คลังเก็บป้ายกำกับ: Chelsea-TH

สรุปข่าวพรีเมียร์ลีก 19/07/64

สรุปข่าวพรีเมียร์ลีก 19/07/64 รวบรวมข่าวพรีเมียร์ลีกประจำวันนี้

สรุปข่าวพรีเมียร์ลีก 19/07/64 รวบรวมข่าวพรีเมียร์ลีกประจำวันนี้

สรุปข่าวพรีเมียร์ลีก 19/07/64
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

สรุปข่าวพรีเมียร์ลีก 19/07/64 อัพเดต ข่าวฟุตบอล ข่าวล่าสุด ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 แบบรายวัน

สรุปข่าวพรีเมียร์ลีก 19/07/64 อัพเดตเป็นประจำที่นี่

04:14 น. | ข่าวลิเวอร์พูล

เตรียมยลของดี! คล็อปป์ยันโกนาเต้ลงสนามเปิดตัวอุ่นเกือกอังคารนี้

เจอร์เก้น คล็อปป์ เผยเตรียมส่ง อิบราฮิม่า โกนาเต้ แนวรับตัวใหม่ลงเปิดตัวในแมตช์อุ่นเครื่องพบกับ แว็คเนอร์ อินน์สบรูค และ สตุ๊ตการ์ท ในวันอังคารนี้อย่างแน่นอน

อ่านต่อ >> https://bit.ly/3z9OoQ0

05:01 น. | ข่าวพรีเมียร์ลีก

ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง! 5 นักเตะที่ต้องย้ายทีมเพื่อกอบกู้อาชีพค้าแข้ง

5 แข้งที่กำลังเจอสถานการณ์ที่ย่ำแย่และควรย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้มีใครกันบ้าง

อ่านต่อ >> https://bit.ly/3kxoP7p

06:02 น. | ข่าวลิเวอร์พูล

4 ประเด็นก่อน ลิเวอร์พูล เปิดฉากปรีซีซั่นปะทะ แว็คเนอร์ อินน์สบรูค และ สตุ๊ตการ์ท

เจาะ 4 ประเด็นสำคัญก่อนประเดิมเกมอุ่นเครื่องในวันอังคารที่จะถึงนี้

อ่านต่อ >> https://bit.ly/3rjzh3D

09:10 น. | ข่าวแมนฯยู

โซลชาเผยยังไม่ได้ตัดสินใจแรชฟอร์ดต้องผ่าไหล่หรือไม่

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังไม่ตัดสินใจเรื่องการผ่าหัวไหล่ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

อ่านต่อ >>  https://bit.ly/3kywdzy

11:07 น. | ข่าวแมนฯยู

ทุ่มสุดตัว! เผยค่าเหนื่อยที่แมนยูทุ่มให้วาราน

สื่อดังสเปน ตีข่าว แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมประเคนค่าเหนื่อยให้ ราฟาแอล วาราน มากถึง 12 ล้านยูโรต่อซีซั่น

อ่านต่อ >>  https://bit.ly/3zbGsO3

ที่มา : Siamsport

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

แวร์เนอร์

ปวดศรีษะ! พิธีกร F1 ทักแวร์เนอร์เป็นผู้รักษาประตูระหว่างชมแข่ง ฟอร์มูล่า วัน

ปวดศรีษะ! พิธีกร F1 ทักแวร์เนอร์เป็นผู้รักษาประตูระหว่างชมแข่ง ฟอร์มูล่า วัน

แวร์เนอร์
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงสิงห์บลู ถูกทักผิดเป็นผู้รักษาประตูระหว่างไปชมการแข่งขัน'ฟอร์มูลา วัน' ในรายการออสเตรียน กรังปรีซ์

ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงของเชลซี ถูกพิธีกรของช่อง Sky Sports ทักเป็นผู้รักษาประตู ระหว่างเดินทางมาชมรถแข่ง ‘ฟอร์มูลา วัน’ รายการออสเตรียน กรังปรีซ์

กองหน้าทีมชาติชาวเยอรมันใช้เวลาในช่วงพักร้อนมาร่วมชมการแข่งรถสูตรหนึ่ง และถูกเชิญมาสัมภาษณ์ออกทีวีในประเด็นเกี่ยวกับทีมชาติอังกฤษ

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ชวนน่าอึดอัดขึ้น เมื่อพิธีกรสาวของ Sky Sports แนะนำแวร์เนอร์กับผู้ชมทางทีวีว่าเป็นผู้รักษาประตู ทำเอาเจ้าตัวออกอาการงงนิด ๆ แต่ยังแสดงสปิริตตอบคำถามต่อไป

“วานนี้มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเขา พวกเขาเป็นทีมที่ดีกว่าในเกมเมื่อวันอังคาร (กับเยอรมัน) พวกเขามีทุกอย่างสำหรับการคว้าแชมป์ยุโรป ผมขออวยพรให้พวกเขาโชคดี” แวร์เนอร์ กล่าวถึงทีมชาติอังกฤษ

สำหรับ แวร์เนอร์ถูกวิจารณ์อย่างหนักในซีซันที่ผ่านมา แม้ว่าจะช่วยสิงห์บลูคว้าแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก เพราะผลงานส่วนตัวของเขาไม่น่าประทับใจนัก หลังทำไปได้เพียง 12 ประตู จาก 52 เกม

ที่มา : Goal

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

วิคเตอร์ โมเซส

วิคเตอร์ โมเซส ลา เชลซี เซ็นซบ สปาตัค มอสโก ด้วยสัญญาถาวร

วิคเตอร์ โมเซส ลา เชลซี เซ็นซบ สปาตัค มอสโก ด้วยสัญญาถาวร

วิคเตอร์ โมเซส
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

วิคเตอร์ โมเซส ดาวเตะชาวไนจีเรียตัดสินใจถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์แบบย้ายซบสปาตัก มอสโกถาวร หลังค้าแข้งกับสโมสรมายาวนานถึง 9 ฤดูกาล

วิคเตอร์ โมเซส ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพ สปาร์ตัก มอสโก ด้วยสัญญาถาวรแล้วจากการยืนยันของ เชลซี

ถือเป็นการปิดฉากช่วงเวลา 9 ปีของเขากับเชลซี โดยนักเตะจะกลับไปเล่นให้สโมสรในพรีเมียร์ ลีกของรัสเซีย ซึ่งเจ้าตัวได้ลงสนาม 20 นัดจากการยืมตัวในซีซั่นที่ผ่านมา

