คลังเก็บป้ายกำกับ: Chelsea Insight

เชลซี 3-1 ลีดส์

บทสรุปหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ | ชิรูด์ยิงอีก ซูม่าดาวซัลโวร่วม

เชลซีเดินหน้าเก็บชัยต่อเนื่องขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราวหลังจบเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ ด้านชิรูด์ยังร้อนแรงต่อเนื่องส่วนซูม่าซัดประตูที่ 4 ขึ้นแท่นดาวซัลโวร่วมของทีม


เคิร์ต-ซูม่า
เคิร์ต ซูม่า ฉลองการทำประตูกับเพื่อนร่วมทีม

สรุปประเด็นหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์

เชลซีพึ่งการันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยอันดับที่ 1 หลังบุกไปถล่มเซบีย่ามา 4-0 เรียกได้ว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อเพราะเชลซีโรเตชั่นนักเตะไปถึง 8 ต่ำแหน่งและที่เซอร์ไพร์สกว่าคือการกดคนเดียว 4 เม็ดของ ชิรูด์ นั้นสร้างความลำบากใจให้กับ แลมพาร์ด ในการเลือกศูนย์หน้าตัวจริงของทีม

นับเป็นความลำบากใจที่ค่อนข้างมีความสุขสำหรับผู้เป็นกุนซืออย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เขามีดาวยิงที่พร้อมทำประตูให้ทีมถึงสามคนอีกทั้งนักเตะแนวรุกสามารถเล่นทดแทนกันได้อีกหลายต่ำแหน่ง หากมีใครบาดเจ็บก็สามารถทดแทนกันได้หมด

เกมนี้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้เลยที่นักเตะเชลซีกลับมาฟิตสมบูรณ์ทุกคน พร้อมลงสนามช่วยทีมในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันถี่มากๆคือเตะกันทุก 3 วัน นับเป็นความโชคดีของเชลซีที่นักเตะกลับมาสมบูรณ์ได้ถูกเวลาพอดีในช่วงนี้ และนี่คือบทสรุปเกมที่เชลซีเปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ดไปได้ 3-1

