้าไปถึง 36 ปีก็ตามแต่ผลงานโดยรวมในฤดูกาลที่แล้วกับ เปแอสเช ถือว่ายอดเยี่ยมหากย้อนดูสถิติต่างๆ การได้เจ้าตัวมาร่วมทีมอาจช่วยให้แข้งเกมรับของเชลซีที่อายุน้อยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเขา

สอง แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ซิลวา จะไม่สามารถช่วยให้เกมรับดีขึ้นมากนัก สิ่งที่เชลซีต่องทำคือทุ่มเงินเพื่อซื้อกองหลังดีๆคนใหม่เข้ามาเสริมทัพในตลาดรอบต่อไป เพียงเท่านั้น เดแคลน ไรซ์ อดีตเด็กปั้นของทีมและเป็นเพื่อนสนิทของ เมสัน เมาท์ คืออีกหนึ่งเป้าหมายที่เชลซีต้องการคว้ามาเสริมทัพให้ได้

สุดท้ายแม้ว่าจะทุ่มเงินมากมายมหาศาลแต่เสี่ยหมีเข้าใจดีว่านี้เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับทีม ไม่ใช่ว่าจะต้องประสบความสำเร็จแบบทันทีเหมือนที่ผ่านๆ มา แฟนบอล สิงห์บลูส์ รู้แบบนี้ก็คงรู้สึกได้ว่า โรมัน อบราโมวิช นั้นรักทีมแค่ไหน ต่อจากนี้ก็มาช่วยกันลุ้นกันเชียร์ทีมรักของเราให้กลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหนึ่ง


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com
บทความต้นฉบับ : bbc.com

แฟนสิงห์เตรียมเฮ! 'ไค ฮาแวร์ทซ์' ไม่เข้าตรวจร่างกายกับ 'เลเวอร์คูเซ่น'

แฟนสิงห์เตรียมเฮ! ‘ไค ฮาแวร์ทซ์’ ไม่เข้าตรวจร่างกายกับ ‘เลเวอร์คูเซ่น’

สื่อดังเยอรมัน เผย ‘ไค ฮาแวร์ทซ์’ ดาวโรจน์อนาคตไกล ของ ‘เลเวอร์คูเซ่น’ ไม่ได้เข้าเช็คความฟิตกับต้นสังกัด ท่ามกลางกระแสเตรียมย้ายซบ ‘เชลซี’


มหากาพย์ระหว่าง สิงโตน้ำเงินคราม และ ไค ฮาแวร์ทซ์ กำลังจะถึงจุดสิ้นสุด เมื่อล่าสุด บิลด์ สื่อชั้นนำของประเทศเยอรมัน ได้ออกมารายงฃานข่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ได้เรียกนักเตะเพื่อทดสอบความฟิตก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่ม แต่ไร้วี่แววของ ฮาแวร์ทซ์

แม้ก่อนหน้านี้ ไค ฮาแวร์ทซ์ จะเดินทางมายัง สำนักงานใหญ่ของสโมสรเมื่อวันที่ 28 และ 29 สิงหาคมที่ผ่านมาแต่นั่นเป็นการเข้าไปเพื่อตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำหรับการรับใช้ชาติเยอรมันที่จะลงแข่งขันในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในช่วงต้นเดือดกันยายนเพียงเท่านั้น

แม้ว่าจะตกเป็นข่าวมาอย่างยาวนาน แต่ทางเชลซีเองยังไม่ได้มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด แต่สื่อส่วนใหญ่คาดว่าทุกอย่างได้เสร็จสิ้นหมดแล้ว เหลือเพียงการยืนยันจากทั้งสโมสรเพียงเท่านั้น และเมื่อข่าวนี้หลุดออกมาก็สร้างความมั่นใจได้เป็นอย่างดีว่า ดีลนี้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว

อ่านเพิ่มเติม แฟนสิงห์เตรียมเฮ! ‘ไค ฮาแวร์ทซ์’ ไม่เข้าตรวจร่างกายกับ ‘เลเวอร์คูเซ่น’