โมเซส ย้ายจากวีแกน แอธเลติก มาเล่นที่ลอนดอนตะวันตกในซัมเมอร์ ปี 2012 โดยปิดดีลมาอยู่กับทีมแชมป์ยุโรป ไม่กี่วันหลังเป็นตัวจริงแข่งขันกับพวกเราในเกมพรีเมียร์ ลีก นัดเปิดสนามของซีซั่นดังกล่าว

ดาวเตะชาวไนจีเรียย้ายมาอยู่กับสิงห์บลูในปี 2012 แม้ว่าเขาจะถูกปล่อยยืมตัวหลายครั้ง แต่ก็ลงช่วยทีมไป 128 เกม ทำได้ 18 ประตู และเป็นกำลังสำคัญของทีมชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2017/18

เกมสุดท้ายที่แข้งวัย 30 ลงเล่นกับเชลซี ต้องย้อนไปถึงเกม ยูโรปา ลีก กับ บาเต้ บอริซอฟ ในฤดูกาล 2018/19

โมเซส คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก, เอฟเอ คัพ และพรีเมียร์ ลีก ร่วมกับเชลซี ขอบคุณความทุ่มเทของโมเซส ที่มีให้กับทีมมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา และขออวยพรให้เขาประสบความสำเร็จกับเส้นทางค้าแข้งในอนาคต

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

จอร์จินโญ่

เราจะทำตามสัญญา! จอร์จินโญ่ โกนเคราโชว์กล้องหลังพาทีมคว้า บิ๊กเอียร์

เราจะทำตามสัญญา! จอร์จินโญ่ โกนเคราโชว์กล้องหลังพาทีมคว้า บิ๊กเอียร์

จอร์จินโญ่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

หลังจากช่วยให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2020-21 มาเชยชมแล้วนั้น จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์ เชลซี ก็ยอมสละเคราของตัวเองทันที หลังจากเคยลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่าหากได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็จะบอกลาเคราของตัวเอง ซึ่งแฟนบอล เชลซี ก็โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้กันด้วย

จอร์จินโญ่ กองกลาง เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้นักข่าวคนหนึ่งโกนเคราของเขา หลังจากที่เจ้าตัวเคยพูดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ว่าจะทำอย่างนั้นหากต้นสังกัดได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง

ช่วงที่ผ่านมามีทั้งแฟนบอล เชลซี ที่ทั้งชอบและไม่ชอบ จอร์จินโญ่ จนทำให้บางครั้งเขาก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีม แต่เจ้าตัวก็ตั้งใจที่จะทำผลงานให้ดีกับต้นสังกัดให้ได้จนถึงขั้นที่เคยบอกกับนักข่าวชาวบราซิเลียนคนหนึ่งเอาไว้ว่าหากต้นสังกัดของเขาได้ถ้วยบิ๊กเอียร์แล้วล่ะก็ เขากับนักข่าวคนนั้นก็ต้องโกนหนวดโกนเครากันทั้งคู่

ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เชลซี ก็ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก จริงๆ ทำให้ จอร์จินโญ่ กับนักข่าวคนนั้นทำตามสัญญา โดยพวกเขาโกนให้กันและกันในตอนที่ จอร์จินโญ่ ให้สัมภาษณ์ที่ข้างสนามเลยด้วย ซึ่งแฟนบอลก็โพสต์ข้อความกันหลายแบบหลังได้เห็นคลิปนี้ อย่างเช่น “จอร์จินโญ่ ดูเยือกเย็นทั้งตอนไม่มีและมีเครา”, “จอร์จินโญ่ ตอนไม่มีเครานี่ดูเหมือน (เมสัน) เมาน์ท เลย” และ “การโกนเคราที่งดงามที่สุด!” เป็นต้น

ที่มา : Siamsports

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ค่ำคืนสีน้ำเงิน ท้องฟ้าสีน้ำเงินและ ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ค่ำคืนสีน้ำเงิน ท้องฟ้าสีน้ำเงินและ ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 หลังจบเกมใน 90 นาที เหล่าขุนพลเชลซี  สต๊าฟโค้ชและนักเตะตัวสำรอง วิ่งกรูเข้ามาในสนาม เป็นการประกาศศักดาว่า เชลซีคว้าแชมป์ยุโรป สมัยที่ 2

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนัดชิงชนะเลิศ UCL  นี่เป็นฤดูกาลของเหล่าสิงห์บลูส์ ที่มีครบทุกรสชาติ ตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนจบฤดูกาล แฟนเชลซีฤดูกาลนี้ถ้าไม่ได้เกาะสนามติดตามผลงานของทีม บอกเลยว่าน่าเสียดายจริงๆ 

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021

ยิ่งเห็นช็อตที่ เมนดี้ กุมหน้าร้องไห้ ติอาโก้ ซิลวา สวมกอดกับทูเคิ่ล น้องไค นั่งก้มหน้าร้องไห้ด้วยความดีใจสุดขีด มันเป็นอารมณ์ที่แฟนบอลอย่างเรา ซึ้งใจและดีใจไปกับพวกเขาด้วย มันเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติที่หลั่งมาแบบไม่รู้ตัว

ไม่มีใครคาดคิดว่า สิงโตน้ำเงินคราม จะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคขึ้นมาเถลิงบัลลังก์แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ หากมองย้อนกลับไปช่วงต้นฤดูกาล 2020-2021 สารพัดปัญหาเข้ามามากมาย ทำให้ฟอร์มของสิงห์บลูส์ตกหล่นไปด้วย ถึงขนาดตกไปอยู่กลางตารางของพรีเมียร์ ลีก และสิ่งที่สะเทือนขวัญต่อเหล่า เดอะ บลูส์ คือการปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด ออกจากการเป็นผู้จัดการทีม

แต่ทว่าการเข้ามาของโค้ชเยอรมัน ทำให้เชลซีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทีมที่ฟอร์มตกขาดความมั่นใจ เกมรับรั่ว กลายเป็นทีมที่เล่นด้วยยากและเสียประตูยากสุดๆ นักเตะที่เคยโดนมองข้าม หรือโดนดองยาว ก็กลับมามีตำแหน่งและลงช่วยทีมได้บ่อยขึ้น เห็นได้ชัดจากรายของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์

