คลังเก็บป้ายกำกับ: Chelsea

แวร์เนอร์

ปวดศรีษะ! พิธีกร F1 ทักแวร์เนอร์เป็นผู้รักษาประตูระหว่างชมแข่ง ฟอร์มูล่า วัน

ปวดศรีษะ! พิธีกร F1 ทักแวร์เนอร์เป็นผู้รักษาประตูระหว่างชมแข่ง ฟอร์มูล่า วัน

แวร์เนอร์
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงสิงห์บลู ถูกทักผิดเป็นผู้รักษาประตูระหว่างไปชมการแข่งขัน'ฟอร์มูลา วัน' ในรายการออสเตรียน กรังปรีซ์

ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงของเชลซี ถูกพิธีกรของช่อง Sky Sports ทักเป็นผู้รักษาประตู ระหว่างเดินทางมาชมรถแข่ง ‘ฟอร์มูลา วัน’ รายการออสเตรียน กรังปรีซ์

กองหน้าทีมชาติชาวเยอรมันใช้เวลาในช่วงพักร้อนมาร่วมชมการแข่งรถสูตรหนึ่ง และถูกเชิญมาสัมภาษณ์ออกทีวีในประเด็นเกี่ยวกับทีมชาติอังกฤษ

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ชวนน่าอึดอัดขึ้น เมื่อพิธีกรสาวของ Sky Sports แนะนำแวร์เนอร์กับผู้ชมทางทีวีว่าเป็นผู้รักษาประตู ทำเอาเจ้าตัวออกอาการงงนิด ๆ แต่ยังแสดงสปิริตตอบคำถามต่อไป

“วานนี้มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเขา พวกเขาเป็นทีมที่ดีกว่าในเกมเมื่อวันอังคาร (กับเยอรมัน) พวกเขามีทุกอย่างสำหรับการคว้าแชมป์ยุโรป ผมขออวยพรให้พวกเขาโชคดี” แวร์เนอร์ กล่าวถึงทีมชาติอังกฤษ

สำหรับ แวร์เนอร์ถูกวิจารณ์อย่างหนักในซีซันที่ผ่านมา แม้ว่าจะช่วยสิงห์บลูคว้าแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก เพราะผลงานส่วนตัวของเขาไม่น่าประทับใจนัก หลังทำไปได้เพียง 12 ประตู จาก 52 เกม

ที่มา : Goal

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

วิคเตอร์ โมเซส

วิคเตอร์ โมเซส ลา เชลซี เซ็นซบ สปาตัค มอสโก ด้วยสัญญาถาวร

วิคเตอร์ โมเซส ลา เชลซี เซ็นซบ สปาตัค มอสโก ด้วยสัญญาถาวร

วิคเตอร์ โมเซส
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

วิคเตอร์ โมเซส ดาวเตะชาวไนจีเรียตัดสินใจถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์แบบย้ายซบสปาตัก มอสโกถาวร หลังค้าแข้งกับสโมสรมายาวนานถึง 9 ฤดูกาล

วิคเตอร์ โมเซส ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพ สปาร์ตัก มอสโก ด้วยสัญญาถาวรแล้วจากการยืนยันของ เชลซี

ถือเป็นการปิดฉากช่วงเวลา 9 ปีของเขากับเชลซี โดยนักเตะจะกลับไปเล่นให้สโมสรในพรีเมียร์ ลีกของรัสเซีย ซึ่งเจ้าตัวได้ลงสนาม 20 นัดจากการยืมตัวในซีซั่นที่ผ่านมา

โมเซส ย้ายจากวีแกน แอธเลติก มาเล่นที่ลอนดอนตะวันตกในซัมเมอร์ ปี 2012 โดยปิดดีลมาอยู่กับทีมแชมป์ยุโรป ไม่กี่วันหลังเป็นตัวจริงแข่งขันกับพวกเราในเกมพรีเมียร์ ลีก นัดเปิดสนามของซีซั่นดังกล่าว

ดาวเตะชาวไนจีเรียย้ายมาอยู่กับสิงห์บลูในปี 2012 แม้ว่าเขาจะถูกปล่อยยืมตัวหลายครั้ง แต่ก็ลงช่วยทีมไป 128 เกม ทำได้ 18 ประตู และเป็นกำลังสำคัญของทีมชุดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2017/18

เกมสุดท้ายที่แข้งวัย 30 ลงเล่นกับเชลซี ต้องย้อนไปถึงเกม ยูโรปา ลีก กับ บาเต้ บอริซอฟ ในฤดูกาล 2018/19

โมเซส คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก, เอฟเอ คัพ และพรีเมียร์ ลีก ร่วมกับเชลซี ขอบคุณความทุ่มเทของโมเซส ที่มีให้กับทีมมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา และขออวยพรให้เขาประสบความสำเร็จกับเส้นทางค้าแข้งในอนาคต

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

จอร์จินโญ่

เราจะทำตามสัญญา! จอร์จินโญ่ โกนเคราโชว์กล้องหลังพาทีมคว้า บิ๊กเอียร์

เราจะทำตามสัญญา! จอร์จินโญ่ โกนเคราโชว์กล้องหลังพาทีมคว้า บิ๊กเอียร์

จอร์จินโญ่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

หลังจากช่วยให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2020-21 มาเชยชมแล้วนั้น จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์ เชลซี ก็ยอมสละเคราของตัวเองทันที หลังจากเคยลั่นวาจาเอาไว้แล้วว่าหากได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็จะบอกลาเคราของตัวเอง ซึ่งแฟนบอล เชลซี ก็โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้กันด้วย

จอร์จินโญ่ กองกลาง เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้นักข่าวคนหนึ่งโกนเคราของเขา หลังจากที่เจ้าตัวเคยพูดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ว่าจะทำอย่างนั้นหากต้นสังกัดได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง

ช่วงที่ผ่านมามีทั้งแฟนบอล เชลซี ที่ทั้งชอบและไม่ชอบ จอร์จินโญ่ จนทำให้บางครั้งเขาก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีม แต่เจ้าตัวก็ตั้งใจที่จะทำผลงานให้ดีกับต้นสังกัดให้ได้จนถึงขั้นที่เคยบอกกับนักข่าวชาวบราซิเลียนคนหนึ่งเอาไว้ว่าหากต้นสังกัดของเขาได้ถ้วยบิ๊กเอียร์แล้วล่ะก็ เขากับนักข่าวคนนั้นก็ต้องโกนหนวดโกนเครากันทั้งคู่

ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เชลซี ก็ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก จริงๆ ทำให้ จอร์จินโญ่ กับนักข่าวคนนั้นทำตามสัญญา โดยพวกเขาโกนให้กันและกันในตอนที่ จอร์จินโญ่ ให้สัมภาษณ์ที่ข้างสนามเลยด้วย ซึ่งแฟนบอลก็โพสต์ข้อความกันหลายแบบหลังได้เห็นคลิปนี้ อย่างเช่น “จอร์จินโญ่ ดูเยือกเย็นทั้งตอนไม่มีและมีเครา”, “จอร์จินโญ่ ตอนไม่มีเครานี่ดูเหมือน (เมสัน) เมาน์ท เลย” และ “การโกนเคราที่งดงามที่สุด!” เป็นต้น