  1. ซูเปอร์แฟรงค์ กลับมาใช้ผู้เล่นหลักอีกครั้ง แน่นอนผู้รักษาประตูต้องเป็นของ เมนดี้ อยู่แล้วหากไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่วนคู่เซ็นเตอร์เป็น ติอาโก้ ซิลวา ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมจับคู่กับ คูร์ท ซูม่า คู่หูเซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดในลีกในเวลานี้ แบ็คขวา รีซ เจมส์ ยึดตัวจริงยาวๆส่วนแบ็คซ้ายเป็น เบน ชิลเวลล์ ลงประจำการ
  2. ด้านกองกลาง เอ็นโกโล ก็องเต้ กับ เมสัน เมาท์ คือผู้เล่นมิดฟิลด์ที่การันตีการลงสนามแน่นอนส่วนอีกต่ำแหน่งเป็นของ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่พึ่งหายจากโควิด-19 กับมายึดตำแหน่งตัวจริงอีกครั้งแทนที่ของ โควาซิช ที่ถึงจะโชว์ฟอร์มดีมาตลอดที่ได้ลงสนาม แต่ ฮาแวร์ทซ์ คือผู้เล่นตัวหลักในใจของแลมพ์มากกว่า
  3. สามประสานแนวรุกเกมนี้เป็นไปตามคาด โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ฟอร์มร้อนแรงลงยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี ฮาคิม ซีเย็ค และติโม แวร์เนอร์ คอยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง จริงอยู่ที่ พูลิซิช กลับมาฟิตสมบูรณ์แต่ฟอร์มของชิรูด์ทำให้ สามประสานในฝันของแฟนเชลซี (ซีเย็ค-แวร์เนอร์-พูลิซิช) ยังไม่เกิดขึ้นจริง
  4. นับเป็นเกมแรกในรอบ 8 เดือนที่แฟนบอลสามารถเข้ามาชมเกมในสนามได้ ถึงแม้จะมีเพียงแค่ 2,000 คน แต่มันแตกต่างลิบลับกับช่วงที่ไม่มีแฟนบอลอยู่ในสนามเลย เพราะอย่างน้อยเสียงเชียร์จากแฟนบอลก็ช่วยเพิ่มแรกกดดันให้กับทีมเยือนไม่มากก็น้อย
  5. สิงห์บลูส์ เริ่มเกมได้อย่างดุดันมีโอกาสลุ้นทำประตูตั้งแต่ไม่ถึง 1 นาทีแต่เหมือนจะบุกเพลินไปหน่อยทำให้ ลีดส์ ได้เล่นลูกสวนกลับ คัลวิน ฟิลลิปส์ แทงทะลุช่องให้ แบมฟอร์ด อดีตเด็กปั้นของทีมหลุดไปล็อคหลบ เมนดี้ ที่ออกมาไกลจากปากประตูพอสมควรก่อนยิงเข้าไปง่ายๆให้ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0 ช็อคแฟนบอลเล็กน้อย
  6. อย่างที่เราเห็นกันถ้าหากเป็นฤดูกาลก่อนๆ หากทีมโดนนำโอกาสที่จะพลิกกัลบมาชนะนั้นแทบเป็นไปได้ยาก แต่ในฤดูกาลนี้ การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมช่วยให้เชลซีกลายเป็นทีมที่สามารถเก็บชัยนะได้แม้จะถูกนำไปก่อน ทำให้แฟนเชลซียังมีหวังที่จะคว้าสามแต้มในเกมนี้
  7. ทั้งสองทีมผลัดกันรุกรับอย่างสนุก จริงอยู่ที่ทีมเยือนชื่อชั้นเป็นรองแต่ บิเอลซ่า ทำให้เห็นแล้วว่าพวกเขาพร้อมงัดทุกทีมแม้จะเป็นการมาเยือนทีมใหญ่ๆ ที่พวกเขาไปสร้างบาดแผลมาแล้วหลายครั้งในฤดูกาลนี้ แต่เชลซีเองก็มีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเช่นกันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยิงเม็ดที่สอง
  8. เชลซีเกือบได้ปประตูตีเสมอแต่ ติโม แวร์เนอร์ ที่ยืนอยู่หน้าปากประตูและพยายามที่จะแปะบอลที่พุ่งมาทางเจ้าตัวแต่กลับกลายเป็นว่าช่วยสกัดบอลออกไปทั้งที่บอลกำลังจะเข้าประตูอยู่แล้ว แถมจังหวะที่ยิงซ้ำจ่อๆ ก็ดันไปโดนคานซะอย่างนั้น พลาดตีเสมอไปอย่างเหลือเชื่อ
  9. อย่างไรก็ตามความพยายามของเจ้าถิ่นก็ประสบผลสำเร็จ รีซ เจมส์ ที่เติมขึ้นมารับบอลมาจาก ซีเย็ค ก่อนจะเปิดเข้ากรอบไปให้ โอลิวิเย่ ชิรูด์ พุ่งชาร์จที่เสาแรกบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปตามตีเสมอได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าเขายังคงมีพิษสงในการทำประตูและไม่ผิดหวังที่เลือกเขาลงเป็นตัวจริงในวันนี้
  10. หลังดีใจได้แปบเดียวเชลซีก็ต้องมาเจอข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อฮาคิม ซีเย็ค มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนกัปตันอเมริกาลงสนามมาแทน พึ่งกลับมาฟูลทีมได้ไม่นานก็ต้องสังเวยตัวหลักไปอีกคนนึง ซึ่งต้องตามดูว่าจะอาการหนักเพียงไหน ซึ่งได้แต่หวังว่าจะไม่เป็นไรมากเพราะนี่คือเดือนแห่งความยากลำบากอย่างแท้จริง การที่ผู้เล่นพร้อมลงสนามทุกคนย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
  11. จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 เชลซีพยายามหาช่องเจาะแต่ ลีดส์ ยังคงป้องกันได้อย่างดีและมีโอกาสสวนกลับให้ได้ลุ้นอยู่ตลอด ผลการแข่งขันยังออกได้ทุกหน้า
  12. รูปเกมในครึ่งหลังไม่แตกต่างจากครึ่งแรกมากนักคือต่างฝ่ายต่ายผลัดกันบุกเข้าใส่กัน มีโอกาสให้ลุ้นอยู่บ้างแต่ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น คริสเตียน พูลิซิช พยายามมีส่วนร่วมกับเกมรุกและมีโอกาสได้ครองบอลหลายครั้งเจ้าตัวพยายามหาจังหวะจบสกอร์ด้วยตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยิงไม่ดี ไม่ก็ไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน ซึ่งเจ้าตัวคงหงุดหงิดพอสมควร จริงอยู่เรื่องการครองบอลหายห่วงจนบางครั้งแอบนึกถึงอาซาร์อยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ พูลิซิช ยังต้องแก้ไขคือพยายามสร้างโกาสให้เพื่อนมากขึ้นแทนที่จะหาช่องยิงด้วยตัวเอง อาจจะดีกว่านี้ส่วนจังหวะทำประตูจะมาถึงเองหากอยู่ถูกที่ถูกเวลา เหมือนกับประตูปิดท้ายที่เขายิงได้ เมื่อเห็นแวร์เนอร์กระชากบอลฉีกแนวรับเจ้าตัวไม่รอช้าวิ่งไปกลางกรอบเขตโทษ ก่อนแวร์เนอร์จะถวายพานมาให้เจ้าตัวจะสไลด์บอลเข้าประตูไป ด้วยวัยที่ยังน้อยยังมีโอกาสที่เจ้าตัวจะพัฒนาให้เป็นยอดนักเตะได้ในอนาคต หากไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นง่านซะก่อน
  13. พูดถึงติโม แวร์เนอร์ ซึ่งเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของเขาแต่สุดท้ายเจ้าตัวก็มีแอสซิสต์เป็นรางวัลปลอบใจแม้จะไม่ได้ยิงประตูก็ตาม จังหวะที่กองหน้าชาวเยอรมันกระชากบอลหนีแนวรับด้วยสปีดที่เหนือกว่าคู่แข่งแบบขาดลอย และสิ่งที่สำคัญคือนี่เป็นช่วงทดเจ็บแล้วแต่แกวิ่งเหมือนพึ่งลงสนามมา คือเราเห็นแล้วยังว้าวกับความฟิตของเขา แม้จะไม่มีประตูและมีจังหวะผิดพลาดบ่อยครั้งแต่โดยรวมแล้วเขาคือผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญกับชัยชนะของทีมในวันนี้
  14. ประตูขึ้นนำ 2-1 จาก ซูม่า นั้นช่วยคลายความกดดันให้เจ้าถิ่นไปพอสมควร จากนักเตะที่ถูกแฟนบอลด่าและวิจารณ์หลายครั้งจากความผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้น แต่การเข้ามาของ ติอาโก้ ซิลวา ส่งให้แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสยกระดับตัวเองให้กลายเป็นกองกลังระดับแถวหน้าในฤดูกาลนี้ เกมรับที่ค่อนข้างโดดเด่นและลูกกลางอากาศที่เป็นจุดเด่นของเขา ช่วยให้เกมรับเสียประตูยากขึ้น ด้านเกมรุกก็สามารถโหม่งทำประตูในพรีเมียร์ลีกจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับติโม แวร์เนอร์ที่ 4 ประตู เจ้าตัวพัฒนาขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อซึ่งถ้าหากรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ได้ เชลซีคงได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้อย่างแน่นอน
  15. เป็นเวลากว่า 13 นัดแล้วที่เชลซีสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นซึ่งถ้าหากนับเฉพาะใน 90 นาทีก็ 16 นัดแล้วที่พวกเขาไม่แพ้ใคร นับเป็นผลงานที่สุดยอดและดีที่สุดในยุคของแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซืออย่างเจอร์เก้น คล็อปปผู้พาหงส์แดงพิชิตแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน ก็ออกมายอมรับว่าเชลซีจะกลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่ขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ว่าสุดท้ายยนี้เชลซีจะสามารถมีถ้วยรางวัลมาประดับสโมสรเพิ่มได้หรือไม่

ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

สถิติสำคัญหลังจบเกม

เชลซี – 45.8%  การครองบอล – 54.2% – ลีดส์ ยูไนเต็ด
23 – จำนวนยิงทั้งหมด – 8
11
ยิงเข้ากรอบ3
7
– ยิงออกนอกกรอบ – 4
22
– สร้างโอกาส – 7
318
– ความแม่นยำในการจ่ายบอล – 395
78%
– ความสำเร็จในการผ่านบอล – 82%
8
– เตะมุม – 4
1
– ล้ำหน้า – 4
12
– ฟาวล์ – 9
0
– ใบเหลือง – 2
0
– ใบแดง – 0

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

รีซ เจมส์ – 8.5
แบ็คขวาลูกหม้อของสโมสรลงเล่นครบ 50 นัดให้กับเชลซีชุดใหญ่ในเกมนี้และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรับ แถมเจ้าตัวมีแอสซิสต์ให้ชิรูด์พังประตูในเกมนี้อีกด้วย

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 8
ยังคงรักษามาตรฐานการยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง เกมนี้มีโอกาสหลายครั้งและยิงได้ 1 ประตูเรียกได้ว่าเจ้าตัวคือเบอร์ 1 สำหรับกองหน้าตัวเป้าของเชลซีในเวลานี้เลยก็ว่าได้