ในรายอื่นๆ ที่โดนวิจารณ์หนักๆ ก็ได้แก่ จอร์จินโญ่ , คริสเตียนเซ่น ,อลอนโช่ แม้แต่ดูโอ้เยอรมันอย่าง ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ในส่วนของ ฮาแวร์ทซ์ ที่ดูน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะว่าด้วยสไตล์ที่เชื่องช้าและดูทำอะไรก็ไม่เป็นใจ กลับมีฟอร์มที่โดดเด่นมากๆ และสามารถทำประตูได้เรื่อยๆ แถมการครองบอลและการหาพื้นที่ ทำได้เนียนตาเหมือน ฮาแวร์ทซ์ คนเดิมที่โด่งดังกับห้างขายยา

ส่วนกรณีของ แวร์เนอร์ แน่นอนเขาไม่สามารถยิงเป็นกอบเป็นกำเหมือนดั่งยุคซุปเปอร์แฟรงค์ แต่ว่ายุคทูเคิ่ล ยามที่เขาลงสนาม ทีมมักไม่ค่อยแพ้ และเก็บชัยชนะเป็นส่วนมาก เขามีความเร็ว และการฉีกแนวรับ ฉีกตัวประกบได้ดี จนทำให้เพื่อนเล่นได้ง่ายขึ้น มีช่องทำทาง ตรงนี้ต้องให้เครดิตเขาเต็มๆ

มาถึง เมสัน เมาท์ ที่หลายคนกังวลว่า เขาจะไม่มีบทบาทแน่นอน หลังจากการไปของแฟรงค์ ผู้ที่ปลุกปั้น ชุบเลี้ยงเขามาจนเกิดครหาว่า เป็นลูกรัก แต่เพชรย่อมเป็นเพชร เมาท์ตอกกลับคำวิจารณ์เหล่านั้น ด้วยผลงานในสนาม ซึ่งตอนนี้ไม่ต้องบอกแล้วว่า เมาท์ ก้าวไปถึงระดับไหน แอดว่าทุกคนได้เป็นที่ประจักษ์ในสายตากันแล้ว

ทุกคนกลายร่างขันน็อต งัดฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา เล่นเกมของตัวเอง รู้ว่าจะต้องทำอะไร ทำยังไงถึงจะได้เปรียบ จะบอกว่าเป็นที่ตัวนักเตะ ไม่มีแพชชั่น มันก็ถูกครับ แต่อย่าลืมว่า การสร้างเสริมแพชชั่น จะต้องมาจากการปลุกเร้าของผู้จัดการทีม ความเชื่อใจ และวางใจกันและกันของนักเตะและโค้ช

เชลซี แชมป์ยุโรป 2021 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ควรค่ากับบัลลงดอร์

71% ของพื้นที่โลกถูกปกคุลมด้วยน้ำ ส่วนอีก 29% ถูกปกคุลมโดยก็องเต้ วลีเด็ดนี้ มันช่างเหมาะสมอะไรเพียงนี้ เอ็นโกโล่ ฟอร์มเข้าฟักสุดขีด หลังคว้าแมน ออฟ เดอะแมตช์ 3 เกมติด นับตั้งแต่เกมรอบรองชนะเลิศ กับราชันชุดขาวมาจนถึงนัดชิงชนะเลิศกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ก็องเต้ ทำได้อย่างโดดเด่น ในเกมนัดชิงกับเรือใบ ไม่ว่าจังหวะการตัดเกม คู่ต่อสู้ หรือการชะลอเกมรุก กองกลางผู้ถ่อมตน ทำได้ดีจริงๆ ตัดเกมได้ 2 หน แท็กเกิลชนะ 3 หน เอาชนะลูกกลางอากาศได้ถึง 4 ครั้ง แม้แนวรุกมหาพระกาฬของเรือใบสีฟ้า ต่อเกมขึ้นมาดีๆ มาเจอ ก็องเต้ คอยชะลอเอาไว้จนทำให้จังหวะไม่ไหลลื่นเหมือนที่เคยเป็น

ยิ่งคีร์แมนอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ จับบอล พยามจะไหลบอล จะเห็นว่าก็องเต้ จะคอยซ้อนเพื่อนตลอด หากเพื่อนพลาด ก็จะเจอก็องเต้ทันที ส่วนในจังหวะเกมบุก ก็องเต้ ก็ยังช่วย เดินเกมพาบอลขึ้นไปสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม เช่นเดียวกัน นี่คือสาเหตุ ว่าทำไม ทูเคิ่ล ถึงต้องรอดูอาการของ ก็องเต้ จนวินาทีสุดท้าย บอกตรงๆ ถ้าแดนกลางของเชลซี ขาดชายที่ชื่อ ก็องเต้ ในเกมนี้ ผลการแข่งขัน อาจจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ก็ได้

อย่างไรก็ตามความดีทั้งหมดต้องยกให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ด้วยเช่นกัน นั่นก็เพราะว่าครั้งที่เจ้าตัวคุมทีม ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่าฯ เชลซีเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยม และ ทูเคิ่ล ก็มาสานต่องานของ แฟรงค์ ซึ่งกุนซือชาวเยอรมันยอมรับว่า ทรัพยากรที่แฟรงค์ทิ้งไว้ เขาบอกเลยว่ามันน่าตื่นเต้น เพราะทุกคนเต็มไปด้วยคุณภาพคับแก้ว

ในระหว่างเส้นทางก่อนที่ เชลซี จะคว้าแชมป์ยุโรป แน่นอนว่าการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ย่อมไม่มีทีมไหนเหนือกว่าใคร เพราะการเข้ามาถึงรอบนี้ ย่อมเป็น เสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้งหมด โดยรอบ 16 ทีม พบกับ “ตราหมี” แอตฯมาดริด รอบ 8 ทีม พบ “ปอร์โต้” จากโปรตุเกส และรอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับเจ้ายุโรป 13 สมัย ซี่งมากที่สุดในบรรดาสโมสรยุโรป

แน่นอนว่ามันไม่ใช่งานที่ง่ายเลย แถมกุนซือผู้กุมบังเหียนอยู่ก็คือ ซีเนดีน ซีดาน เจ้าของสถิติ คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติด ความเคี่ยวและการวางแท็คติคที่ชาญฉลาดทำให้นี่คือกระดูกชิ้นโตของ เชลซี แต่ทว่าขุนพล สิงห์บลูส์ ก็ไล่คำรามใส่ไม่ยั้งชนิดที่ ซีดาน ยอมรับว่าสู้เชลซีไม่ได้จริงๆ และพวกเขาสมควรเป็นผู้ชนะแล้ว