แฟรงค์-แลมพาร์ด-เชลซี

แฟรงค์ แลมพาร์ด และ เชลซี ใน ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ (มีคลิป)

ฤดูกาลใหม่กำลังมาถึง เรามาดูการเสริมทัพเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและแก้ไขจุดบกพร่องในฤดูกาลที่แล้วของ แฟรงค์ แลมพาร์ด และ เชลซี กัน


ผ่านไปแล้ว 1 ปีสำหรับบทบาทการเป็นผู้จัดการทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของสโมสร โดยเจ้าตัว พา เชลซี จบอันดับ 4 ของตารางพร้อมคว้าตั๋วลุย แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

นอกจากนี้ ป๋าแฟรงค์ ยังพาเชลซีเข้าชิง เอฟเอ คัพ ได้อีกด้วย แม้ว่าจะพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ อาร์เซนอล ไปแบบดราม่าพอสมควร แต่เชื่อว่าแฟนบอลสิงห์บลู ส่วนใหญ่ค่อนข้างพอใจผลงานโดยรวมของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมาไม่มากก็น้อย

การไม่ได้เสริมนักเตะแม้แต่คนเดียวตลอดตลาดซื้อขายนักเตะทั้ง 2 รอบทั้งๆที่มีโอกาสทำให้ ซูเปอร์แฟรงค์ ต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อฝ่าฟันอุปสรรคมากมายกว่าจะจบฤดูกาลและเขาก็ทำได้ดีเกินคาด ถือเป็นบททดสอบที่ยอดเยี่ยมของ อดีตตำนานคนนี้

หลังจบฤดูกาล ด้วยความอึดอัดที่ไม่ได้นักเตะมาเสริมทีมแม้แต่รายเดียว ทำให้ ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ รอบนี้ พวกเขาใช้เงินอย่างคุ้มค่า เพื่อแก้ไขปัญหาของทีมและยกระดับให้เทียบเท่ากับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้

แข้งรายแรกที่เชลซีคว้ามาร่วมทีมก็สร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลเป็นอย่างมากเมื่อ เชลซี ไปดึง ฮาคิม ซีเย็ก ปีกฝีเท้าจัดจ้านและมีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมตลอดหลายฤดูกาลที่ค้าแข้งกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัวที่กำลังพอดีไม่ถูกและแพงเกินไป

บทความที่เกี่ยวข้อง : การสรางอาณาจักรของ สิงห์บลูส์

ต่อมา แลมพาร์ด จัดการปัญหาในแดนหน้าด้วยการคว้ายอดดาวยิงทีมชาติเยอรมันอย่าง ติโม แวร์เนอร์ มาแบบเหลือเชื่อ เพราะเจ้าตัวมีข่าวว่าจะย้ายไปร่วมทีม ลิเวอร์พูล อย่างแน่นอนจากการตกลงสัญญาใจกับ เยอร์เก้น คล็อปป์ แต่สุดท้ายเชลซีก็ทำเซอร์ไพร์สปาดหน้า หงส์แดง คว้าดาวซัลโวของ แอร์เบ ไลป์ซิก มาเป็นสมบัติของตนหน้าตาเฉย โดยดีลนี้ทั้ง ป๋าแลมพ์ และ เพตเตอร์ เช็ค ลงไปจัดการด้วยตัวเองเลยด้วย

สองดีลที่เกิดขึ้นเป็นการซื้อนักเตะที่อยู่ในระดับท็อปคลาสของวงการมาร่วมทีมและใช้จ่ายได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มันยังไม่จบเพียงเท่านั้น

ไค ฮาแวร์ทซ์ คือเป้าหมายรายต่อมาของทีม ดาวรุ่งพรวรรค์สูงรายนี้เป็นที่ต้องการของบรรดาทีมใหญ่ทั่วยุโรป แต่ เชลซี คือทีมเดียวในตอนนี้ที่สามารถจ่ายค่าตัวนักเตะรายนี้มาร่วมทีมได้ นี่เองทำให้ สิงห์บลูได้เปรียบสุดๆในดีลนี้และจนถึงปัจจุบัน แฟนบอลรอแค่เพียงการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสโมสรเท่านั้น