เมสัน เมาท์ – 8
กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้กลายเป็นผู้เล่นที่เชลซีจะขาดไม่ได้อีกแล้วในเวลานี้ เขามีส่วนร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับก็ใช้ความขยันลงไปช่วยทีมอยู่เสมอ เกมนี้มี 1 แอสซิสต์ให้กับ คูร์ต ซูม่า ด้วย

คูร์ท ซูม่า – 7.5
กลางเป็นกองหลังเบอร์ 1 ของทีมไปแล้วในขณะนี้ เกมรับที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมและยังทำประตูจากลูกตั้งเตะได้บ่อยครั้งจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ติโม แวร์เนอร์ หากรักษาฟอร์มการเล่นได้รับรองมีถ้วยติดไม้ติดมือแน่นอน

เอดูอาร์ เมนดี้ – 5.5
แม้จะตัดสินใจผิดพลาดในจังหวะที่เสียประตูแรก แต่เจ้าตัวยังรักษาฟอร์มที่เหนียวหนึบได้อย่างดี ช่วยป้องกันประตูได้หลายครั้งในเกมนี้

ติโม แวร์เนอร์ – 5
แวร์เนอร์ โดดเด่นมากในเกมนี้ แม้จะพลาดทำให้ทีมพลาดโอกาสได้ประตู และยิงประตูไม่ได้ทั้งที่ได้หลุดไปดวล 1-1 กับ ผู้รักษาประตู แต่อย่างน้อยเจ้าตัวก็ยังมีแอสซิสต์ให้กับ พูลิซิช เป็นรางวัลปลอบใจ

ติอาโก้ ซิลวา (7), เบน ชิลเวลล์ (7), คริสเตียน พูลิซิช (7), มาเตโอ โควาซิช (6.5), เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (6.5), ไค ฮาแวร์ทซ์ (6), ฮาคิม ซีเย็ค (6), แทมมี่ อับราฮัม (n/a)

ที่มา : Tribuna.com

บทสรุป

เชลซีขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวได้สำเร็จหลังจบเกมนัดนี้ ที่เหลือก็เพียงรอแช่ง ลิเวอร์พูลและสเปอร์สไม่ให้มีแต้มในเกมสัปดาห์นี้ หากพวกเขาต้องการนำเป็นจ่าฝูงเดี่ยวๆหลังจบนัดที่ 11

อย่างไรก็ตามทั้งสองทีมก็มีฟอร์มที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะสเปอร์สของมูรินโญ่ ที่ฟอร์มร้อนแรงเหลือเกิน ขณะที่แชมป์เก่าที่เจอปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บหลายรายแต่ก็ยังเก็บแต้มได้เรื่อยๆ ต้องยอมรับในฝีมือของ คล็อปป์ จริงๆที่สามารถทำให้นักเตะเล่นทดแทนกันได้แม้ว่าจะไม่ได้เทียบเท่ากับตัวจริงแต่ก็เก็บแต้มสำคัญๆได้เสมอ

ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกลต้องรอลุ้นกันต่อไป ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของเชลซี เป็นการเปิดบ้านรับ คราสโนดาห์ ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีกที่ไม่มีผลอะไรแล้วแน่นอนว่าจะเป็นโอกาสของเหล่าแข้งสำรองที่จะได้โชว์ผลงานในเกมนี้ ส่วนตัวหลักก็ได้พักรอเล่นในนัดต่อไป


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

คราสโนดาร์-พบ-เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 2 ระหว่าง คราสโนดาร์ พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 2 คืนวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2020 เวลา 00.55 น. คราสโนดาร์ พบ เชลซี สนามคราสโนดาร์ สเตเดี้ยม


ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 2 ของฤดูกาล คราสโนดาร์ พบ เชลซี มาดูพรีวิวและเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก คราสโนดาร์ พบ เชลซี

สนาม : คราสโนดาร์ สเตเดี้ยม
ผู้ตัดสิน : อาลี ปาลาบิยิค (ตุรกี)
วันที่ : วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2020
Kick off : 00.55 น.

คราสโนดาร์

ผลงาน คราสโนดาร์ ของ มูรัด มูซาเยฟ ในยูซีแอลนัดแรกพาทีมเสมอแรนส์ 1-1 ก่อนกลับมาแพ้ในเกมลีกกับสปาร์ตัก มอสโก 1-3 นัดล่าสุด

ความพร้อมเกมนี้ มูซาเยฟ เจอปัญหาเยอะทีเดียวเมื่อไม่มีทั้ง เรมี่ กาแบลล่า และ เยฟเกนี่ มาร์คอฟ ที่ติดโควิด ส่วน วันแดร์ซอน, วิคเตอร์ เคลสเซ่น, รุสลัน คัมโบลอฟ, อเล็กซานเดอร์ เชอร์คินอฟ, เซอร์เก เปตรอฟ และ ดมิทรี สต็อตสกี้ มีอาการบาดเจ็บรบกวนไม่สามารถลงสนามได้

ส่วนผู้เล่นตัวหลักอย่าง อเล็กซานเดอร์ มาร์ติโนวิช กัปตันทีม, ตอนนี่ วิลเฮน่า, ยูริ กาซินสกี้, คริสเตียน รามิเรซ และ มาร์คุส เบิร์ก พร้อมลงสนามเกมนี้

เชลซี

เชลซี ของ แฟรง แลมพาร์ด ไม่ชนะใครมาแล้วสามนัดติดโดยเป็นการเสมอทั้ง 3 นัดรวมทุกรายการโดยนัดล่าสุดบุกไปแบ่งแต้มกับ แมนฯยู ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ส่วนนัดแรกในรายการนี้เสมอกับ เซบีย่า ไปแบบไร้สกอร์

เกมนี้เชลซีไม่มี ติอาโก้ ซิลวา ที่ต้องการพักหลังลงสนามมาอย่างต่อเนื่อง ส่วน มาร์กอส อลอนโซ่ ยังติดโทษแบนเป็นนัดที่ 2 จาก 3 นัด

ผู้เล่นบาดเจ็บมีเพียง บิลลี่ กิลมอร์ และ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่ไม่สามารถลงสนามในเกมนี้ได้ ส่วนนักเตะตัวหลักที่เหลือ ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนาม ส่วน ฮาคิม ซีเย็ค อาจจะต้องรอโอกาสในการลงสนามแบบครบ 90 นาทีต่อไป

สถิติคราสโนดาร์ พบ เชลซี 5 นัดหลังสุด

  • ทั้งสองทีมไม่เคยพบกัน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

คราสโนดาร์

24/10/20    แพ้ สปาร์ตัก มอสโก 1-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
21/10/20    เสมอ แรนส์ 1-1 (เยือน) ยูฟ่า ชปล.
17/10/20    ชนะ รูบิน คาซาน 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/10/20    แพ้ ดินาโม มอสโก 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
01/10/20    ชนะ พีเอโอเค 2-1 (เยือน) ยูฟ่า ชปล.