ที่มา : Siamsports

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ค่ำคืนสีน้ำเงิน ท้องฟ้าสีน้ำเงินและ ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ค่ำคืนสีน้ำเงิน ท้องฟ้าสีน้ำเงินและ ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 หลังจบเกมใน 90 นาที เหล่าขุนพลเชลซี  สต๊าฟโค้ชและนักเตะตัวสำรอง วิ่งกรูเข้ามาในสนาม เป็นการประกาศศักดาว่า เชลซีคว้าแชมป์ยุโรป สมัยที่ 2

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ศึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนัดชิงชนะเลิศ UCL  นี่เป็นฤดูกาลของเหล่าสิงห์บลูส์ ที่มีครบทุกรสชาติ ตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนจบฤดูกาล แฟนเชลซีฤดูกาลนี้ถ้าไม่ได้เกาะสนามติดตามผลงานของทีม บอกเลยว่าน่าเสียดายจริงๆ 

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021

ยิ่งเห็นช็อตที่ เมนดี้ กุมหน้าร้องไห้ ติอาโก้ ซิลวา สวมกอดกับทูเคิ่ล น้องไค นั่งก้มหน้าร้องไห้ด้วยความดีใจสุดขีด มันเป็นอารมณ์ที่แฟนบอลอย่างเรา ซึ้งใจและดีใจไปกับพวกเขาด้วย มันเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติที่หลั่งมาแบบไม่รู้ตัว

ไม่มีใครคาดคิดว่า สิงโตน้ำเงินคราม จะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคขึ้นมาเถลิงบัลลังก์แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ หากมองย้อนกลับไปช่วงต้นฤดูกาล 2020-2021 สารพัดปัญหาเข้ามามากมาย ทำให้ฟอร์มของสิงห์บลูส์ตกหล่นไปด้วย ถึงขนาดตกไปอยู่กลางตารางของพรีเมียร์ ลีก และสิ่งที่สะเทือนขวัญต่อเหล่า เดอะ บลูส์ คือการปลด แฟรงค์ แลมพาร์ด ออกจากการเป็นผู้จัดการทีม

แต่ทว่าการเข้ามาของโค้ชเยอรมัน ทำให้เชลซีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทีมที่ฟอร์มตกขาดความมั่นใจ เกมรับรั่ว กลายเป็นทีมที่เล่นด้วยยากและเสียประตูยากสุดๆ นักเตะที่เคยโดนมองข้าม หรือโดนดองยาว ก็กลับมามีตำแหน่งและลงช่วยทีมได้บ่อยขึ้น เห็นได้ชัดจากรายของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์

ในรายอื่นๆ ที่โดนวิจารณ์หนักๆ ก็ได้แก่ จอร์จินโญ่ , คริสเตียนเซ่น ,อลอนโช่ แม้แต่ดูโอ้เยอรมันอย่าง ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ ในส่วนของ ฮาแวร์ทซ์ ที่ดูน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะว่าด้วยสไตล์ที่เชื่องช้าและดูทำอะไรก็ไม่เป็นใจ กลับมีฟอร์มที่โดดเด่นมากๆ และสามารถทำประตูได้เรื่อยๆ แถมการครองบอลและการหาพื้นที่ ทำได้เนียนตาเหมือน ฮาแวร์ทซ์ คนเดิมที่โด่งดังกับห้างขายยา

ส่วนกรณีของ แวร์เนอร์ แน่นอนเขาไม่สามารถยิงเป็นกอบเป็นกำเหมือนดั่งยุคซุปเปอร์แฟรงค์ แต่ว่ายุคทูเคิ่ล ยามที่เขาลงสนาม ทีมมักไม่ค่อยแพ้ และเก็บชัยชนะเป็นส่วนมาก เขามีความเร็ว และการฉีกแนวรับ ฉีกตัวประกบได้ดี จนทำให้เพื่อนเล่นได้ง่ายขึ้น มีช่องทำทาง ตรงนี้ต้องให้เครดิตเขาเต็มๆ

มาถึง เมสัน เมาท์ ที่หลายคนกังวลว่า เขาจะไม่มีบทบาทแน่นอน หลังจากการไปของแฟรงค์ ผู้ที่ปลุกปั้น ชุบเลี้ยงเขามาจนเกิดครหาว่า เป็นลูกรัก แต่เพชรย่อมเป็นเพชร เมาท์ตอกกลับคำวิจารณ์เหล่านั้น ด้วยผลงานในสนาม ซึ่งตอนนี้ไม่ต้องบอกแล้วว่า เมาท์ ก้าวไปถึงระดับไหน แอดว่าทุกคนได้เป็นที่ประจักษ์ในสายตากันแล้ว

ทุกคนกลายร่างขันน็อต งัดฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมา เล่นเกมของตัวเอง รู้ว่าจะต้องทำอะไร ทำยังไงถึงจะได้เปรียบ จะบอกว่าเป็นที่ตัวนักเตะ ไม่มีแพชชั่น มันก็ถูกครับ แต่อย่าลืมว่า การสร้างเสริมแพชชั่น จะต้องมาจากการปลุกเร้าของผู้จัดการทีม ความเชื่อใจ และวางใจกันและกันของนักเตะและโค้ช

เชลซี แชมป์ยุโรป 2021 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ควรค่ากับบัลลงดอร์

71% ของพื้นที่โลกถูกปกคุลมด้วยน้ำ ส่วนอีก 29% ถูกปกคุลมโดยก็องเต้ วลีเด็ดนี้ มันช่างเหมาะสมอะไรเพียงนี้ เอ็นโกโล่ ฟอร์มเข้าฟักสุดขีด หลังคว้าแมน ออฟ เดอะแมตช์ 3 เกมติด นับตั้งแต่เกมรอบรองชนะเลิศ กับราชันชุดขาวมาจนถึงนัดชิงชนะเลิศกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ก็องเต้ ทำได้อย่างโดดเด่น ในเกมนัดชิงกับเรือใบ ไม่ว่าจังหวะการตัดเกม คู่ต่อสู้ หรือการชะลอเกมรุก กองกลางผู้ถ่อมตน ทำได้ดีจริงๆ ตัดเกมได้ 2 หน แท็กเกิลชนะ 3 หน เอาชนะลูกกลางอากาศได้ถึง 4 ครั้ง แม้แนวรุกมหาพระกาฬของเรือใบสีฟ้า ต่อเกมขึ้นมาดีๆ มาเจอ ก็องเต้ คอยชะลอเอาไว้จนทำให้จังหวะไม่ไหลลื่นเหมือนที่เคยเป็น

ยิ่งคีร์แมนอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ จับบอล พยามจะไหลบอล จะเห็นว่าก็องเต้ จะคอยซ้อนเพื่อนตลอด หากเพื่อนพลาด ก็จะเจอก็องเต้ทันที ส่วนในจังหวะเกมบุก ก็องเต้ ก็ยังช่วย เดินเกมพาบอลขึ้นไปสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม เช่นเดียวกัน นี่คือสาเหตุ ว่าทำไม ทูเคิ่ล ถึงต้องรอดูอาการของ ก็องเต้ จนวินาทีสุดท้าย บอกตรงๆ ถ้าแดนกลางของเชลซี ขาดชายที่ชื่อ ก็องเต้ ในเกมนี้ ผลการแข่งขัน อาจจะไม่ออกมาเป็นแบบนี้ก็ได้