ส่วนดีลล่าสุดที่ยืนยันไปแบบสดๆ ร้อนๆ แข้งรายล่าสุด เบน ชีเวลล์ แบ็กซ้ายคนใหม่ของทีมที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยราคา 50 ล้านปอนด์พร้อมสัญญายาว 5 ปี จนถึงตอนนี้คงไม่ผิดอะไรหากจะบอกว่าแฟนๆทีมอื่นจะต้องออกอาการตาร้อนเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตาลดนักเตะรอบนี้ ส่วนแฟนบอลสิงห์บลูเองก็คงฟินกันเป็นแทบเมื่อเห็นสิ่งที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด และสโมสรกำลังทำอยู่ตอนนี้

 แม้จะซื้อแข้งใหม่มาแล้วถึง 3 คนแต่เม็ดเงินที่ใช้ไปถือว่าสมเหตุสมผลสุดๆหากเทียบกับราคานักเตะในตาด ณ ปัจจุบันนี้ ต้องของชื่นชม มาริน่า กรานอฟสกาย่า จากหัวใจ สาวแกร่งคนนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า โรมัน อบราโมวิช มองไม่ผิดที่เลือกเธอมาทำงานที่นี่

ต่อจากนี้มาติดตามดูกันครับว่า เชลซี จะมีการเสริมทัพเพิ่มเติมในตำแหน่งไหนอีกบ้าง รายชื่อนักเตะที่มีข่าวถือว่าเยอะมากและมีเข้ามาเรื่อยๆ แต่หลักๆที่เป็นข่าวและแฟนเชลซีอยากได้มาร่วมทีมก็มีอีกหลายรายทั้ง ไค ฮาแวร์ทซ์, ติอาโก้ ซิลวา, โฮเซ่ ฆิมิเนซ, เดแคลน ไรซ์, แยน โอบลัค, นิค โป๊ป และอีกหลายราย

ลองคิดเล่นๆดู หลังจากนี้หากได้นักเตะตามที่ตั้งเป้าไว้ทั้งหมด ฤดูกาลที่จะถึงคงสนุกแน่ๆ เชลซีอาจจะกลายเป็นหนึ่งในทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์รายการใดรายการหนึ่งก็ไม่แปลกนัก แต่อย่างไรก็ตามต้องรอรอว่า แลมพาร์ด จะปรับจูนบรรดาแข้งใหม่ให้เล่นด้วยกันได้อย่างเข้าขาหรือไม่

นักเตะจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้หรือไม่ หรือจะเป็นปัญหานักเตะบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ และมันก็ทำให้เห็นมาหลายต่อหลายครั้งแล้วแล้ว หากทีมที่จะเป็นแชมป์จริงๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้นคือ สิ่งจำเป็นต้องแก้ปัญหาหรือป้องกันแก้ไขให้ดีที่สุด

แน่นอนว่าการคว้ายอดนักเตะมาเสริมทัพ ย่อมส่งผลดีต่อทีม แต่บางครั้งมันก็เหมือนกับดาบสองคมเช่นกัน เพราะว่าความคาดหวังย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย เราอาจจะต้องให้เวลา ซูเปอร์แฟรงค์ และทีมงานได้ทำการปรับจูนรวมไปถึงระบบการเล่นของทีม เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ออกมาดีที่สุดให้ได้

ข่าวการซื้อขายนักเตะของเชลซียังไม่จบเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน ยังมีเวลาให้ช็อปปิ้งอีกเยอะแต่จะซื้อนักเตะที่ต้องการได้ทั้งหมดมาในตลาดนักเตะเพียงรอบเดียวนั้นค่อนข้างยาก ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นผมและแฟนเชลซีหลายคนๆ ยังเชื่อมั่นในสโมสรและ แฟรงค์ แลมพาร์ด อย่างสุดหัวใจว่าพวกเขาจะพาให้เชลซีกลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

คลิป 10 อันดับ การเล่นสุดตื่นตาตื่นใจของเชลซี ในฤดูกาล 2019/20


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ: chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com