เชลซี

24/10/20    เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/10/20    เสมอ เซบีย่า 0-0 (เหย้า) ยูฟ่า ชปล.
17/10/20    เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/10/20    ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
30/09/20    เสมอ สเปอร์ส 1-1 (เยือน) คาราบาว คัพ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ภารกิจพิชิต ติโม แวร์เนอร์

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

line-up

คราสโนดาร์ (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู : มัตเว ซาโฟนอฟ
กองหลัง : คริสเตียน รามิเรซ, คาโย่, โซโลกิน, เปตรอฟ
กองกลาง : โอลด์สัน, ยูริ กาซินสกี้, คาเบลล่า, อัตกิน, อิกอร์ สโมลนิคอฟ
กองหน้า : มาร์คุส เบิร์ก

เชลซี (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้
แนวรับ : รีซ เจมส์, คูร์ท ซูม่า, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, เบน ชิลเวลล์
กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, คริสเตียน พูลิซิช, ไค ฮาเวิร์ทซ์, เมสัน เมาท์
กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์

ข้อมูลสถิติจาก : Whoscored

สกอร์ที่คาด : คราสโนดาร์ 0-3 เชลซี


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

บทสรุปหลังเกม-เชลซี-6-0-บาร์นสลีย์

บทสรุปหลังเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์ | ฮาแวร์ทซ์ แฮตทริก – ซิลวา,ชีลเวลล์ ประเดิม

สิงโตน้ำเงินคราม ผ่านเข้าสู่รอบ 4 คาราบาวคัพ หลังคืนฟอร์มเก่งในเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์ โดย ไค ฮาแวร์ทซ์ กดแฮตทริกพร้อมคว้า MOM ในเกมนี้


การแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการ คาราบาวคัพ รอบ 3 เชลซีเปิดบ้านรับการมาเยือนของ บาร์นสลีย์ โดยเกมนี้ แฟรง แลมพาร์ด ส่งผู้เล่นตัวจริงลงผสมกับผู้เล่นสำรองหลายต่ำแหน่ง แต่ด้วยความต่างชั้นทำให้จบเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเกม เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

บทสรุปหลังเกม-เชลซี-บาร์นสลีย์
ฮาแวร์ทซ์ และ อบราแฮม ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนี้

เกมนี้ เชลซี มาในระบบ 4-3-3 ผู้รักษาประตูใช้ วิลลี่ กาบาเยโร่ ลงสนามเป็นตัวจริงในขณะที่ เกปา อาริซาบาลาก้า ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง

ในขณะที่แผงแบ็คโฟร์ เซ็นเตอร์คู่กลางเป็น ติอาโก้ ซิลวา ลงประเดิมสนามเป็นเกมแรก จับคู่กับ ฟิคาโย่ โทโมรี่ แบ็คขวากัปตันเดฟลงเป็นตัวจริงในเกมนี้ ขณะที่แบ็คซ้ายเป็น เอเมอร์สัน ลงตัวจริงในขณะที่ เบน ชีลเวลล์ มีชื่อเป็นตัวสำรอง

แดนกลางสามคนใช้ มาเตโอ โควาซิช ยืนคู่กับ รอสส์ บาร์คลีย์ คอยสนับสนุน ไค ฮาแวร์ทซ์ ในเกมรุก

ส่วนสามประสามในแนวรุกใช้ แทมมี่ อบราฮัม ยืนเป็นหน้าเป้าโดยมี เมสัน เมาท์น กับ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ยืนขนาบสองข้าง

ก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น เชลซี ได้ใช้นักเตะใหม่ที่จะเข้ามาเป็นแกนหลักในฤดูกาลนี้เพียงแค่ 2 รายเท่านั้นนั่นก็คือ ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ซึ่ง แวร์เนอร์ ทำผลงานได้ค่อนข้างน่าพอใจในขณะที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ย้ายทีมมาด้วยค่าระดับสถิติสโมสรจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ ซึ่งจากฟอร์มการเล่นใน 2 นัดแรกที่ลงเป็นตัวจริง เขาทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักจนถูกวิจารณ์อย่างหนัก

อย่างไรก็ตามผู้เป็นกุนซืออย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่ได้นิ่งดูดายออกมาปกป้องลูกน้องด้วยการให้เหตุผลว่า ไค มีเวลาให้ซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมค่อนข้างน้อย จึงทำให้ความฟิตกับฟอร์มการเล่นยังดูไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ แน่นอนว่า ป๋าแฟรงค์ รู้ดีว่า ฮาแวร์ทซ์ คือยอดนักเตะและจะกลายเป็นแข้งระดับโลกได้แน่นอนแต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือเวลาในการปรับตัวเท่านั้น

ในขณะที่คนอื่นๆ ยังมีอาการบาดเจ็บและยังไม่ผ่านความฟิตทำให้พลาดลงสนามไป จนมาถึงเกมนี้ ป๋าแลมพ์ ได้โอกาสใช้แข้งใหม่เพิ่มขึ้นอีก 2 ราย นั่นก็คือ ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชีลเวลล์

เกมเมื่อคืนนี้ ไค ลงสนามเป็นตัวจริงเป็นนัดที่ 3 ในต่ำแหน่งที่เจ้าตัวถนัดมากที่สุดคือผู้เล่นหมายเลข 10 แม้เจ้าตัวจะสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในเกมรุกแต่นี้คือตำแหน่งที่ดีที่สุดของ ฮาแวร์ทซ์ อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งนี่คือตำแหน่งที่แฟนบอลอยากให้ ซูเปอร์แฟรงค์ ส่ง หนูไค ลงเล่นมากที่สุด ซึ่งมันก็เกิดขึ้นแล้วในเกมนัดนี้

มาถึงผู้เล่นมากประสบการณ์ที่ได้มาแบบฟรีๆ จาก เปแอสเช อย่าง ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งมีโอกาสได้ประเดิมสนามในเกมนี้เป็นนัดแรกหลังจากรอมานาน นี่คือผู้เล่นที่ สาวกเชลซี คาดหวังว่าจะช่วยยกระดับเกมรับของเชลซีให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ แม้อายุจะปาเข้าไปถึง 36 ปีแล้วแต่สภาพร่างกายโดยรวมยังดูดีกว่าผู้เล่นคนอื่นๆในวัยเดียวกัน

การเข้ามาของ ซิลวา เป็นที่ถกเถียงในหมู่แฟนบอลในช่วงแรก แต่ ณ ตอนนี้ทุกคนเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือดีลที่ยอดเยี่ยมของเชลซี ประสบการณ์ของเจ้าตัวจะสามารถช่วยเหลือผู้เล่นเกมรับรุ่นน้องที่มีอยู่ได้อย่างแน่นอน และไม่จำเป็นต้องไปทุ่มเงินมหาศาลเพื่อที่จะซื้อเซ็นเตอร์เกรดเอ ซึ่งไม่รู้ว่าจะสามารถเล่นได้คุ้มกับเม็ดเงินที่ลงทุนไปหรือไม่

