คลังเก็บป้ายกำกับ: ไฮไลท์เมื่อคืน

ไฮไลท์เบิร์นลีย์-0-3-เชลซี

(ไฮไลท์เบิร์นลีย์ 0-3 เชลซี) ซีเย็ค ฟอร์มฮอตพาเชลซีบุกคว้าสามแต้มถึง เทิร์ฟ มัว

ลูกทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมหลังไล่ถล่มเบิร์นลีย์ไปแบบสบายๆ โดย ซีเย็ค ทำ 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ในเกมนี้ (ไฮไลท์เบิร์นลีย์ 0-3 เชลซี)


ไฮไลท์เบิร์นลีย์ 0-3 เชลซี ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ | การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 7 ของฤดูกาล เชลซี บุกไปถล่ม เบิร์นลีย์ 3-0 เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนนขึ้นมารั้งอันดับ 4 ชั่วคราว

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เบิร์นลีย์ 0-3 เชลซี

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
เบิร์นลีย์ :
เชลซี : ฮาคิม ซีเย็ค 0-1 (27′) // คูร์ท ซูม่า 0-2 (63′) // ติโม แวร์เนอร์ 0-3 (70′)

สนาม : เทิร์ฟ มัว
ผู้ตัดสิน : เดวิด คู๊ท

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เบิร์นลี่ย์ : นิค โป๊ป – แม็ทธิว โลว์ตัน, เควิน ลอง, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, ชาร์ลี เทย์เลอร์ – เดล สตีเฟ่นส์ (เจย์ โรดริเกซ น.46), แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, จอช บราวน์ฮิลล์, ดไวท์ แม็คนีล – แอชลี่ย์ บาร์นส์ (ร็อบบี้ เบรดี้ น.73), คริส วู้ด
ผู้จัดการทีม : ฌอน ไดช์

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เม้าน์ท, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ไค ฮาแวร์ตซ์ (จอร์จินโญ่ น.86) – ฮาคิม ซิเย็ค (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.73), ติโม แวร์เนอร์, แทมมี่ อับราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.77)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 5 – เจ้าบ้านได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ แอชลี่ย์ บาร์นส์ หลุดเดี่ยวไปดวลกับ เอดุอาร์ เมนดี้ แต่เจ้าตัวกระดกบอลข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 16 – ทีมเยือนได้โอกาสบ้าง เบน ชิลเวลล์ เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ แทมมี่ อบราฮัม ขึ้นโขกแต่ นิค โป๊ป ปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 27 (Goal) – เชลซี ได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากฮาคิม ซีเย็ค ที่ยิงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งเรียดยัดเสาแรกเข้าไป

นาทีที่ 45 – รีช เจมส์ เปิดบอลเรียดเข้าเขตโทษให้ ติโม แวร์เนอร์ ชาร์จแต่เบาเกินไปเข้ามือ นิค โป๊ป รับสบายๆ

จบครึ่งแรกเชลซีนำไปก่อน 1-0 ต้องกลับมาลุ้นต่อในครึ่งหลัง

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 52  – เมสัน เมาท์ ได็โอกาสซัดไกลนอกรอบเขตโทษแต่ นิค โป๊ป ยังป้องกันเอาไว้ได้

นาทีที่ 63 (Goal) – ทีเยือนมาหนีห่างเป็น 2-0 ครู์ท ซูม่า ขึ้นโขกลูกเตะมุมของ เมสัน เมาท์ เข้าประตูไปสุดสวย

นาทีที่ 70 (Goal) – สิงห์บลูส์ มาได้ประตูตอกฝาโลง ติโม แวร์เนอร์ รับบอลแบบถวายพานของ ฮาคิม ซีเย็ค ก่อนปั่นเสียบเสาสองเข้าไปเป็น 3-0

จบเกมเชลซีท็อปฟอร์มต่อเนื่อง บุกมาคว้าสามแต้มพร้อมขยับขึ้นอันดับ 4 ชั่วคราว


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์คราสโนดาร์-0-4-เชลซี

(ไฮไลท์คราสโนดาห์ 0-4 เชลซี) สิงห์ฟอร์มแจ่ม บุกขย้ำคู่แข่งคว้าชัยนัดแรก

สิงโตน้ำเงินคราม คว้าสามแต้มแรกได้สำเร็จหลังบุกไปเอาชนะยอดทีมจากรัสเซียไปอย่างขาดลอย ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม อี (ไฮไลท์คราสโนดาห์ 0-4 เชลซี)


ไฮไลท์คราสโนดาห์ 0-4 เชลซี ศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก | ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 ของกลุ่ม อี เชลซี บุกไปคว้าสามแต้มจาการยิงประตูของ 4 นักเตะ ได้แก่ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, ติโม แวร์เนอร์, ฮาคิม ซิเย็ค และ คริสเตียน พูลิซิช

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก คราสโนดาห์ 0-4 เชลซี

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า

รายชื่อผู้ทำประตู
คราสโนดาห์ :
เชลซี : คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย 0-1 (37′) // ติโม แวร์เนอร์ 0-2 (76′) // ฮาคิม ซิเย็ค 0-3 (79′) //
คริสเตียน พูลิซิช 0-4 (90′)

สนาม : สตาดิโอ เอฟเค คราสโนดาร์
ผู้ตัดสิน : อาลี ปาลาบิยิค (ตุรกี)

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

คราสโนดาร์ (4-2-3-1) : มัตเว ซาโฟนอฟ – อิกอร์ สโมลนิคอฟ, คาโย่, อเล็กซานเดอร์ มาร์ติโนวิช, เยฟเกนี่ เชอร์นอฟ – ตอนนี่ วิลเฮน่า, ยูริ กาซินสกี้ – คริสโตเฟอร์ โอลเซ่น (เอดูอาร์ สเพิร์ตสยาน น.82), ดานิล อุตกิ้น (ชาพี ซูเลย์มานอฟ น.74), คริสเตียน รามิเรซ – มาร์คุส เบิร์ก (ลีออน ซาบัว น.87)
ผู้จัดการทีม : มูรัด มูซาเยฟ