อย่างไรก็ตามความดีทั้งหมดต้องยกให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ด้วยเช่นกัน นั่นก็เพราะว่าครั้งที่เจ้าตัวคุมทีม ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่าฯ เชลซีเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยม และ ทูเคิ่ล ก็มาสานต่องานของ แฟรงค์ ซึ่งกุนซือชาวเยอรมันยอมรับว่า ทรัพยากรที่แฟรงค์ทิ้งไว้ เขาบอกเลยว่ามันน่าตื่นเต้น เพราะทุกคนเต็มไปด้วยคุณภาพคับแก้ว

ในระหว่างเส้นทางก่อนที่ เชลซี จะคว้าแชมป์ยุโรป แน่นอนว่าการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ย่อมไม่มีทีมไหนเหนือกว่าใคร เพราะการเข้ามาถึงรอบนี้ ย่อมเป็น เสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้งหมด โดยรอบ 16 ทีม พบกับ “ตราหมี” แอตฯมาดริด รอบ 8 ทีม พบ “ปอร์โต้” จากโปรตุเกส และรอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับเจ้ายุโรป 13 สมัย ซี่งมากที่สุดในบรรดาสโมสรยุโรป

แน่นอนว่ามันไม่ใช่งานที่ง่ายเลย แถมกุนซือผู้กุมบังเหียนอยู่ก็คือ ซีเนดีน ซีดาน เจ้าของสถิติ คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัยติด ความเคี่ยวและการวางแท็คติคที่ชาญฉลาดทำให้นี่คือกระดูกชิ้นโตของ เชลซี แต่ทว่าขุนพล สิงห์บลูส์ ก็ไล่คำรามใส่ไม่ยั้งชนิดที่ ซีดาน ยอมรับว่าสู้เชลซีไม่ได้จริงๆ และพวกเขาสมควรเป็นผู้ชนะแล้ว

หลังเข้ารอบชิงชนะเลิศ แฟนเชลซี ต้องมีเสียวกันบ้างแหละ เนื่องจากเกมก่อนหน้าในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ก็ดันพลาดท่าแพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ต่อมา เชลซีทีมหญิง ที่ได้เข้าชิงยูฟ่าฯ เช่นเดียวกัน แฟนๆก็มั่นใจว่าจะคว้าแชมป์สมัยแรกของทีมหญิง แต่สุดท้ายก็พลาดท่าแพ้ให้กับทีมหญิงบาร์เซโลน่าแบบขาดลอย 0-4

อีกทั้งต้องมานั่งลุ้นปัสสาวะเหนียว ลุ้นท็อปโฟร์ในช่วงนัดสุดท้าย แต่โชคดี ที่พญาวานร ยิงช่วยให้ สิงห์บลูส์ ไม่ต้องไปเล่น ยูโรป้า ลีก ในนัดปิดฤดูกาล

ความเจ็บปวดจาก เอฟเอ คัพ และการผ่านเรื่องราววุ่นๆในช่วงต้นฤดูกาล มันเป็นแรงผลักดันให้ สิงห์บลูส์ ตัวนี้ไม่มีทางเลือก เมื่อ สิงโตน้ำเงินคราม ยุคสายเลือดใหม่ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นมา ความกระหายของพวกเขาก็ไม่ต่างจากสิงโตหนุ่มที่กำลังคันเขี้ยวสุดๆ

เห็นได้จากนัดชิงกับ แมนฯซิตี้ พูดได้เต็มปากเลยว่าเหล่าพลพรรค เรือใบ สู้สิงโตไม่ได้เลย แค่การเดินเกมของเรือใบก็ดูไม่มีอะไรแล้ว เชลซีสวนแต่ละดอกได้ลุ้นหมด นี่ถ้ากองหน้าสไตล์โป้งเดียวจอดอย่าง เลวานดอฟสกี้นะ อาจมีสกอร์ที่ 5-6 ประตูเลยก็ได้ใครจะไปรู้ จะหาว่าโม้หรือว่าคุยก็ได้นะ แต่ผมไม่สน เพราะเชลซีเป็นแชมป์แล้ว จะทำอะไรก็ได้ ฮ่าๆ

เดี๋ยวเราไปชมบรรยากาศและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นใน รอบชิงชนะเลิศ ประจำวันเสาร์ที่ 29 พ.ค. 64 ที่สนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา, ปอร์โต ประเทศโปรตุเกส (สนามกลาง) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี

เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ

เชลซีคว้าแชมป์ยุโรป

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : เอแดร์สัน (GK), ไคล์ วอลเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์, แบร์นาโด ซิลวา, ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และ ฟิล โฟเดน

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้ (GK), รีซ เจมส์, ติอาโก ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกูเอต้า, จอร์จินโญ, เอ็นโกโล ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์, ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาท์ และ ติโม แวร์เนอร์

เปิดฉากครึ่งแรก นาทีที่ 8 แมนฯ ซิตี้ ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง พยายามจะตอกส้นยิงในเขตโทษ แต่ เอดูอาร์ด เมนดี้ นายด่านของเชลซี เซฟออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 10 โอกาสของเชลซี เมื่อ ไค ฮาแวร์ทซ์ เปิดบอลเรียดจากฝั่งซ้ายเข้ากลางเขตโทษให้ ติโม แวร์เนอร์ แต่ดันยิงแป้กอย่างน่าเสียดาย

เชลซีได้ลุ้นอีกแล้ว เมสัน เมาท์ จ่ายบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ ยิงในเขตโทษ แต่บอลตรงตัว เอแดร์สัน โกลของแมนฯ ซิตี้

นาทีที่ 15 เชลซีได้ลุ้นต่อเนื่อง เมสัน เมาท์ จ่ายบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ กระชากเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดเน้นๆ บอลพุ่งเข้าข้างตาข่าย

ถึงนาทีที่ 28 แมนฯ ซิตี้ เกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ผ่านบอลให้ ฟิล โฟเดน ได้ยิงจ่อๆ แต่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปรี่มาบล็อกไว้ได้ทัน

แต่ทว่านาทีที่ 42 กลายเป็น เชลซี ที่มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ จ่ายบอลทะลุให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดเดี่ยวก่อนแตะหลบ เอแดร์สัน แล้วยิงเข้าไปง่ายๆ

จบครึ่งแรก เชลซี นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ พยายามบุกใส่ แต่นาทีที่ 72 กลายเป็น เชลซี ที่ได้ลุ้นสกอร์เพิ่ม จากจังหวะที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ คริสเตียน พูลิซิช ยิงหลุดเสาไกลไปนิดเดียว

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เชลซี ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก มาครองเป็นสมัยที่ 2 ของสโมสรได้สำเร็จ