หลังเข้ารอบชิงชนะเลิศ แฟนเชลซี ต้องมีเสียวกันบ้างแหละ เนื่องจากเกมก่อนหน้าในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ก็ดันพลาดท่าแพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ต่อมา เชลซีทีมหญิง ที่ได้เข้าชิงยูฟ่าฯ เช่นเดียวกัน แฟนๆก็มั่นใจว่าจะคว้าแชมป์สมัยแรกของทีมหญิง แต่สุดท้ายก็พลาดท่าแพ้ให้กับทีมหญิงบาร์เซโลน่าแบบขาดลอย 0-4

อีกทั้งต้องมานั่งลุ้นปัสสาวะเหนียว ลุ้นท็อปโฟร์ในช่วงนัดสุดท้าย แต่โชคดี ที่พญาวานร ยิงช่วยให้ สิงห์บลูส์ ไม่ต้องไปเล่น ยูโรป้า ลีก ในนัดปิดฤดูกาล

ความเจ็บปวดจาก เอฟเอ คัพ และการผ่านเรื่องราววุ่นๆในช่วงต้นฤดูกาล มันเป็นแรงผลักดันให้ สิงห์บลูส์ ตัวนี้ไม่มีทางเลือก เมื่อ สิงโตน้ำเงินคราม ยุคสายเลือดใหม่ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา ความกระหายของพวกเขาก็ไม่ต่างจากสิงโตหนุ่มที่กำลังคันเขี้ยวสุดๆ

เห็นได้จากนัดชิงกับ แมนฯซิตี้ พูดได้เต็มปากเลยว่าเหล่าพลพรรค เรือใบ สู้สิงโตไม่ได้เลย แค่การเดินเกมของเรือใบก็ดูไม่มีอะไรแล้ว เชลซีสวนแต่ละดอกได้ลุ้นหมด นี่ถ้ากองหน้าสไตล์โป้งเดียวจอดอย่าง เลวานดอฟสกี้นะ อาจมีสกอร์ที่ 5-6 ประตูเลยก็ได้ใครจะไปรู้ จะหาว่าโม้หรือว่าคุยก็ได้นะ แต่ผมไม่สน เพราะเชลซีเป็นแชมป์แล้ว จะทำอะไรก็ได้ ฮ่าๆ

เดี๋ยวเราไปชมบรรยากาศและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นใน รอบชิงชนะเลิศ ประจำวันเสาร์ที่ 29 พ.ค. 64 ที่สนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา, ปอร์โต ประเทศโปรตุเกส (สนามกลาง) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ

เชลซีคว้าแชมป์ยุโรป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และ ฟิล โฟเดน

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ (GK), รีซ เจมส์, ติอาโก ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า, จอร์จินโญ, เอ็นโกโล ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์, ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาท์ และ ติโม แวร์เนอร์

เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 8 แมนฯ ซิตี้ ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง พยายามจะตอกส้นยิงในเขตโทษ แต่ เอดูอาร์ด เมนดี้ นายด่านของเชลซี เซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 10 โอกาสของเชลซี เมื่อ ไค ฮาแวร์ทซ์ เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้ากลางเขตโทษให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่ดันยิงแป้กอย่างน่าเสียดาย

เชลซีได้ลุ้นอีกแล้ว เมสัน เมาท์ จ่ายบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ ยิงในเขตโทษ แต่บอลตรงตัว เอแดร์สัน โกลของแมนฯ ซิตี้

นาทีที่ 15 เชลซีได้ลุ้นต่อเนื่อง เมสัน เมาท์ จ่ายบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ กระชากเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดเน้นๆ บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

ถึงนาทีที่ 28 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ผ่านบอลให้ ฟิล โฟเดน ได้ยิงจ่อๆ แต่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปรี่มาบล็อกไว้ได้ทัน

แต่ทว่านาทีที่ 42 กลายเป็น เชลซี ที่มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ จ่ายบอลทะลุให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเดี่ยวก่อนแตะหลบ เอแดร์สัน แล้วยิงเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก เชลซี นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ พยายามบุกใส่ แต่นาทีที่ 72 กลายเป็น เชลซี ที่ได้ลุ้นสกอร์เพิ่ม จากจังหวะที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ คริสเตียน พูลิซิช ยิงหลุดเสาไกลไปนิดเดียว

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เชลซี ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก มาครองเป็นสมัยที่ 2 ของสโมสรได้สำเร็จ

ดาวรุ่งอังกฤษ

ที่ผ่านมา มักมีคำถามมาโดยตลอดว่า ลอนดอนเป็นสีอะไร? ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่า “ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน” ก็ดูจากถ้วย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยสิ ทีมในลอนดอนยังไม่เคยได้สักทีม มีแต่ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เท่านั้น ที่คว้ามาได้แล้วถึง 2 สมัยและมีโอกาสที่จะมีสมัยที่ 3-4-5 ตามาอย่างแน่นอน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ชุดนี้ อายุเฉลี่ยค่อนข้างน้อยมากๆ ยังมีเวลาให้พวกเขาเติบโตไปอีกไกลแสนไกล การคว้าแชมป์ครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเติมเชื้อเพลิงในตัวพวกเขา พวกเขาคว้าแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ตั้งแต่อายุยังไม่มาก มันถือเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดจริง

หลังจากนี้ เชลซี สิงโตน้ำเงินครามตัวนี้ ได้กลายร่างเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว พวกเขาพร้อมแล้ว กับการออกล่าเหยื่อเป็นถ้วยรางวัล ผมเชื่อเหลือก่อนว่า โธมัส ทูเคิ่ล ชายผู้บังคับทิศทางของสิงโตตัวนี้ จะไล่ล่าทุกความสำเร็จและเชื่อว่า เขาจะทำทีมได้ อย่างที่ปากเขาพูดไว้ “เราจะสร้างทีมที่ไม่มี ใครอยากจะเผชิญหน้า”

#เห่าดง

Chelsea Road to Champions League Victory - 2021

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 37 ระหว่าง เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 37 ระหว่าง เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 37 คืนวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2021 เวลา 02.15 น. เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 37 เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้ มาดูพรีวิวและเช็คความพร้อมของทั้งสองทีมก่อนการแข่งขัน

พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน
วันที่ : วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2021
Kick off : 02:15 น.
ถ่ายทอดสด : True Premier League HD 1

เชลซี

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่เชลซี พาทีมแพ้อาร์เซน่อล 0-1 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนแพ้เลสเตอร์ด้วยสกอร์เดียวกันในนัดชิงเอฟเอ คัพ เป็นการแพ้ 2 นัดติด    