การแข่งขันนัดนี้เปรียบเสมือนการเล่นเกมปรีซีซั่นซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จะให้ผู้เล่นได้เรียกฟอร์มและความฟิต

บทความที่เกี่ยวข้อง : บทสรุปตลาดซื้อขายนักเตะ

หลังเสียงนกหวีดดังขึ้น เชลซีได้โอกาสทำเกมบุกทันทีแต่ยังไม่ได้ลุ้นอะไรมาก การต่อบอลยังดูตะกุกตะกักไปบ้างและทำเสียบอลกันเองอยู่หลายจังหวะเช่นเดียวกับทีมเยือน ช่วงต้นเกม เกมรุกยังดูไม่ดีเท่าไหร่โดนทีมเยือนบุกมากกว่าด้วยซ้ำและได้โอกาสยิงไกลบ่อย เนื่องมาจากการขาดกองกลางตัวตัดเกมแบบธรรมชาติอย่าง ก็องเต้

ติอาโก้ ซิลวา เกมนี้ดูนิ่งแม้จะมีจังหวะพลาดให้เห็น แต่ภาพรวมแล้วเขาทำได้ดีในระดับที่น่าพอใจ ส่วน ไค มีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้นแม้จะดูมีบางจังหวะที่ทำเสียบอลไปบ้าง แต่ดูมีความนิ่งและกล้าเล่นมากขึ้นและมีโอกาสได้ยิงด้วยแต่บอลเบาเกินไป

หลังจากขึ้นนำได้สำเร็จเหมือนเป็นการคลายความกดดันและทำให้ทีมเล่นได้สบายขึ้นก่อนมาได้ประตูที่ 2 จาก ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่โดดเด่นมาตลอดและเป็นการยิงประตูแรกในสีเสื้อเชลซีได้สำเร็จ ในช่วงครึ่งแรกทีมเยือนมีโอกาสได้ส่องไกลหลายครั้งแต่ วิลลี่ กาบาเยโร่ ก็โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบรับไว้ได้ทั้งหมด

โอดอย ที่ได้รับโอการลงเป็นตัวจริงแต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงโชว์ฟอร์มได้ไม่ค่อยดีแต่ก็ไม่ถึงน่าเกลียด ก่อนจบครึ่งแรกเชลซีนำไปก่อน 2-0 แต่ฟอร์มโดยรวมยังไม่ได้ดีมากหากดูจากคู่แข่งที่เจออยู่

ครึ่งหลังเชลซี เล่นได้ดีมากขึ้น อบราฮัม มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมหากเทียบกับฤดูกาลก่อน เขาพยายามเล่นเพื่อทีมมากขึ้นและโดดเด่นมากในเกมนี้ การจับคู่กับ ไค ทำให้ดูเหมือนทั้งคู่เล่นด้วยกันมาอย่างยาวนาน

เชลซีบวกเพิ่มอีกถึง 4 ประตู ซึ่งเป็นการยิงแฮตทริกของ ไค ฮาแวร์ทซ์ อีกด้วยแน่นอนว่าแฟนบอลคงรู้สึกสบายใจที่ได้เห็นฟอร์มของ ไค เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว

ในขณะที่ อบราฮัมที่ยิงประตูในเกมนี้ได้และยังแอสซิสต์อีก 2 ลูก ทำให้เห็นแล้วว่าการเข้ามาของ ติโม แวร์เนอร์ มีผลกระทบในทางบวกกับ อบราฮัม และทีมอย่างชัดเจน

เบน ชีลเวลล์ ได้โอกาสลงสนามมาในครึ่งหลังก็มีส่วนร่วมกับการทำประตูได้เลยจากลูกครอสจากริมเส้นที่เป็นลูกเก่งของเขา ไปให้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองเช่นเดียวกับ โขกประตูปิดท้ายให้เชลซีเอาชนะบาร์นสลีย์ไปแบบขาดลอย 6-0

สถิติหลังจบเกม (Whoscored)

สถิติ เชลซี 6-0 บาร์นสลีย์

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม (Sky Sports)

ตัวจริง : วิลลี่ กาบาเยโร่ (7), เซซาร์ อัซปิริกวยต้า (6), ฟิคาโย่ โทโมรี่ (6), ติอาโก้ ซิลวา (6), เอเมอร์ซัน พัลไมรี่ (6), รอสส์ บาร์คลีย์ (7), มาเตโอ โควาซิช (7), ไค ฮาแวร์ทซ์ (8), เมสัน เมาท์ (7), คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (7), แทมมี่ อบราฮัม (7)

ตัวสำรอง : เคิร์ต ซูม่า (6), เบน ชีลเวลล์ (7),โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (7)

บทสรุป

จากความผิดหวังในการพ่ายแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล เมื่อนัดที่แล้วถูกลืมไปทันทีหลังจบการแข่งขันนัดนี้ ฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีมดีขึ้นกว่าสองนัดที่ผ่านมา จริงอยู่ที่คู่แข่งอาจจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าแต่เชลซีก็ทำได้อย่างที่ควรจะเป็น

ไค ฮาแวร์ทซ์ เรียกความมั่นใจได้อย่างมากจากการยิงแฮตทริกและเล่นได้อย่างโดดเด่นจนคว้า แมน ออฟ เดอะ แมทซ์ ไปครอง เป็นการเรียกความมั่นใจรวมไปถึงฟอร์มการเล่นแบบที่ควรจะเป็นกลับมาได้สำเร็จ

อบราฮัม มีความพัฒนาที่ดีอย่างเห็นได้ชัด ความกระหายในการทำประตูรวมไปถึงความขยันและวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้นส่งผลดีอย่างมากกับเจ้าตัวและทีมซึ่งถ้าหากเล่นได้ดีแบบดีอย่างต่อเนื่องรับรองว่า ติโม แวร์เนอร์ ไม่ได้สบายอย่างที่ใครคิดแน่นอน

ติอาโก้ ซิลวา มีความนิ่งและมีคว่มเป็นผู้นำที่ดี แฟนบอลส่วนใหญ๋เริ่มมั่นใจในเกมรับของทีมว่าดีขึ้นแน่นอนหลังจากนี้

เบน ชีเวลล์ ที่ถึงแม้จะมีเวลาลงเล่นไม่มากนักแต่ก็สามารถแสดงศักยภาพของตัวเองจนทำแอสซิสต์ให้กับ ชิรูด์ ได้อีก 1 ประตูซึ่งเกมรุกในปีนี้ของเชลซีจะต้องมีการแข่งขันที่สูงขึ้นและส่งผลดีขึ้นต่อทีมแน่นอนหากไม่หลุดฟอร์มกันไปก่อน

โดยรวมแล้วทุกอย่างในเกมนี้ถือว่ายอดเยี่ยมและหวังว่าหากแข้งตัวหลักๆลงสนามกันพร้อมหน้า โอกาสได้แชมป์สักรายการในฤดูกาลนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 2 ระหว่าง เชลซี พบ ลิเวอร์พูล

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 2 ของฤดูกาล คืนวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2020 เวลา 22.30 น. เชลซี พบ ลิเวอร์พูล


ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 2 ของฤดูกาล 2020/2021 ระหว่าง เชลซี พบ ลิเวอร์พูล มาดู พรีวิวฟุตบอล และเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมว่าเป็นอย่างไร

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษเชลซี พบ ลิเวอร์พูล

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นีย์

วันที่ : วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2020

Kick off : 22.30 น.