ดาวรุ่งอังกฤษ

ที่ผ่านมา มักมีคำถามมาโดยตลอดว่า ลอนดอนเป็นสีอะไร? ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่า “ลอนดอนเป็นสีน้ำเงิน” ก็ดูจากถ้วย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 2 สมัยสิ ทีมในลอนดอนยังไม่เคยได้สักทีม มีแต่ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี เท่านั้น ที่คว้ามาได้แล้วถึง 2 สมัยและมีโอกาสที่จะมีสมัยที่ 3-4-5 ตามาอย่างแน่นอน

เชลซีแชมป์ยุโรป 2021 ชุดนี้ อายุเฉลี่ยค่อนข้างน้อยมากๆ ยังมีเวลาให้พวกเขาเติบโตไปอีกไกลแสนไกล การคว้าแชมป์ครั้งนี้ เปรียบเสมือนการเติมเชื้อเพลิงในตัวพวกเขา พวกเขาคว้าแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ตั้งแต่อายุยังไม่มาก มันถือเป็นประสบการณ์ที่เยี่ยมยอดจริง

หลังจากนี้ เชลซี สิงโตน้ำเงินครามตัวนี้ ได้กลายร่างเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว พวกเขาพร้อมแล้ว กับการออกล่าเหยื่อเป็นถ้วยรางวัล ผมเชื่อเหลือก่อนว่า โธมัส ทูเคิ่ล ชายผู้บังคับทิศทางของสิงโตตัวนี้ จะไล่ล่าทุกความสำเร็จและเชื่อว่า เขาจะทำทีมได้ อย่างที่ปากเขาพูดไว้ “เราจะสร้างทีมที่ไม่มี ใครอยากจะเผชิญหน้า”

#เห่าดง

Chelsea Road to Champions League Victory - 2021

บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : chelsea-th

เชลซี 3-1 ลีดส์

บทสรุปหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ | ชิรูด์ยิงอีก ซูม่าดาวซัลโวร่วม

เชลซีเดินหน้าเก็บชัยต่อเนื่องขึ้นรั้งจ่าฝูงชั่วคราวหลังจบเกม เชลซี 3-1 ลีดส์ ด้านชิรูด์ยังร้อนแรงต่อเนื่องส่วนซูม่าซัดประตูที่ 4 ขึ้นแท่นดาวซัลโวร่วมของทีม


เคิร์ต-ซูม่า
เคิร์ต ซูม่า ฉลองการทำประตูกับเพื่อนร่วมทีม

สรุปประเด็นหลังเกม เชลซี 3-1 ลีดส์

เชลซีพึ่งการันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยอันดับที่ 1 หลังบุกไปถล่มเซบีย่ามา 4-0 เรียกได้ว่าเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างเหลือเชื่อเพราะเชลซีโรเตชั่นนักเตะไปถึง 8 ต่ำแหน่งและที่เซอร์ไพร์สกว่าคือการกดคนเดียว 4 เม็ดของ ชิรูด์ นั้นสร้างความลำบากใจให้กับ แลมพาร์ด ในการเลือกศูนย์หน้าตัวจริงของทีม

นับเป็นความลำบากใจที่ค่อนข้างมีความสุขสำหรับผู้เป็นกุนซืออย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่เขามีดาวยิงที่พร้อมทำประตูให้ทีมถึงสามคนอีกทั้งนักเตะแนวรุกสามารถเล่นทดแทนกันได้อีกหลายต่ำแหน่ง หากมีใครบาดเจ็บก็สามารถทดแทนกันได้หมด

เกมนี้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้เลยที่นักเตะเชลซีกลับมาฟิตสมบูรณ์ทุกคน พร้อมลงสนามช่วยทีมในช่วงที่โปรแกรมการแข่งขันถี่มากๆคือเตะกันทุก 3 วัน นับเป็นความโชคดีของเชลซีที่นักเตะกลับมาสมบูรณ์ได้ถูกเวลาพอดีในช่วงนี้ และนี่คือบทสรุปเกมที่เชลซีเปิดบ้านเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ดไปได้ 3-1