เชลซี (4-2-3-1) :  เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ (เอเมอร์ซอน น.81) – จอร์จินโญ่ (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.71), มาเตโอ โควาซิช (คริสเตียน พูลิซิช น.71) – ฮาคิม ซิเย็ค (แทมมี่ อบราฮัม น.80), ไค ฮาแวร์ตซ์, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (เมสัน เมาน์ท น.71) – ติโม แวร์เนอร์
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 13 – เชลซี มาได้ลูกจุดโทษ จากจังหวะที่ ติโม แวร์เนอร์ โดน คาโย่ สกัดล้มลงไปในกรอบเขตโทษ แต่ จอร์จินโญ่ ยิงจุดโทษไปชนเสา พลาดได้ประตูขึ้นนำไปแบบเหลือเชื่อ

นาทีที่ 20 – เจ้าบ้านได้ลุ้นบ้าง คริสเตียน รามิเรซ ได้สับไกลด้วยขวาแต่บอลเบาไป เอดูอาร์ เมนดี้ รับไว้ได้สบายๆ

นาทีที่ 29 – ฮาคิม ซีเย็ค ลากตัดเข้ากลางมาหน้าเขตโทษก่อนซัดด้วยซ้ายแต่บอลเบาไป มัตเว ซาโฟนอฟ รับไว้ได้

นาทีที่ 37 (Goal) – ไค ฮาแวร์ตซ์ จ่ายบอลสั้นให้ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ยิงด้วยขวาบอลพุ่งไปเสาสองแต่ มัตเว ซาโฟนอฟ นายทวารเจ้าบอลรับบอลพลาดเข้าประตูไป ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0

เชลซี ที่ดูดีกว่าทำประตูออกนำไปก่อน 1-0 กุมความได้เปรียบเล็กน้อยในครึ่งแรก

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 76 (Goal) – ทีมเยือนมาได้ลูกจุดโทษครั้งที่ 2 และคราวนี้เป็น ติโม แวร์เนอร์ รับหน้าทีในการสังหารไม่พลาดให้เชลซีหนีห่างเป็น 2-0

นาทีที่ 79 (Goal) – พูลิซิช  พาบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนส่งต่อให้ ติโม แวร์เนอร์ จ่ายให้ ฮาคิม ซีเย็ค แตะบอลก่อนซัดเข้าไปเป็น 3-0

นาทีที่ 90 (Goal) – ช่วงท้ายเกม สิงห์บลูส์ มาบวกเพิ่มได้อีก 1 ลูก จาก คริสเตียน พูลิซิช ซัดปิดท้ายให้เชลซีบุกมาชนะขาดลอย 4-0

จบเกมเชลซีบุกมาคว้าสามแต้มได้สำเร็จ ทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์แมนฯยูไนเต็ด-0-0-เชลซี

(ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี) สิงห์บลู เสมอสามนัดติด บุกไปแบ่งแต้ม ผีแดง

แนวรับเชลซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ เชลซี บุกไปแบ่งแต้มมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ (ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี)


ไฮไลท์แมนฯยู 0-0 เชลซี ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ | สิงโตน้ำเงินคราม เสมอกับคู่แข่งเป็นนัดที่ 3 รวมทุกรายการหลังบุกไปเสมอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนฯยู 0-0 เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :
เชลซี :

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า , วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (เมสัน กรีนวู้ด น.83) – ฆวน มาต้า (ปอล ป็อกบา น.58), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ (เอดินสัน คาวานี่ น.58) – มาร์คัส แรชฟอร์ด
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ –  ไค ฮาแวร์ทซ์ (เมัน เมาน์ท น.72), คริสเตียน พูลิซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.81) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อบราฮัม น.72)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 – โอกาสยิงหนแรกในเกมนี้ต้องรอถึงนาทีที่ 18 จากจังหวะที่ คริสเตียน พูลิซิช ที่ได้ยิงนอกกรอบแต่บอลไปติดบล็อคผู้เล่น เจ้าบ้าน

นาทีที่ 26 – ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ได้รับบอลมาจาก เบน ชิลเวลล์ ก่อนแทงทะลุช่องไปให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่เจ้าตัวกลับทำบอลหลุดเท้าพลาดโอกาสลุ้นทำประตูไปแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 29 – เอดูอาร์ เมนดี้ เกือบปล่อยไก่ จากจังหวะที่แนวรับเคาะบอลกันอยู่บอลมาถึงเจ้าตัวและพยายามจะส่งให้ ซูม่าที่ยืนรอในกรอบเขตโทษแต่เตะผิดเหลี่ยมทำให้บอลเกือบเข้าประตูตัวเอง

นาทีที่ 36 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตัดบอลได้ก่อนจ่ายทะลุช่องให้ มาคัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดด้วยขวา แต่ เมนดี้ ยืดขาป้องกันเอาไว้ได้ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ

เชลซี ครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าบ้านแต่โอกาสเข้าทำเป็นเจ้าถิ่นที่ดูดีกว่าจบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 58 –โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนผู้เล่นพร้อมกันถึงสองคน โดยส่ง เอดิสัน คาวานี่ ลงประเดิมสนามนัดแรก และ ปอล ป็อกบา ลงไปแทนที่ของ ฆวน มาต้า และ แดเนียล เจมส์

นาทีที่ 59 – เอดิสัน คาวานี่ ที่พึ่งลงมาโฉบมาสะกิดบอลด้วยปลายเท้าบอลพุ่งไปเข้าข้างตาข่ายแบบได้ลุ้น