เชลซี

เชลซี ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังไม่สามารถส่งผู้เล่นหน้าใหม่ลงสนามแบบฟูลทีมได้มีเพียงแค่ ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ เท่านั้นที่ฟิตพร้อมลงสนาม ส่วนแข้งใหม่ที่เหลือรวมไปถึง คริสเตียน พูลิซิช ยังต้องรอเรียกความฟิตต่อไป

โดยสื่อคาดว่า แลมพาร์ด จะมาในระบบ 4-2-2-2 เหมือนกับนัดแรกแต่เกมนี้ กัปตันเดฟ จะได้ลงเป็นตัวจริงในตำแหน่ง แบ็คซ้าย ส่วนเซ็นเตอร์คู่กลางยังคงเป็น คริสเตนเซ่น ยืนจับคู่กับ ซูม่า เช่นเดิม

แดนกลางได้ โควาซิช ที่พ้นโทษแบนกลับมายืนคู่กับ ก็องเต้่ ส่วนแนวรุก ใช้ เมาท์ ยืนคู่กับ ฮาแวร์ทซ์ และส่งศูนย์หน้าคู่อย่าง แวร์เนอร์ และ อับราฮัม ลงล่าตาข่ายทีมเยือน

ลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บสามารถส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามได้ครบครัน ซึ่งผู้เล่นชุดหลักที่ลงสนามอย่างสม่ำเสมอจะได้ลงเหมือนเดิมครบทุกตำแหน่ง นำโดยสามประสานแนวรุกอย่าง ซาลาห์, ฟีร์มิโน่ และ มาเน่

ส่วนผู้เล่นใหม่ อย่าง ติอาโก้ อัลคันทารา อาจมีชื่อเป็นสำรองในเกมนี้

สถิติเชลซี พบ ลิเวอร์พูล 5 นัดหลังสุด

ลิเวอร์พูล : ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้  1

เชลซี : ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้  3

พรีเมียร์ลีก 23-07-2020 : ลิเวอร์พูล 5-3 เชลซี

พรีเมียร์ลีก 04-03-2020 : เชลซี 2-0 ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก 22-09-2019 : เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก 15-08-2019 : ลิเวอร์พูล 2-2 เชลซี

พรีเมียร์ลีก 14-04-2019 : ลิเวอร์พูล 2-0 เชลซี

บทความที่เกี่ยวข้อง : บทสรุปหลังเกม เชลซี 0-2 ลิเวอร์พูล

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

เชลซี-พบ-ลิเวอร์พูล

เชลซี (4-2-2-2)

ผู้รักษาประตู : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า

แนวรับ : รีซ เจมส์, คูร์ท ซูม่า, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า

กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิซ,

แนวรุก : ไค ฮาเวิร์ทซ์, เมสัน เมาท์

กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ ,คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย

ลิเวอร์พูล (4-3-3)

ผู้รักษาประตู : อลิสซอน เบ็คเกอร์

แนวรับ : แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, โจ โกเมซ, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่

กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาร่า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

ข้อมูลสถิติจาก : Whoscored

สกอร์ที่คาด : เชลซี 2-2 ลิเวอร์พูล


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

พรีวิวฟุตบอล-พรีเมียร์ลีก-อังกฤษ-ไบรท์ตัน-พบ-เชลซี

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน พบ เชลซี

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแรกของฤดูกาล คืนวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2020 เวลา 02.15 น. (เช้ามืดของวันอังคาร) ไบร์ทตัน พบ เชลซี


นัดเเรกของศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/2021 ระหว่าง ไบรท์ตัน พบ เชลซี มาดู พรีวิวฟุตบอล และเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมว่าเป็นอย่างไร

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไบรท์ตัน พบ เชลซี

สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดียม

ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน

วันที่ : วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2020

Kick off : 02.15 น.

ไบร์ทตัน

เจ้าบ้านไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บมารบกวนใจการจัดทัพ สามารถส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามได้ครบครับ

แนวรับนำโดยกัปตันทีมตัวเก่ง ลูอิส ดังค์ นักเตะที่เคยตกเป็นข่าวกับ สิงโตน้ำเงินคราม ยืนคู่กับ เบน ไวท์ แบ็คขวาส่ง โยเอล เฟลท์มัน อดีตผู้เล่นของ อาแจ็กซ์ ที่พึ่งย้ายเข้ามายืนประจำการ

สามประสานในแนวรุกนำโดยนักเตะใหม่อย่าง อดัม ลัลลาน่า ยืนเป็นแบ็คอัพในเกมรุกร่วมกับ พาสคาล โกรสส์ และ เลอันโดร ทรอสซาร์

หน้าเป้าส่ง นีล โมเปย์ ดาวยิงตัวเก่งของทีมยืนล่าตาข่ายทีมเยือนในเกมนี้

เชลซี

ความพร้อมของเชลซีในเกมนี้ นักเตะใหม่อย่าง ฮาคิม ซีเย็ค โชคร้ายได้รับบาดเจ็บในเกมอุ่นเครื่องกับ ไบรท์ตัน จึงต้องพักราว 2-3 สัปดาห์ทำให้พลาดลงสนามแน่นอน

ด้าน คริสเตียน พูลิซิช และกัปตันทีม เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงและลงซ้อมกับทีมได้ไม่นาน อาจต้องเช็กความฟิตก่อนเกม

ส่วน ติอาโก้ ซิลวา เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันจันทร์ที่แล้วและเริ่มต้นลงซ้อมกับทีมในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเอง เลยคาดว่าจะไม่มีส่วนร่วมกับเกมนี้

การจัดทัพในเกมนี้ ผู้รักษาประตู เกปา อาร์รีซาบาลาก้า แบ็กขวารับหน้าที่โดยกัปตัน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ส่วนทางซ้ายใช้ มาร์กอส อลอนโซ่ เนื่องจากตัวใหม่อย่างเบน ชิวเวลล์ ยังมีอาการบาดเจ็บ เซนเตอร์แบ็กคู่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์จับคู่กับเคิร์ท ซูม่า