  1. ซูเปอร์แฟรงค์ กลับมาใช้ผู้เล่นหลักอีกครั้ง แน่นอนผู้รักษาประตูต้องเป็นของ เมนดี้ อยู่แล้วหากไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่วนคู่เซ็นเตอร์เป็น ติอาโก้ ซิลวา ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมจับคู่กับ คูร์ท ซูม่า คู่หูเซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดในลีกในเวลานี้ แบ็คขวา รีซ เจมส์ ยึดตัวจริงยาวๆส่วนแบ็คซ้ายเป็น เบน ชิลเวลล์ ลงประจำการ
  2. ด้านกองกลาง เอ็นโกโล ก็องเต้ กับ เมสัน เมาท์ คือผู้เล่นมิดฟิลด์ที่การันตีการลงสนามแน่นอนส่วนอีกต่ำแหน่งเป็นของ ไค ฮาแวร์ทซ์ ที่พึ่งหายจากโควิด-19 กับมายึดตำแหน่งตัวจริงอีกครั้งแทนที่ของ โควาซิช ที่ถึงจะโชว์ฟอร์มดีมาตลอดที่ได้ลงสนาม แต่ ฮาแวร์ทซ์ คือผู้เล่นตัวหลักในใจของแลมพ์มากกว่า
  3. สามประสานแนวรุกเกมนี้เป็นไปตามคาด โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ฟอร์มร้อนแรงลงยืนเป็นหน้าเป้า โดยมี ฮาคิม ซีเย็ค และติโม แวร์เนอร์ คอยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง จริงอยู่ที่ พูลิซิช กลับมาฟิตสมบูรณ์แต่ฟอร์มของชิรูด์ทำให้ สามประสานในฝันของแฟนเชลซี (ซีเย็ค-แวร์เนอร์-พูลิซิช) ยังไม่เกิดขึ้นจริง
  4. นับเป็นเกมแรกในรอบ 8 เดือนที่แฟนบอลสามารถเข้ามาชมเกมในสนามได้ ถึงแม้จะมีเพียงแค่ 2,000 คน แต่มันแตกต่างลิบลับกับช่วงที่ไม่มีแฟนบอลอยู่ในสนามเลย เพราะอย่างน้อยเสียงเชียร์จากแฟนบอลก็ช่วยเพิ่มแรกกดดันให้กับทีมเยือนไม่มากก็น้อย
  5. สิงห์บลูส์ เริ่มเกมได้อย่างดุดันมีโอกาสลุ้นทำประตูตั้งแต่ไม่ถึง 1 นาทีแต่เหมือนจะบุกเพลินไปหน่อยทำให้ ลีดส์ ได้เล่นลูกสวนกลับ คัลวิน ฟิลลิปส์ แทงทะลุช่องให้ แบมฟอร์ด อดีตเด็กปั้นของทีมหลุดไปล็อคหลบ เมนดี้ ที่ออกมาไกลจากปากประตูพอสมควรก่อนยิงเข้าไปง่ายๆให้ทีมเยือนออกนำไปก่อน 1-0 ช็อคแฟนบอลเล็กน้อย
  6. อย่างที่เราเห็นกันถ้าหากเป็นฤดูกาลก่อนๆ หากทีมโดนนำโอกาสที่จะพลิกกัลบมาชนะนั้นแทบเป็นไปได้ยาก แต่ในฤดูกาลนี้ การเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมช่วยให้เชลซีกลายเป็นทีมที่สามารถเก็บชัยนะได้แม้จะถูกนำไปก่อน ทำให้แฟนเชลซียังมีหวังที่จะคว้าสามแต้มในเกมนี้
  7. ทั้งสองทีมผลัดกันรุกรับอย่างสนุก จริงอยู่ที่ทีมเยือนชื่อชั้นเป็นรองแต่ บิเอลซ่า ทำให้เห็นแล้วว่าพวกเขาพร้อมงัดทุกทีมแม้จะเป็นการมาเยือนทีมใหญ่ๆ ที่พวกเขาไปสร้างบาดแผลมาแล้วหลายครั้งในฤดูกาลนี้ แต่เชลซีเองก็มีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเช่นกันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยิงเม็ดที่สอง
  8. เชลซีเกือบได้ปประตูตีเสมอแต่ ติโม แวร์เนอร์ ที่ยืนอยู่หน้าปากประตูและพยายามที่จะแปะบอลที่พุ่งมาทางเจ้าตัวแต่กลับกลายเป็นว่าช่วยสกัดบอลออกไปทั้งที่บอลกำลังจะเข้าประตูอยู่แล้ว แถมจังหวะที่ยิงซ้ำจ่อๆ ก็ดันไปโดนคานซะอย่างนั้น พลาดตีเสมอไปอย่างเหลือเชื่อ
  9. อย่างไรก็ตามความพยายามของเจ้าถิ่นก็ประสบผลสำเร็จ รีซ เจมส์ ที่เติมขึ้นมารับบอลมาจาก ซีเย็ค ก่อนจะเปิดเข้ากรอบไปให้ โอลิวิเย่ ชิรูด์ พุ่งชาร์จที่เสาแรกบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปตามตีเสมอได้สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าเขายังคงมีพิษสงในการทำประตูและไม่ผิดหวังที่เลือกเขาลงเป็นตัวจริงในวันนี้
  10. หลังดีใจได้แปบเดียวเชลซีก็ต้องมาเจอข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อฮาคิม ซีเย็ค มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนกัปตันอเมริกาลงสนามมาแทน พึ่งกลับมาฟูลทีมได้ไม่นานก็ต้องสังเวยตัวหลักไปอีกคนนึง ซึ่งต้องตามดูว่าจะอาการหนักเพียงไหน ซึ่งได้แต่หวังว่าจะไม่เป็นไรมากเพราะนี่คือเดือนแห่งความยากลำบากอย่างแท้จริง การที่ผู้เล่นพร้อมลงสนามทุกคนย่อมดีกว่าอยู่แล้ว
  11. จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 เชลซีพยายามหาช่องเจาะแต่ ลีดส์ ยังคงป้องกันได้อย่างดีและมีโอกาสสวนกลับให้ได้ลุ้นอยู่ตลอด ผลการแข่งขันยังออกได้ทุกหน้า
  12. รูปเกมในครึ่งหลังไม่แตกต่างจากครึ่งแรกมากนักคือต่างฝ่ายต่ายผลัดกันบุกเข้าใส่กัน มีโอกาสให้ลุ้นอยู่บ้างแต่ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น คริสเตียน พูลิซิช พยายามมีส่วนร่วมกับเกมรุกและมีโอกาสได้ครองบอลหลายครั้งเจ้าตัวพยายามหาจังหวะจบสกอร์ด้วยตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจ แต่จังหวะสุดท้ายก็ยิงไม่ดี ไม่ก็ไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือน ซึ่งเจ้าตัวคงหงุดหงิดพอสมควร จริงอยู่เรื่องการครองบอลหายห่วงจนบางครั้งแอบนึกถึงอาซาร์อยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ พูลิซิช ยังต้องแก้ไขคือพยายามสร้างโกาสให้เพื่อนมากขึ้นแทนที่จะหาช่องยิงด้วยตัวเอง อาจจะดีกว่านี้ส่วนจังหวะทำประตูจะมาถึงเองหากอยู่ถูกที่ถูกเวลา เหมือนกับประตูปิดท้ายที่เขายิงได้ เมื่อเห็นแวร์เนอร์กระชากบอลฉีกแนวรับเจ้าตัวไม่รอช้าวิ่งไปกลางกรอบเขตโทษ ก่อนแวร์เนอร์จะถวายพานมาให้เจ้าตัวจะสไลด์บอลเข้าประตูไป ด้วยวัยที่ยังน้อยยังมีโอกาสที่เจ้าตัวจะพัฒนาให้เป็นยอดนักเตะได้ในอนาคต หากไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นง่านซะก่อน
  13. พูดถึงติโม แวร์เนอร์ ซึ่งเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของเขาแต่สุดท้ายเจ้าตัวก็มีแอสซิสต์เป็นรางวัลปลอบใจแม้จะไม่ได้ยิงประตูก็ตาม จังหวะที่กองหน้าชาวเยอรมันกระชากบอลหนีแนวรับด้วยสปีดที่เหนือกว่าคู่แข่งแบบขาดลอย และสิ่งที่สำคัญคือนี่เป็นช่วงทดเจ็บแล้วแต่แกวิ่งเหมือนพึ่งลงสนามมา คือเราเห็นแล้วยังว้าวกับความฟิตของเขา แม้จะไม่มีประตูและมีจังหวะผิดพลาดบ่อยครั้งแต่โดยรวมแล้วเขาคือผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญกับชัยชนะของทีมในวันนี้
  14. ประตูขึ้นนำ 2-1 จาก ซูม่า นั้นช่วยคลายความกดดันให้เจ้าถิ่นไปพอสมควร จากนักเตะที่ถูกแฟนบอลด่าและวิจารณ์หลายครั้งจากความผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้น แต่การเข้ามาของ ติอาโก้ ซิลวา ส่งให้แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสยกระดับตัวเองให้กลายเป็นกองกลังระดับแถวหน้าในฤดูกาลนี้ เกมรับที่ค่อนข้างโดดเด่นและลูกกลางอากาศที่เป็นจุดเด่นของเขา ช่วยให้เกมรับเสียประตูยากขึ้น ด้านเกมรุกก็สามารถโหม่งทำประตูในพรีเมียร์ลีกจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับติโม แวร์เนอร์ที่ 4 ประตู เจ้าตัวพัฒนาขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อซึ่งถ้าหากรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ได้ เชลซีคงได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้อย่างแน่นอน
  15. เป็นเวลากว่า 13 นัดแล้วที่เชลซีสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นซึ่งถ้าหากนับเฉพาะใน 90 นาทีก็ 16 นัดแล้วที่พวกเขาไม่แพ้ใคร นับเป็นผลงานที่สุดยอดและดีที่สุดในยุคของแฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซืออย่างเจอร์เก้น คล็อปปผู้พาหงส์แดงพิชิตแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน ก็ออกมายอมรับว่าเชลซีจะกลายเป็นอีกหนึ่งทีมที่ขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามเวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ว่าสุดท้ายยนี้เชลซีจะสามารถมีถ้วยรางวัลมาประดับสโมสรเพิ่มได้หรือไม่

ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

สถิติสำคัญหลังจบเกม

เชลซี – 45.8%  การครองบอล – 54.2% – ลีดส์ ยูไนเต็ด
23 – จำนวนยิงทั้งหมด – 8
11
ยิงเข้ากรอบ3
7
– ยิงออกนอกกรอบ – 4
22
– สร้างโอกาส – 7
318
– ความแม่นยำในการจ่ายบอล – 395
78%
– ความสำเร็จในการผ่านบอล – 82%
8
– เตะมุม – 4
1
– ล้ำหน้า – 4
12
– ฟาวล์ – 9
0
– ใบเหลือง – 2
0
– ใบแดง – 0

ตัดเกรดแข้งเชลซีหลังจบเกม

รีซ เจมส์ – 8.5
แบ็คขวาลูกหม้อของสโมสรลงเล่นครบ 50 นัดให้กับเชลซีชุดใหญ่ในเกมนี้และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งเกมรุกและเกมรับ แถมเจ้าตัวมีแอสซิสต์ให้ชิรูด์พังประตูในเกมนี้อีกด้วย

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ – 8
ยังคงรักษามาตรฐานการยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง เกมนี้มีโอกาสหลายครั้งและยิงได้ 1 ประตูเรียกได้ว่าเจ้าตัวคือเบอร์ 1 สำหรับกองหน้าตัวเป้าของเชลซีในเวลานี้เลยก็ว่าได้

เมสัน เมาท์ – 8
กองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้กลายเป็นผู้เล่นที่เชลซีจะขาดไม่ได้อีกแล้วในเวลานี้ เขามีส่วนร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับก็ใช้ความขยันลงไปช่วยทีมอยู่เสมอ เกมนี้มี 1 แอสซิสต์ให้กับ คูร์ต ซูม่า ด้วย

คูร์ท ซูม่า – 7.5
กลางเป็นกองหลังเบอร์ 1 ของทีมไปแล้วในขณะนี้ เกมรับที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยมและยังทำประตูจากลูกตั้งเตะได้บ่อยครั้งจนขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ติโม แวร์เนอร์ หากรักษาฟอร์มการเล่นได้รับรองมีถ้วยติดไม้ติดมือแน่นอน

เอดูอาร์ เมนดี้ – 5.5
แม้จะตัดสินใจผิดพลาดในจังหวะที่เสียประตูแรก แต่เจ้าตัวยังรักษาฟอร์มที่เหนียวหนึบได้อย่างดี ช่วยป้องกันประตูได้หลายครั้งในเกมนี้

ติโม แวร์เนอร์ – 5
แวร์เนอร์ โดดเด่นมากในเกมนี้ แม้จะพลาดทำให้ทีมพลาดโอกาสได้ประตู และยิงประตูไม่ได้ทั้งที่ได้หลุดไปดวล 1-1 กับ ผู้รักษาประตู แต่อย่างน้อยเจ้าตัวก็ยังมีแอสซิสต์ให้กับ พูลิซิช เป็นรางวัลปลอบใจ

ติอาโก้ ซิลวา (7), เบน ชิลเวลล์ (7), คริสเตียน พูลิซิช (7), มาเตโอ โควาซิช (6.5), เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (6.5), ไค ฮาแวร์ทซ์ (6), ฮาคิม ซีเย็ค (6), แทมมี่ อับราฮัม (n/a)

ที่มา : Tribuna.com

บทสรุป

เชลซีขึ้นนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราวได้สำเร็จหลังจบเกมนัดนี้ ที่เหลือก็เพียงรอแช่ง ลิเวอร์พูลและสเปอร์สไม่ให้มีแต้มในเกมสัปดาห์นี้ หากพวกเขาต้องการนำเป็นจ่าฝูงเดี่ยวๆหลังจบนัดที่ 11

อย่างไรก็ตามทั้งสองทีมก็มีฟอร์มที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะสเปอร์สของมูรินโญ่ ที่ฟอร์มร้อนแรงเหลือเกิน ขณะที่แชมป์เก่าที่เจอปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บหลายรายแต่ก็ยังเก็บแต้มได้เรื่อยๆ ต้องยอมรับในฝีมือของ คล็อปป์ จริงๆที่สามารถทำให้นักเตะเล่นทดแทนกันได้แม้ว่าจะไม่ได้เทียบเท่ากับตัวจริงแต่ก็เก็บแต้มสำคัญๆได้เสมอ

ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกลต้องรอลุ้นกันต่อไป ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของเชลซี เป็นการเปิดบ้านรับ คราสโนดาห์ ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีกที่ไม่มีผลอะไรแล้วแน่นอนว่าจะเป็นโอกาสของเหล่าแข้งสำรองที่จะได้โชว์ผลงานในเกมนี้ ส่วนตัวหลักก็ได้พักรอเล่นในนัดต่อไป


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี: chelseafc.com

ไฮไลท์เชลซี-3-1-ลีดส์

(ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์) สิงห์แลมพ์โดนก่อนรัวคืนสามเม็ดซิวสามแต้มเต็ม

เชลซีเดินหน้าเก็บสถิติไร้พ่ายได้เป็นนัดที่ 13 ติดต่อกันหลังจากเปิดบ้านแซงเอาชนะ ลีดส์ คว้าสามแต้มสำคัญ (ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์)


ไฮไลท์เชลซี 3-1 ลีดส์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดที่ 10 สิงโตน้ำเงินคราม เปิดบ้านพลิกชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ดไปได้ 3-1 หลังโดนนำไปก่อนตั้งแต่ต้นเกม

ไฮไลท์บอลพรีเมียร์ลีก 2020/21 เชลซี 3-1 ลีดส์ ยูไนเต็ด

บทความที่เกี่ยวข้อง : ไฮไลท์เชลซี 0-0 สเปอร์ส

รายชื่อผู้ทำประตู
เชลซี : 1-1 โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (27′) // 2-1 คูร์ท ซูม่า (61′) // 3-1 คริสเตียน พูลิซิช (90+3′)
ลีดส์ ยูไนเต็ด : 0-1 แพทริค แบมฟอร์ด (4′)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์
ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เชลซี (4-3-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – รีซ เจมส์, คูร์ท ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, เบน ชิลเวลล์ – ไค ฮาแวร์ทซ์ (มัตเตโอ โควาซิช น.67), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เมสัน เมาน์ท – ฮาคิม ซิเย็ค (คริสเตียน พูลิซิช น.30), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อับราฮัม น.79), ติโม แวร์เนอร์
ผู้จัดการทีม : แฟรงค์ แลมพาร์ด

ลีดส์ ยูไนเต็ด (4-4-1-1) : อิลล็อง เมสลิเย่ร์ – ลุค อายลิ่ง, โรบิน คอช (ดีเอโก้ ยอเรนเต้ น.9), เลียม คูเปอร์, สจ๊วร์ต ดัลลัส – ราฟินญ่า,  มาร์เตอุสซ์ คลิช, คัลวิน ฟิลลิปส์, เอซยาน อลิอออสกี้ (โรดริโก้ โมเรโน่ น.69) – แจ็ค แฮร์ริสัน (เอียน โพเวด้า น.58) – แพทริค แบมฟอร์ด
ผู้จัดการทีม : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ครึ่งแรก