นาทีที่ 90 – เจ้าบ้านเกือบมาได้ประตูชัยช่วงท้ายเกม มาคัส แรชฟอร์ด ได้ปั่นบอลเน้นๆ หน้ากรอบเขตโทษบอลโค้งเข้าประตู แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์เซฟ ป้องกันเอาไว้ได้แบบสุดยอด

จบเกมทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

ไฮไลท์บาร์ซ่า-1-3-เรอัล-มาดริด

(ไฮไลท์บาร์ซ่า 1-3 เรอัล มาดริด) ต่างดาว พังคาบ้าน โดน ราชัน บุกอัดถึงถิ่น

ศึก เอล กลาซิโก้ หนแรกในฤดูกาลนี้ ราชันชุดขาว คืนฟอร์มบุกไปยัดเยียดความปราชัยให้กับ เจ้าบุญทุ่ม ถึงถิ่นคว้าสามแต้มไปครองได้สำเร็จ (ไฮไลท์บาร์ซ่า 1-3 เรอัล มาดริด)


ไฮไลท์บาร์ซ่า 1-3 เรอัล มาดริด ศึกลาลีกา สเปน | บาร์เซโลน่า ของ โรนัลด์ คูมัน พ่ายแพ้ให้กับ เรอัล มาดริด คาบ้าน ช่วยให้ทีมเยือนบุกมาคว้าสามแต้มสำคัญออกไปจากถิ่น คัมป์ นู

ไฮไลท์บอล ลาลีกา สเปน บาร์ซ่า 1-3 เรอัล มาดริด

รายชื่อผู้ทำประตู
บาร์เซโลน่า : อันซู ฟาติ 9′
เรอัล มาดริด : เฟเดริโก บัลเบร์เด้ 5′ // เซร์คิโอ รามอส 62′ (จุดโทษ) // ลูก้า โมดริช 90′

สนาม : คัมป์ นู
ผู้ตัดสิน :

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า (4-2-3-1) : เนโต้ – เซร์จินโญ่ เดสต์, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา (มาร์ติน ไบร์ธเวท น.82)  – เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (ทรินเกา น.82) – อันซู ฟาติ (อองตวน กรีซมันน์ น.82), ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เปดรี้ (อุสมาน เดมเบเล่ น.82) – ลิโอเนล เมสซี่
ผู้จัดการทีม : โรนัลด์ คูมัน

เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – นาโช่ (ลูคัส วาซเกวซ น.43), ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็อง เมนดี้ – โทนี่ โครส, คาเซมีโร่, เฟเดริโก บัลเบร์เด้ (ลูก้า โมดริช น.69) – วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า, มาร์โก อาเซนซิโอ (โรดรีโก น.81)
ผู้จัดการทีม : ซีเนดิน ซีดาน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 5 (Goal) – เรอัล มาดริด ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว คาริม เบนเซม่า จ่ายบอลให้ เฟเดริโก บัลเบร์เด้ หลุดเข้าไปซัดบอลผ่านมือ เนโต้ เข้าประตูไป ทีมเยือนออกนำ 1-0

นาทีที่ 9 (Goal) – เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็ว จอร์ดี้ อัลบา เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ ให้ อันซู ฟาติ ที่ยืนคนเดียวแปลบอลเข้าไปง่ายๆ ตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 36 (Goal) – ราชันชุดขาว ได้เล่นโต้กลับ คาริม เบนเซม่า ได้ยิงบริเวณเส้นกรอบเขตโทษแต่แนวรับเจ้าถิ่นยังตามมาบล็อคเอาไว้ได้

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันไปในครึ่งแรก 1-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 62 (Goal) – ทีมเยือนมาได้ลูกจุดโทษหลังจากที่ ล็องเล่ต์ ไปทำฟาวล์ รามอส ก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นมายิงเองให้ทีมเยือนหนีเป็น 2-1

นาทีที่ 70 (Goal) – จังหวะชุลมันหน้าประตู รามอส เคลียร์บอลไปโดน วาราน ผู้เล่น บาซ่าร์ ฟ้องจะเอาลูกแฮนด์บอลแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร

นาทีที่ 90 (Goal) – ทีมเยือนมาได้ประตูตอกฝาโลง โรดรีโก้ จ่ายบอลให้ ลูก้า โมดริช ยิงเข้าไปแบบเหนือชั้นทิ้งห่างเป็น 3-1

จบเกมทีมเยือนบุกมาคว้าสามแต้มได้สำเร็จด้วยการบุกมาชนะ 3-1


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์เชลซี-0-0-เซบีย่า

(ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า) สิงห์แลมพ์ประเดิมกร่อย เปิดบ้านเจ๊าจืด เซบีย่า

สิงโตน้ำเงินคราม ประเดิมสนามในศึก ชปล. ได้ไม่ดีนัก หลังทำได้เพียงแค่เสมอกับทีมเยือนจากสเปนไปแบบไร้สกอร์ (ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า)


ไฮไลท์เชลซี 0-0 เซบีย่า ศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก | เชลซี ประเดิมคว้าได้เพียงแต้มเดียวจากการลงสนามนัดแรกในศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก โดยเสมอกับยอดทีมแกร่งจากสเปนไปแบบจืดชืด

ไฮไลท์บอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เชลซี 0-0 เซบีย่า

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี :
เซบีย่า :

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เดวิด แมสซา

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (มาเตโอ โควาซิช น.65) – เมสัน เมาน์ท (ฮาคิม ซิเยค น.62), ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช (คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย  น.91) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อับราฮัม น.91)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, เซร์จี้ โกเมซ (โจน จอร์ดาน น.33), ดีเอโก้ คาร์ลอส, มาร์กอส อากุนญ่า – อิวาน ราคิติช (ฟรังโก้ วาซเกซ น. 80), แฟร์นานโด, เนมานย่า กูเดลจ์ – ลูคัส โอคัมโปส, ลุค เดอ ยอง (ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ น. 80), ซูโซ่ (โอลิเวอร์ ตอร์เรส  น. 58)
ผู้จัดการทีม : จูเลน โลเปเตกี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 5 – เชลซีได้ทักทายก่อน รีซ เจมส์ เปิดบอลเข้าไปให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ยิงไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน

นาทีที่ 18 – ทีมเยือนเกือบขึ้นนำจากจังหวะที่ ซูโซ่ เปิดบอลไปเสาไกลให้ มานย่า กูเดลจ์ โขกบอลไปแฉลบ คูร์ท ซูม่า เกือบเข้าประตู แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ยังควักลูกออกมาได้ทัน

นาทีที่ 43 – มาร์กอส อากุนญ่า พาบอลหนี คริสเตียน พูลิซิช ก่อนเปิดไปเสาไกลให้ ซูโซ่ ขึ้นโขกแต่บอลหลุดออกไปแบบหวาดเสียว

ทีมเยือนได้ลุ้นประตูก่อนหมดเวลาแต่ เมนดี้ สามารถป้องกันไว้ได้จบครึ่งแรกเสมอกันไป 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 47 – เจ้าบ้านได้ลูกเตะมุม เบน ชิลเวลล์ เปิดไปให้ ซูม่า ขึ้นโขกแต่บอลไปตรงตัว ยัสซีน บูนู พลาดได้ประตูขึ้นนำ

นาทีที่ 55 – ติโม แวร์เนอร์ ได้ปั่นบอลบริเวณ แต่ไม่ผ่านมือนายทวารทีมเยือน

นาทีที่ 58 – ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลให้ รีซ เจมส์ ตักบอลไปให้ ชิลเวลล์ ขึ้นโหม่งแต่ไปตัวตัว ยัสซีน บูนู รับไวได้

นาทีที่ 68 – ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นอีกครั้งอิวาน ราคิติช เปิดลูกเตะมุมเข้าไปให้  โจน จอร์ดาน ยิงตามน้ำบอลเหินข้ามคานออกไป

ช่วงท้ายเกมค่อนข้างอึดอัดและทำอะไรกันไม่ได้จบเกมเสมอกันไป 0-0


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์เชลซี-4-0-พาเลซ

(ไฮไลท์เชลซี 4-0 คริสตัล พาเลซ) สิงห์บลูส์ ฟอร์มดุเปิดบ้านไล่ถลุง พาเลซ กระจุย

สิงโตน้ำเงินคราม กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้งหลังเปิดบ้านเอาชนะ ปราสาทเรือนแก้ว ขาดลอย 4-0 โดยมารัวยิงครึ่งหลังทั้ง หมด (ไฮไลท์เชลซี 4-0 คริสตัล พาเลซ)


ไฮไลท์เชลซี 4-0 คริสตัล พาเลซ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ | เบน ชิลเวลล์ ลงประเดิมเป็นตัวจริงครั้งแรกในฤดูกาลนี้แถมโชวฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทำ 1 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์ ช่วยให้เชลซีคว้า 3 แต้มมาครองและขึ้นมารั้งอันดับ 4 ชั่วคราว

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี 4-0 คริสตัล พาเลซ

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี : เบน ชิลเวลล์ 50′ // เคิร์ท ซูม่า 66′ // จอร์จินโญ่ 76′, 82′

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เคิร์ท ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, เบน ชิลเวลล์ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (มัตเตโอ โควาซิช น.83), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย (คริสเตียน พูลิซิช น.83), ไค ฮาแวร์ทซ์, ติโม แวร์เนอร์ – แทมมี่ อบราฮัม
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ ไกวต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้, มามาดู ซาโก้, ไทริค มิตเชลล์ – แอนดรอส ทาวน์เซนด์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่ (ลูก้า มิลิโวเยวิช น.67), เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เอเซ่ – จอร์แดน อายิว, วิลฟรีด ซาฮา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ศึก พรีเมียร์ลีก นัดที่ 4 ของฤดูกาล เชลซีเปิดบ้านรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ โดยเจ้าบ้านพึ่งโดน สเปอร์ส เขี่ยตกรอบคาราบาวคัพไปเมื่อกลางสัปดาห์ ส่วนพาเลซที่ฟอร์มดีในช่วง 2 นัดแรกแต่มานัดที่แล้วต้องพ่ายแพ้ให้กับ เอฟเวอร์ตัน ที่ฟอร์มร้อนแรงสุดๆ ในขณะนี้

เกมนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ส่งผู้เล่นใหม่ลงสนามถึง 5 คนขาดเพียง ฮาคิม ซีเย็ค ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บ ส่วน คริสเตียน พูลิซิช กลับมามีชื่นบนม้านั่งสำรองหลังบาดเจ็บไปนาน

ด้านทีมเยือนของ รอย ฮ็อดจ์สัน ส่งผู้เล่นตัวจริงลงสนามพร้อมหน้าเกมรุกนำโดย แอนดรอส ทาวน์เซนด์, จอร์แดน อายิว และ วิลฟรีด ซาฮา

ครึ่งแรก
นาทีที่ 14 – เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ได้ซัดบริเวณหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 19 ไค ฮาแวร์ทซ์ ลากบอลมาคนเดียวจากแดนของตัวเองก่อนจ่ายออกซ้ายให้ ติโม แวร์เนอร์ ปั่นบอลแต่นำหนักและทิศทางยังไม่ดีพอทำให้ บิเซนเต้ ไกวต้า คว้าเอาไว้ได้สบายๆ

นาทีที่ 42แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เปิดบอลให้ มามาดู ซาโก้ ขึ้นโขกแต่บอลหลุดกรอบออกไป

แม้จะครองบอลบุกเข้าใส่มากกว่าแต่ เชลซี ยังเจาะตาข่ายไม่ได้ทำให้จบครึ่งแรกไปแบบไร้สกอร์ 0-0