สภาพทีมเกมนี้ “น้าทูเคิ่ล” จะได้ทั้งอันเดรียส คริสเตนเซ่น และ มาเตโอ โควาซิช ฟิตกลับมาเป็นตัวเลือก  

ส่วนการจัดทัพก็เชื่อว่าน่าจะปรับจากนัดชิงเอฟเอพอสมควร เช่นเอดูอาร์ เมนดี้ ประตูเซเนกัลมือ 1 ก็จะกลับมาทำหน้าที่แทนเกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ที่ได้โอกาสในบอลถ้วย 

เช่นเดียวกับพวกที่เป็นสำรองในเกมที่เวมบลีย์ ไม่ว่าจะเป็นเบน ชิลเวลล์, คริสเตียน พูลิซิช และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ก็น่าจะได้สลับมาออกสตาร์ทบ้าง  

เลสเตอร์ ซิตี้

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ พาทีมเบียดชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนเชือดเชลซี 1-0 ในนัดชิงเอฟเอ คัพ เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด และเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร   

ความพร้อมเกมนี้ “น้าบีร็อด” ยังต้องลุ้นความฟิตของ จอนนี่ อีแวนส์ กองหลังคนสำคัญที่เจ็บส้นเท้าซ้ำมาอีกจากเกมที่เวมบลีย์ ส่วนฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ เจมส์ จัสติน ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว ก็ยังต้องพักยาวเหมือนเดิม 

ขณะที่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคาสเปอร์ ชไมเคิ่ล, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, ซากลาร์ โซยุนชู, ยูริ ตีเลมันส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ และ เจมี่ วาร์ดี้ ต่างพร้อมบู๊ตามปกติ

สถิติเชลซี พบ เลสเตอร์ ซิตี้ 5 นัดหลังสุด

เชลซี : ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2
เลสเตอร์ ซิตี้ : ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1

15/05/21 เอฟเอ คัพ เชลซี 0 – 1 เลสเตอร์
20/01/21 พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ 2 – 0 เชลซี
28/06/20 เอฟเอ คัพ เลสเตอร์ 0 – 1 เชลซี
01/02/20 พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ 2 – 2 เชลซี
18/08/19 พรีเมียร์ลีก เชลซี 1 – 1 เลสเตอร์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เชลซี

15/05/21 แพ้ เลสเตอร์ 0-1 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
12/05/21 แพ้ อาร์เซน่อล 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
08/05/21 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
06/05/21 ชนะ เรอัล มาดริด 2-0 (เหย้า) ชปล.
01/05/21 ชนะ ฟูแล่ม 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

เลสเตอร์ ซิตี้

15/05/21 ชนะ เชลซี 1-0 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
11/05/21 ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/05/21 แพ้ นิวคาสเซิ่ล 2-4 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
01/05/21 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27/04/21 ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงจาก Whoscored

Line-up เชลซี-เลสเตอร์

เชลซี (3-4-2-1)

ผู้รักษาประตู : เอดูอาร์ เมนดี้
กองหลัง : รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์
กองกลาง : เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์
กองหน้า : เมสัน เม้าน์ท, คริสเตียน พูลิซิช – ไค ฮาแวร์ทซ์

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-1-2)

ผู้รักษาประตู : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล
กองหลัง : ติโมธี คาสตาญ, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, ซากลาร์ โซยุนชู
กองกลาง : มาร์ค อัลไบร์ทตัน, ยูริ ตีเลมันส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, ลุค โธมัส
กองหน้า : เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, เจมี่ วาร์ดี้

ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

สกอร์ที่คาด : เชลซี 8-0 เลสเตอร์ ซิตี้

ข้อมูลสถิติจาก : Siamsports / Whoscored
บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

สิงโตน้ำเงินคราม

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

อีกแค่นัดเดียว สิงโตน้ำเงินคราม จะเข้าชิงจ้าวยุโรป แล้วเจอกันที่ อิสตันบลู

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

พลพรรค สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ หลังเตะไปแล้วในเลกแรก เสมอราชันชุดขาว 1-1

ผลเสมอที่ออกมา ดูเหมือนว่า จะเป็นใจให้ สิงโตน้ำเงินคราม  พอสมควร เพราะได้อเวย์โกลว์ จากการไปเยือน เรอัล มาดริด เพราะเรารู้กันอยู่ว่า เรอัล มาดริด เป็นจ้าวยุโรป ประสบการณ์โชคโชนในรายการนี้ แถมมีกุนซือสมองเพชร อย่าง ซีเนดีน ซีดาน คุมทีมดับเลิ้ลความเขี้ยวลากดินไปอีก

ด้วยการพบเจอกัน ของทั้งสองทีม เชลซีและเรอัลมาดริด ย้อนกลับไปของการเจอกันทั้งหมด ก่อนหน้านี้ทั้งสองสโมสรเจอกันในเวทียุโรปมาแล้ว 3 หน ซึ่งปรากฏว่า เชลซี ไม่เคยปราชัยให้กับ เรอัล มาดริด เลย โดยเมื่อฤดูกาล 1970/71 เจอกันในรอบชิงฯ ถ้วย คัพ วินเนอร์ส คัพ ซึ่ง เชลซี คว้าชัย 2-1 ในนัดรีเพลย์ หลังเสมอกัน 1-1 ในเกมแรก หลังจากนั้นในปี 1998 สิงห์บลูส์ โค่น ราชันชุดขาว 1-0 ในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ

เชลซี

หากนับเฉพาะคู่แข่งในเวทียุโรป รวมทุกรายการที่ เรอัล มาดริด ไม่เคยเอาชนะได้ แน่นอนว่า เชลซี เป็นสโมสรที่ เรอัล มาดริด เจอบ่อยสุดและไม่เคยเก็บชัยได้เลย 3 ครั้ง, เสมอ 1 แพ้ 2

นับตั้งแต่การแข่งขันถ้วยใหญ่สุดของยุโรป เปลี่ยนชื่อจาก ยูโรเปี้ยน คัพ มาเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 1992 เชลซี เข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ 8 ครั้ง ซึ่งมากสุดในบรรดาสโมสรจากอังกฤษ