นาทีที่ 4 (Goal) – ทีมเยือนสร้างเซอร์ไพร์สแฟนบอลเจ้าถิ่นหลังออกนำไปก่อน 1-0 จากลูกยิงของ แพทริค แบมฟอร์ด อดีตเด็กปั้นของทีม

นาทีที่ 22 – เชลซีเกือบได้ลูกส้มหล่นเมื่อผู้รักษาประตูทีมเยือนออกบอลพลาดหน้าปากประตูตัวเองทำให้โดน โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ตัดบอลแต่ยิงได้ไม่ถนัดนักบอลหลุดออกหลังไป

นาทีที่ 27 (Goal) – เจ้าบ้านตามตีเสมอได้สำเร็จ รีซ เจมส์ เติมขึ้นมาเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ ชิรูด์ วิ่งเข้ามาชาร์จเสาแรกเข้าประตูไปเป็น 1-1

จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 61 (Goal) – เชลซี พลิกขึ้นนำได้สำเร็จ เมสัน เมาน์ท เปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษและเป็น คูร์ท ซูม่า ขึ้นโขกบอลลอยเข้าประตูไปเป็นประตูที่ 4 ของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้

นาทีที่ 76 – ติโม แวร์เนอร์ ที่ยังไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดในเกมนี้ ได้จังหวะยิงอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ อิลล็อง เมสลิเย่ร์

นาทีที่ 90+3 (Goal) – เกมทำท่าเหมือนจะจบลงตรงนี้ ในขณะที่ลีดส์พยายามบุกแต่ถูกตัดบอล และเป็น ติโม แวร์เนอร์ พาบอลจี้เข้ากรอบเขตโทษก่อนจ่ายเข้ากลางให้ คริสเตียน พูลิซิช ยังประตูปิดท้ายให้เชลซีเป็น 3-1

จบเกมเชลซีมี 22 คะแนน ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงชั่วคราว


บทความอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่ : chelsea-th.com
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com

การสร้างอาณาจักรของ-สิงห์บลูส์

การสร้างอาณาจักรของ ‘สิงห์บลูส์’ ภายใต้การนำทัพของ ‘แฟรงค์ แลมพาร์ด’

การสร้างอาณาจักรของ สิงห์บลูส์ ได้เริ่มขึ้นแล้วหลังทำลายสถิติในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ของ พรีเมียร์ลีก และเหมือนจะยังไม่จบเพียงเท่านี้


ชื่อของ มาริน่า กรานอฟสกาย่า กลายเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากในวงการลูกหนังโดยเฉพาะเหล่าแฟนบอล สิงห์บลูส์ หลังเธอได้แสดงแสงยานุภาพในการเจรจาต่อรองเมื่อ เชลซี ปิดดีล ไค ฮาแวร์ทซ์ มาได้ในราคาเพียง 71 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกกว่าที่ เลเวอร์คูเซ่น ตั้งไว้ถึง 18 ล้านปอนด์

มาถึงตอนนี้ สิงโตน้ำเงินคราม ใช้เงินไปประมาณ 200 ล้านปอนด์ ในการคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีม 6 ราย โดย 2 รายเป็นการเซ็นสัญญาแบบฟรีๆ ทำให้ สิงห์บลูส์ กลายเป็นทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาดนักเตะรอบนี้

แม้จะเสริมทัพมาแล้วเกือบครึ่งทีมแต่ดูเหมือนว่า พวกเขาจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้และเป้าหมายต่อไปคือตำแหน่งผู้รักษาประตูโดยเล็งไปที่ เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารจอมหนึบจาก แรนส์ สโมสรแห่ง ลีก เอิง ฝรั่งเศส

การซื้อขายในตลาดนักเตะรอบนี้ของ เชลซี ทำลายสถิติเดิมที่พวกเขาเคยทำเอาไว้เมื่อฤดูกาล 2017/18 โดยในตอนนั้นพวกเขาใช้เงินไปทั้งสิ้น 186 ล้านปอนด์ ซึ่งหนึ่งในดีลที่ทำลายสถิติสโมสรตอนนั้นคือ การดึงดาวยิงทีมชาติสเปนอย่าง อัลบาโร โมราต้า มาเสริมทัพในราคา 60 ล้านปอนด์

แพท เนวิน อดีตปีกของเชลซีกล่าวว่า “เชลซี ไม่ได้กำลังสร้างทีมให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่พวกเขากำลังสร้างยุคสมัยใหม่ขึ้นมา” โดยบททดสอบแรกของ ซูเปอร์ แฟรงค์ ในฤดูกาลที่ 2 คือการออกไปเยือน ไบร์ทตัน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

การทุ่มซื้อขนาดนี้แน่นอนว่าทำให้เกิดคำถามตามมาว่า สิงห์บลูส์ ใช้เงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรทั้งที่ทีมอื่นยังต้องใช้เงินอย่างระมัดระวัง และสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างจากการลงทุนในครั้งนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง : พรีวิว ไบร์ทตัน พบ เชลซี

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

เชลซีทุ่มสุดตัวเพื่ออนาคต

มาริน่า กรานอฟสกาย่า ได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากจากผลงานของเธอในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรได้รับประโยชน์สูงสุดจากสิ่งที่เธอได้ทำเอาไว้

จริงอยู่ที่ทีมอื่นๆ จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวังที่สุดหลังจากเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรน่า แต่จากกรณีที่ เชลซี ถูกแบนในตลาดนักเตะรอบที่แล้วทำให้พวกเขามีทุนให้ใช้ได้อย่างมหาศาลในซัมเมอร์นี้ แม้ว่าจะเสีย 40 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับการคว้าตัว มัตเตโอ โควาซิช มาจาก เรอัล มาดริด ก็ตาม

เสี่ยหมีไม่ได้ทำผิดกฎการเงินแต่อย่างใด แต่รายได้ทั้งหมดที่มีส่วนใหญ่ได้มาจากการขายนักเตะออกไปโดยเฉพาะในรายของ เอเด็น อาซาร์ ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด และ อัลบาโร โมราต้า ที่ย้ายไป แอตเลติโก มาดริด ซึ่งแข้งดัง 2 รายนี้ทำเงินให้กับสโมสรอย่างมหาศาล

แม้ว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกผิดหวังที่ทีมไม่ได้เสริมนักเตะแม้แต่รายเดียวในช่วงเดือน มกราคม ทั้งที่มีโอกาสแล้ว แต่เหตุการณ์โควิด-19 ทำให้ทีมอื่นๆก็จำเป็นต้องรัดเข็มขัดและใช้เงินอย่างระมัดระวัง นี่เองจึงทำให้เชลซีได้เปรียบทางด้านการเงินมากกว่าทีมอื่นในตลาดรอบนี้

แพท เนวิน ผู้ที่เคยข้าแข้งกับ สิงโตน้ำเงินครามตั้งแต่ปี 1983-1988 ได้แสดงความคิดเห็นอีกว่า “การซื้อขายนักเตะของเชลซีอาจดู เว่อร์วัง แต่แท้จริงแล้วมันคือ ความชาญฉลาด ในการวางแผนระยะยาวมากกว่า”

“ถ้าผลงานโดยรวมของทีมอยู่ในระดับที่ดีกว่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องควักเงินเพื่อเสริมทัพเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามการที่ทีมได้เล่น แชมป์เปี้ยนส์ ลีก สองปีติดทำให้ทีมมีรายได้มากขึ้นและไม่น่าแปลกใจหากพวกเขาจะมีงบในการซื้อขายนักเตะมากมายขนาดนี้” เนวิน กล่าวเสริม

ซื้อเยอะขนาดนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด จะรู้สึกกดดันไหม?