ครึ่งหลัง
นาทีที่ 50 (Goal) –
จากจังหวะขลุกขลิกหน้าประตู ชีกู กูยาเต้ สกัดบอลไม่ขาดเด้งมาเข้าทาง เบน ชิลเวลล์ วิ่งเข้ามาอัดด้วยซ้ายเต็มข้อ เชลซี ออกนำ 1-0

นาทีที่ 66 (Goal) – เบน ชิลเวลล์ รับบอลจากทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนครอสเข้าไปให้ เคิร์ท ซูม่า ขึ้นโขกบอลลอยข้ามมือนายทวารทีมเยือนเข้าประตูไปเป็น 2-0

นาทีที่ 76 (Goal) – ไทริค มิตเชลล์ ไปสกัดขา แทมมี่ อบราฮัม ล้มลงในกรอบเขตโทษผู้ตัดชี้เป่าฟาวล์ทันทีและเป็น จอร์จินโญ่ สังหารเข้าไปหนีห่างเป็น 3-0

นาทีที่ 82 (Goal) – สิงห์บลูส์ มาได้จุดโทษลูกที่ 2 จากจังหวะที่ มามาดู ซาโก้ ไปทำฟาวล์ ไค ฮาแวร์ทซ์ และเป็น จอร์จินโญ่ คนเดิมยิงปิดท้ายให้เชลซีเอาชนะไปได้ 4-0

เชลซีขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ชั่วคราวเก็บได้ 7 คะแนนจากการลงเล่น 4 นัด


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์สเปอร์ส-1-1-เชลซี

(ไฮไลท์สเปอร์ส 1-1 เชลซี) ไก่เดือยทอง เขี่ย สิงห์บลูส์ กระเด็นตกรอบคาราบาวคัพ

เชลซี ต้องมาจอดป้ายเพียงแค่รอบ 4 ของศึก คาราบาวคัพ จากการพ่ายแพ้การดวลจุดโทษหลังทั้งสองทีมเสมอกันในช่วง 90 นาที (ไฮไลท์สเปอร์ส 1-1 เชลซี)


ไฮไลท์สเปอร์ส 1-1 เชลซี (5-4) ศึกฟุตบอลคาราบาวคัพ รอบ 4 | ติโม แวร์เนอร์ ประเดิมลูกแรกอย่างเป็นทางการให้กับทีมได้สำเร็จหลังย้ายมาจาก แอร์แบ ไลป์ซิก อย่างไรก็ตาม สิงโตน้ำเงินคราม ต้องมาตกรอบจากการพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษกับ สเปอร์ส ในท้ายที่สุด

ไฮไลท์บอลคาราบาวคัพ รอบ 4 สเปอร์ส 1(5) – 1(4) เชลซี

รายชื่อผู้ทำประตู
สเปอร์ส : เอริค ลาเมล่า 84′
เชลซี : ติโม แวร์เนอร์ 19′

ผลการดวลจุดโทษ
สเปอร์ : เอริก ดายเออร์ : เข้า // เอริค ลาเมล่า : เข้า // ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก : เข้า // ลูคัส มูร่า : เข้า //แฮร์รี่ เคน : เข้า
เชลซี : แทมมี่ อับราฮัม : เข้า // เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า : เข้า // เจอร์จินโญ่ : เข้า // เอเมอร์สัน : เข้า // เมสัน เมาน์ท : ไม่เข้า

สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (3-5-2) : อูโก้ โยริส – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, เอริก ดายเออร์, จาเฟต ทานกานก้า (แฮร์รี่ เคน น.70), แซร์ช โอริเย่ร์ ,ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่, เจดสัน แฟร์นันด์ส (ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก น.63), มุสซ่า ซิสโซโก้, เซร์คิโอ เรกีลอน- สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ (ลูคัส มูร่า น.76), เอริค ลาเมล่า
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

เชลซี (4-2-3-1) : เอดูอาร์ด เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ฟิคาโย่ โทโมรี่, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์ (เอเมอร์สัน น.66), – มาเตโอ โควาซิช (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.70), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท, ติโม แวร์เนอร์ – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อับราฮัม น.76)
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส พึ่งโดน นิวคาสเซิ่ล บุกมาแบ่งแต้มไปแบบน่าเจ็บปวดในเกม พรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ เชลซี พึ่งโกงความตายได้สำเร็จ หลังโดน เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน ทิ้งห่าง 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรกก่อนกลับมาตีเสมอ 3-3 ได้อย่างเหลือ

โชเซ่ มูรินโญ่ จัดทัพโดยใช้ระบบ 3-5-2 โดยส่งผู้เล่นสำรองลงสนามหลายราย แข้งใหม่อย่าง เซร์คิโอ เรกีลอน ลงตัวจริงในเกมนี้ และเกมรุกใช้ เอริค ลาเมล่า จับคู่กับ สตีเฟ่น เบิร์กไวน์

แฟรงค์ แลมพาร์ด มาในระบบ 4-2-3-1 โดยผู้รักษาประตูสีส่ง เอดูอาร์ด เมนดี้ ลงเป็นตัวจริงเกมแรก เช่นเดียวกับ เบน ชีลเวลล์ ในขณะที่สามประสานในแดนหน้าใช้ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาน์ท และ ติโม แวร์เนอร์ ลงล่าตาข่าย

ครึ่งแรก
นาทีที่ 15 – ทีมเยือนได้โอกาสยิงครั้งแรกจากการสับไกลกว่า 30 หลาของ เมสัน เมาท์น แต่บอลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 17 เชลซีเกือบออกนำอีกครั้ง จาเฟต ทานกานก้า สกัดบอลไม่ดีเข้าทาง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ตัดหน้า เรกีลอน แต่ยิงไปตรงตัว อูโก้ โยริส

นาทีที่ 19 (Goal) – ทีมเยือนขึ้นนำได้สำเร็จ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เปิดบอลมาให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนยิงเข้าไปให้เชลซีออกนำ 1-0