กลางสนามส่ง จอร์จินโญ่ ประสานงานคู่  เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เกมรุกพร้อมส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ที่ได้โอกาสลงเนื่องจาก คริสเตียน พูลิซิช ยังไม่ฟิตจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็มีโอกาสเช่นกัน หากเช็คฟิตผ่านในนาทีสุดท้ายจริงๆ หน้าเป้าวาง ติโม แวร์เนอร์ เครื่องจักรสังหารตัวใหม่ ที่ยิงประเดิมสนามในสีเสื้อ เชลซี ไปแล้ว

สถิติ ไบร์ทตัน พบ เชลซี 6 นัดหลังสุด

ไบร์ทตัน :  ชนะ 0 เสมอ 2 แพ้ 4

เชลซี : ชนะ 4 เสมอ 0 แพ้ 0

นัดอุ่นเครื่อง 29-08-2020 : ไบร์ทตัน 1-1 เชลซี

พรีเมียร์ลีก 01-01-2020 : ไบร์ทตัน 1-1 เชลซี

พรีเมียร์ลีก 28-09-2019 : เชลซี 2-0 ไบร์ทตัน

พรีเมียร์ลีก 03-04-2019 : เชลซี 3-0 ไบร์ทตัน

พรีเมียร์ลีก 12-12-2018 : ไบร์ทตัน 1-2 เชลซี

พรีเมียร์ลีก 20-01-2018 : ไบร์ทตัน 0-4 เชลซี

บทความที่เกี่ยวข้อง : พรีวิวเชลซี พบ ลิเวอร์พูล

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

11-ตัวจริง

ไบร์ทตัน (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู : แม็ทธิว ไรอัน

แนวรับ : โยเอล เฟลท์มัน, เบน ไวต์, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น

กองกลาง : เดวี่ พรอพเพอร์, อีฟส์ บิสซูม่า

แนวรุก : พาสคาล โกรสส์, อดัม ลัลลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์

กองหน้า : นีล โมเปย์

เชลซี (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า

แนวรับ : รีซ เจมส์, คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่

กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่

แนวรุก : ไค ฮาเวิร์ทซ์, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, เมสัน เมาท์

กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์

สกอร์ที่คาด : ไบร์ทตัน 0-2 เชลซี

อ่านเพิ่มเติม พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน พบ เชลซี

การสร้างอาณาจักรของ-สิงห์บลูส์

การสร้างอาณาจักรของ ‘สิงห์บลูส์’ ภายใต้การนำทัพของ ‘แฟรงค์ แลมพาร์ด’

การสร้างอาณาจักรของ สิงห์บลูส์ ได้เริ่มขึ้นแล้วหลังทำลายสถิติในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ของ พรีเมียร์ลีก และเหมือนจะยังไม่จบเพียงเท่านี้


ชื่อของ มาริน่า กรานอฟสกาย่า กลายเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในวงการลูกหนังโดยเฉพาะเหล่าแฟนบอล สิงห์บลูส์ หลังเธอได้แสดงแสงยานุภาพในการเจรจาต่อรองเมื่อ เชลซี ปิดดีล ไค ฮาแวร์ทซ์ มาได้ในราคาเพียง 71 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกกว่าที่ เลเวอร์คูเซ่น ตั้งไว้ถึง 18 ล้านปอนด์

มาถึงตอนนี้ สิงโตน้ำเงินคราม ใช้เงินไปประมาณ 200 ล้านปอนด์ ในการคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม 6 ราย โดย 2 รายเป็นการเซ็นสัญญาแบบฟรีๆ ทำให้ สิงห์บลูส์ กลายเป็นทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาดนักเตะรอบนี้

แม้จะเสริมทัพมาแล้วเกือบครึ่งทีมแต่ดูเหมือนว่า พวกเขาจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้และเป้าหมายต่อไปคือตำแหน่งผู้รักษาประตูโดยเล็งไปที่ เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารจอมหนึบจาก แรนส์ สโมสรแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส

การซื้อขายในตลาดนักเตะรอบนี้ของ เชลซี ทำลายสถิติเดิมที่พวกเขาเคยทำเอาไว้เมื่อฤดูกาล 2017/18 โดยในตอนนั้นพวกเขาใช้เงินไปทั้งสิ้น 186 ล้านปอนด์ ซึ่งหนึ่งในดีลที่ทำลายสถิติสโมสรตอนนั้นคือ การดึงดาวยิงทีมชาติสเปนอย่าง อัลบาโร โมราต้า มาเสริมทัพในราคา 60 ล้านปอนด์

แพท เนวิน อดีตปีกของเชลซีกล่าวว่า “เชลซี ไม่ได้กำลังสร้างทีมให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่พวกเขากำลังสร้างยุคสมัยใหม่ขึ้นมา” โดยบททดสอบแรกของ ซูเปอร์ แฟรงค์ ในฤดูกาลที่ 2 คือการออกไปเยือน ไบร์ทตัน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

การทุ่มซื้อขนาดนี้แน่นอนว่าทำให้เกิดคำถามตามมาว่า สิงห์บลูส์ ใช้เงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรทั้งที่ทีมอื่นยังต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง และสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างจากการลงทุนในครั้งนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง : พรีวิว ไบร์ทตัน พบ เชลซี

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

มาริน่า กรานอฟสกาย่า ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากจากผลงานของเธอในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรได้รับประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่เธอได้ทำเอาไว้

จริงอยู่ที่ทีมอื่นๆ จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวังที่สุดหลังจากเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรน่า แต่จากกรณีที่ เชลซี ถูกแบนในตลาดนักเตะรอบที่แล้วทำให้พวกเขามีทุนให้ใช้ได้อย่างมหาศาลในซัมเมอร์นี้ แม้ว่าจะเสีย 40 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับการคว้าตัว มัตเตโอ โควาซิช มาจาก เรอัล มาดริด ก็ตาม

เสี่ยหมีไม่ได้ทำผิดกฎการเงินแต่อย่างใด แต่รายได้ทั้งหมดที่มีส่วนใหญ่ได้มาจากการขายนักเตะออกไปโดยเฉพาะในรายของ เอเด็น อาซาร์ ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด และ อัลบาโร โมราต้า ที่ย้ายไป แอตเลติโก มาดริด ซึ่งแข้งดัง 2 รายนี้ทำเงินให้กับสโมสรอย่างมหาศาล

แม้ว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกผิดหวังที่ทีมไม่ได้เสริมนักเตะแม้แต่รายเดียวในช่วงเดือน มกราคม ทั้งที่มีโอกาสแล้ว แต่เหตุการณ์โควิด-19 ทำให้ทีมอื่นๆก็จำเป็นต้องรัดเข็มขัดและใช้เงินอย่างระมัดระวัง นี่เองจึงทำให้เชลซีได้เปรียบทางด้านการเงินมากกว่าทีมอื่นในตลาดรอบนี้

แพท เนวิน ผู้ที่เคยข้าแข้งกับ สิงโตน้ำเงินครามตั้งแต่ปี 1983-1988 ได้แสดงความคิดเห็นอีกว่า “การซื้อขายนักเตะของเชลซีอาจดู เว่อร์วัง แต่แท้จริงแล้วมันคือ ความชาญฉลาด ในการวางแผนระยะยาวมากกว่า”

“ถ้าผลงานโดยรวมของทีมอยู่ในระดับที่ดีกว่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องควักเงินเพื่อเสริมทัพเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามการที่ทีมได้เล่น แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สองปีติดทำให้ทีมมีรายได้มากขึ้นและไม่น่าแปลกใจหากพวกเขาจะมีงบในการซื้อขายนักเตะมากมายขนาดนี้” เนวิน กล่าวเสริม

ซื้อเยอะขนาดนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกกดดันไหม?