สำหรับประสบการณ์ในรอบรองฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก  7 หนที่ผ่านมาของ เชลซี นั้น พวกเขาปราชัยในการแข่งขันเลกแรกแค่หนเดียวเท่านั้น โดยชนะ 2 เสมอ 4  ซึ่งนั่นก็คือการบุกไปแพ้ อาแอส โมนาโก 1-3 เมื่อฤดูกาล 2003/04 ส่วนเกมเลกแรกอีก 6 นัดที่เหลือ พวกเขาไม่แพ้ใครเลยก็จริง แต่ทำได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น และเสียประตูเดียว

ขณะที่ เรอัล มาดริด เข้ามาถึงรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นหนที่ 14 ซึ่งมากสุดเหนือทุกสโมสรในยุโรป  หากนับเฉพาะการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 10 ครั้งหลังสุดของ เรอัล มาดริด พวกเขาคว้าชัยในเกมเลกแรกได้ถึง 9 ครั้ง แพ้ 1 และมีถึง 8 ครั้ง ที่ทำประตูได้อย่างน้อย 2 ลูก

ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ช เรอัล มาดริด และ โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี เป็น 2 จาก 24 กุนซือ ที่มีประสบการณ์คุมทีมในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ 15 นัดขึ้นไป โดย ซีดาน เป็นกุนซือที่มีเปอร์เซนต์ชนะมากสุด เทียบเท่ากับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ที่ 67% ด้วยสถิติชนะ 18 จาก 27 เกม ขณะที่ ทูเคิ่ล มีเปอร์เซนต์ดีสุดอันดับเจ็ดที่ 53% ด้วยผลงานชนะ 8 จาก 15 เกม

แชมป์ยุโรป

นอกจากนี้ ทูเคิ่ล เคยคุมทีมเจอ เรอัล มาดริด มาแล้ว 4 หน และไม่เคยพบกับความปราชัยเลย ชนะ 1 เสมอ 3 โดยในหน้าประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากเขาแล้ว มี เชราร์ อุลลิเย่ร์ อีกคน ที่คุมทีมเจอ ‘ราชันชุดขาว’ 4 ครั้ง และไม่เคยแพ้เลย ชนะ 2 เสมอ 2 ข้อมูลจาก : siamsport

จากสถิติดังกล่าว จะบอกว่าเชลซีมีมุมเข้าชิงมากกว่า แต่ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะทางด้านของซีเนดีน ซีดาน เขี้ยวยาวลากดิน สถิติการคุมราชันชุดขาว ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นรองเลย หากมองถึงประสบการณ์ในรายการยุโรปนี้

มาถึงนัดนี้แล้ว หากมัวสนใจสถิติ คงเป็นไปไม่ได้ เข้ารอบตัดเชือก ไม่มีทีมไหนอ่อนได้เปรียบเสียเปรียบมากกว่ากัน อยู่ที่การวางแผนของเฮดโค้ช รวมถึงการจัดทีมด้วย

พลพรรคสิงโตน้ำคราม เชลซีต่างรอแมตช์ระดับโลกนี้ เราหวังว่าทีมรักของเรา จะก้าวไปคว้าแชมป์มาครองได้ เรามีพร้อม ทั้งความกระหาย ความกล้า ความนิ่ง รวมถึงโค้ชที่กลยุทธสุดติ่งอย่างทูเคิ่ล

หาก สิงโตน้ำเงินคราม ผ่านราชันชุดขาวไปได้ หากจะมองถึงแชมป์ก็ผิด ในบรรดา 4 ทีมรอบรอบชนะเลิศ กระดูกชิ้นโต คือเรอัล มาดริด ไม่มีอะไรแน่นอนในโลกของลูกหนัง เมื่อเราเอาชนะยอดทีมจากสเปนได้ เท่ากับว่า สิงโตน้ำคราม เชลซี ผ่านทีมที่ดีที่สุดในโลกมาแล้ว จากนี้ไม่ต้องกลัวใคร  ใครก็ได้บอกเลยนาทีนี้ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

บทสรุปหลังเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ไค ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มแจ่ม กดสองตุงเกมปะทะ เจ้าสัวน้อย

บทสรุปหลังเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | ไค ฮาแวร์ทซ์ โชว์ฟอร์มแจ่ม กดสองตุงเกมปะทะ เจ้าสัวน้อย

เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

สิงโตน้ำเงินคราม คว้าสามแต้มเต็มในเกมลอนดอนดาร์บี้แมทซ์กับ เจ้าสัวน้อย โดยเกมนี้ได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่เหมาสองประตู จบเกม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม

ผู้เล่นเชลซี วิ่งมาฉลองหลัง ฮาแวร์ทซ์ ยิงให้เชลซีขึ้นนำ 1-0

บทสรุปหลังเกม เรอัล มาดริด 1-1 เชลซี

บทสรุป เชลซี 2-0 ฟูแล่ม | จบลงไปแล้วสำหรับ พรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 34 สิงโตน้ำเงินคราม คว้าสามแต้มสำคัญได้สำเร็จเกมนี้ก่อนเกมการแข่งขันสื่อหลายสำนักต่างมองว่าทีมเยือนต้องมาเล่นตั้งรับและคอยสวนกลับตามสไตล์ เวลาทีมรองบ่อนต้องดวลกับทีมใหญ่ แต่ สก็อตต์ พาร์คเกอร์ กุนซือหนุ่มของ เจ้าสัวน้อย ไม่ได้ทำแบบนั้น อดีตแข้งเชลซี สั่งให้ลูกทีมเปิดเกมบุกแลกกับ สิงห์บลูส์ แบบไม่เกรงกลัวเจ้าถิ่นแม้แต่น้อย และที่สำคัญคือนักเตะทีมเยือนทำได้ค่อนข้างดี พวกเขาเปิดเกมบุกใส่เชลซีได้หลายจังหวะ และยังทำได้ดีกว่าเจ้าถิ่นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามด้วยคุณภาพและปัจจัยหลายๆอย่าง ทำให้เชลซี เด็ดขาดกว่าทีมเยือนในจังหวะจบสกอร์และได้ประตูออกนำไปก่อน จาก ไค ฮาแวร์ทซ์ ตั้งแต่นาทีที่ 10 ของเกม และมาได้ประตูปิดท้ายจาก ไค ฮาแวร์ทซ์ คนเดิม ตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง

หลังจากนั้น โธมัส ทูเคิล ก็เปลี่ยนแผนลงมาตั้งรับทันทีเพื่อลดการใช้พลังงาน เพราะมีเกมสำคัญกลางสัปดาห์รออยู่ และนั่นเองทำให้รูปเกมดูจืดลงไป ความเหนียวแน่นในเกมรับของ เชลซี ทำให้ เจ้าสัวน้อย หาช่องเจาะเข้าไปทำประตูไม่ได้เลย จริงอยู่ที่พวกเขามีโอกาสได้ประตูหลายจังหวะ แต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ก็โชว์ฟอร์มเทพเช่นเดียวกันจึงช่วยทีมรักษาคลีนชีตเอาไว้ได้อีกหนึ่งเกม