จบครึ่งแรกทีมเยือนที่ดูดีกว่าเจ้าบ้านและออกนำไปก่อน 1-0

ครึ่งหลัง
นาทีที่ 49เซร์คิโอ เรกีลอน สอดขึ้นมาซัดลูกเปิดของ แซร์ช โอริเย่ร์ แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ปัดปลายมือเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 77คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย รับบอลมาจาก จอร์จินโญ่ ก่อนตัดเข้าขวาแต่ยิงข้ามคานออกไป

นาทีที่ 80แฮร์รี่ เคน หลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนล็อกหลบ ฟิกาโย่ โทโมรี่ ซัดเฉี่ยวคานออกหลังไป

นาทีที่ 84 (Goal) – เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอได้สำเร็จ เซร์คิโอ เรกีลอน ที่เล่นได้โดดเด่นในครึ่งหลัง เปิดบอลมาให้ เอริค ลาเมล่า แปลบอลเข้าไปง่ายๆ ตีเสมอเป็น 1-1

จบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์เชลซี-6-0-บาร์นสลีย์

(เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์) ฮาแวร์ทซ์มาแว้ว! สิงห์บลูส์ เดินหน้าไลฆ่า บาร์นสลีย์

หลังแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล มา ล่าสุด เชลซี เรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้งหลังเปิดบ้านไล่ถล่มคู่แข่งจากลีกรองแบบขาดลอย เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์


ไฮไลท์บอล คาราบาวคัพ รอบ 3 เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์ | ไค ฮาแวร์ทซ์ กลับมาโชว์ฟอร์มเทพอีกครั้งหลัง ยิงประตูแรกในสีเสื้อเชลซีพร้อมกดแฮตทริคครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งในเกมเปิดบ้านเอาชนะคู่แข่งจาก แชมป์เปี้ยนชิพ เรียกความมั่นใจคืนมา

ไฮไลท์บอล คาราบาวคัพ รอบ 3 เชลซี ชนะ บาร์นสลีย์

รายชื่อผู้ทำประตู

เชลซี : แทมมี่ อบราฮัม 19′ // ไค ฮาแวร์ทซ์ 28′ 55′ 65′ // รอสส์ บาร์คลี่ย์ 49′ // โอลิวิเย่ร์ ชิรูด 83′

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-3-3): วิลลี่ กาบาเยโร่,เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,ฟิคาโย่ โทโมรี่,ติอาโก้ ซิลวา (เคิร์ต ซูม่า น.61),เอเมอร์สัน,รอสส์ บาร์คลี่ย์,มาเตโอ โควาซิซ,เมสัน เมาน์ท,ไค ฮาแวร์ทซ์ (เบน ชิลเวลล์ น.66),แทมมี่ อบราฮัม (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด น.72),คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย

ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

บาร์นสลี่ย์ (4-3-3): แบรดลีย์ คอลลินส์,คิเลียน ลูเดวิค,มิชาเอล โซลเบาเออร์,อาโป ฮัลเม่,จอร์แดน วิลเลี่ยมส์,มาร์แซล ริตซ์ไมเออร์ (คล๊าร์ค โอดออร์ น.57),อเล็กซ์ โมวัตต์,คัลลัม สไตลส์,โดมินิก เฟรเซอร์ (คอเนอร์ แชปลิน น.58),พาทริค ชมิดท์,คอลลีย์ วูดโรว์ (ลุค โธมัส น.46)

ผู้จัดการทีม : เกอร์ฮาร์ด สตรูเบอร์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เชลซี ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ส่งผู้เล่นชุดผสมผสานลงสนามโดย ผู้รักษาประตูเป็น วิลลี่ กาบาเยโร่ เกมรับใช้ ติอาโก้ ซิลวา ลงสนามนัดแรกยืนคู่กับ ฟิคาโย่ โทโมรี่ เกมรุกใช้ ไค ฮาแวร์ทซ์ คอยปั้นเกมโดยมี รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ มาเตโอ โควาซิซ คอยสนับสนุน

สามประสานแดนหน้าใช้ แทมมี่ อบราฮัม โดยมี เมสัน เมาน์ท กับ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ขนาบด้านข้าง

ทีมเยือนที่ผลงานในลีกค่อนข้างแย่หลังแพ้มาสองนัดติดมี โดมินิก เฟรเซอร์ เป็นตัวความหวังของทีม

ครึ่งแรก

นาทีที่ 18 – แทมมี่ อบราฮัม ใช้ความขยันลงไปล้วงบอลก่อนจ่ายต่อให้ เมสัน เมาท์น แทงต่อให้ ฮาแวร์ทซ์ หลุดไปยิงแต่เบาเกินไป ผู้รักษาประตูรับไว้ได้

นาทีที่ 19 (Goal) – เชลซีได้ประตูออกนำ 1-0 จากความผิดพลาดของแนวรับทีมเยือนที่โดน แทมมี่ อบราฮีม ฉกบอลได้ก่อนดวลกับ แบรดลีย์ คอลลินส์ และยิงเข้าไปง่ายๆ

นาทีที่ 29 (Goal) – เมสัน เมาท์น จ่ายบอลเข้ากลางให้ อบราฮัม กระโดดหลบทำให้บอลหลุดไปถึง ฮาแวร์ทซ์ ได้ยิงจ่อๆเข้าไปหนีห่างเป็น 2-0

จบครึ่งแรกแม้จะมีหลายครั้งที่ผิดพลาดแต่โดยรวมแล้วเชลซียังดีกว่าและออกนำไปก่อน 2-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 – ไค ฮาแวร์ทซ์  สไลด์แย่งบอลมาจาก อเล็กซ์ โมวัตต์ บอลหลุดมาถึง รอสส์ บาร์คลีย์ ก่อนซัดเข้าไปเน้นๆ เชลซีทำห่าง 3-0