แลมพาร์ด&โรมัน-อบราโมวิช

จริงอยู่ที่การจ่ายเงิน 71 ล้านปอนด์เพื่อคว้า ไค ฮาแวร์ทซ์ ในวัย 21 ปีมาร่วมทีมอาจเป็นความเสี่ยง แต่หากลองมองถึงอนาคตพวกเขาสามารถทำกำไรได้เหมือนในกรณีของ เอเด็น อาซาร์ ที่ซื้อมาร่วมทีมด้วยราคา 32 ล้านปอนด์แต่ขายออกไปได้มากกว่า 100 ล้านปอนด์

นโยบายของทีมที่ซื้อแข้งเยาวชนพรสวรรค์สูงในยุโรปมาร่วมทีมของแลมพาร์ดนั้น เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับสโมสรหากไล่ดูอายุของแต่ละคนทั้งที่พี่งซื้อเข้ามารวมถึงนักเตะที่มีอยู่ในทีมก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าแต่ละคนสามารถวาดลวดลายและสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมได้อีกหลายปี

จริงอยู่ที่ โรมัน อบราโมวิช อาจดูเป็นผู้ที่มีความอดทนต่อผู้จัดการทีมค่อนข้างน้อย แถมการลงทุนในตลาดนักเตะรอบนี้ค่อนข้างสูง แต่เสี่ยหมีก็ไม่ได้กดดันเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จได้ทันที อย่างน้อยผลงานโดยรวมของทีมในฤดูกาลหน้าต้องพัฒนาขึ้นจากฤดูกาลก่อนเป็นอย่างน้อย

ประเด็นนี้ แพท เนวิน ได้ให้ความเห็นว่า “แลมพาร์ด มีความกดดันน้อยกว่าผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ในยุคของ โรมัน อบราโมวิช ซึ่งเสริมทัพด้วยนักเตะระดับโลกและจะเป็นต้องประสบความสำเร็จทันที แต่ตอนนี้เสี่ยหมีต้องการสร้างทีมเพื่ออนาคตมากกว่าซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของซูเปอร์แฟรงค์ที่จะทำมัน

ความกดดันของสโมสรต่อแฟรงค์ แลมพาร์ดนั้นน้อยมาก แต่ความกดดันต่อตัวแลมพาร์ดเองนั้นสูงมา การที่จะประสบความสำเร็จได้แบบ เป็ป กวาร์ดิโอล่า หรือ เจอร์เก้น คล็อปป อาจทะให้เขารู้สึกแบบนั้น”

จะเกิดอะไรขึ้นกับเยาวชนของเชลซี?

จากกรณีดราม่าของ เมสัน เมาท์ ซึ่งคุณพ่อของเจ้าตัวได้ออกมาเคลียร์ปัญหาเรียบร้อยแล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่นั้นก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าแล้วแข้งดาวรุ่งรายอื่นๆ ในทีมจะเป็นอย่างไร

ดาวรุ่งหลายคนได้รับประสบการณ์เป็นอย่างมากในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถ้าหากคุณพิสูจน์ว่าคุณคู่ควรคุณก็จะได้รับโอกาสนั้น

หากพวกเขาอยากเป็นตัวเลือกแรกๆของทีม ก็จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคู่ควรและทำการแข่งขันเหมือนกับที่เคยทำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แข้งใหม่ในเกมรุกที่เสริมมาสามารถเล่นได้หลายหลายต่ำแหน่งและสามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด ซึ่งนับเป็นข้อดีที่จะเกิดการแข่งขันภายในทีมหรือกรณีที่มีนักเตะบาดเจ็บพวกเขาก็สามารถลงทดแทนกันได้แบบไร้ปัญหา

บทสรุปของการซื้อขายในตลาดนักเตะของเชลซี

ฤดูกาลแรกของแลมพาร์ดกับเชลซีถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ยิ่งมีปัญหาอีกหลายจุดที่ต้องได้รับการแก้ไข แน่นอนว่าเกมรุกในซีซั่นหน้าของเชลซีต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

แต่ปัญหาในเกมรับที่เป็นปัญหาหลักนั้นจะเป็นอย่างไร การคว้า ติอาโก้ ซิลวา ในวัย 36 ปีมาร่วมทีมนั้นสามารถแก้ปัญหาแนวรับที่รั่วแบบสุดๆเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้หรือไม่ ซึ่งจุดนี้มองได้สองแง่

หนึ่งคือ แม้ว่าอายุจะปาเข้าไปถึง 36 ปีก็ตามแต่ผลงานโดยรวมในฤดูกาลที่แล้วกับ เปแอสเช ถือว่ายอดเยี่ยมหากย้อนดูสถิติต่างๆ การได้เจ้าตัวมาร่วมทีมอาจช่วยให้แข้งเกมรับของเชลซีที่อายุน้อยได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเขา

สอง แม้ว่าสุดท้ายแล้ว ซิลวา จะไม่สามารถช่วยให้เกมรับดีขึ้นมากนัก สิ่งที่เชลซีต่องทำคือทุ่มเงินเพื่อซื้อกองหลังดีๆคนใหม่เข้ามาเสริมทัพในตลาดรอบต่อไป เพียงเท่านั้น เดแคลน ไรซ์ อดีตเด็กปั้นของทีมและเป็นเพื่อนสนิทของ เมสัน เมาท์ คืออีกหนึ่งเป้าหมายที่เชลซีต้องการคว้ามาเสริมทัพให้ได้

สุดท้ายแม้ว่าจะทุ่มเงินมากมายมหาศาลแต่เสี่ยหมีเข้าใจดีว่านี้เป็นการวางแผนระยะยาวสำหรับทีม ไม่ใช่ว่าจะต้องประสบความสำเร็จแบบทันทีเหมือนที่ผ่านๆ มา แฟนบอล สิงห์บลูส์ รู้แบบนี้ก็คงรู้สึกได้ว่า โรมัน อบราโมวิช นั้นรักทีมแค่ไหน ต่อจากนี้ก็มาช่วยกันลุ้นกันเชียร์ทีมรักของเราให้กลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งหนึ่ง


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : chelsea-th
เว็บไซต์หลักของสโมสรเชลซี : chelseafc.com
บทความต้นฉบับ : bbc.com