ผู้เล่นอย่าง เมสัน เมาท์ พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนักเตะที่ เชลซี จะขาดไม่ได้ แข้งทีมชาติอังกฤษโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ เมาท์ รักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างคงเส้นคงวา จึงไม่แปลกหากหากเจ้าตัวจะขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ของทีมและวงการลูกหนังในอนาคต

ด้าน 2 แข้งชาวเยอรมันก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่ยืนเป็นกองหน้าตัวหลอกในเกมนี้ ยิงได้ถึง 2 ประตูและเกือบทำแฮตทริกได้หากลูกที่ยิงเข้าไปในครึ่งแรกไม่ล้ำหน้าเสียก่อน สิ่งที่เห็นได้ชัดจากเกมนี้คือ ความเยือกเย็นในจังหวะจบสกอร์ ที่ทำได้เนียนตาทั้งสองประตูจนทำให้แฟนเริ่มเห็นฟอร์มร่างทองกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อยู่กลายๆ ไม่แน่เราอาจได้เห็นฟอร์มเทพของเจ้าตัวอีกครั้งในฤดูกาลหน้า

เช่นเดียวกับ ติโม แวร์เนอร์ ที่ในเกมนี้จะไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตูแต่ดาวยิงความเร็วสูงยังมีชื่อแอสซิสต์มให้เพื่อนยิงประตูได้อีกครั้งนึง จนถึงตอนนี้เจ้าตัวทำได้แล้ว 11 ประตู กับอีก 10 แอสซิสต์ ถือเป็นตัวเลขที่ไม่เลวเลยกับฤดูกาลแรกในพรีเมียร์ลีก แม้แฟนบอลหลายคนจะผิดหวังที่ไม่ได้เห็น แวร์เนอร์ ยิงประตูแบบถล่มทลาย แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีส่วนร่วมและเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้

จังหวะหนีห่าง 2-0 เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
3 นักเตะร่วมดีใจหลังเชลซีหนีห่าง 2-0

สถิติหลังจบเกม

เชลซี

สถิติสำคัญ

ฟูแล่ม

49%

การครองบอล

51%

9

จำนวนยิงทั้งหมด

10

1

ยิงออกนอกกรอบ

4

9

สร้างโอกาส

8

435

ความแม่นยำในการผ่านบอล

446

85%

ความสำเร็จในการผ่านบอล

86%

15

ฟาวล์

8

1

เตะมุม

8

7

ล้ำหน้า

1

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

11 ผู้เล่นตัวจริง

เอดูอาร์ เมนดี้ : 7.5
มีจังหวะเซฟสวยๆ หลายครั้งในเกมนี้ และช่วยทีมเก็บสถิติคลีนชีตเพิ่มอีกนัดได้สำเร็จ

อันเดรียส คริสเตนเซ่น : 7.5
นักเตะตอบแทนความไว้ใจของ ทูเคิ่ล ได้อย่างยอดเยี่ยม การมีเขายืนป้องกันในแนวรับช่วยให้แฟนบอลรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

ติอาโก้ ซิลวา : 7.5
ขาดไปไม่ได้จริงๆ สำหรับผู้นำในแนวรับอย่าง ซิลวา ความนิ่งในเกมนี้ช่วยทีมได้หลายจังหวะและไม่มีลูกผิดพลาดให้เห็น

เคร์ท ซูม่า : 7 
ช่วยเกมรับได้ตามมาตรฐานของตัวเอง แต่เกมรุกยังคงเป็นรอง รือดิเกอร์

รีซ เจมส์ : 7.5 
เกมรุกค่อนข้างเงียบในเกมนี้ แต่เกมรับทำได้ดีและมีจังหวะช่วยทีมหลายครั้ง

บิลลี่ กิลมอร์ : 7
แม้จะมีผิดพลาดทำเสียบอลอยู่หลายครั้งแต่ยังพอให้อภัยได้ ยังต้องพัฒนาฝีเท้าต่อไป

เมสัน เมาท์ : 7.5
สร้างสรรค์เกมรุกได้ยอดเยี่ยมและมีแอสซิสต์ในเกมนี้ด้วย นอกจากนี้ยังลงมาช่วยทีมเล่นเกมรับอีกด้วย 

เบน ชิลเวลล์ : 7
วันนี้ค่อนข้างเงียบสำหรับ ชิลเวลล์ แต่ยังเติมขึ้นไปเล่นเกมรุกได้หลายครั้ง

ฮาคิม ซีเย็ค : 6
เป็นอีกเกมที่ ซีเย็ค ทำได้ไม่ค่อยดีนัก มีส่วนร่วมกับทีมค่อนข้างน้อยก่อนโดนเปลี่ยนตัวออกไป

ติโม แวร์เนอร์ : 7 
ยังมีจังหวะขาดๆเกินๆ อยู่หลายครั้ง แต่ก้ไม่มีจังหวะพลาดแบบไม่น่าให้อภัย แถมยังมีแอสซิสต์อีกด้วย

ไค ฮาแวร์ทซ์ : 8
ความนิ่งในการจบสกอร์ ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมในเกมนี้ 2 ประตูในวันนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ ฮาแวร์ทซ์ มากขึ้น

ตัวสำรอง

เอ็นโกโล ก็องเต้ (แทน ซีเย็ค น. 66) : 6.5 
ลงมาช่วยทีมเล่นเกมรับ และช่วยทีมรักษาคลีนชีตไว้ได้ 

แทมมี่ อับราฮัม (แทน เมาท์ น. 76) : 5
ถูกเปลี่ยนลงสนามมาแต่มีส่วนร่วมกับทีมค่อนข้างน้อย

มาร์กอส อลอนโซ่ (แทน ชิลเวลล์ น. 81) : N/A 

ชิลเวลล์ พาบอลหนีผู้เล่น ฟูแล่ม เชลซี 2-0 ฟูแล่ม
เบน ชิลเวลล์ พาบอลหนีผู้เล่น ฟูแล่ม