นาทีที่ 53 (Goal) – มาเตโอ โควาซิซ ฉกบอลมาจาก จอร์แดน วิลเลี่ยมส์ ก่อนเปิดให้ แทมมี่ อบราฮัม ตอกส้นให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ วิ่งมายิงลูกที่สองหนีห่างเป็น 4-0 

นาทีที่ 65 (Goal) – อบราฮัม ที่ได้บอลมาจาก เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จ่ายให้ ฮาแวร์ทซ์ หลุดเดี่ยวก่อนแตะบอลลอดขาผู้รักษาประตู ก่อนยิงเข้าไปโล่งเป็นแฮตทริคแรกในชีวิตค้าแข้งของเจ้าตัว

นาทีที่ 83 (Goal) – เจ้าบ้านมาได้ประตูปิดท้ายจ่าย เบน ชิลเวลล์ ที่โยนบอลมาให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด ทิ้งตัวโหม่งเข้าไปเป็น 6-0

จบเกมเชลซีคืนฟอร์มเก่งไลถล่มบาร์นสลีย์ขาดลอย 6-0


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์วูล์ฟส์-1-3-แมนฯซิตี้

(วูล์ฟส์ 1-3 แมนฯซิตี้) เดอ บรอยน์ เดอะแบก! เรือใบสีฟ้า บุกขยี้ หมาป่า คารัง

เรือใบสีฟ้า ได้ เดอ บรอยน์ เป็นเดอะ แบก ก่อนโชว์ฟอร์มได้สมราคาเต็งแชมป์หลังบุกไปล้างแค้น เอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน ได้ถึงถิ่น (วูล์ฟส์ 1-3 แมนฯซิตี้)


ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วูล์ฟส์ 1-3 แมนฯซิตี้ | เควิน เดอ บรอยน์ โชว์ฟอร์มเทพเหมาคนเดียว 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ พา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปคว้าสามแต้มในเกมนัดแรกของพวกเขาได้สำเร็จ

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วูล์ฟส์ แพ้ แมนฯซิตี้

รายชื่อผู้ทำประตู

วูล์ฟ : 0-1 ซาดิโอ มาเน่ 23′ // 0-2 ซาดิโอ มาเน่ 56′

แมนฯ ซิตี้ : 0-1 ซาดิโอ มาเน่ 23′ // 0-2 ซาดิโอ มาเน่ 56′

สนาม : โมลินิวซ์ กราวนด์

ฺผู้ตัดสิน : อังเดร มาริเนอร์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – อดาม่า ตราโอเร่, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่ (เลอันโดร เดนด็องเกอร์ น.78), แฟร์นานโด มาร์ชาล (รูเบน วินาเกร น.8) – ดาเนียล โปเดนเซ่, ราอูล ฮิเมเนซ, เปรโด เนโต้ (ฟาบิโอ ซิลวา น.78)

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต

แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นาธาน อาเก้, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – แฟร์นานดินโญ่, โรดรี้ เอร์นานเดซ – ฟิล โฟเด้น, เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง (เฟร์ราน ตอร์เรส น.81) – กาเบรียล เชซุส

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ลูกทีมของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ในนัดเปิดฤดูกาลด้วยการบุกไปคว้า 3 แต้มจาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด มาได้ด้วยสกอร์ 2-0 โดยนัดนี้ส่ง ราอูล ฮิเมเนซ เป็นหน้าเป้า

ด้านทีมเยือนลงเล่นนัดนี้เป็นนัดแรกของฤดูกาลหลังจากที่ได้ลงแข่งขันศึก ชปล. ทำให้ได้พักยาวกว่าทีมอื่น โดย เป็ป ส่ง กาเบรียล เชซุส ลงล่าตาข่ายในเกมนี้

ครึ่งแรก

นาทีที่ 2 – สเตอร์ลิง โดน คอร์เนอร์ เคาดี้ พุ่งเสียบในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมองว่า เป็นการพุ่งล้มของปีกทีมชาติอังกฤษ

นาทีที่ 8 – นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ส่ง รูเบน วินาเกร ลงมาแทน แฟร์นานโด มาร์ชาล ที่บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

นาทีที่ 10 – ทีมเยือนได้ลุ้นประตูครั้งแรกจากลูกฟรีคิก เควิน เดอ บรอยน์ ปั่นฟรีคิกกำลังจะเข้าไปประตูแต่ รุย ปาตริซิโอ เซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 19 (Goal) – แมนฯ ซิตี้ ออกนำจากการยิงจุดโทษของ เดอ บรอยน์ 

นาทีที่ 32 (Goal) – ทีมเยือนมาหนีห่างเป็น 2-0 ราฮีม สเตอร์ลิง ที่ได้บอลจาก เดอ บรอยน์ ก่อนปาดให้ ฟิล โฟเด้น แปลบอลเข้าประตูไป

จบครึ่งแรกทีมเยือนหนีห่าง 2-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 78 (Goal) – เจ้าบ้านมาตีไข่แตกได้สำเร็จ ดาเนียล โปเดนเซ่ หยอดบอลให้ ราอูล ฮิเมเนซ โขกเปลี่ยนทางไล่มาเป็น 1-2 

นาทีที่ 90+5 (Goal) – เรือใบสีฟ้า มาได้ประตูปิดท้าย กาเบรียล เชซุส ได้บอลจาก เดอ บรอยน์ ก่อนยิงไปแฉลบ เคาดี้ เข้าประตูไป

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเก็บสามแต้มด้วยสกอร์ 3-1


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th

ไฮไลท์บอล-พรีเมียร์ลีก-อังกฤษ-เชลซี-0-2-ลิเวอร์พูล

สิงห์บลูส์ท็อปฟอร์ม! หงส์แดง ลุ้นเหนื่อยก่อนคว้าสามแต้ม (เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล)