แลมพาร์ด&โรมัน-อบราโมวิช

จริงอยู่ที่การจ่ายเงิน 71 ล้านปอนด์เพื่อคว้า ไค ฮาแวร์ทซ์ ในวัย 21 ปีมาร่วมทีมอาจเป็นความเสี่ยง แต่หากลองมองถึงอนาคตพวกเขาสามารถทำกำไรได้เหมือนในกรณีของ เอเด็น อาซาร์ ที่ซื้อมาร่วมทีมด้วยราคา 32 ล้านปอนด์แต่ขายออกไปได้มากกว่า 100 ล้านปอนด์

นโยบายของทีมที่ซื้อแข้งเยาวชนพรสวรรค์สูงในยุโรปมาร่วมทีมของแลมพาร์ดนั้น เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับสโมสรหากไล่ดูอายุของแต่ละคนทั้งที่พี่งซื้อเข้ามารวมถึงนักเตะที่มีอยู่ในทีมก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าแต่ละคนสามารถวาดลวดลายและสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมได้อีกหลายปี

จริงอยู่ที่ โรมัน อบราโมวิช อาจดูเป็นผู้ที่มีความอดทนต่อผู้จัดการทีมค่อนข้างน้อย แถมการลงทุนในตลาดนักเตะรอบนี้ค่อนข้างสูง แต่เสี่ยหมีก็ไม่ได้กดดันเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จได้ทันที อย่างน้อยผลงานโดยรวมของทีมในฤดูกาลหน้าต้องพัฒนาขึ้นจากฤดูกาลก่อนเป็นอย่างน้อย

ประเด็นนี้ แพท เนวิน ได้ให้ความเห็นว่า “แลมพาร์ด มีความกดดันน้อยกว่าผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ในยุคของ โรมัน อบราโมวิช ซึ่งเสริมทัพด้วยนักเตะระดับโลกและจะเป็นต้องประสบความสำเร็จทันที แต่ตอนนี้เสี่ยหมีต้องการสร้างทีมเพื่ออนาคตมากกว่าซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของซูเปอร์แฟรงค์ที่จะทำมัน

ความกดดันของสโมสรต่อแฟรงค์ แลมพาร์ดนั้นน้อยมาก แต่ความกดดันต่อตัวแลมพาร์ดเองนั้นสูงมา การที่จะประสบความสำเร็จได้แบบ เป็ป กวาร์ดิโอล่า หรือ เจอร์เก้น คล็อปป อาจทะให้เขารู้สึกแบบนั้น”

จะเกิดอะไรขึ้นกับเยาวชนของเชลซี?

จากกรณีดราม่าของ เมสัน เมาท์ ซึ่งคุณพ่อของเจ้าตัวได้ออกมาเคลียร์ปัญหาเรียบร้อยแล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่นั้นก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าแล้วแข้งดาวรุ่งรายอื่นๆ ในทีมจะเป็นอย่างไร

ดาวรุ่งหลายคนได้รับประสบการณ์เป็นอย่างมากในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถ้าหากคุณพิสูจน์ว่าคุณคู่ควรคุณก็จะได้รับโอกาสนั้น

หากพวกเขาอยากเป็นตัวเลือกแรกๆของทีม ก็จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคู่ควรและทำการแข่งขันเหมือนกับที่เคยทำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แข้งใหม่ในเกมรุกที่เสริมมาสามารถเล่นได้หลายหลายต่ำแหน่งและสามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นข้อดีที่จะเกิดการแข่งขันภายในทีมหรือกรณีที่มีนักเตะบาดเจ็บพวกเขาก็สามารถลงทดแทนกันได้แบบไร้ปัญหา

บทสรุปของการซื้อขายในตลาดนักเตะของเชลซี

ฤดูกาลแรกของแลมพาร์ดกับเชลซีถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ยิ่งมีปัญหาอีกหลายจุดที่ต้องได้รับการแก้ไข แน่นอนว่าเกมรุกในซีซั่นหน้าของเชลซีต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ปัญหาในเกมรับที่เป็นปัญหาหลักนั้นจะเป็นอย่างไร การคว้า ติอาโก้ ซิลวา ในวัย 36 ปีมาร่วมทีมนั้นสามารถแก้ปัญหาแนวรับที่รั่วแบบสุดๆเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้หรือไม่ ซึ่งจุดนี้มองได้สองแง่

หนึ่งคือ แม้ว่าอายุจะปาเข้าไปถึง 36 ปีก็ตามแต่ผลงานโดยรวมในฤดูกาลที่แล้วกับ เปแอสเช ถือว่ายอดเยี่ยมหากย้อนดูสถิติต่างๆ การได้เจ้าตัวมาร่วมทีมอาจช่วยให้แข้งเกมรับของเชลซีที่อายุน้อยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเขา

สอง แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ซิลวา จะไม่สามารถช่วยให้เกมรับดีขึ้นมากนัก สิ่งที่เชลซีต่องทำคือทุ่มเงินเพื่อซื้อกองหลังดีๆคนใหม่เข้ามาเสริมทัพในตลาดรอบต่อไป เพียงเท่านั้น เดแคลน ไรซ์ อดีตเด็กปั้นของทีมและเป็นเพื่อนสนิทของ เมสัน เมาท์ คืออีกหนึ่งเป้าหมายที่เชลซีต้องการคว้ามาเสริมทัพให้ได้

สุดท้ายแม้ว่าจะทุ่มเงินมากมายมหาศาลแต่เสี่ยหมีเข้าใจดีว่านี้เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับทีม ไม่ใช่ว่าจะต้องประสบความสำเร็จแบบทันทีเหมือนที่ผ่านๆ มา แฟนบอล สิงห์บลูส์ รู้แบบนี้ก็คงรู้สึกได้ว่า โรมัน อบราโมวิช นั้นรักทีมแค่ไหน ต่อจากนี้ก็มาช่วยกันลุ้นกันเชียร์ทีมรักของเราให้กลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหนึ่ง


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com
บทความต้นฉบับ : bbc.com