บทสรุป

เชลซี ภายใต้การนำทัพของ โธมัส ทูเคิ่ล กำลังเล่นได้อย่างมั่นใจและดีวันดีคืน พวกเขาไม่เกรงกลัวทีมใดและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นทีมไหนก็ตาม ด้วยคุณภาพนักเตะที่ไม่เป็นรองใครแถมยังมีงบในการเสริมทีมค่อนข้างเยอะ ไม่แน่ว่าทูเคิ่ล อาจจะสร้าง เชลซี ให้กลายเป็นทีมที่ไม่มีใครอยากเจอเหมือนที่เขาเคยพูดเอาไว้ตอนเปิดตัวกับสโมสรก็ได้ใครจะไปรู้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

คอนเต้

ผมไม่แคร์! คอนเต้ ลั่น ไม่ได้หวังให้ อตาลันต้า ส่งแชมป์ให้

ผมไม่แคร์! คอนเต้ ลั่น ไม่ได้หวังให้ อตาลันต้า ส่งแชมป์ให้

คอนเต้
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่ อินเตอร์ มิลาน ลั่น ไม่คาดหวังให้ อตาลันต้า แพ้ ซาสซูโอโล่ เพื่อการันตีการคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ของ งูใหญ่

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนเก่งของ อินเตอร์ มิลาน เชื่อว่า ความสำเร็จของทีมที่กำลังจะคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประจำฤดูกาลนี้ มาจากความยอดเยี่ยมของทีมล้วนๆ โดยที่ไม่ต้องหวังพึ่งใคร พร้อมยืนยันว่า ตนและลูกทีมจะไม่มีการแช่ง อตาลันต้า ให้วืดชัยในเกมบุกไปเยือน ซาสซูโอโล่ วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคมนี้ อย่างแน่นอน 

อินเตอร์ บุกชนะ โครโตเน่ 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาที่นำจ่าฝูง ทำแต้มได้ 82 แต้ม จากการลงแข่ง 34 นัด ทิ้งห่างอันดับ 2อย่าง อตาลันต้า ที่เตะน้อยกว่าหนึ่งนัด ถึง 14 คะแนน ซึ่งเท่ากับว่า ถ้าหากยอดทีมแห่งแบร์กาโม่ ทำได้แค่เสมอหรือแพ้ในเกมวันอาทิตย์นี้ อินเตอร์ มิลาน จะคว้า สคูเด็ตโต้  มาครองทันที  
    
ถึงแม้เป็นเกมที่อาจจะทำให้ อินเตอร์ ได้ฉลองแชมป์ เซเรีย อา สมัยที่ 19 และเป็นครั้งแรกตั้งแต่ฤดูกาล 2009/10 แต่ คอนเต้ แจงว่า จะไม่ให้ลูกทีมรวมตัวกันชมเกมดังกล่าวที่สนามซ้อม  

กุนซือชาวอิตาเลียนวัย 51 ปี กล่าวว่า “ผมบอกกับนักเตะตั้งแต่หลังจบเกมกับ เวโรน่า แล้ว และเราก็จะทำแบบเดิมอีกในวันพรุ่งนี้ คือเราจะแยกย้ายไปชมเกมนี้กับครอบครัวของตัวเอง แน่นอน เราจะไม่ร้องขออะไรจากใครทั้งนั้น ถ้าเราได้ฉลองแชมป์ มันก็เป็นเพราะความยอดเยี่ยมของเราเอง เราไม่จำเป็นต้องไปขอบคุณใครทั้งนั้น” 

ทั้งนี้ ถ้าหาก อตาลันต้า คว้าชัยชนะได้ในเกมวันอาทิตย์นี้ อินเตอร์ ก็ต้องการอีกแค่แต้มเดียว จาก 4 นัดที่เหลือ เพื่อการันตีตำแหน่งแชมป์ลีก

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

ซีดาน

ผมแฮปปี้มาก! ซีดาน ยอมรับมีความสุขหลัง เรอัล มาดริด เปิดบ้านสอย โอซาซูน่า

ผมแฮปปี้มาก! ซีดาน ยอมรับมีความสุขหลัง เรอัล มาดริด เปิดบ้านสอย โอซาซูน่า

ซีดาน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ซีเนดีน ซีดาน ผู้จัดการทีม เรอัล มาดริด แฮปปี้สุดๆ หลังทีมเปิดบ้านเอาชนะ โอซาซูน่า 2-0 ชี้ไม่ใช่เกมที่ง่าย พร้อมชม เอแดร์ มิลิเตา ฟอร์มแจ่ม

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสของ เรอัล มาดริด เปิดเผยว่า ตนพอใจมากๆ ที่ทีมสามารถเก็บชัยชนะในเกมที่ยากลำบากได้ หลังจากที่  ราชันชุดขาว  เปิดรัง เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เอาชนะ โอซาซูน่า 2-0 ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อวันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา 

เกมนี้ เรอัล มาดริด ได้สองประตูในช่วงท้ายเกม จาก เอแดร์ มิลิเตา นาทีที่ 76 และ กาเซมิโร่ นาทีที่ 80 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้พวกเขาที่รั้งอันดับ 2 มีคะแนนเพิ่มเป็น 74 แต้ม หลังลงแข่ง 34 นัด ตามหลัง แอตเลติโก มาดริด จ่าฝูงเพียง 2 แต้ม

โดย ซีดาน กล่าวหลังเกมว่า “ผมแฮปปี้มากๆ กับผลการแข่งขัน เพราะมันไม่ง่ายเลยสำหรับเกมวันนี้ พวกเขาตั้งรับกันได้ดีมาก เรามีโอกาสเพียบในช่วงครึ่งแรก แต่ทำไม่ได้ ช่วงพักครึ่งผมบอกกับลูกทีมว่า ต้องเล่นด้วยความอดทน และพวกเขาก็ทำได้ในครึ่งหลัง ผมขอแสดงความยินดีกับลูกทีมทุกคน” 

“ผมแฮปปี้กับ มิลิเตา ตอนที่เขาไม่ได้ลงเล่น เขาก็มุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก และเฝ้ารอโอกาส ตอนนี้เขาได้รับทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว” นายใหญ่ เรอัล มาดริด กล่าวเสริม
 
สำหรับช่วงนี้ มิลิเตา ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง จากการขาดหายไปของ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีม ซึ่งเจอปัญหาบาดเจ็บรบกวน โดย ซีดาน กล่าวชื่นชม ดาวเตะเลือดแซมบ้าวัย 23 ปี ว่า เป็นนักเตะที่รู้จักอดทนรอคอยโอกาสจนได้ดี และทำประตูในเกมนี้ได้ด้วย 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th