สิงโตน้ำเงินคราม ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเหมือนนัดเปิดสนามหลังพยายามต้านทีมเยือนอยู่นานก่อนโดนใบแดงและพ่ายไปในที่สุด (เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล)


ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล | แฟรงค์ แลมพาร์ด คุมเชลซีแพ้ให้กับลิเวอร์พูลในศึก พรีเมียร์ลีก เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน แถมรูปเกมสู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง โดยเจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คนในช่วงท้ายครึ่งแรก และ จอร์จินโญ่ พลาดจุดโทษเสียสถิติ 100% ในเกมนี้

ไฮไลท์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี แพ้ ลิเวอร์พูล

รายชื่อผู้ทำประตู

ลิเวอร์พูล : 0-1 ซาดิโอ มาเน่ 50′ // 0-2 ซาดิโอ มาเน่ 54′

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

ฺผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี  (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์,  อันเดรียส คริสเตนเซ่น (ใบแดง น.45), เคิร์ต ซูม่า, มาร์กอส อลอนโซ่ – จอร์จินโญ่ (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.79), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช (แทมมี่ อบราฮัม น.79) – ไค ฮาแวร์ตซ์ (ฟิคาโย่ โทโมรี่ น.46), ติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาท์

ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์-เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ , ฟาบินโญ่, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน- นาบี เกอิต้า (เจมส์ มิลเนอร์ น.64), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ติอาโก้ อัลกันตาร่า น.46), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม- โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่(ทาคูมิ มินามิโนะ น.86),ซาดิโอ มาเน่

ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เชลซี ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังไม่สามารถส่งผู้เล่นหน้าใหม่ลงสนามแบบฟูลทีมได้มีเพียงแค่ ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ตซ์ เท่านั้นที่ฟิตพร้อมลงสนาม ส่วนแข้งใหม่ที่เหลือรวมไปถึง คริสเตียน พูลิซิช ยังต้องรอเรียกความฟิตต่อไป

เกมนี้ แลมพาร์ด ใช้ระบบ 4-3-3 โดยให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ยืนเป็น False 9 และให้ ติโมแวร์เนอร์ กับ เมสัน เมาท์ ยืนขนาบ 2 ข้าง

แดนกลางได้ โควาซิช ที่พ้นโทษแบนกลับมายืนคู่กับ ก็องเต้่ ส่วนแนวรุก ใช้ เมาท์ ยืนคู่กับ ฮาแวร์ทซ์ และส่งศูนย์หน้าคู่อย่าง แวร์เนอร์ และ อับราฮัม ลงล่าตาข่ายทีมเยือน

เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บสามารถส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามได้ครบครัน ซึ่งผู้เล่นชุดหลักที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอจะได้ลงเหมือนเดิมครบทุกตำแหน่ง นำโดยสามประสานแนวรุกอย่าง ซาลาห์, ฟีร์มิโน่ และ มาเน่

ส่วนผู้เล่นใหม่ อย่าง ติอาโก้ อัลคันทารา มีชื่อเป็นสำรองในเกมนี้

ครึ่งแรก

นาทีที่ 14 – ทีมเยือนเกือบออกนำไปก่อน ซาลาห์ ที่มาถึงบอลก่อน เกป้า ทางฝั่งซ้ายของกรอบเขตโทษก่อนเปิดเข้ากลางให้ ฟีร์มิโน่ ยิงไปติดบล็อก คริสเตนเซ่น

นาทีที่ 19 – ซาลาห์ ยิงไปติดบล็อกผู้เล่น เชลซี ก่อนโดนโต้กลับแต่จังหวะสุดท้าย แวร์เนอร์ จะโดนแนวรับทีมเยือนมาสกัดไว้ได้

นาทีที่ 34 – ซาลาห์ จ่ายบอลยัดเข้ากลางประตูแต่ ฟีร์มิโน่ ชาร์จไม่โดนทำให้บอลผ่านหน้าปากประตูไปแบบหวาดเสียว

นาทีที่ 38 – ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบอลทางฝั่งขวาก่อนจ่ายให้ แวร์เนอร์ ยิงโล่งๆแต่โดนเหลี่ยมไม่ดีบอลออกหลังอย่างเหลือเชื่อ ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าเป็นลูกล้ำหน้าของ ไค ไปก่อนแล้ว

ท้ายครึ่งแรก คริสเตนเซ่น มาโดนใบแดงทำให้ เชลซี เหลือผู้เล่นแค่สิบคนจบครึ่งแรกทีมเยือนดูดีกว่าเจ้าบ้านอยู่มากแต่สกอร์ยัง 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 (Goal) – จากความได้เปรียบของตัวผู้เล่นทำให้ครึ่งหลัง ลิวเอร์พูล เดินหน้าบุกและได้ประตูออกนำไปก่อนจากลูกโหม่งของ ซาดิโอ มาเน่

นาทีที่ 54 (Goal) – หงส์แดง มาหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะความผิดพลาดของ เกป้า ที่พยายามจ่ายบอลสั้นแต่โดน มาเน่ วิ่งมาโฉบตัดบอลก่อนยิงจ่อๆ เข้าไปแบบง่ายๆ

นาทีที่ 73 – ติโม แวร์เนอร์ เรียกจุดโทษให้ เชลซี ได้อีกครั้งจาการโดน ติอาโก้ ทำฟาวล์แต่ จอร์จินโญ่ ยิงไม่เข้าทำให้สกอร์ยังเป็น 0-2

เวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มจบเกม เชลซี พ่ายคาบ้านให้กับ ลิเวอร์พูล 0-2 มีเพียง 3 คะแนนจากการเล่น 2 นัด


ไม่ว่าจะเป็น แฟนบอลเชลซี หรือ สาวกทีมใดก็ตาม ติดตามรับชม ไฮไลท์บอล ข่าวฟุตบอล การวิเคราะห์บอล รวมไปถึงบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่: https://chelsea-th.com/

เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: https://www.chelseafc.com/th